4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้

สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ หลังจากพูดถึงปัญหาผิวมันไปกันแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนนนน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ยิ่งจะรู้สึกได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใกล้จะมีประจำเดือน เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ก็เพราะว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้น ร่างกายของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลง ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเองค่ะ อาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น อาจมีได้หลายระดับ ตั้งแต่ผิวแห้งเล็กน้อย จนถึงผิวแห้งมากจนลอกเป็นขุยเลยก็มี สาวๆ ที่มีผิวแห้งมาก อาจจะรู้สึกคันยิบๆ หรือแสบๆ ได้ด้วย ซึ่งก็ยิ่งสร้างความรำคาญใจให้กับสาวๆ เข้าไปอีก

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า สาเหตุหลักที่สาวๆ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมการผลิตน้ำมันในผิวหนังของเรา

เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็จะส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลงด้วย ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ก็อาจส่งผลให้ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย เช่น

อากาศแห้ง

อากาศแห้งในช่วงฤดูหนาวหรือในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ อาจทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น

การอาบน้ำอุ่นจัด

การอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานๆ อาจชะล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งได้

การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง

การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

การขาดความชุ่มชื้น

การดื่มน้ำไม่เพียงพอหรือการไม่ทาครีมบำรุงผิว อาจทำให้ผิวแห้งได้

ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ สาวๆ สามารถทำตามวิธีต่างๆ ที่แนะนำข้างต้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนได้ และอย่าลืมดูแลผิวเป็นประจำเพื่อให้ผิวสวยสุขภาพดีอยู่เสมอกันนะเจ้าคะ

บางคนอาจจะมีปัญหาผิวแห้งและอาจจะมีปัญหาผิวมันด้วย อ่านวิธีแก้ปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ที่ 10 วิธีพิชิตผิวมันก่อนมีประจำเดือน!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • รู้ไหมทำไมไม่ควรออกกำลังหนักๆตอนเป็นเมนส์?

    เพราะอะไร เธอจึงทิ้งฉันปายยยย ~ แฮร่ ไม่ใช่ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาแถลงไขถึงคำถามปริศนาที่เพื่อนหลายคนอยากรู้ นั่นก็คือคำถามที่ว่า ทำไมไม่ควรออกกำลังหนักๆตอนเป็นเมนส์?ทำไมต้องเปลี่ยนมาออกกำลังกายเบาๆ แทนการออกกำลังกายแบบเต็มเหนี่ยวไปเลยพี่แบบปกติของเรากัน!! เรารู้กันอยู่แล้วว่าช่วงที่เป็นเมนส์เป็นช่วงที่เราบอบบ้างบอบบาง ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่เท่ากับเวลาปกติ เลยไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหมหรือลดอาหาร แต่ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นกันล่ะ ?? เหตุผลหลักก็คือช่วงที่เป็นเมนส์เป็นช่วงที่เราสูญเสียเลือดมาก ธาตุเหล็กในร่างกายเราจะลดลงมากๆในครั้งเดียว อาจทำให้เรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ใจสั่น วิงเวียนบ้านหมุน หนาวง่ายขึ้น และยังเป็นช่วงที่เป็นเมนส์ รังไข่ของเราจะผลิตฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและเอสโทรเจนลดลง เลยทำให้เราสูญเสียมวลกระดูกได้ง่ายกว่าปกติ ยิ่งถ้าช่วงนี้ยังอดอาหารด้วยล่ะก็อาจจะยิ่งส่งผลเสียต่อมวลกระดูก ถ้าเราออกกำลังกายแบบหนักหน่วงเหมือนช่วงที่ไม่เป็นเมนส์อาจจะทำให้เราบาดเจ็บหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายในอื่นๆด้วยนั่นเอง สรุปสั้นๆก็คือ จากที่ปกติเราสามารถออกกำลังตามคลิปเบเบ้ได้ซักสามชั่วโมง ช่วงที่เราเป็นเมนส์เราอาจไม่แข็งแรงเท่าเวลาปกติอาจจะทำได้ซักครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเราขี้เกียจแต่เป็นเพราะเราเสียเลือดมากเกินไปต่างหากล่ะ ธาตุเหล็กในร่างกายลดลง เราเลยเหนื่อยและอ่อนเพลียได้มากกว่าปกติ และกระดูกยังเปราะบางกว่าปกติเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายอย่างหนักอีกด้วยเจ้าค่ะ รู้อย่างนี้แล้วเพื่อนๆอย่าออกกำลังกายกันแบบหักโหมในตอนที่เป็นเมนส์เด็ดขาดเลยนะ เปลี่ยนมาออกกำลังกายแบบเบาๆแทน อยากรู้ว่าตอนเป็นเมนส์ควรลดน้ำหนักยังไง แวะไปอ่านกันได้ที่นี่นะเจ้าคะ!! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • สงบจิตสงบใจ บรรเทาปวดท้องประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาร ฮี้ววววว เราเคยพูดไปแล้วว่าการที่มีอะไรมากระทบจิตใจเรามากๆ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนอาจส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราได้ ในสภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?! และเราได้แนะนำวิธีการกระแทกจิตกระทบใจ ทำซะ!! ลดปวดท้องเมนส์ได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาจิตใจให้มีความสุข ลดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในวิธีการลดความเครียดจากภายนอก บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน อย่างวิธีนั่งสมาธิ !!!! การนั่งสมาธิเป็นวิธีปฏิบัติทางจิตใจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิต่อสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ อาการปวดประจำเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือนแล้ว โดยอาการปวดอาจเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน และอาจรุนแรงได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ สาเหตุของอาการปวดประจำเดือนนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูกและทำให้เกิดอาการปวดได้ การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เนื่องจากการนั่งสมาธิช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้การหดรัดตัวของมดลูกน้อยลงและอาการปวดลดลง นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีนตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดอาการปวดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ การนั่งสมาธิเป็นการฝึกจิตใจให้สงบและมีสมาธิ โดยการเพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจหรือคำภาวนา การนั่งสมาธิช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้การนั่งสมาธิยังช่วยให้เราตระหนักถึงความรู้สึกต่างๆในร่างกาย รวมถึงอาการปวดประจำเดือน เมื่อเรามีสติอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้ เราจะสามารถรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้น มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิในการลดอาการปวดประจำเดือน งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่นั่งสมาธิเป็นประจำมีอาการปวดประจำเดือนน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้นั่งสมาธิ นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ สาวๆ ที่กำลังมองหาวิธีธรรมชาติในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน การนั่งสมาธิอาจเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ การนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ไม่ใช้พื้นที่เยอะและประหยัดเวลาในการลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้…

  • ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

    หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ?? ‘กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย…

  • ฮอร์โมนตัวดีทำเราแย่ตอนมีประจำเดือน!!

    รู้หมือไร่ แฮร่ รู้หรือไม่ในร่างกายผู้หญิงเรามีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สำคัญมากๆ เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมทำให้เราผิวมัน ผิวแห้ง ผิวคล้ำ หน้ามัน หน้าแห้ง เป็นสิว ผมร่วง อารมณ์สวิงยิ่งกว่าชิงช้า ใช่แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงฮอร์โมนสุดแสนสำคัญของผู้หญิงเราอย่าง ‘ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน’ นั่นเองงงงงง ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญสองชนิดที่ควบคุมรอบเดือนและการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของลักษณะทางเพศทุติยภูมิของผู้หญิง เช่น หน้าอก สะโพก และขนตามร่างกาย ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีหน้าที่เตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและเตรียมร่างกายสำหรับการตั้งครรภ์ หากไม่มีการตั้งครรภ์ เยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกและหลั่งออกมาเป็นประจำเดือน ในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือน ระดับเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและทำให้มูกปากมดลูกบางลงเพื่อให้สเปิร์มสามารถเดินทางไปยังไข่ได้ง่ายขึ้น เมื่อไข่ตก ระดับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากไม่มีการตั้งครรภ์ ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลงและเยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างรอบเดือนอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ปวดหัว เจ็บเต้านม บวมน้ำและมีสิวขึ้น อาการเหล่านี้มักเรียกว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) และสามารถส่งผลกระทบต่อผู้หญิงได้มากถึง 85% ถ้ามีอาการ PMS รุนแรงมาก สาวๆอาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา อาจมีการแนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนบำบัด หรือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อช่วยบรรเทาอาการนะเจ้าคะ อาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนส่งผลต่ออารมณ์อย่างไร ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ของผู้หญิง…

  • ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด ทำให้ปวดท้องมากขึ้นจริงหรือ?

    สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า เวลาประจำเดือนมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ อาการปวดท้องมักจะรุนแรงขึ้นกว่าปกติ? 😣 หลายคนอาจสงสัยว่า “ลิ่มเลือดเกี่ยวอะไรกับอาการปวดท้องเมนส์?” จริงๆ แล้ว การมีลิ่มเลือดปนออกมากับประจำเดือน อาจเป็นทั้งเรื่องปกติและสัญญาณของความผิดปกติได้! วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันว่า ลิ่มเลือดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนยังไง และเมื่อไหร่ที่ควรระวัง? 🚨 🩸 ลิ่มเลือดในประจำเดือนคืออะไร? ทำไมถึงเกิดขึ้น? ปกติแล้ว เลือดประจำเดือนจะออกมาเป็นของเหลว แต่บางครั้งอาจจับตัวเป็นลิ่มก่อนออกจากมดลูก ซึ่งเกิดจาก: ✅ เลือดออกมากและเร็วเกินไป → ทำให้สารกันเลือดแข็งตัว (Anticoagulants) ทำงานไม่ทัน เลือดจึงจับตัวเป็นก้อนก่อนออกมา✅ มดลูกบีบตัวช้า → ทำให้เลือดค้างอยู่ในมดลูกนานขึ้น จับตัวเป็นลิ่มก่อนถูกขับออกมา✅ เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกมากกว่าปกติ → ทำให้เลือดที่ออกมามีชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อปนออกมาด้วย 💡 ข่าวดี! ถ้าลิ่มเลือดมีขนาดเล็ก (ประมาณเหรียญ 1-5 บาท) และไม่มีอาการผิดปกติ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของรอบเดือน 💥 ลิ่มเลือดทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นยังไง? 1️⃣ มดลูกต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับลิ่มเลือดออก 🏋️‍♀️ ปกติแล้ว มดลูกจะบีบตัวเป็นจังหวะเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา แต่ถ้ามีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ มดลูกต้องใช้แรงมากขึ้น ทำให้: ❌…

  • สภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?!

    ดูแลร่างกายยังพอว่า แต่ดูแลจิตใจนี่ยังไงนะเกี่ยวอะไรกับปวดท้องเมนส์ด้วยเนี่ย?? พูดไปจะหาว่าพูดมากไหมนะ ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วไหมว่าถ้าอยากสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีอยู่แล้วสิ ใช่สิ แล้วดูแลร่างกายแล้วดูแลจิตใจกันบ้างไหม? สาวๆรู้กันรึเปล่าว่าสภาพจิตใจเองก็ส่งผลต่อการปวดท้องเมนส์ของเราเหมือนกันนะ แล้วสภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้เราปวดท้องเมนส์กันบ้างไปดูกันดีกว่า เมื่อสภาพจิตใจอ่อนไหวหรืออ่อนแอ ร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนะ อาจจะเครียดหรือเจ็บป่วยไปเลยก็ได้ อาการเจ็บป่วยที่มากับประจำเดือน มีอะไรบ้าง ก็จะมีพวกอาหารไม่ย่อย ปวดหัว หงุดหงิด ซึมเศร้า น้ำตาไหล อ่อนเพลีย ตัวบวม และมีตุ่มตามผิวหนัง คนที่เลือดจางหรือความดันเลือดต่ำอยู่แล้ว พอมีประจำเดือนมักจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ตาบวม ตาพร่า หากรุนแรงอาจมีอาการปวดกระดูกและเวียนหัวบ้านหมุนได้ อาการซึมเศร้าเกิดเนื่องจากร่างกายอ่อนล้า มีแรงกดดัน คนที่ซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว พอเป็นเมนส์อาการจะรุนแรงขึ้นมากๆๆๆ เวลาเป็นเมนส์ไม่ควรเก็บความรู้สึกปวดหรือไม่สบายไว้ในใจ ต้องปล่อยมันไปอย่างที่เป็น ปลดปล่อยความกดดันและความเศร้าออกมากับน้ำตา การร้องไห้อย่างเต็มที่เป็นวิธีผ่อนคลายอารมณ์ที่ดีที่สุดเลยนะ น้ำตาไม่ใช่เรื่องหน้าอายหรือแสดงถึงความอ่อนแอ หากกลั้นไว้ไม่ร้องไห้ออกมา เซลล์ในร่างกายจะสะสมสารพิษไว้ การระบายความเศร้าและขับสารพิษออกมาจะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น เป็นการชำระล้างร่างกายและจิตใจ ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายของเรา ถ้าฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำให้ประจำเดือนไม่มาซักที รอบวันที่ประจำเดือนมาอาจจะแปลกไปจากปกติ อาจจะมาเร็วขึ้นหรือช้าลง ดีไม่ดีพอเครียดแล้วประจำเดือนไม่มาส่งผลให้เครียดกว่าเดิมที่ประจำเดือนไม่มาซักที เครียดกับงานกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมากพอแล้วยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ประจำเดือนก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ความเครียดทำให้ปวดท้องเมนส์ ประจำเดือนขาด งานนี้หนักเลยนะ จิตใจของเราอ่อนไหวมากเลยนะ มันส่งผลต่อร่างกายของเราไปด้วย ประจำเดือนสำคัญกับผู้หญิงอย่างเรามากๆ เพราะถ้ามันไม่มาก็หมายถึงร่างกายเราเริ่มผิดปกติแล้ว เราควรดูแลจิตใจให้แจ่มใสเข้าไว้…