ธาตุเหล็ก ธาตุหลัก เสริมเลือดช่วงประจำเดือน

แม่นางทานตะวันเคยพูดไปในหลายๆ บทความว่าในเวลาที่สาวๆ เป็นประจำเดือน เป็นช่วงเวลาที่เสียเลือดมาก จึงต้องกินอาหารที่ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในกับร่างกาย แต่ธาตุเหล็กนี้มีหน้าที่อะไรกันแน่ ทำไมต้องเสริมช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอออออออ??

ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่เราอาจเคยได้ยินมาบ้างตอนที่เรียนมัธยมหรือมหาลัย แต่รู้ไหมว่าธาตุเหล็กนี้สำคัญกับสาวๆ ยังไง??

ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุสำคัญภายในร่างกายที่มีความสำคัญต่อการผลิตเฮโมโกลบินที่เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ไมโอโกลบินหรือเม็ดเลือดแดงในกล้ามเนื้อ และเอนไซม์บางชนิด

แต่ๆๆๆๆๆ มีเพียงแค่ร้อยละ 8 ของธาตุเหล็กที่กินเข้าไปเท่านั้นที่ร่างกายสามารถดูดซึมและเข้าสู่กระแสเลือดได้

ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 70 กิโลจะมีธาตุเหล็กประมาณ 4 กรัมในร่างกาย ฮีโมโกลบินซึ่งเป็นที่สะสมของธาตุเหล็กส่วนใหญ่ในร่างกาย จะถูกย่อยสลายและนำกลับมาใช้ใหม่ ตามวงจรชีวิตของเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีระยะเวลา 120 วัน ส่วนธาตุเหล็กที่เกาะกับโปรตีน และธาตุเหล็กในเนื้อเยื่อ ถูกเก็บสะสมในร่างกายในปริมาณเพียงเล็กน้อย

ธาตุเหล็กช่วยรักษาและป้องกันภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กในช่วงที่เป็นประจำเดือน และช่วยฟื้นคืนความเนียนของสีผิวในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย

สาวๆ สามารถหาแหล่งธาตุเหล็กจากธรรมชาติที่ดีที่สุดได้จาก เนื้อแดงต่างๆ เช่น เนื้อหมูและเนื้อวัว ตับ หอยกาบ ลูกพีชแห้ง ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ไข่แดง หอยนางรม ถั่วต่างๆ หน่อไม้ฝรั่ง กากน้ำตาลและข้าวโอ๊ต

ถ้าสาวๆ มีภาวะประจำเดือนมามาก เสียเลือดมาก กินมังสวิรัติ หรือควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด อาจจะต้องเสริมอาหารประเภทธาตุเหล็กเข้าไปเพิ่ม และสาวๆ คนไหนที่ชื่นชอบการดื่มชาหรือกาแฟ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนก็ต้องลดลงหน่อยแล้ว เพราะถ้าดื่มเครื่องดื่มทั้งสองปริมาณมาก อาจจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กได้

สรุปได้ว่าธาตุเหล็กสำคัญกับสาวๆ ของเราอย่างมาก เพราะในช่วงที่เป็นประจำเดือนร่างกายเราจะสูญเสียเลือดและสูญเสียธาตุเหล็กไปพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จากเดิมที่มีธาตุเหล็กช่วยรักษาและป้องกันภาวะเลือดจาง ช่วงที่เป็นประจำเดือนกลายเป็นว่าธาตุเหล็กน้อยลง หน้าที่ตัวนี้ก็ทำได้ไม่ดีนัก เราอาจมีภาวะใกล้เคียงกับคนที่เป็นเลือดจาง เช่น หน้ามืด วูบ เวียนหัว อ่อนเพลียอ่อนล้าและมีผิวซีดเหลือง

รู้อย่างนี้แล้วแม่นางทานตะวันหวังว่าสาวที่กำลังเป็นประจำเดือนจะรีบไปหาอาหารที่มีธาตุเหล็กมากินเสริมกันนะเจ้าคะ!!!!!

ติดตามอาหารที่ควรกินได้ที่ 9 อาหารควรกินช่วงมีประจำเดือน

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ตอนเป็นประจำเดือน?

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาา ไฮๆ นะเจ้าคะ วันนี้พบเจอกันกับหัวข้อที่ว่าไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ทับระดูตอนเป็นประจำเดือน? ไข้ทับระดูคืออะไรน้าาาาา ไข้ทับระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงมีไข้สูงในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยมักเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน มักมีอาการไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ยังไงก็ตามในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เลยทีเดียว เพราะอาการหนักมากกกกกกก สาเหตุของไข้ทับระดู สาเหตุที่แน่ชัดของไข้ทับระดูยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เช่นเดียวกับสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือน โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งมีระดับสูงในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีประจำเดือนมา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อในมดลูกหรือช่องคลอดได้!!!! อาการของไข้ทับระดู – มีไข้สูง– ปวดหัว– ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ– อ่อนเพลีย– คลื่นไส้อาเจียน– ท้องเสีย– ปวดท้องน้อย– ปวดหลัง– เจ็บคอ– ไอ– น้ำมูกไหล– ปวดตา– ไวต่อแสง– เบื่ออาหาร– นอนไม่หลับ การรักษาไข้ทับระดู โดยทั่วไปแล้ว ไข้ทับระดูมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจให้ยาพารา หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อ การป้องกันไข้ทับระดู…

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ? เช็กเลย!

    ทุกเดือนที่ประจำเดือนมา สาวๆ หลายคนคงต้องเผชิญกับอาการปวดที่ชวนให้ร้อง “โอ๊ย!” 😣 แต่รู้ไหมว่า ปวดประจำเดือนบางแบบอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องปกติ! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาไปเช็กกันว่า อาการปวดประจำเดือนแบบไหนควรระวัง และเมื่อไหร่ที่ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนสายเกินไป 🚨 🔍 ปวดประจำเดือนแบบไหน “ปกติ”? ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปวดประจำเดือนแบบปกติ เป็นยังไงกันแน่! ✅ ปวดท้องน้อยหรือปวดบีบๆ ช่วง 1-2 วันแรกของประจำเดือน✅ ปวดแบบพอทนไหว กินยาแก้ปวดหรือพักผ่อนแล้วดีขึ้น✅ มีอาการร่วมเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย ปวดหลัง หรือมึนหัว แต่ไม่รุนแรง ถ้าสาวๆมีอาการแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นอาการปวดประจำเดือนทั่วไปที่เกิดจาก มดลูกบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออก ไม่ต้องกังวลมากนัก แต่ถ้าอาการปวดดูแปลกไปจากเดิม หรือหนักหนาสาหัสจนใช้ชีวิตแทบไม่ได้ มาดูกันว่าเรากำลังเจอสัญญาณผิดปกติหรือเปล่า!? 🚨 ปวดประจำเดือนแบบนี้… ผิดปกติ! รีบเช็กด่วน 1️⃣ ปวดหนักจนต้องลางาน/ลาป่วยทุกเดือน 😵‍💫 ถ้าทุกเดือนต้องลาพักเพราะ ปวดจนขยับตัวแทบไม่ได้ หรือถึงขั้นนอนซมทั้งวัน นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ! 🛑 สัญญาณที่ต้องระวัง: 👉 อาจเป็นโรค: เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่…

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • มารู้จักอาการ PMS ของสาวๆแต่ละอารมณ์กัน!

    สาวๆ ทั้งหลายคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่แสนพิเศษนั้น มาพร้อมกับของขวัญที่ไม่ต้องการ.. ใช่แล้ว! แม่นางทานตะวันกำลังพูดถึง “PMS” หรือ “อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน” สุดยอดปรากฏการณ์ที่ทำให้โลกทั้งใบ (รวมถึงแฟนหนุ่ม) ต้องสั่นสะเทือน! แต่ช้าก่อน! ใครว่า PMS ต้องน่ากลัว? บทความนี้เราจะพาไปสำรวจโลกสุดป่วนของสาวๆที่เป็น PMS กัน อาการ PMS สุดฮิต (ที่ไม่อยากฮิตเลย!) เอาล่ะ! เมื่อรู้จักศัตรูตัวฉกาจแล้ว ถึงเวลาเตรียมตัวรับมือกันนนน PMS ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด! แค่เตรียมตัวให้พร้อม รับมือไปด้วยกัน แค่นี้ก็ผ่านช่วงเวลาสุดแสนทรมาณไปได้แบบชิลล์ๆ แล้ว สาวๆ คนไหนมีวิธีรับมือ PMS แบบอื่นอีก? มาแชร์กันได้นะเจ้าคะ! 😄 Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนมา สิวก็มา มาได้ยังไงเนี่ย?!!

    สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวอักเสบ สิวหัวช้าง สิวๆๆๆ สิวเป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในสาวๆวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน ผู้หญิงหลายคนอาจสังเกตเห็นว่าสิวของตัวเองแย่ลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำไมถึงชอบเป็นสิวตอนจะเป็นประจำเดือนด้วยเนี่ย?? มันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายยังไงล่ะ!! ในช่วงก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ทำให้อาจนำไปสู่การอุดตันของรูขุมขนและทำให้เกิดสิวได้ นอกจากนี้ฮอร์โมนเหล่านี้ยังทำให้ผิวหนังมีความมันมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิววววววววววววว สิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะปรากฏบริเวณใบหน้า หน้าอก และหลัง สิวเหล่านี้อาจมีลักษณะแตกต่างกันไป ตั้งแต่สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวอักเสบ และสิวหัวหนอง การรักษาสิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนสามารถแก้ได้โดยใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่จำหน่ายตามร้านขายยา หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้ควรดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ล้างหน้าวันละสองครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าด้วยมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรีย สิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะหายไปเองหลังจากที่ประจำเดือนมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากสิวไม่หายไปหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้สิวอาจแสดงให้เห็นในประจำเดือนด้วย ไปดูกันได้ที่ ป่วยไหม ?? ดูจากประจำเดือนได้เลย ง่ายมาก Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • น่ารู้! วิธีดูแลผิวตอนเป็นประจำเดือน

    ถึงแม้ว่าประจำเดือนจะทำให้ผิวของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีวิธีดูแลผิวในช่วงนี้ให้สวยใสได้อยู่นะเจ้าคะ มีวิธีอะไรบ้างสาวๆ ไปติดตามกันเลยเจ้าค่ะ ล้างหน้าให้สะอาด การล้างหน้าให้สะอาดเป็นสิ่งสำคัญมากในการดูแลผิว โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะมันและเป็นสิวง่ายขึ้น ควรล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว ควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยเฉพาะบริเวณที่แห้งกร้าน เช่น แก้มและรอบดวงตา ทาครีมกันแดด การทาครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญมากในการปกป้องผิวจากรังสี UV ที่ทำร้ายผิวได้!!! โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะแพ้ง่ายขึ้น ควรทาครีมกันแดดทุกวันก่อนออกจากบ้านกันนะ ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะแห้งได้ง่ายขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนให้เพียงพอช่วยให้ร่างกายของเราฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวของเราดูสดใสและมีสุขภาพดี~~~~~~~~~~~ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารรสจัดอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้ ซึ่งส่งผลต่อผิวของเราด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะแพ้ง่ายขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตของเราดีขึ้น ส่งผลให้ผิวของเราได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ผิวของเราผ่องใส มีเลือดฝาด ดูสุขภาพดี ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หากสาวๆ มีปัญหาผิวที่รุนแรงในช่วงที่มีประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ในช่วงที่เป็นประจำเดือน สาวๆ หลายคนมีปัญหาเรื่องผิวพรรณทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ รวมทั้งสิวยังขึ้นอีกต่างหาก ถึงเราจะแก้ที่ต้นเหตุไม่ได้เพราะปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากฮอร์โมน แต่เราสามารถดูแลตัวเองให้ดีได้เพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ให้มีน้อยที่สุด คงไม่มีสาวๆ คนไหนไม่รักสวยรักงามหรอกจริงไหมเจ้าคะ!!…