ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น

วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ??

กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน

อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน

สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน

นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย ประคบร้อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงด้วยยยยยยยย

กาแฟอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกาแฟกับอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ถ้าสาวๆ มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง หรือมีอาการปวดท้องประจำเดือนบ่อยครั้งมากๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ระวัง! ปวดประจำเดือนนานไปเสี่ยงมีลูกยาก

    อย่างที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ที่ ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า? ว่าการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรงผิดปกติ หรือการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากกว่าปกติทำให้เราปวดท้องประจำเดือน แต่การที่เราปวดท้องประจำเดือนไม่ได้มีแค่สาเหตุนี้เท่านั้น อาจเกิดจากโรคต่างได้เช่นกัน เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จนกลายเป็นซีสต์และเจริญเติบโตกลายเป็นมะเร็งในโพรงมดลูก มดลูกโต ผังผืดในโพรงมดลูกและเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคเหล่านี้นอกจากทำให้ปวดท้องประจำเดือนแล้วยังทำให้มีลูกยากด้วย แล้วทำไมโรคเหล่านี้ถึงทำให้มีลูกยากไปดูกันเถอะ!!!! ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกอาจจะไปสะสมและเจริญเติบโตในรังไข่หรือปีกมดลูกแทนที่จะเจริญเติบโตในโพรงมดลูกในช่องท้อง ทำไมเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ถึงทำให้มีลูกยากกันล่ะ?? เพราะว่าเยื่อบุโพรงมดลูกจะทำให้เกิดผังผืดเพิ่มขึ้นบริเวณปีกมดลูก หรืออาจมีสารบางตัวที่ไปทำลายไข่ และขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนนั่นเองงงงงง พัฒนามาจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่โดยเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในรังไข่ในรูปแบบถุงน้ำ ทำให้ปวดประจำเดือนขั้นร้ายแรงงงงงง ภายในถุงน้ำมีของเหลวคล้ายช็อกโกแลต จึงมีการเรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ เมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้การเจริญเติบโตของฟองไข่เป็นไปได้ยากขึ้น ไข่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่มีการตกไข่เลยทำให้มีลูกยาก มดลูกโต คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มีรูปแบบเดียวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่เป็นการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มดลูกโตจะทำให้มดลูกเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีผังมดในมดลูก ส่งผลต่อการฝังตัวอ่อนและเพิ่มโอกาสในการแท้งลูกอีกด้วย ผังผืดในโพรงมดลูกเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้สาวๆ ที่ปวดท้องประจำเดือนมานานมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลงมาก เโรคอื่นๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมดลูกโตก็ล้วนแต่ทำให้เกิดผังผืดในมดลูกเช่นกัน ผังผืดในโพรงมดลูกอาจเกิดจากการอักเสบของมดลูกจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกถูกทำลาย ทำให้โพรงมดลูกเกิดการติดกัน ผังผืดมีทั้งผังผืดบางและผังผืดหนาจนปิดกั้นทั้งโพรงมดลูก พังผืดจะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และแท้งได้ง่าย เนื้องอกในมดลูกเป็นก้อนแข็งๆ ที่เกิดอยู่ภายในมดลูกบริเวณต่างๆ เช่น ตรงมดลูก โพรงมดลูกหรือปากมดลูก เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่อาจจะไปเบียดโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกผิดรูปไปจากปกติ ตัวอ่อนจึงไม่สามารถฝังตัวอยู่ในมดลูกได้ ส่งผลให้มีลูกยากไปด้วย การปวดท้องประจำเดือนนานๆ อาจไม่ได้มีสาเหตุแค่ร่างกายหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากเกินไปทำให้เรารู้สึกเจ็บจากการบีบตัวของมดลูกมากกว่าปกติ…

  • ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

    สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ?? ติ่งเนื้อ (Polyps) ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา มดลูกโต (Adenomyosis) ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas) เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก…

  • สุดยอดอาหารปรับสมดุลแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

    การที่ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจทำให้สาวๆ รู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจอยู่บ้าง ยังไงก็ตามการเปลี่ยนอาหารบางอย่างสามารถช่วยควบคุมรอบประจำเดือนและบรรเทาอาการประจำเดือนไม่ปกติได้!! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาดูอาหารที่สามารถช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและส่งเสริมการมีประจำเดือนให้สม่ำเสมอกานนนนน รีบคว้าปากกาและจดบันทึกอาหารที่สาวๆ ประจำเดือนมาไม่ปกติควรกินเลย! ประจำเดือนมาไม่ปกติเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือภาวะทางการแพทย์บางอย่าง เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือถุงน้ำรังไข่ เป็นต้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและบรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ โดยอาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่ ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม และบรอกโคลี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงโฟเลต ซึ่งช่วยลดอาการปวดประจำเดือนและปรับสมดุลฮอร์โมน ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง และกีวี ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวดประจำเดือนด้วย ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการหงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน ปรับฮอร์โมนให้คงที่ โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ และถั่วต่างๆ ซึ่งอุดมไปด้วยไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและบรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ อาหารที่มีโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และเมล็ดแฟลกซ์ ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวดประจำเดือน อาหารหมัก…

  • รู้ไหม!? ปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติเพราะอะไร??

    ปวดท้องเมนส์กับกระดูกกระเบนเหน็บเกี่ยวข้องกันตรงไหน?เกี่ยวกับปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติยังไง?? กระดูกกระเบนเหน็บคืออะไร?? กระดูกกระเบนเหน็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดูกที่ติดอยู่บริเวณก้นกบ อยู่ตรงศูนย์กลางของกระดูกเชิงกราน เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัว มดลูกจะแขวนอยู่ด้านในกระดูกเชิงกรานด้วยเส้นเอ็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หน้า-หลัง โดยมีลักษณะเหมือนกับเปล จุดกำเนิดของเส้นเอ็นติดอยู่กับกระดูกเชิงกราน ถ้ากระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว เส้นเอ็นก็จะเกิดความไม่สมดุลและจะดึงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่กระดูกกระเบนเหน็บยื่นออกมา เส้นเอ็นก็จะตึงไปทางใดทางหนึ่งนั่นเอง เพราะอวัยวะภายในต่างๆเลื่อนลงจากด้านบนสู่ด้านล่าง น้ำหนักของอวัยวะภายในเหล่านี้จะลงมากดที่มดลูก และค่อยๆทำให้เส้นเอ็นนั้นตึงขึ้นเรื่อยๆ เพราะ‘เส้นเอ็นตึงเครียด’นี่แหละที่เป็นปัญหา!! เพราะในช่วงที่เป็นเมนส์ เมื่อมดลูกบีบตัว เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะหลุดออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูก และตอนนั้นเอง เส้นเอ็นที่ติดอยู่กับมดลูกก็จะถูกดึงและเกิดความตึงเครียดขึ้น ถ้าจะให้พูดก็คืออาการปวดจากการบีบตัวของมดลูก จะมีการปวดจากความตึงเครียดของเส้นเอ็นรวมเข้าไปด้วย เวลาเป็นเมนส์ จากบริเวณที่ปวดเป็นพิเศษ สามารถคาดเดาบริเวณที่เส้นเอ็นเกิดปัญหาได้ด้วย คนที่มีอาการปวดบริเวณส่วนกลางของก้น อาจมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่กับบริเวณกระเบนเหน็บ คนที่มีอาการปวดบริเวณสีข้าง ก็อาจจะมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่ซ้าย-ขวาของด้านในกระดูกเชิงกราน หรือคนที่มีปัญหาบริเวณหัวหน่าว ก็หมายถึงเส้นเอ็นบริเวณหัวหน่าวนั่นแหละ สาเหตุของอาการปวดนั้น อาจเกิดจากความตึงเครียดเกินไปของเส้นเอ็น หรืออาการเลือดออกที่เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั่นเอง นอกจากนี้ บริเวณของกระดูกกระเบนเหน็บที่เป็นส่วนเชื่อมกับรังไข่และมดลูกนั้นเป็นทางเข้าออกของ”เส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บ” เพราะฉะนั้นเมื่อกระดูกกระเบนเหน็บผิดรูปเลยทำให้บริเวณรอบๆ กระดูกกระเบนเหน็บบวมและพองส่งผลให้การทำงานของเส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บน้อยลง และการทำงานของรังไข่และมดลูกแย่ลงได้ง่าย พอเป็นอย่างนั้นแล้ว มดลูกจะไม่ฟู กลายเป็นมดลูกที่เล็กและแข็งแทน ช่วงมีประจำเดือน คนที่ปวดมดลูกมากๆ นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเกิดความตึงเครียดที่เส้นเอ็นแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามดลูกข้างในค่อยๆแข็งตัวไปซะแล้ว ในทางกลับกัน ถ้ามดลูกนิ่มและฟู อาการปวดท้องเมนส์ก็จะไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ ผ่านพ้นช่วงทรมาณสังขารไปได้แบบสบายๆเลยล่ะ รู้แบบนี้แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกเชิงกรานหรือกระดูกกระเบนเหน็บเท่านั้นนะ…

  • ปฏิบัติการเสริมทัพ! ภูมิตกตอนเป็นเมนส์?! 🩸😩

    สาวๆ คนไหนเคยรู้สึกแบบนี้บ้างเจ้าคะ? ทั้งปวดท้องน้อย อารมณ์แปรปรวน แถมยังเป็นหวัดง่าย! 🤧🤒 ใช่แล้วเจ้าค่ะ… ช่วงมีประจำเดือน ร่างกายของเราฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ภูมิคุ้มกันก็เลยตกฮวบฮาบ พาลให้ป่วยง่ายกว่าปกติอีก! แต่ไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ! วันนี้แม่นางทานตะวันมีภารกิจสุดหรรษา “ปฏิบัติการเสริมทัพภูมิคุ้มกัน” มาฝากกันนนน! 💪🎉 1. กองกำลังอาหาร 💪🍎 กองทัพต้องเติมเสบียงไม่ให้ขาด 🥦🥬 กองทัพภูมิคุ้มกันก็ต้องการอาหารดีๆ! ช่วงเป็นประจำเดือนเน้นผักผลไม้ 🍎🍌🥕 วิตามินซีสูงๆ ปลา🐟 เต็มไปด้วยโอเมก้า 3 ดีต่อสุขภาพสุดๆ! 2. กองกำลังนอน 😴💤 รู้มั้ยเจ้าคะว่าการนอนหลับพักผ่อน😴🛌 สำคัญมากๆ! นอนน้อยภูมิคุ้มกันก็อ่อนแอ เหมือนทหารไม่ได้พักผ่อน! 😴 ตั้งเป้าหมายนอน 7-8 ชั่วโมง 💤 ตื่นมาสดชื่น พร้อมลุยทั้งวันเลย! 3. กองกำลังออกกำลังกาย 🏃‍♀️🏋️‍♀️ ไม่ต้องถึงขั้นฝึกหนักเหมือนทหาร 🏋️‍♀️💪 แค่ขยับร่างกายเบาๆ 🚶‍♀️🏃‍♀️ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียน ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นเยอะ! 4. กองกำลังผ่อนคลาย 😌🧘‍♀️…

  • ปวดท้องก่อนมีประจำเดือน เกิดจากอะไรนะ??

    ปัญหาปวดท้องประจำเดือนพบเห็นได้ทั่วไปกับสาวๆ ที่มีร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่รู้ไหม นอกจากปวดท้องประจำเดือนแล้วยังมีอีกหนึ่งการปวดท้องน้อยที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน แต่เกี่ยวข้องกับประจำเดือนด้วย นั่นก็คือ การปวดท้องจากการตกไข่ นั่นเอง ปวดท้องจากการตกไข่คืออะไร?? เกิดขึ้นเมื่อไหร่?? โดยปกติเราจะมีการตกไข่ช่วง 14 วันก่อนจะเป็นประจำเดือนอยู่แล้ว ซึ่งการปวดท้องจากการตกไข่นี้อาจส่งผลต่อใครก็ตามที่มีการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่ไข่ถูกปล่อยออกมาเป็นส่วนหนึ่งของรอบประจำเดือน เราจะมีอาการปวดท้องจากการที่รังไข่ปล่อยไข่ออกมา จะมีความรู้สึกเหมือนปวดตุบๆ หรือกระตุกอย่างฉับพลัน ใช้เวลาไม่กี่นาทีถึง 1 หรือ 2 วัน เกิดขึ้นประมาณ 14 วันก่อนมีประจำเดือน จะรู้สึกปวดท้องแค่ 1 ด้านในแต่ละครั้ง สลับข้างกันทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับรังไข่ตัวไหนปล่อยไข่ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยหรือตกขาวระหว่างการตกไข่ก็ได้ หากการตกไข่เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เจ็บปวดและไม่รุนแรง การอาบน้ำอุ่นหรือกินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน อาจเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องการ หมออาจแนะนำ การคุมกำเนิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไข่ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด หากหมอคิดว่ามีอย่างอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวด อาจส่งสาวๆ ไปทดสอบหรือพบผู้เชี่ยวชาญ การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าเกิดจากอะไร นอกจากการปวดท้องเพราะตกไข่แล้วบางทีการปวดท้องอาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือซีสต์รังไข่ การปวดท้องจากการตกไข่เกิดก่อนประจำเดือนจะมาค่อนข้างนาน สาวๆ จึงอาจไม่ทันคิดว่าการปวดท้องจากการตกไข่นี้เกี่ยวกับการที่ประจำเดือนมาด้วย แต่การปวดท้องจากการตกไข่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าการปวดท้องประจำเดือน เพราะในตอนที่มีการตกไข่จะมีแรงบีบรัดตัวน้อยกว่าตอนที่เป็นประจำเดือนแล้วนั่นเองเจ้าค่ะ…