กินแต่’เนื้อ’มีผลต่อประจำเดือนหรือเปล่า?

สาวๆ สายเนื้อทั้งหลาย เคยสงสัยกันไหมคะว่า การกินเนื้อ ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอย่างไร? บ้างก็ว่ากินเนื้อแล้วประจำเดือนมาน้อย บ้างก็ว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น เอาล่ะ! วันนี้เราจะไปคลายข้อสงสัยเหล่านี้พร้อมกัน!

กินเนื้อมีผลต่อฮอร์โมนเพศหญิงจริงไหม?

คำตอบคือ มีผล แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรง! การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่ง ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมรอบเดือน

แล้วกินเนื้ออย่างไรให้ไม่กระทบประจำเดือน?

1. เลือกเนื้อไขมันต่ำ: เนื้อติดมันมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่าเนื้อไม่ติดมัน การเลือกเนื้อไม่ติดมันจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

2. ทานเนื้อในปริมาณที่พอเหมาะ: ปริมาณเนื้อที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 4-6 ออนซ์ต่อวัน

3. ทานผักผลไม้ควบคู่กัน: ผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน

สรุป

การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อประจำเดือน การเลือกเนื้อไขมันต่ำ ทานในปริมาณที่พอเหมาะ ทานผักผลไม้ควบคู่กัน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสนุกกับปาร์ตี้เนื้อย่างโดยไม่ต้องกังวล!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • PMS อาการก่อนเป็นเมนส์ ไม่ควรกินอะไรบ้าง??

    เราพูดถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนไปแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากมีอาการก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ!! อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นอาหารที่ให้โทษกับร่างกายในช่วงที่เป็นเมนส์มากๆเลย อย่ารอช้าดีกว่า ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างงงงงงงง โดยปกติการกินเกลือหรืออาหารเค็มมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากินในช่วงที่เป็นเมนส์นะ การกินเกลือมากเกินไปจะทำให้มีน้ำคั่ง ทำให้มีอาการมึนหัวเวียนหัวบ้านหมุนแล้วก็ขาบวมได้ล่ะ แค่กๆๆ เจ็บคอจังเลย กินยาอมจากชะเอมเทศสักหน่อยซิ โนๆค่ะ ไม่ได้ๆ เพราะถ้ากินช่วงก่อนเป็นเมนส์ชะเอมเทศจะกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอัลโดสเทอโรน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเกลือโซเดียม และทำให้มีอาการบวมน้ำนะเจ้าคะ หนึ่งในเมนูที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรทานตอนเป็นเมนส์ แต่ช่วงก่อนเป็นประจำเดือนเองก็ไม่ควรกินอาหารและเครื่องดื่มเย็นๆมากเกินไปเหมือนกันนะเจ้าคะ เพราะมันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในท้อง และทำให้มีอาการปวดท้องเมนส์ตอนเมนส์มานั่นเอง ใครชอบดื่มกาแฟเห็นข้อนี้คงเบะปากมองบนกันเลยล่ะสิ ฮิๆ ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนออกมามากนัก แต่แพทย์และนักโภชนาการต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า คาเฟอีนที่เกินกว่า 100 มก. ต่อวันทำให้เกิดอาการวิตกกังวล เครียด และนอนไม่หลับได้ ปริมาณมากกว่านั้นอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วงนะ ไม่ดื่มกาแฟ เปลี่ยนไปดื่มชาดำแทนก็ได้ เสียใจด้วยเจ้าค่ะ แต่ต้องบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน เพราะในชาดำมีสารแทนนินที่คอยจับตัวกับแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้แร่ธาตุไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายนะเจ้าคะ ใครสายดื่มนี่ต้องงดดื่มซักหนึ่งอาทิตย์นะ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือด ลดระดับแมกนีเซียม ส่งผลต่อการทำงานของตับ และทำให้อาการ PMS แย่ลงได้ ไม่ร้องนะคะทุกคน งดดื่มแอลกอฮอล์แค่ไม่กี่วันเอง!! ถ้าเรากินผักที่มีออกซาเลตมากๆจะให้ออกซาเลตไปจับตัวกับแร่ธาตุอื่น มันจะกลายเป็นผลึกออกซาเลต ทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆไม่ได้…

  • ดูแลตัวเองช่วงมีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกหลุดร่อนออก ช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะลดลงมาอยู่ในช่วง หยางแปรเป็นหยิน ร่างกายเราจะไม่เหมือนเดิม ภูมิคุ้มกันลดลงต่ำมากกกกกก เป็นหวัดไม่สบายง่ายกว่าเดิม มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อบริเวณช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน คนที่แพ้ง่ายอาจจะมีอาการภูมิแพ้ รวมถึงเกิดโรคผิวหนังได้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นเราควรดูแลด้วยความระมัดระวังกันนะเจ้าคะ หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว ทางแพทย์แผนจีนเนี่ยมองว่ากรดจะช่วยควบคุมการดูดซึมอาหาร การกินอาหารรสเปรี้ยวมากเกินไป เช่น น้ำส้มสายชู บ๊วยดองและมะนาวเลยจะทำให้ประจำเดือนติดขัดขับออกมาไม่ราบรื่นนนนนน รักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ช่วงมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เลือดลมพร่อง หนึ่งในสาเหตุที่สาวๆปวดท้องประจำเดือน เราเลยควรระมัดระวังไว้ ทำให้ร่างกายอบอุ่น อย่าโดนฝน อย่าโดนลมหนาว ไม่ไปว่ายน้ำเล่น ในอดีตมีความเชื่อว่า ช่วงมีประจำเดือนไม่ควรสระผม เพราะเขาอยากให้ร่างกายของเราไม่ได้รับความหนาวเย็น แต่ในปัจจุบันให้สระผมได้ แต่ต้องเป่าแห้งทันทีที่ออกจากห้องน้ำนะ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ ในแพทย์แผนจีนเชื่อกันว่า ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ห้องเลือดเปิดกว้าง ควรปล่อยให้มดลูกขับเลือดเป็นงานหลัก ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจทำให้อสุจิและเลือดค้างอยู่ในมดลูก จะทำให้ปวดท้องน้อย จากมุมมองของแพทย์แผนตะวันตกเนี่ย ถือว่าด้านสุขอนามัยการปกป้องตัวเองของช่องคลอดในช่วงมีประจำเดือนจะทำได้ไม่ดีเท่าช่วงเวลาปกติ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อ เราเลยไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนนะเจ้าคะ กินอาหารที่ช่วยในการบีบตัวของมดลูกมากๆ อาหารที่ช่วยในการขับเลือดเสียออกจากร่างกาย เช่น ตับหมูน้ำมันงา เซี่ยงจี้น้ำมันงา และชาเพื่ออบอุ่นมดลูก เช่น ชาพุทราจีนลำไยอบแห้ง น้ำขิงน้ำตาลทรายแดง โจ๊กข้าวแดง ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ร่างกายค่อนข้างอ่อนไหวเป็นพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน อย่าคิดว่าแค่เป็นประจำเดือนจะทำตัวเหมือนตอนก่อนมีประจำเดือนก็ได้ เพราะบางอย่างที่เราไม่แพ้ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนเราอาจแพ้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาเป็นประจำเดือนเนี่ย…

  • กินยาแก้ปวดประจำเดือนบ่อยๆ เสี่ยงอะไร?

    สาวๆ หลายคนคงเข้าใจดีว่า “ปวดประจำเดือน” มันทรมานแค่ไหน บางทีเจ็บจนแทบขยับตัวไม่ได้ งานก็ต้องทำ ชีวิตก็ต้องไปต่อ! ทางออกที่ง่ายที่สุดก็คือ… หยิบยาแก้ปวดขึ้นมากิน! 💊 แต่รู้ไหมว่า ถ้ากินบ่อยๆ ทุกเดือน อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้นะ! 😱 วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเจาะลึกกันว่า การพึ่งยาแก้ปวดทุกครั้งที่ปวดประจำเดือน ส่งผลยังไงต่อร่างกายบ้าง และมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่ายังไงบ้าง ไปดูกันเลย! 🚀 1️⃣ ยาแก้ปวดอาจกัดกระเพาะ! 🥵 ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน นาพร็อกเซน ไดโคลฟีแนค) อาจช่วยลดอาการปวดได้เร็ว ⚡ แต่ปัญหาคือ มันสามารถกัดกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ้ากินเป็นประจำ หรือกินตอนท้องว่าง! 😵‍💫 🚨 อาการที่อาจเกิดขึ้น✅ ปวดท้อง แสบกระเพาะ✅ ท้องอืด ท้องเฟ้อ✅ กรดไหลย้อน หรือแผลในกระเพาะอาหาร 📌 วิธีเลี่ยง: ถ้าต้องกินยา ควรกินหลังอาหารทันที หรือดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อป้องกันกระเพาะระคายเคืองนะเจ้าคะ! 2️⃣ ไตต้องทำงานหนักขึ้น 🚰 รู้ไหมว่า…

  • ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

    สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ?? ติ่งเนื้อ (Polyps) ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา มดลูกโต (Adenomyosis) ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas) เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก…

  • 5 ข้อควรรู้สำหรับวัยรุ่นเริ่มมีประจำเดือน!!

    สาวๆวัยรุ่นทุกคนกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทำความรู้จักกับประจำเดือนของตนเอง การเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจสร้างความสับสนและความกังวลให้กับสาวๆในช่วงนี้ ด้วยเหตุนี้เอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องวัยรุ่นกับประจำเดือน เพื่อช่วยให้วัยรุ่นเข้าใจและรู้จักกับสภาวะนี้มากขึ้น *หมายเหตุ: การมีประจำเดือนเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพของผู้หญิงทุกคน หากมีปัญหาหรือคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเพื่อคำแนะนำในการดูแลตนเองในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นสาววัยรุ่นหรือผู้ปกครองที่มีลูกสาววัยรุ่น ควรเข้าใจเรื่องประจำเดือนอย่างละเอียด และมีชีวิตชีวาในวัยรุ่นด้วยกันนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรดี??

    “ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรเย็นๆดีมั้ยน้า ? ไม่ดีจ้าาาาาาาา~~~~~~~” เคยพูดไปแล้วที่นี่ว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไป ใครยังมีความคิดจะดื่มโกโก้เย็น เครื่องดื่มเย็นๆนี่หยุดเลยนะ เพราะมันไม่ได้จริงๆ ไปดูกันเถอะว่าช่วงเป็นเมนส์เราควรดื่มอะไรเพื่อไม่ให้ปวดท้องเมนส์หนักขึ้นไปอีก น้ำขิง เมนูในตำนาน ขึ้นหิ้งของสาวๆที่ปวดท้องเมนส์กันเป็นประจำ ใครปวดท้องเมนส์กันบ่อยๆต้องมีเจ้าตัวนี้ติดบ้านกันไว้แน่นอน รสชาติกลางๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มชา เดี๋ยวนี้น้ำขิงทำง่ายมากกกก มีผงขิงสำเร็จรูปขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปเต็มไปหมด แต่ถ้าใครอยากลองทำน้ำขิงแท้จากขิงแท้ๆ ทำตามนี้ได้เลยจ้า ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่) ขิงสด ประมาณ 10 กรัม น้ำร้อน 1 ถ้วย น้ำตาลทรายแดง (หรือน้ำผึ้ง) ปริมาณพอเหมาะ วิธีทำ 1.ล้างขิงให้สะอาดแล้วนำไปบดทั้งเปลือก 2.นำขิงที่บดแล้วไปกรองผ่านที่กรองชา แล้วรินน้ำร้อน ใครไม่มีไม่กรองก็ได้ 3.เติมน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้งลงไปตามความชอบ นอกจากน้ำขิงแบบธรรมดาๆแล้วเนี่ย ยังมีน้ำขิงผสมรากบัว น้ำขิงผสมต้นหอมและน้ำขิงผสมกระเทียม มีแม้แต่น้ำขิงผสมใบชิโสะหรือใบโอบะที่นอกจากช่วยให้ไม่ปวดท้องเมนส์แล้วเนี่ยยังช่วยปรับสภาพจิตใจ ลดอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย อารมณ์แปรปรวนช่วงก่อนเป็นเมนส์ด้วย ชาขิง นอกจากน้ำขิงที่เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับสาวๆ แล้ว ชาขิงเองก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมในการกำจัดภาวะตัวเย็นที่เป็นสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์เหมือนกันนะ ยิ่งถ้าเติมน้ำตาลทรายแดงที่มีฤทธิ์ร้อนจะยิ่งช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ดีมากๆเลยล่ะ ใครเบื่อกินน้ำขิงแล้วอยากลองมาดื่มชาขิงบ้างให้ทำตามนี้เลย ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่) ขิงสด…