ประจำเดือน

  • ไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ตอนเป็นประจำเดือน?

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาา ไฮๆ นะเจ้าคะ วันนี้พบเจอกันกับหัวข้อที่ว่าไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ทับระดูตอนเป็นประจำเดือน? ไข้ทับระดูคืออะไรน้าาาาา ไข้ทับระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงมีไข้สูงในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยมักเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน มักมีอาการไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ยังไงก็ตามในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เลยทีเดียว เพราะอาการหนักมากกกกกกก สาเหตุของไข้ทับระดู สาเหตุที่แน่ชัดของไข้ทับระดูยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เช่นเดียวกับสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือน โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งมีระดับสูงในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีประจำเดือนมา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อในมดลูกหรือช่องคลอดได้!!!! อาการของไข้ทับระดู – มีไข้สูง– ปวดหัว– ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ– อ่อนเพลีย– คลื่นไส้อาเจียน– ท้องเสีย– ปวดท้องน้อย– ปวดหลัง– เจ็บคอ– ไอ– น้ำมูกไหล– ปวดตา– ไวต่อแสง– เบื่ออาหาร– นอนไม่หลับ การรักษาไข้ทับระดู โดยทั่วไปแล้ว ไข้ทับระดูมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจให้ยาพารา หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อ การป้องกันไข้ทับระดู…

  • สงบจิตสงบใจ บรรเทาปวดท้องประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาร ฮี้ววววว เราเคยพูดไปแล้วว่าการที่มีอะไรมากระทบจิตใจเรามากๆ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนอาจส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราได้ ในสภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?! และเราได้แนะนำวิธีการกระแทกจิตกระทบใจ ทำซะ!! ลดปวดท้องเมนส์ได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาจิตใจให้มีความสุข ลดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในวิธีการลดความเครียดจากภายนอก บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน อย่างวิธีนั่งสมาธิ !!!! การนั่งสมาธิเป็นวิธีปฏิบัติทางจิตใจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิต่อสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ อาการปวดประจำเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือนแล้ว โดยอาการปวดอาจเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน และอาจรุนแรงได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ สาเหตุของอาการปวดประจำเดือนนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูกและทำให้เกิดอาการปวดได้ การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เนื่องจากการนั่งสมาธิช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้การหดรัดตัวของมดลูกน้อยลงและอาการปวดลดลง นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีนตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดอาการปวดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ การนั่งสมาธิเป็นการฝึกจิตใจให้สงบและมีสมาธิ โดยการเพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจหรือคำภาวนา การนั่งสมาธิช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้การนั่งสมาธิยังช่วยให้เราตระหนักถึงความรู้สึกต่างๆในร่างกาย รวมถึงอาการปวดประจำเดือน เมื่อเรามีสติอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้ เราจะสามารถรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้น มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิในการลดอาการปวดประจำเดือน งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่นั่งสมาธิเป็นประจำมีอาการปวดประจำเดือนน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้นั่งสมาธิ นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ สาวๆ ที่กำลังมองหาวิธีธรรมชาติในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน การนั่งสมาธิอาจเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ การนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ไม่ใช้พื้นที่เยอะและประหยัดเวลาในการลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้…

  • ธาตุเหล็ก ธาตุหลัก เสริมเลือดช่วงประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันเคยพูดไปในหลายๆ บทความว่าในเวลาที่สาวๆ เป็นประจำเดือน เป็นช่วงเวลาที่เสียเลือดมาก จึงต้องกินอาหารที่ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในกับร่างกาย แต่ธาตุเหล็กนี้มีหน้าที่อะไรกันแน่ ทำไมต้องเสริมช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอออออออ?? ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่เราอาจเคยได้ยินมาบ้างตอนที่เรียนมัธยมหรือมหาลัย แต่รู้ไหมว่าธาตุเหล็กนี้สำคัญกับสาวๆ ยังไง?? ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุสำคัญภายในร่างกายที่มีความสำคัญต่อการผลิตเฮโมโกลบินที่เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ไมโอโกลบินหรือเม็ดเลือดแดงในกล้ามเนื้อ และเอนไซม์บางชนิด แต่ๆๆๆๆๆ มีเพียงแค่ร้อยละ 8 ของธาตุเหล็กที่กินเข้าไปเท่านั้นที่ร่างกายสามารถดูดซึมและเข้าสู่กระแสเลือดได้ ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 70 กิโลจะมีธาตุเหล็กประมาณ 4 กรัมในร่างกาย ฮีโมโกลบินซึ่งเป็นที่สะสมของธาตุเหล็กส่วนใหญ่ในร่างกาย จะถูกย่อยสลายและนำกลับมาใช้ใหม่ ตามวงจรชีวิตของเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีระยะเวลา 120 วัน ส่วนธาตุเหล็กที่เกาะกับโปรตีน และธาตุเหล็กในเนื้อเยื่อ ถูกเก็บสะสมในร่างกายในปริมาณเพียงเล็กน้อย ธาตุเหล็กช่วยรักษาและป้องกันภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กในช่วงที่เป็นประจำเดือน และช่วยฟื้นคืนความเนียนของสีผิวในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย สาวๆ สามารถหาแหล่งธาตุเหล็กจากธรรมชาติที่ดีที่สุดได้จาก เนื้อแดงต่างๆ เช่น เนื้อหมูและเนื้อวัว ตับ หอยกาบ ลูกพีชแห้ง ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ไข่แดง หอยนางรม ถั่วต่างๆ หน่อไม้ฝรั่ง กากน้ำตาลและข้าวโอ๊ต ถ้าสาวๆ มีภาวะประจำเดือนมามาก เสียเลือดมาก กินมังสวิรัติ หรือควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด อาจจะต้องเสริมอาหารประเภทธาตุเหล็กเข้าไปเพิ่ม และสาวๆ…

  • นวดแผนไทยผ่อนคลายมดลูก แก้ปวดประจำเดือน

    ปวดท้องประจำเดือนเป็นปัญหาที่พบได้บ๊อยบ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือน แม่นางทานตะวันเคยพูดกันไปแล้วว่าการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องปกติ!! สาวๆจะมีอาการปวดหน่วงหรือเกร็งบริเวณท้องน้อย อาการปวดอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ นอนก็ปวดท้อง นั่งก็ปวดท้อง ปวดท้องไปหมดนั่นเองงงงง นอกจากการกินยาแก้ปวดแล้ว การนวดแผนไทยก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้~~~~~ การนวดแผนไทยช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ยังไง?? การนวดแผนไทยช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยกลไกต่างๆ ดังนี้ – ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดบริเวณท้องน้อยอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือนนนนนนน การนวดแผนไทยจะช่วยคลายกล้ามเนื้อเหล่านี้ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นและบรรเทาอาการปวดได้ O[]O – ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต การนวดแผนไทยช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณท้องน้อย ทำให้มดลูกได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ซึ่งช่วยลดการหดรัดตัวของมดลูกและบรรเทาอาการปวดและช่วยลดการอักเสบ การนวดแผนไทยช่วยลดการอักเสบในบริเวณท้องน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดท้องประจำเดือนด้วยยยยย – ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน สารเอ็นดอร์ฟินเป็นสารสื่อประสาทที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย การนวดแผนไทยช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ การนวดแผนไทยแก้ปวดท้องประจำเดือนสามารถทำได้โดยใช้วิธีต่างๆ คือ – การนวดกดจุด การนวดกดจุดเป็นการนวดโดยใช้แรงกดบริเวณจุดต่างๆ บนร่างกาย จุดที่ใช้ในการนวดแก้ปวดท้องประจำเดือน ได้แก่ จุดกดที่อยู่บริเวณท้องน้อย จุดกดที่อยู่บริเวณหลัง และจุดกดที่อยู่บริเวณขา – การนวดคลึง การนวดคลึงเป็นการนวดโดยใช้มือคลึงกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวด การนวดคลึงช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้บรรเทาอาการปวดได้ – การนวดสั่น การนวดสั่นเป็นการนวดโดยใช้อุปกรณ์นวดสั่นบริเวณที่ปวด การนวดสั่นช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้บรรเทาอาการปวดได้ – การนวดน้ำมัน…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวคล้ำ’ก่อนมีประจำเดือน!!

    รู้ไหมว่าผิวคล้ำก่อนมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติมากกกกกและนี่คือวิธีรับมือแบบง้ายง่าย! ประจำเดือนส่งผลให้ผิวพรรณของเราเปลี่ยนไปอย่างที่บอกในประจำเดือนทำผิวเราเปลี่ยนไปยังไงบ้างนะ?? ปัญหาผิวคล้ำเป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนประสบพบเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวขาว ผิวจะยิ่งดูคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งสาเหตุของผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนก็มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงในช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายของเราจะมีการขับน้ำออกมากขึ้น ทำให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื้น ผิวจึงดูแห้งกร้านและหมองคล้ำได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยให้ผิวไม่หมองคล้ำในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วยนะ แค่สาวๆ ทำตามเคล็ดวิชาของแม่นางทานตะวันนี่เลย!!! 1. ทาครีมกันแดด ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสาวๆ ทุกคน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวขาว เพราะผิวขาวจะไวต่อแสงแดดมากกว่าผิวสีอื่นๆ ดังนั้นสาวๆ ควรทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวคล้ำเสีย 2. หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด แสงแดดจัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวคล้ำเสีย ดังนั้นสาวๆ ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะจะยิ่งทำให้ผิวคล้ำลงไปอีกกกกกกกกก 3. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดผิวคล้ำเสียได้ 4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ การทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ซึ่งจะช่วยลดการเกิดผิวหมองคล้ำ เช่น ผัก ผลไม้ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และธัญพืชต่างๆ 5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองบ้าง และจะช่วยลดการเกิดผิวคล้ำเสีย 6. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี…

  • ผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือน เกิดจากอะไร?

    หนีห่าวทุกคนนนนนนน สาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนอยู่บ้าง ยกมือขึ้นนนน แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายก่อนมีประจำเดือน ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณได้ โดยทั่วไปแล้ว ผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนจะเกิดขึ้นในช่วง 7-10 วันก่อนมีประจำเดือน โดยผิวจะเริ่มคล้ำขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และหน้าอก ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเช่นเดียวกับปัญหาผิวมันและปัญหาผิวแห้ง โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น ส่งผลให้ผิวดูหมองคล้ำและไม่สดใส ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้เกิดการผลิตเมลานินมากขึ้น ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้ผิวคล้ำขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ก็อาจส่งผลให้ผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนได้ เช่น ความเครียด การนอนหลับไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน ผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีต่างๆ ได้ที่นี่ หากสาวๆ คนไหนกำลังประสบปัญหาผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนอยู่ ก็อย่าเพิ่งกังวลใจนะเจ้าคะ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูน้าาาา Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • 7 วิธีพิชิต’ผิวแห้ง’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนจะหมดไป ถ้ารู้วิธีนี้! แม่นางทานตะวันได้พูดถึงสาเหตุของอาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนไปแล้วที่ 4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้ คงไม่มีใครอยากให้ผิวแห้ง ผิวเป็นขุยใช่ไหมล่ะ ทรมาณกับประจำเดือนแล้วยังต้องมาทรมาณกับผิวแห้งผิวลอกอีก ทรมาณแท้ วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง 7 วิธีพิชิตผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนน วิธีแก้ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น มีหลายวิธี ดังนี้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทาครีมบำรุงผิว ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด การอาบน้ำอุ่นจัดจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นในการอาบน้ำแทน ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ควรเลือกใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งและระคายเคือง หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น ควรหาทางจัดการกับความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ ปลา และธัญพืชต่างๆ เพื่อช่วยให้ผิวสุขภาพดีและชุ่มชื้น ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ หากอากาศในห้องแห้ง ควรใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนะเจ้าคะ ลองนำวิธีต่างๆ ที่แนะนำไปใช้กันนะ แล้วผิวของสาวๆ จะกลับมาชุ่มชื้นและสุขภาพดีอีกครั้งงงงงงงงงงงงง…

  • 4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ หลังจากพูดถึงปัญหาผิวมันไปกันแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนนนน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ยิ่งจะรู้สึกได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใกล้จะมีประจำเดือน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้น ร่างกายของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลง ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเองค่ะ อาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น อาจมีได้หลายระดับ ตั้งแต่ผิวแห้งเล็กน้อย จนถึงผิวแห้งมากจนลอกเป็นขุยเลยก็มี สาวๆ ที่มีผิวแห้งมาก อาจจะรู้สึกคันยิบๆ หรือแสบๆ ได้ด้วย ซึ่งก็ยิ่งสร้างความรำคาญใจให้กับสาวๆ เข้าไปอีก สาเหตุอื่นๆ ที่ทำผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า สาเหตุหลักที่สาวๆ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมการผลิตน้ำมันในผิวหนังของเรา เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็จะส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลงด้วย ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ก็อาจส่งผลให้ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย เช่น อากาศแห้ง อากาศแห้งในช่วงฤดูหนาวหรือในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ อาจทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น การอาบน้ำอุ่นจัด การอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานๆ อาจชะล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งได้ การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ การขาดความชุ่มชื้น การดื่มน้ำไม่เพียงพอหรือการไม่ทาครีมบำรุงผิว อาจทำให้ผิวแห้งได้ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ สาวๆ…

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวมัน’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ผิวมันก่อนมีประจำเดือน สิวบุก หน้าเยิ้ม ทำไงดี? สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนบ้างงงงงงง? แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ จนทำให้ผิวมันเยิ้ม สิวบุกได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันเลยมีเคล็ดวิชารับมือกับปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 1. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนก็คือการล้างหน้าให้สะอาดเจ้าค่ะ สาวๆ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปนะเจ้าคะ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและผลิตน้ำมันออกมาเยอะขึ้น 2. ใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว สาวๆ ควรใช้โทนเนอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนค่ะ โดยเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไป 3. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ แม้ว่าผิวของเราจะมัน แต่ก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่นะเจ้าคะ สาวๆ ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มมมมมมมม 4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ดีมากเจ้าค่ะ สาวๆ ควรเลือกใช้มาส์กหน้าที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว โดยมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้วน้าาาาา 5. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี้ดี สาวๆ…