ไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ตอนเป็นประจำเดือน?

แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาา ไฮๆ นะเจ้าคะ วันนี้พบเจอกันกับหัวข้อที่ว่าไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ทับระดูตอนเป็นประจำเดือน? ไข้ทับระดูคืออะไรน้าาาาา

ไข้ทับระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงมีไข้สูงในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยมักเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน มักมีอาการไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ยังไงก็ตามในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เลยทีเดียว เพราะอาการหนักมากกกกกกก

สาเหตุของไข้ทับระดู

สาเหตุที่แน่ชัดของไข้ทับระดูยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เช่นเดียวกับสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือน โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งมีระดับสูงในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีประจำเดือนมา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อในมดลูกหรือช่องคลอดได้!!!!

อาการของไข้ทับระดู

– มีไข้สูง
– ปวดหัว
– ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
– อ่อนเพลีย
– คลื่นไส้อาเจียน
– ท้องเสีย
– ปวดท้องน้อย
– ปวดหลัง
– เจ็บคอ
– ไอ
– น้ำมูกไหล
– ปวดตา
– ไวต่อแสง
– เบื่ออาหาร
– นอนไม่หลับ

การรักษาไข้ทับระดู

โดยทั่วไปแล้ว ไข้ทับระดูมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจให้ยาพารา หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อ

การป้องกันไข้ทับระดู

ไม่มีวิธีใดที่จะป้องกันไข้ทับระดูได้อย่างแน่นอน แต่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดไข้ทับระดูได้โดย
* ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
* รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
* ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
* นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
* หลีกเลี่ยงความเครียด
* หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยไข้หวัด
* รักษาสุขอนามัยให้ดี โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?

สาวๆ ควรไปพบแพทย์หากมีอาการไข้ทับระดูรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน หรือหากมีอาการดังต่อไปนี้
* ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
* ปวดศีรษะรุนแรง
* ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง
* อ่อนเพลียมาก
* คลื่นไส้
* อาเจียน
* ท้องเสีย
* ปวดท้องน้อยรุนแรง
* ปวดหลังรุนแรง
* เจ็บคอรุนแรง
* ไอ
* น้ำมูกไหล
* ปวดตา
* ไวต่อแสง
* เบื่ออาหาร
* นอนไม่หลับ

ที่บ้านของแม่นางทานตะวันเชื่อกันว่าคนที่เป็นไข้ทับระดูคือคนที่มีร่างกายอ่อนแอ ซึ่งนั่นค่อนข้างจะเป็นความจริงอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อร่างกายเราอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันของเราจะต่ำลง ทำให้เราไม่สบายได้ง่าย เสี่ยงที่จะติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อมได้มากกว่าปกติ คนที่ร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรงจึงมีโอกาสที่จะป่วยเป็นไข้ทับระดูมากกว่าสาวๆ ที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่แล้วนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • กินแต่’เนื้อ’มีผลต่อประจำเดือนหรือเปล่า?

    สาวๆ สายเนื้อทั้งหลาย เคยสงสัยกันไหมคะว่า การกินเนื้อ ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอย่างไร? บ้างก็ว่ากินเนื้อแล้วประจำเดือนมาน้อย บ้างก็ว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น เอาล่ะ! วันนี้เราจะไปคลายข้อสงสัยเหล่านี้พร้อมกัน! กินเนื้อมีผลต่อฮอร์โมนเพศหญิงจริงไหม? คำตอบคือ มีผล แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรง! การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่ง ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมรอบเดือน แล้วกินเนื้ออย่างไรให้ไม่กระทบประจำเดือน? 1. เลือกเนื้อไขมันต่ำ: เนื้อติดมันมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่าเนื้อไม่ติดมัน การเลือกเนื้อไม่ติดมันจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 2. ทานเนื้อในปริมาณที่พอเหมาะ: ปริมาณเนื้อที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 4-6 ออนซ์ต่อวัน 3. ทานผักผลไม้ควบคู่กัน: ผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย 4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน สรุป การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อประจำเดือน การเลือกเนื้อไขมันต่ำ ทานในปริมาณที่พอเหมาะ ทานผักผลไม้ควบคู่กัน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสนุกกับปาร์ตี้เนื้อย่างโดยไม่ต้องกังวล! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนกับทัศนคติชาวเอเชียตะวันออก

    สวัสดีสาวๆทุกคน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาคุยกันเรื่องสนุกๆ (แต่ฃสำหรับบางคนอาจจะไม่สนุกเท่าไหร่…) นั่นก็คือเรื่องประจำเดือน! ประจำเดือน เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ แต่ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียตะวันออก ประจำเดือนยังคงถูกห้อมล้อมไปด้วยความเชื่อ ความกังวล และความอาย วันนี้เราจะมาเปิดเผยทัศนคติสุดฮา (และแอบเศร้า) เกี่ยวกับประจำเดือนในแถบเอเชียตะวันออกกัน! 1. ประจำเดือน: บาปและสิ่งต้องห้าม ในบางวัฒนธรรม ประจำเดือนถูกมองว่าเป็นสิ่งสกปรก บาป หรือแม้กระทั่งเป็นสิ่งต้องห้าม ผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือนจะถูกห้ามเข้าวัด ทำอาหาร หรือแม้กระทั่งสัมผัสกับสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ โอ้โห! แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว! 2. อาหารต้องห้าม: เยอะแยะไปหมด! มี “ตำนาน” มากมายเกี่ยวกับอาหารต้องห้ามในช่วงมีประจำเดือน เช่น น้ำแข็ง แตงโม อาหารหมักดอง หรือแม้กระทั่งน้ำเย็น! แต่เดี๋ยวก่อน! “ตำนาน” เหล่านี้ไม่ได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเลยนะ! 3. อารมณ์แปรปรวน: เป็นบ้าหรือผีเข้า? ช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนของผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอาการอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย บางคนเหวี่ยงวีน บางคนขี้หงุดหงิด บางคนก็ร้องไห้ไม่หยุด แต่ไม่ต้องตกใจ! อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ และไม่ได้แปลว่า “เป็นบ้า” หรือ “ผีเข้า”…

  • ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

    หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ?? ‘กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย…

  • ‘อากาศหนาว’ทำไมถึงปวดท้องประจำเดือน?

    เราพูดกันไปถึงหลายๆข้อสงสัยที่ว่าอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน ทั้งกาแฟและน้ำมะพร้าวว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนหรือไม่?? ซึ่งก็มีทั้งทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงๆและไม่จริง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่างความหนาวเย็น สาวๆหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมความหนาวถึงทำให้ปวดท้องประจำเดือน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันเจ้าค่ะ ความหนาวทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว กล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกนี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เลือดไหลเวียนน้อยลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลง การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงนี้ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และความหนาวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับความหนาว ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความหนาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราป่วย ร่างกายของเราจะผลิตสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดอาการท้องอืด ความหนาวสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ซึ่งอาการท้องอืดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สรุปได้ว่าความหนาวทำให้เราปวดท้องประจำเดือนเพราะกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เลือดไหลเวียนน้อยลง ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำลงและอาการท้องอืด ถ้าสาวๆ ว่ามีอากาศหนาวที่อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สาวๆ ควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องและหลัง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน แม่นางทานตะวันหวังว่าจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจสาเหตุที่ความหนาวเย็นทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • กระแทกจิตกระทบใจ ทำซะ!! ลดปวดท้องเมนส์ได้

    หนีห่าววเจ้าค่ะทุกท่าน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาถ่ายทอดวิชาเกี่ยวกับปัญหาของสาวๆ นั่นก็คือปวดท้องเมนนนนนนนนส์! เรื่องนี้เป็นปัญหาที่หลายคนกำลังต้องเผชิญและประสบกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นเราจะมาถ่ายทอดวิชาในการแก้ปัญหาด้วยเคล็ดวิชาที่กระทบจิตกระแทกใจ! แต่เห็นผลแน่นอนนนน การที่เราจะมีความสุขตอนที่ปวดท้องเมนส์ อาจจะดูเหมือนเป็นงานที่ยากลำบากแสนลำบาก เพราะเราล้มเหลวในการบรรเทาในตอนที่ปวดท้องเมนส์ และส่วนใหญ่เราจะรู้สึกว่าเป็นเมนส์ไม่ควรทำอะไรทั้งนั้น แต่ลองคิดดูสักนิดนะเจ้าคะว่าถ้าเรารู้สึกสนุกสนานกับชีวิตตอนปวดท้องเมนส์จะได้อะไรบ้าง? ถ้าเรามองหาสิ่งที่น่าสนใจและน่าสนุกในชีวิตของเรา จะทำให้เรามีพลังบวกมากๆๆๆ เพื่อแก้ปัญหาอย่างมีความสุขได้ ดังนั้นวันนี้แม่นางทานตะวันจะนำเสนอเคล็ดวิชาที่จะช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์ ที่อาจจะทำให้สาวๆ รู้สึกดีกับชีวิตมากขึ้นในระหว่างที่ปวดท้องเมนส์ และยังช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์ที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย! โยนเทคโนโลยีทิ้งไปซะ! เวลาที่สาวๆ มีอาการปวดท้องเมนส์ ลองหันไปสนใจโลกให้มากขึ้นโดยการโยนเทคโนโลยีออกจากชีวิตไปซะ ทั้งโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้คที่ปกติสาวๆ ใช้เล่นเกมส์หรือดูซีรีย์ ถ้าอยากผ่อนคลายอย่างจริงๆ จังๆ การวางเทคโนโลยีลงซะบ้างแบบนี้จะทำให้รู้สึกดีขึ้นและลืมอาการไม่สบายท้องน้อยจากอาการปวดท้องเมนส์ไปเลย ชีวิตแฮปปี้ด้วยกิจกรรมทำสวน ตอนที่เราปวดท้องเมนส์ขึ้นมา ลองทำกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างการทำสวนดูบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อยที่เกร็งคลายตัวลง เช่น การปลูกผัก การทำความสะอาดสวน หรือการดูแลพืชที่เราชอบในสวนสวยๆ นอกจากนี้เรายังได้เพลิดเพลินกับการรับชมกิจกรรมต่างๆ ที่เราอาจไม่เคยได้ทำมาก่อน เช่น ดูดอกไม้ที่กำลังบาน หรือเล่นกับน้องหมาน้องแมวในสวนก็ได้! กินอาหารที่ให้พลังงานจากธรรมชาติ ในช่วงที่ปวดท้องเมนส์ การกินอาหารที่ดีต่อร่างกายจะช่วยให้รู้สึกมีพลังและมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย!! ลองใช้ความคิดไปกับอาหารกินแล้วมีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือไปดู 9 อาหารควรกินช่วงมีประจำเดือนได้เลย ออกกำลังกายซักหน่อย ขยับตัวซักนิด…

  • ท่าออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

    การมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติสำหรับสาวๆ วัยสะรุ่นอย่างเราๆ แต่สำหรับบางคน อาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ คนไหนเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหานี้ ลองใช้วิธีออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนดูสิเจ้าคะ การออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ยังไง? การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังมดลูก ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มระดับสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดประจำเดือนได้ ท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้? ท่าออกกำลังกายที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้มีหลายท่า เช่น * ท่าเด็ก (Child’s pose) * ท่าแมว (Cat pose) * ท่าวัว (Cow pose) * ท่าหมาคว่ำหน้า (Downward-facing dog) * ท่าผีเสื้อ (Butterfly pose) * ท่าสะพาน (Bridge pose) * ท่าตะแคงตัว (Twisting pose) * ท่าเหยียดขา (Leg-up-the-wall pose) วิธีการออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน * เริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพร่างกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย* เลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเราเองและเริ่มต้นด้วยการทำท่าละ 10-15 วินาที*…