ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ??

ติ่งเนื้อ (Polyps)

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา

มดลูกโต (Adenomyosis)

ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี

เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas)

เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก เปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูก และส่วนใหญ่จะทำให้เกิดภาวะประจำเดือนมามาก บางครั้งทำให้เกิดภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง เนื้องอกในมดลูกไม่เป็นพิษเป็นภัยแต่เติบโตได้รวดเร็วมาก และยากที่จะแยกออกจากมะเร็งประเภท – มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก เนื้องอกบางชนิดมีพฤติกรรมเหมือนติ่งเนื้อ หากถูกขับออกจากมดลูก จะสามารถมองเห็นการเกิดของเนื้องอกได้

เนื้อร้าย หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ
(Malignancy or endometrial hyperplasia)

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มีเซลล์ผิดปกติและไม่มีเซลล์ผิดปกติ การรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติเป็นรายบุคคล ขึ้นอยู่กับการมีภาวะผิดปกติและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติในทางจุลพยาธิวิทยากำหนดไว้ว่าเป็นเนื้อเยื่อต่อมในเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ ในผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนมักเกิดขึ้นเมื่อการตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่ เช่น ในกลุ่มอาการรังไข่หลายใบ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่น ในกรณีที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเพียงอย่างเดียวหรือในกรณีที่เป็นโรคอ้วน

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial cancer)

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกพบได้น้อยในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นเสมอไป มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นได้ในสตรีวัยหมดประจำเดือนหรือผู้หญิงทุกคนถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด ผู้ป่วยโรคอ้วนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกโดยไม่คำนึงถึงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยโรคอ้วนจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกในระดับสูง เพราะการเปลี่ยนแอนโดรเจนเป็นเอสตราไดออลในเนื้อเยื่อไขมัน สิ่งนี้กลายเป็นแหล่งที่มาของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกที่ไม่ได้รับการค้านในภาวะผิดปกติของการตกไข่ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีเลือดออกทางช่องคลอด สาวๆ ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ นะ

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก (Leiomyosarcomas)

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูกเป็นมะเร็งที่หายากมากในผนังกล้ามเนื้อมดลูก ส่วนใหญ่มักค้นพบเมื่อมีการวิเคราะห์จุลพยาธิวิทยาหลังการผ่าตัดมดลูกออก เนื่องจากมีเลือดออกมากหรือปวดท้องประจำเดือน โดยสันนิษฐานเริ่มต้นอาจบ่งชี้ว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก

มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)

หนึ่งในมะเร็งที่ตอนนี้มีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ มะเร็งรูปแบบนี้กำลังลดลงเนื่องจากโครงการฉีดวัคซีนและคัดกรองเชื้อไวรัสแปปิโลมาในมนุษย์(HPV) HPV เป็นไวรัสที่พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 99% ในสังคมที่ไม่มีการฉีดวัคซีน HPV หรือไม่มีโปรแกรมตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้หญิงที่ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษามีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ HPV

ที่พบบ่อยที่สุดคือมะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (75%) และมะเร็งชนิดต่อม (23%) แนวโน้มการตรวจพบมะเร็งชนิดนี้คือการตรวจหาเชื้อ HPV ที่อวัยวะเพศโดยการสุ่มตัวอย่างทางช่องคลอดหรือการตรวจปากมดลูก เพื่อให้สามารถค้นหาและรักษารอยโรคก่อนเกิดมะเร็งได้ อาการเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน และเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์เป็นอาการหลักในมะเร็งระยะเริ่มแรก

ภาวะเลือดหยุดยาก /ภาวะเลือดออกผิดปกติ
(Coagulopathy /bleeding disorders)

ในกลุ่มผู้หญิง (ไม่ว่าอายุเท่าไร) ที่มีเลือดออกมาก มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดร้อยละ 20 สหพันธ์นรีเวชวิทยาและสูติศาสตร์สากล(FIGO) แนะนำให้คัดกรองเพื่อตรวจหาความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดในผู้หญิงที่มีเลือดออกผิดปกติในมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะเลือดหยุดยากอาจเกิดลิ่มเลือดในประจำเดือน และอาจประสบภาวะประจำเดือนมามาก

ภาวะตกไข่ผิดปกติ (Ovulation disorders)

ภาวะตกไข่ผิดปกติ คือ การไม่มีไข่ตกออกมาจากรังไข่ โดยที่อาจมีหรือไม่มีการเจริญของฟอลลิเคิลในรังไข่ก็ได้ เมื่อไม่มีการตกไข่ก็จะไม่มีการสร้างคอร์ปัสลูเตียม (Corpus luteum) ซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกกลายเป็นประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนไม่มา หรือในรายที่มีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวมีการหลุดลอกตัวผิดปกติ เกิดภาวะประจำเดือนมามาก หรือเลือดออกกะปริดกะปรอยได้

นอกจากจะทำให้เกิดความผิดปกติของประจำเดือนแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติและมะเร็งโพรงมดลูก นอกจากนั้น หากไม่รักษาสาเหตุของการเกิดภาวะไม่ตกไข่ อาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกายอันเกิดจากภาวะแอนโดรเจนเกิน ภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะกระดูกบาง และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถแก้ไขได้ของภาวะมีบุตรยากอีกด้วย

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ PCOS เป็นโรคต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยที่สุดในสตรีวัยเจริญพันธุ์ กลุ่มอาการนี้ตั้งชื่อตามลักษณะเฉพาะของซีสต์ถุงน้ำรังไข่ขนาดเล็กหลายตัวที่เห็นในอัลตราซาวนด์ใกล้กับพื้นผิวรังไข่ แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทราบก็คือนี่เป็นสัญญาณและไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติ

PCOS มักทำให้เกิดประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมามาก ผมร่วง สิวขึ้น ปวดอุ้งเชิงกราน ตั้งครรภ์ลำบาก ลักษณะหลักของกลุ่มอาการนี้ ได้แก่ ภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจนมากเกินไป ไม่มีการตกไข่ และการดื้อต่ออินซูลิน

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน (Premature ovarian insufficiency)

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน คือ ภาวะที่รังไข่ของสตรีที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ หรือก็คือในผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี มีภาวะประจำเดือนขาดและภาวะฮอร์โมนโกนาโดโทรปิกเกิน มีภาวะรังไข่หยุดทำงาน เพื่อลดอาการของหลอดเลือด ป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ภาวะขาดประจำเดือน (Functional hypothalamic amenorrhea)

ภาวะขาดประจำเดือนจากการทำงานของไฮโปทาลามัสเป็นภาวะตกไข่เรื้อรัง ภาวะนี้สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป การลดน้ำหนัก หรือความเครียดหลังจากการเปลี่ยนแปลงของชีวิต

เห็นแล้วว่าการปวดท้องประจำเดือนอาจไม่ใช่แค่ปวดท้องประจำเดือนนะ ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายกันดีๆ มดลูกมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของผู้หญิง ถ้าพบความผิดปกติจากประจำเดือนให้รีบไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้ปวดท้องประจำเดือนเรื้อรังจนเป็นโรคเหล่านี้นะ!!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ตอนเป็นประจำเดือน?

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาา ไฮๆ นะเจ้าคะ วันนี้พบเจอกันกับหัวข้อที่ว่าไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ทับระดูตอนเป็นประจำเดือน? ไข้ทับระดูคืออะไรน้าาาาา ไข้ทับระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงมีไข้สูงในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยมักเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน มักมีอาการไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ยังไงก็ตามในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เลยทีเดียว เพราะอาการหนักมากกกกกกก สาเหตุของไข้ทับระดู สาเหตุที่แน่ชัดของไข้ทับระดูยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เช่นเดียวกับสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือน โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งมีระดับสูงในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีประจำเดือนมา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อในมดลูกหรือช่องคลอดได้!!!! อาการของไข้ทับระดู – มีไข้สูง– ปวดหัว– ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ– อ่อนเพลีย– คลื่นไส้อาเจียน– ท้องเสีย– ปวดท้องน้อย– ปวดหลัง– เจ็บคอ– ไอ– น้ำมูกไหล– ปวดตา– ไวต่อแสง– เบื่ออาหาร– นอนไม่หลับ การรักษาไข้ทับระดู โดยทั่วไปแล้ว ไข้ทับระดูมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจให้ยาพารา หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อ การป้องกันไข้ทับระดู…

  • เช็คให้ชัวร์! ระหว่างมีประจำเดือนควรทำไหม 🌸

    สาวๆ หลายคนคงเคยเจอกับคำถามในใจว่า “ช่วงมีประจำเดือน เราควรทำอะไร และไม่ควรทำอะไรบ้าง?” วันนี้เรามาเช็คกันให้ชัวร์ พร้อมเคล็ดลับดูแลตัวเองให้ผ่านวันนั้นของเดือนอย่างสดใส 🌈✨ เพราะประจำเดือนคือเรื่องธรรมชาติที่สาวๆ ทุกคนต้องเจอ เรามาดูแลตัวเองให้ดีเพื่อสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงกันเถอะ 💪💕 สิ่งที่ควรทำ ✅ สิ่งที่ไม่ควรทำ ❌ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดในวันนั้นของเดือน 💖 ประจำเดือนอาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่ถ้าเรารู้วิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ทุกอย่างจะง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ ✨ อย่าลืมฟังร่างกายตัวเอง และทำในสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น 🌈 สุขภาพกายดี อารมณ์แจ่มใส ประจำเดือนก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราเอาอยู่! 😊💕 เพราะคุณคือคนสำคัญ อย่าลืมดูแลตัวเองนะคะ! 🌸 Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • สิวเจ้าปัญหา บอกปัญหาประจำเดือนอย่างไรบ้าง?

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ (และหนุ่มๆ ที่แอบสนใจ) 😘 ใครเคยสังเกตบ้างเจ้าคะ ว่าทำไมสิวตัวแสบ 🏹 ถึงชอบโผล่มาทักทายบนหน้าเราก่อน “วันนั้นของเดือน” กันนะ? ถ้าคุณมีคำถามนี้ในใจ… คุณมาถูกที่แล้วเจ้าค่ะ! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาคุณไปแกะรอย “สิวเมนส์” 🕵️‍♀️ ว่ามันกำลังบอกอะไรเราอยู่บ้าง ไปเริ่มกันเลย! 💃 🤯 ทำไมสิวต้องมาพร้อมประจำเดือน? ก่อนจะโทษสิว… มารู้จักฮอร์โมนของเรากันก่อน! ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายของเราจะขึ้นๆ ลงๆ ตามรอบเดือนเจ้าค่ะ 🌀 🗺️ สิวขึ้นตรงไหน บอกอะไรเราบ้าง? สิวไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่มันส่งสัญญาณถึงสุขภาพภายในของเราด้วยนะเจ้าคะ มาดูกันว่าขึ้นตรงไหน แปลว่าอะไรบ้าง! 🛡️ วิธีรับมือกับสิวเมนส์แบบนางเอก 🤩 บอกลา “สิวเมนส์” แบบมั่นใจ! รู้แบบนี้แล้วก็อย่าตกใจเวลาสิวมาทักทายก่อนประจำเดือนนะเจ้าคะ! ให้คิดซะว่ามันเป็นแค่เพื่อนที่มาบอกว่า “ถึงเวลาที่ต้องดูแลตัวเองเพิ่มอีกนิด” แล้วทุกอย่างจะดีเองเจ้าค่ะ 💕 ถ้าอยากให้หน้าปังแบบยาวๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพองค์รวมด้วยน้า 🥰 สิวอาจจะโผล่มาได้ แต่ความมั่นใจของเรา… จะไม่มีวันหายไปเจ้าค่ะ! ✨ 💌 สุดท้ายนี้… ใครมีเคล็ดลับเด็ดๆ ก็มาบอกต่อกันได้นะเจ้าคะ!…

  • เมนส์มามากผิดปกติ! เสี่ยงเลือดจางหรือไม่?

    มีไหมที่ ช่วงมีประจำเดือน เลือดออกเยอะผิดปกติ จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่กว่าปกติ? 😨 บางคนเมนส์มาเยอะจนรู้สึก เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือถึงขั้นเป็นลม! นี่อาจไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา แต่มันอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมากเกินไป 🩸❗ วันนี้เราจะพามาเช็กกันว่า เมนส์มามากแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? และ ความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมีอะไรบ้าง? 🚨 เมนส์มามากแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? ปกติแล้ว ประจำเดือนจะออกมาประมาณ 30-80 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน (ประมาณ 3-5 ช้อนโต๊ะ 🥄) แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ อาจเข้าข่าย “เมนส์มามากผิดปกติ” หรือที่เรียกว่า Menorrhagia 🔴 ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมงติดต่อกันหลายชั่วโมง🔴 ใช้ผ้าอนามัยกลางคืน แต่ยังซึมเปื้อนทะลุที่นอน🔴 เมนส์มานานเกิน 7 วัน🔴 มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าเหรียญ 5 บาท) ปนออกมา🔴 เหนื่อยง่าย หน้ามืด ใจสั่น อ่อนเพลียกว่าปกติ ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกัน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเสี่ยงภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมากเกินไป! 😵 🩸 เมนส์มามาก…

  • ประจำเดือนทำผิวเราเปลี่ยนไปยังไงบ้างนะ??

    ไหนลองถูผิวดูหน่อยซิ เอี๊ยดดดดดด อุ๊ต้ะ! พอประจำเดือนมาทำไมผิวแปลกๆ ไปล่ะเนี่ย ประจำเดือนเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของผู้หญิงทุกๆ คน แต่รู้ไหมว่าประจำเดือนส่งผลต่อผิวพรรณของเราด้วยนะ! ในช่วงที่มีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เหมือนกับการเกิดสิวของเรา ผิวมัน ในช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายของเราจะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้ผิวของเราแลดูมันเยิ้มและเป็นสิวง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณทีโซนอย่างหน้าผาก จมูก คาง ผิวแห้ง ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนบางชนิดที่ลดลงในช่วงที่มีประจำเดือนก็ทำให้ผิวของเราแห้งลงได้ โดยเฉพาะบริเวณแก้มและรอบดวงตา ผิวหมองคล้ำ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงที่มีประจำเดือนยังทำให้ผิวของเราหมองคล้ำลงได้ เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงผิวลดลง แพ้ง่าย ผิวของเราจะแพ้ง่ายขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลง สิวขึ้น สิวเป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความมันบนใบหน้า ริ้วรอยเหี่ยวย่น ในช่วงที่มีประจำเดือน ผิวของเราจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินมากขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายขึ้น ผิวแต่ละคนจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับแต่ละคน หรือบางคนอาจจะเป็นทุกอาการที่พูดถึงเลยก็ได้นะ ติดตามการดูแลผิวของเราช่วงที่เป็นประจำเดือนได้ที่นี่เลย Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เครียดมาก ประจำเดือนหาย! ทำไมเป็นแบบนี้?

    เครียดแล้วเมนส์ไม่มา? 😱 ทำไมความเครียดถึงส่งผลต่อประจำเดือนกันนะ! เคยเป็นไหม? อยู่ดีๆ เมนส์ก็ไม่มา หายไปเฉยๆ 😵‍💫 นั่งนับวันแล้ว นับแล้วนับอีก แต่ก็ยังไม่มา! ก่อนจะตกใจคิดว่าท้อง ลองเช็กตัวเองก่อนว่า สาวๆเครียดอยู่หรือเปล่า? เพราะความเครียดอาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้รอบเดือนของเรารวนได้นะเจ้าคะ 😵 🔍 ความเครียดส่งผลต่อร่างกายยังไง? เมื่อเราต้องเผชิญกับเรื่องหนักๆ ไม่ว่าจะเป็น งานหนัก, สอบเครียด, นอนไม่พอ, หรือแม้แต่ปัญหาชีวิต ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดโดยตรงเจ้าค่ะ ปัญหาคือ คอร์ติซอลจะไปกวนฮอร์โมนเพศหญิง 😨 ทำให้การทำงานของระบบสืบพันธุ์รวน จนร่างกายอาจหยุดการตกไข่หรือทำให้รอบเดือนมาไม่ปกติได้เจ้าค่ะ 😨 ประจำเดือนขาดหายจากความเครียด – อาการที่อาจเจอ 💡 สรุปสั้นๆ – เครียดมากไป ประจำเดือนเลยไม่มา! ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้รอบเดือนรวนแบบไม่รู้ตัว 😥 ถ้าอยากให้ประจำเดือนกลับมาปกติ ต้องดูแลตัวเองให้ดีขึ้น ทั้งการพักผ่อนให้พอ, ออกกำลังกาย, และลดความเครียดด้วยวิธีที่เหมาะกับตัวเอง ถ้าทำทุกอย่างแล้วยังไม่มีวี่แววว่าประจำเดือนจะมาเกิน 3 เดือน แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กเพิ่มเติมนะ! 🏥 ลองสังเกตร่างกายตัวเองดีๆ…