4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้

สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ หลังจากพูดถึงปัญหาผิวมันไปกันแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนนนน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ยิ่งจะรู้สึกได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใกล้จะมีประจำเดือน เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ก็เพราะว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้น ร่างกายของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลง ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเองค่ะ อาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น อาจมีได้หลายระดับ ตั้งแต่ผิวแห้งเล็กน้อย จนถึงผิวแห้งมากจนลอกเป็นขุยเลยก็มี สาวๆ ที่มีผิวแห้งมาก อาจจะรู้สึกคันยิบๆ หรือแสบๆ ได้ด้วย ซึ่งก็ยิ่งสร้างความรำคาญใจให้กับสาวๆ เข้าไปอีก

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า สาเหตุหลักที่สาวๆ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมการผลิตน้ำมันในผิวหนังของเรา

เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็จะส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลงด้วย ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ก็อาจส่งผลให้ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย เช่น

อากาศแห้ง

อากาศแห้งในช่วงฤดูหนาวหรือในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ อาจทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น

การอาบน้ำอุ่นจัด

การอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานๆ อาจชะล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งได้

การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง

การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

การขาดความชุ่มชื้น

การดื่มน้ำไม่เพียงพอหรือการไม่ทาครีมบำรุงผิว อาจทำให้ผิวแห้งได้

ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ สาวๆ สามารถทำตามวิธีต่างๆ ที่แนะนำข้างต้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนได้ และอย่าลืมดูแลผิวเป็นประจำเพื่อให้ผิวสวยสุขภาพดีอยู่เสมอกันนะเจ้าคะ

บางคนอาจจะมีปัญหาผิวแห้งและอาจจะมีปัญหาผิวมันด้วย อ่านวิธีแก้ปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ที่ 10 วิธีพิชิตผิวมันก่อนมีประจำเดือน!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวมัน’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ผิวมันก่อนมีประจำเดือน สิวบุก หน้าเยิ้ม ทำไงดี? สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนบ้างงงงงงง? แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ จนทำให้ผิวมันเยิ้ม สิวบุกได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันเลยมีเคล็ดวิชารับมือกับปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 1. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนก็คือการล้างหน้าให้สะอาดเจ้าค่ะ สาวๆ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปนะเจ้าคะ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและผลิตน้ำมันออกมาเยอะขึ้น 2. ใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว สาวๆ ควรใช้โทนเนอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนค่ะ โดยเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไป 3. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ แม้ว่าผิวของเราจะมัน แต่ก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่นะเจ้าคะ สาวๆ ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มมมมมมมม 4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ดีมากเจ้าค่ะ สาวๆ ควรเลือกใช้มาส์กหน้าที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว โดยมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้วน้าาาาา 5. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี้ดี สาวๆ…

  • กินยาคุม แก้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องยาคุมกำเนิดกันนะฮู้ววว แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินว่ายาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยได้จริงไหมนะ?? จริงจ้าาาาาาาาา~ ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ยังไง? ยาคุมกำเนิดทำงานโดยยับยั้งการตกไข่ ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายลดลง ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการปวดประจำเดือน ดังนั้นเมื่อระดับฮอร์โมนลดลง อาการปวดประจำเดือนก็จะลดลงตามไปด้วยยยยยยยย ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ดีแค่ไหน? จากการศึกษาพบว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ประมาณ 50-70% ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมกำเนิดและความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือน โดยยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives: COCs) มีประสิทธิภาพในการช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดีกว่ายาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progestin-only Oral Contraceptives: POPs) ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนอย่างไร? ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้หลายวิธี ดังนี้ ยาคุมกำเนิดเหมาะกับใครบ้าง? ยาคุมกำเนิดเหมาะกับสาวๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดประจำเดือนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการปวดประจำเดือนร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ข้อควรระวังในการใช้ยาคุมกำเนิด!! การใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ น้ำหนักขึ้น เปลี่ยนแปลงอารมณ์ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และโรคหัวใจและหลอดเลือด สรุปได้ว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้จริงๆ โดยช่วยลดการหลั่งสารพรอสตาแกลนดิน ลดการบีบตัวของมดลูก และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด อย่างไรก็ตามยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้…

  • 5 สัญญาณ! สุขภาพประจำเดือนที่คุณควรใส่ใจ

    💃 สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ! ถ้าพูดถึง “ประจำเดือน” หลายคนอาจนึกถึงความวุ่นวายในชีวิตประจำวันใช่ไหมคะ? 🤦‍♀️ แต่รู้ไหมว่าเจ้าประจำเดือนของเรานี่แหละคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนสุขภาพภายในของเราได้อย่างดีเลย! วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า 5 สัญญาณเตือนที่เกี่ยวกับประจำเดือนที่เราไม่ควรมองข้ามมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ! ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไปเลย 💡 สัญญาณเตือน:ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมา บางเดือนหาย หรือมาช้ากว่า 35 วันอาจบ่งบอกถึง ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล หรือโรคบางอย่าง เช่น PCOS (ถุงน้ำในรังไข่) หรือภาวะไทรอยด์ผิดปกติ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ทานอาหารที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน เช่น อาหารเสริมที่มี วิตามินบี 6, แมกนีเซียม หรือสมุนไพรอย่างดอกคำฝอย และอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ! ปวดท้องประจำเดือนจนชีวิตพัง 💡 สัญญาณเตือน:ปวดท้องรุนแรงจนทำงานหรือเรียนไม่ได้อาจเป็นสัญญาณของ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือ มดลูกอักเสบ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ลองประคบร้อนบริเวณท้อง หรือดื่มชาสมุนไพร เช่น ชาคาโมมายล์ นอกจากนี้ อาหารเสริมที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น โอเมก้า3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ก็ช่วยได้ค่ะ! ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป 💡 สัญญาณเตือน:เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2…

  • สภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?!

    ดูแลร่างกายยังพอว่า แต่ดูแลจิตใจนี่ยังไงนะเกี่ยวอะไรกับปวดท้องเมนส์ด้วยเนี่ย?? พูดไปจะหาว่าพูดมากไหมนะ ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วไหมว่าถ้าอยากสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีอยู่แล้วสิ ใช่สิ แล้วดูแลร่างกายแล้วดูแลจิตใจกันบ้างไหม? สาวๆรู้กันรึเปล่าว่าสภาพจิตใจเองก็ส่งผลต่อการปวดท้องเมนส์ของเราเหมือนกันนะ แล้วสภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้เราปวดท้องเมนส์กันบ้างไปดูกันดีกว่า เมื่อสภาพจิตใจอ่อนไหวหรืออ่อนแอ ร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนะ อาจจะเครียดหรือเจ็บป่วยไปเลยก็ได้ อาการเจ็บป่วยที่มากับประจำเดือน มีอะไรบ้าง ก็จะมีพวกอาหารไม่ย่อย ปวดหัว หงุดหงิด ซึมเศร้า น้ำตาไหล อ่อนเพลีย ตัวบวม และมีตุ่มตามผิวหนัง คนที่เลือดจางหรือความดันเลือดต่ำอยู่แล้ว พอมีประจำเดือนมักจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ตาบวม ตาพร่า หากรุนแรงอาจมีอาการปวดกระดูกและเวียนหัวบ้านหมุนได้ อาการซึมเศร้าเกิดเนื่องจากร่างกายอ่อนล้า มีแรงกดดัน คนที่ซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว พอเป็นเมนส์อาการจะรุนแรงขึ้นมากๆๆๆ เวลาเป็นเมนส์ไม่ควรเก็บความรู้สึกปวดหรือไม่สบายไว้ในใจ ต้องปล่อยมันไปอย่างที่เป็น ปลดปล่อยความกดดันและความเศร้าออกมากับน้ำตา การร้องไห้อย่างเต็มที่เป็นวิธีผ่อนคลายอารมณ์ที่ดีที่สุดเลยนะ น้ำตาไม่ใช่เรื่องหน้าอายหรือแสดงถึงความอ่อนแอ หากกลั้นไว้ไม่ร้องไห้ออกมา เซลล์ในร่างกายจะสะสมสารพิษไว้ การระบายความเศร้าและขับสารพิษออกมาจะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น เป็นการชำระล้างร่างกายและจิตใจ ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายของเรา ถ้าฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำให้ประจำเดือนไม่มาซักที รอบวันที่ประจำเดือนมาอาจจะแปลกไปจากปกติ อาจจะมาเร็วขึ้นหรือช้าลง ดีไม่ดีพอเครียดแล้วประจำเดือนไม่มาส่งผลให้เครียดกว่าเดิมที่ประจำเดือนไม่มาซักที เครียดกับงานกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมากพอแล้วยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ประจำเดือนก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ความเครียดทำให้ปวดท้องเมนส์ ประจำเดือนขาด งานนี้หนักเลยนะ จิตใจของเราอ่อนไหวมากเลยนะ มันส่งผลต่อร่างกายของเราไปด้วย ประจำเดือนสำคัญกับผู้หญิงอย่างเรามากๆ เพราะถ้ามันไม่มาก็หมายถึงร่างกายเราเริ่มผิดปกติแล้ว เราควรดูแลจิตใจให้แจ่มใสเข้าไว้…

  • เป็นประจำเดือนทีไร ‘ปวดหัว’ทุกที ทำไงดีนะ??

    ## ปวดหัวตุ้บๆ ตอนเป็นเมนส์ ใครว่าเรื่องเล็ก! 👿 แม่นางทานตะวันจะพาทุกคนไปสู้กลับแบบฮาๆ ให้ปวดหัวร้องไห้ไปเลย 🤪 สาวๆ จ๋า 🙋‍♀️ ใครเคยเป็นบ้าง? เมนส์มาทีไร ปวดหัวตุ้บๆ ทุกที อย่างกับกับมีคนเอาค้อนมาทุบหัว 🔨 บางทีก็ปวดหนึบๆ เหมือนหัวจะระเบิด 🤯 บางทีก็ปวดข้างเดียว เหมือนมีโดนสาป ☠️ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันทรมานสุดๆ! 😩 จะเรียนก็ไม่รู้เรื่อง จะทำงานก็โฟกัสไม่ได้ 😭 อยากจะนอนแผ่หลา ให้โลกหยุดหมุน 🌎 แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งยอมแพ้เจ้าปวดหัวตัวร้าย 😈 เรามาสู้กลับ ให้มันร้องไห้ วิ่งหนีป่าราบไปเลยกันดีกว่า!🤪 **🎉 แก๊งสู้ปวดหัว ยกทัพปราบปวดหัวตัวแสบ!** **หน่วยจิบน้ำ 💧** น้ำเปล่าคือยาวิเศษ! ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยไล่ความปวด เหมือนรดน้ำต้นไม้ให้สดชื่นนนน 🌳 **หน่วยพักผ่อน 😴** งีบหลับสักครู่ เหมือนได้ชาร์จพลัง ตื่นมาสดใส พร้อมลุยงานต่อ ⚡️ **หน่วยประคบเย็น…

  • เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

    สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา?? โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้ กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน…