ประจำเดือนมา สิวก็มา มาได้ยังไงเนี่ย?!!

สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวอักเสบ สิวหัวช้าง สิวๆๆๆ สิวเป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในสาวๆวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน ผู้หญิงหลายคนอาจสังเกตเห็นว่าสิวของตัวเองแย่ลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำไมถึงชอบเป็นสิวตอนจะเป็นประจำเดือนด้วยเนี่ย?? มันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายยังไงล่ะ!!

ในช่วงก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ทำให้อาจนำไปสู่การอุดตันของรูขุมขนและทำให้เกิดสิวได้

นอกจากนี้ฮอร์โมนเหล่านี้ยังทำให้ผิวหนังมีความมันมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิววววววววววววว

สิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะปรากฏบริเวณใบหน้า หน้าอก และหลัง สิวเหล่านี้อาจมีลักษณะแตกต่างกันไป ตั้งแต่สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวอักเสบ และสิวหัวหนอง

การรักษาสิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนสามารถแก้ได้โดยใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่จำหน่ายตามร้านขายยา หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ควรดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ล้างหน้าวันละสองครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าด้วยมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรีย

สิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะหายไปเองหลังจากที่ประจำเดือนมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากสิวไม่หายไปหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้สิวอาจแสดงให้เห็นในประจำเดือนด้วย ไปดูกันได้ที่ ป่วยไหม ?? ดูจากประจำเดือนได้เลย ง่ายมาก

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด! อันตรายหรือปกติ?

    บางครั้งเลือดประจำเดือนที่ออกมาไม่ได้เป็นแค่ของเหลวสีแดงปกติ แต่กลับมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ปนออกมาด้วย!? 😨 หลายคนอาจตกใจและสงสัยว่า “นี่เป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่า?” หรือเป็นแค่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในช่วงมีเมนส์ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันว่า เลือดประจำเดือนเป็นลิ่มบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ? และเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์? 🚨 🩸 ทำไมเลือดประจำเดือนถึงเป็นลิ่มเลือด? ปกติแล้ว เลือดประจำเดือนจะเป็นของเหลวสีแดงเข้มหรือแดงคล้ำ ซึ่งเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมา แต่ถ้าหากมีลิ่มเลือดปนออกมาด้วย แสดงว่าร่างกายมีการแข็งตัวของเลือดในมดลูก ก่อนที่เลือดจะถูกขับออกมา สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เลือดเป็นลิ่ม ได้แก่: ✅ มดลูกขับเลือดออกไม่ทัน → ทำให้เลือดสะสมและจับตัวกันเป็นก้อนก่อนออกมา✅ ร่างกายสร้างสารกันเลือดแข็งตัวไม่พอ → ทำให้เลือดบางส่วนจับตัวเป็นก้อน✅ เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวกว่าปกติ → ทำให้เลือดที่ออกมามีปริมาณมากขึ้น 💡 ข่าวดี! ถ้าลิ่มเลือดมีขนาดเล็ก (ประมาณเหรียญ 1-5 บาท) และไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของรอบเดือน! 🚨 เมื่อไหร่ที่ลิ่มเลือดในประจำเดือนเป็นสัญญาณอันตราย? ❌ ลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่กว่าปกติ (ใหญ่กว่าเหรียญ 10 บาท)❌ ประจำเดือนมามากผิดปกติ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง❌ ปวดท้องรุนแรงกว่าปกติจนใช้ชีวิตลำบาก❌ เมนส์มานานเกิน 7 วัน หรือมีเลือดออกกระปริบกระปรอยทั้งเดือน❌…

  • ดูแลตัวเองช่วงมีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกหลุดร่อนออก ช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะลดลงมาอยู่ในช่วง หยางแปรเป็นหยิน ร่างกายเราจะไม่เหมือนเดิม ภูมิคุ้มกันลดลงต่ำมากกกกกก เป็นหวัดไม่สบายง่ายกว่าเดิม มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อบริเวณช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน คนที่แพ้ง่ายอาจจะมีอาการภูมิแพ้ รวมถึงเกิดโรคผิวหนังได้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นเราควรดูแลด้วยความระมัดระวังกันนะเจ้าคะ หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว ทางแพทย์แผนจีนเนี่ยมองว่ากรดจะช่วยควบคุมการดูดซึมอาหาร การกินอาหารรสเปรี้ยวมากเกินไป เช่น น้ำส้มสายชู บ๊วยดองและมะนาวเลยจะทำให้ประจำเดือนติดขัดขับออกมาไม่ราบรื่นนนนนน รักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ช่วงมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เลือดลมพร่อง หนึ่งในสาเหตุที่สาวๆปวดท้องประจำเดือน เราเลยควรระมัดระวังไว้ ทำให้ร่างกายอบอุ่น อย่าโดนฝน อย่าโดนลมหนาว ไม่ไปว่ายน้ำเล่น ในอดีตมีความเชื่อว่า ช่วงมีประจำเดือนไม่ควรสระผม เพราะเขาอยากให้ร่างกายของเราไม่ได้รับความหนาวเย็น แต่ในปัจจุบันให้สระผมได้ แต่ต้องเป่าแห้งทันทีที่ออกจากห้องน้ำนะ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ ในแพทย์แผนจีนเชื่อกันว่า ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ห้องเลือดเปิดกว้าง ควรปล่อยให้มดลูกขับเลือดเป็นงานหลัก ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจทำให้อสุจิและเลือดค้างอยู่ในมดลูก จะทำให้ปวดท้องน้อย จากมุมมองของแพทย์แผนตะวันตกเนี่ย ถือว่าด้านสุขอนามัยการปกป้องตัวเองของช่องคลอดในช่วงมีประจำเดือนจะทำได้ไม่ดีเท่าช่วงเวลาปกติ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อ เราเลยไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนนะเจ้าคะ กินอาหารที่ช่วยในการบีบตัวของมดลูกมากๆ อาหารที่ช่วยในการขับเลือดเสียออกจากร่างกาย เช่น ตับหมูน้ำมันงา เซี่ยงจี้น้ำมันงา และชาเพื่ออบอุ่นมดลูก เช่น ชาพุทราจีนลำไยอบแห้ง น้ำขิงน้ำตาลทรายแดง โจ๊กข้าวแดง ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ร่างกายค่อนข้างอ่อนไหวเป็นพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน อย่าคิดว่าแค่เป็นประจำเดือนจะทำตัวเหมือนตอนก่อนมีประจำเดือนก็ได้ เพราะบางอย่างที่เราไม่แพ้ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนเราอาจแพ้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาเป็นประจำเดือนเนี่ย…

  • มีความต้องการทางเพศสูงก่อนเป็นเมนส์แปลกไหม?

    หัวข้อวันนี้ดู 18+ มากเลยนะเจ้าคะ ฮิฮิ แต่จริงๆมันไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ ไม่แปลกเลย เพราะความต้องการทางเพศเป็นเรื่องปกติมากๆ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงการที่สาวๆ มีอารมณ์ขึ้นมามากกว่าปกติก่อนจะเป็นประจำเดือนกัน เพราะอะไรเราถึงได้แปลกๆ แบบนี้นะ เอ้ะ เราแปลกรึเปล่านะ?? ไม่แปลกหรอกนะสาวๆ โดยปกติแล้วฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความใคร่และเซ็กส์ในผู้หญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยเพิ่มความใคร่และความตื่นตัวทางเพศ ในขณะที่โปรเจสเตอโรนช่วยเพิ่มการหล่อลื่นและความยืดหยุ่นของช่องคลอด การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างที่เป็นประจำเดือนอาจส่งผลต่อความใคร่และเซ็กส์ของผู้หญิงได้~~~~~~~ ในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือน ระดับเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยเพิ่มความใคร่และความตื่นตัวทางเพศ ทำให้ผู้หญิงรู้สึกอยากมีเซ็กส์มากขึ้น เมื่อไข่ตก ระดับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยเพิ่มการหล่อลื่นและความยืดหยุ่นของช่องคลอด ทำให้ผู้หญิงรู้สึกสบายตัวมากขึ้นขณะมีเซ็กส์ หลังจากการตกไข่ ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลง อาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่ใคร่มีเซ็กส์มากนัก อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นในช่วงเวลานี้ของรอบเดือน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างรอบเดือนอาจส่งผลต่อความใคร่และเซ็กส์ของผู้หญิงได้แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงมักจะรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือนและน้อยลงในช่วงครึ่งหลังของรอบเดือน วิธีดูแลตัวเองเมื่อความต้องการทางเพศสูงก่อนมีประจำเดือน หากรู้สึกมีความต้องการทางเพศสูงก่อนมีประจำเดือน ควรพูดคุยกับคู่นอนเพื่อหาวิธีจัดการความต้องการทางเพศที่ปลอดภัยและเหมาะสม นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดความเครียดและเพิ่มระดับพลังงาน แม่นางทานตะวันขอแนะนำว่าสาวๆ ควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย พูดคุยกับคู่นอนถึงความต้องการทางเพศในช่วงนี้ให้เขาเข้าใจว่าช่วงนี้อารมณ์เราอ่อนไหวมากกว่าปกตินะ ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ก็อย่าลืมใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ด้วยนะเจ้าคะ หากพบว่าอาการผิดปกติ เช่น มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง มีอาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ หรือมีเลือดออกผิดปกติ…

  • ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน??

    ถ้าเราศึกษาแค่พื้นๆ เราจะรู้กันว่าอาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก แต่ๆๆ การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเนี่ย เกิดขึ้นได้จากมีหลายสาเหตุมากๆ ไปดูกันเถอะว่าเพราะอะไรมดลูกของเราถึงบีบรัดตัวจนทำเราปวดท้องประจำเดือนกันน้าาาาาาา สารพรอสตาแกลนดิน เมื่อมีการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในตอนที่เป็นประจำเดือน สารพรอสตาแกลนดินจะถูกดูดซึมเข้าสู่มดลูก หลอดเลือดของมดลูกจะหดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเกิดภาวะขาดเลือดมาเลี้ยง ในตอนนั้นสารพรอสตาแกลนดินก็จะกระตุ้นปลายประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฮอร์โมนวาโสเพรสซิน จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีระดับฮอร์โมนวาโสเพรสซินมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนถึงสองเท่า ในช่วงที่เป็นประจำเดือนต่อมไฮโปธาลามัสจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนวาโสเพรสซิน ที่มีผลทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว นำไปสู่สภาวะมดลูกขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเช่นเดียวกับสารพรอสตาแกลนดิน โดยเฉพาะในช่วงหลังตกไข่ ความผิดปกติทางด้านจิตใจ อาการผิดปกติทางด้านจิตใจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน เช่น อารมณ์โกรธง่ายและความเครียดมีผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน จากการวิจัยพบว่าความแตกแยกของครอบครัวมีความสัมพันธ์ต่อความเครียดโดยเฉพาะความวิตกกังวล ความซึมเศร้าและอาการปวดประจำเดือน ค้นพบว่าผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนจะมีการรับรู้ความเจ็บปวดและความวิตกกังวลมากกว่าคนที่ไม่ปวดท้องประจำเดือน เพราะการรับรู้ความเจ็บปวดมีผลต่อความเจ็บปวดมากกว่า ปัจจัยด้านความเชื่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในบางพื้นที่มีความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ไม่ดีต่อผู้ที่เป็นประจำเดือน เช่น ประจำเดือนเป็นของสกปรก เป็นโรคร้ายแรง ต้องแยกตัวผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนออกจากคนอื่นๆ การปฏิบัติตัวเช่นนี้ส่งผลต่ออารมณ์จิตใจของผู้หญิงให้รู้สึกวิตกกังวลและความเครียด ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ลักษณะเฉพาะของผู้หญิง ลีกษณะเฉพาะบางอย่างของผู้หญิงก็ส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือน  เช่น น้ำหนักเกิน ผอมเกินไป สูงผิดปกติ เต้านมเล็ก นิสัยทำงานจู้จี้จุกจิก เลือกกิน อารามณ์หวั่นไหวง่าย ปากมดลูกมีแผลแต่กำเนิด ช่องทางผ่านของประจำเดือนผิดปกติ เช่น ปากมดลูกตีบตันจากการผ่าตัดและการจี้ด้วยไฟฟ้า ทำให้เลือดประจำเดือนคั่งอยู๋ในโพรงมดลูกนานขึ้น ทำให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้นเลยปวดท้องประจำเดือน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน นอกจากนี่ยังมีสาเหตุที่อื่นๆที่ทำให้ปวดท้ัองประจำเดือน เช่น ความหนาวเย็นหรือเลือดคั่งในมดลูก…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • เมนส์มามากผิดปกติ! เสี่ยงเลือดจางหรือไม่?

    มีไหมที่ ช่วงมีประจำเดือน เลือดออกเยอะผิดปกติ จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่กว่าปกติ? 😨 บางคนเมนส์มาเยอะจนรู้สึก เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือถึงขั้นเป็นลม! นี่อาจไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา แต่มันอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมากเกินไป 🩸❗ วันนี้เราจะพามาเช็กกันว่า เมนส์มามากแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? และ ความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมีอะไรบ้าง? 🚨 เมนส์มามากแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? ปกติแล้ว ประจำเดือนจะออกมาประมาณ 30-80 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน (ประมาณ 3-5 ช้อนโต๊ะ 🥄) แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ อาจเข้าข่าย “เมนส์มามากผิดปกติ” หรือที่เรียกว่า Menorrhagia 🔴 ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมงติดต่อกันหลายชั่วโมง🔴 ใช้ผ้าอนามัยกลางคืน แต่ยังซึมเปื้อนทะลุที่นอน🔴 เมนส์มานานเกิน 7 วัน🔴 มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าเหรียญ 5 บาท) ปนออกมา🔴 เหนื่อยง่าย หน้ามืด ใจสั่น อ่อนเพลียกว่าปกติ ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกัน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเสี่ยงภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมากเกินไป! 😵 🩸 เมนส์มามาก…