7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้

1. ทุเรียน

ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย

2. มังคุด

ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก

3. เงาะ

เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย

4. ลำไย

สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้

5. ขนุน

จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ

6. แก้วมังกร

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ หลายคนชื่นชอบ เพราะหวาน อร่อย สดชื่นนนนนน แต่โดยปกติช่วงเป็นประจำเดือนร่างกายของเราจะค่อนข้างเย็นอยู่แล้ว แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นเหมือนกัน พอกินเข้าไปจึงอาจไปขัดขวางประจำเดือน ทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ

7. สับปะรด

ถ้าสัปปะรดช่วง’ก่อน’มีประจำเดือนจะช่วยให้ประจำเดือนมาปกติและลดอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เพราะสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนเลยไม่ควรกินมากเกินไปในช่วงที่เป็นประจำเดือนวันแรกๆ จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้

ในทางธรรมชาติบำบัด ความหวานเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกาย การกินผลไม้รสหวานช่วงเป็นประจำเดือนจะดี แต่ในทางการแพทย์ผลไม้ที่น้ำตาลสูง เช่น ทุเรียน ขนุน ลำไย จะทำให้ประจำเดือนขัดข้อง ไหลเวียนได้ไม่ดี ประจำเดือนอาจจะค้างคาอยู่บริเวณโพรงมดลูก

ทำให้ปวดท้องประจำเดือน หรืออาจเจริญเติบโตเป็นติ่งเนื้อหรือเนื้องอกในโพรงมดลูกได้ ในทางที่ดีช่วงที่เป็นประจำเดือนควรเลี่ยงผลไม้เหล่นี้ก่อนจะดีกว่า แม่ทานตะวันหวังว่าสาวๆ จะไม่มีปัญหาเรื่องประจำเดือนกันนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 5 วิธีแสนง่าย ลดบวมน้ำก่อนเป็นเมนส์

    อาการบวมน้ำตอนที่เป็นเมนส์ส่งผลให้สาวๆบางคนไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน วันนี้แม่นางทานตะวันเลยรีบจรลีค้นตำราก้นหีบเพื่อจะดูว่ามีเคล็ดวิชาอะไรบ้างที่จะช่วยให้เพื่อนๆหายจากอาการบวมน้ำที่เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นเมนส์ได้บ้าง และแล้วในที่สุดก็เจอกับเคล็ดวิชา(ไม่)ลับที่จะช่วยลดอาการบวมน้ำของเพื่อนๆ แล้วเจ้าค่ะ!! ออกกำลังกายกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด คือเคล็ดวิชาแรกของการกำจัดอาการบวมน้ำ!! การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดอย่างมาก คนที่ทำงานธุรการหรือเป็นวิศวกร มักต้องนั่งนานๆ จึงควรหาโอกาสยืดเส้นยืดสายบ้าง เช่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ เติมน้ำดื่มหรือยืดเหยียดร่างกาย เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น แช่น้ำอุ่นกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การแช่น้ำอุ่นจะทำให้หลอดเลือดส่วนปลายขยายตัว ทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น แรงส่งกลับของหลอดเลือดดำจะสูงตามไปด้วย การไหลเวียนของน้ำเหลืองก็จะราบรื่นขึ้น ลองใส่หัวน้ำหอมหรือสบู่เหลวกลิ่นที่ชอบลงในอ่างอาบน้ำ เปิดดนตรีสบายๆ ให้ผ่อนคลาย จะทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น กินอาหารที่ช่วยขับปัสสาวะ การปัสสาวะบ่อยๆจะช่วยระบายน้ำภายในร่างกายให้ลดลง เพราะฉะนั้นเราเลยควรกินอาหารที่มีสรรพคุณช่วยให้ขับปัสสาวะให้มากขึ้น เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ลูกเดือย ฟักเขียว ผักบุ้ง ผักชี ปวยเล้ง ผักกาดขาว แตงโม มะละกอ จะช่วยให้ร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกไป หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสเค็ม โซเดียมในอาหารรสเค็มจะทำให้มีน้ำสะสมในร่างกายและขับออกยาก คนที่ช่วงล่างมีอาการบวมน้ำควรหลีกเลี่ยงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ซุปก้อนและอาหารรสเค็มอื่นๆ เลือกชุดชั้นในที่เหมาะสม ชุดชั้นในที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งเช่นพวกสเตรย์รัดหน้าท้องหรือบอดี้สูทอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะจะทำให้การไหลเวียนเลือดติดขัด จนส่งผลให้ช่วงล่างบวมน้ำ ไม่เพียงทำให้ส่วนเว้าส่วนโค้งหายไป สุขภาพก็จะแย่ลงด้วย อาการบวมน้ำถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของสาวๆที่รักสวยรักงาม ยิ่งช่วงที่เป็นเมนส์หงุดหงิดงุ่นง่านมากอยู่แล้ว ตื่นมาดันเจอว่าหน้าบวมตัวบวมอีกยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ถ้าใครไม่อยากมีอาการบวมน้ำ อย่าลืมทำตามเคล็ดวิชาที่แม่นางทานตะวันนำมาถ่ายทอดให้นะเจ้าคะ…

  • ‘ปิ้งย่าง’ทำให้ปวดประจำเดือนจริงเหรอ? 😲

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหา “ปวดประจำเดือน” กันมาบ้าง ใช่ไหมคะ? แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารปิ้งย่างสุดโปรดของเราก็อาจจะเป็นตัวการซ่อนเร้น ที่ส่งผลต่อความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือนได้! 😳 บทความนี้จะพาไปไขข้อข้องใจกันว่า จริงๆ แล้ว อาหารปิ้งย่างส่งผลต่ออาการปวดประจำเดือนอย่างไร และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง 💖 เอ๊ะ! แล้วอาหารปิ้งย่างเกี่ยวอะไรกับประจำเดือน? 🤔 ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า อาหารปิ้งย่างมักจะมีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งไขมันชนิดนี้ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในร่างกาย โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน 😩 ยิ่งมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมาก เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหนาขึ้น ทำให้การหลุดลอกในช่วงมีประจำเดือนยิ่งสร้างความเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก 😳 เลี่ยงปิ้งย่าง ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้จริงหรือ? คำตอบคือ “อาจจะใช่” นะคะ 😊 การลดปริมาณอาหารปิ้งย่าง และหันไปทานอาหารที่มีไขมันดี อย่างเช่น ปลา ไข่ อโวคาโด ถั่ว จะช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้อาการปวดประจำเดือนลดลงได้ 🙌🏻 เคล็ดลับเด็ด ปราบอาการปวดประจำเดือน 😉 นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารแล้ว ยังมีเคล็ดลับอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้อีกด้วย 💖 สรุป!…

  • ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรดี??

    “ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรเย็นๆดีมั้ยน้า ? ไม่ดีจ้าาาาาาาา~~~~~~~” เคยพูดไปแล้วที่นี่ว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไป ใครยังมีความคิดจะดื่มโกโก้เย็น เครื่องดื่มเย็นๆนี่หยุดเลยนะ เพราะมันไม่ได้จริงๆ ไปดูกันเถอะว่าช่วงเป็นเมนส์เราควรดื่มอะไรเพื่อไม่ให้ปวดท้องเมนส์หนักขึ้นไปอีก น้ำขิง เมนูในตำนาน ขึ้นหิ้งของสาวๆที่ปวดท้องเมนส์กันเป็นประจำ ใครปวดท้องเมนส์กันบ่อยๆต้องมีเจ้าตัวนี้ติดบ้านกันไว้แน่นอน รสชาติกลางๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มชา เดี๋ยวนี้น้ำขิงทำง่ายมากกกก มีผงขิงสำเร็จรูปขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปเต็มไปหมด แต่ถ้าใครอยากลองทำน้ำขิงแท้จากขิงแท้ๆ ทำตามนี้ได้เลยจ้า ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่) ขิงสด ประมาณ 10 กรัม น้ำร้อน 1 ถ้วย น้ำตาลทรายแดง (หรือน้ำผึ้ง) ปริมาณพอเหมาะ วิธีทำ 1.ล้างขิงให้สะอาดแล้วนำไปบดทั้งเปลือก 2.นำขิงที่บดแล้วไปกรองผ่านที่กรองชา แล้วรินน้ำร้อน ใครไม่มีไม่กรองก็ได้ 3.เติมน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้งลงไปตามความชอบ นอกจากน้ำขิงแบบธรรมดาๆแล้วเนี่ย ยังมีน้ำขิงผสมรากบัว น้ำขิงผสมต้นหอมและน้ำขิงผสมกระเทียม มีแม้แต่น้ำขิงผสมใบชิโสะหรือใบโอบะที่นอกจากช่วยให้ไม่ปวดท้องเมนส์แล้วเนี่ยยังช่วยปรับสภาพจิตใจ ลดอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย อารมณ์แปรปรวนช่วงก่อนเป็นเมนส์ด้วย ชาขิง นอกจากน้ำขิงที่เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับสาวๆ แล้ว ชาขิงเองก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมในการกำจัดภาวะตัวเย็นที่เป็นสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์เหมือนกันนะ ยิ่งถ้าเติมน้ำตาลทรายแดงที่มีฤทธิ์ร้อนจะยิ่งช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ดีมากๆเลยล่ะ ใครเบื่อกินน้ำขิงแล้วอยากลองมาดื่มชาขิงบ้างให้ทำตามนี้เลย ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่) ขิงสด…

  • รู้หรือไม่? ยาคุมส่งผลต่อเมนส์ยังไง! 💊❗️

    สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพามาทำความรู้จักกับ ยาคุมกำเนิด ที่หลายคนเลือกใช้เพื่อควบคุมการตั้งครรภ์ หรือแม้แต่ใช้เป็นวิธีในการจัดการกับปัญหาประจำเดือนที่ไม่ปกติ 🗓️ แต่รู้หรือไม่❗️ว่า ยาคุมกำเนิด อาจจะมีผลข้างเคียงที่ทำให้ประจำเดือนของเราไม่เหมือนเดิม และบางครั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดคิด! 😱 📅 ยาคุมกำเนิดทำงานอย่างไร? ยาคุมกำเนิด ที่เราใช้กันทั่วไป มีทั้งแบบ ฮอร์โมนเดียว (เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดพีล) และ ฮอร์โมนผสม (ที่มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน) โดยยาคุมเหล่านี้จะช่วยยับยั้งการตกไข่ ทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์ แต่การใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อควบคุมรอบเดือนอาจส่งผลข้างเคียงที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน! 🚨 อันตรายจากการใช้ยาคุมกำเนิดที่ส่งผลต่อประจำเดือน 🩺 อันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ยาคุมกำเนิดอย่างไม่ระวัง 💡 คำแนะนำสุดท้าย การใช้ ยาคุมกำเนิด เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการตั้งครรภ์และช่วยในเรื่องการจัดการกับประจำเดือน แต่การใช้ยาคุมกำเนิดอย่างไม่ระมัดระวังอาจส่งผลต่อการมีประจำเดือนที่ผิดปกติและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้น การเลือกใช้ยาคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อให้เกิดผลดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดเจ้าค่ะ! 💪✨ สุขภาพดีเริ่มต้นที่การรู้เท่าทันและดูแลตัวเองอย่างถูกต้องนะคะ! 💖 Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนทำผิวเราเปลี่ยนไปยังไงบ้างนะ??

    ไหนลองถูผิวดูหน่อยซิ เอี๊ยดดดดดด อุ๊ต้ะ! พอประจำเดือนมาทำไมผิวแปลกๆ ไปล่ะเนี่ย ประจำเดือนเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของผู้หญิงทุกๆ คน แต่รู้ไหมว่าประจำเดือนส่งผลต่อผิวพรรณของเราด้วยนะ! ในช่วงที่มีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เหมือนกับการเกิดสิวของเรา ผิวมัน ในช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายของเราจะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้ผิวของเราแลดูมันเยิ้มและเป็นสิวง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณทีโซนอย่างหน้าผาก จมูก คาง ผิวแห้ง ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนบางชนิดที่ลดลงในช่วงที่มีประจำเดือนก็ทำให้ผิวของเราแห้งลงได้ โดยเฉพาะบริเวณแก้มและรอบดวงตา ผิวหมองคล้ำ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงที่มีประจำเดือนยังทำให้ผิวของเราหมองคล้ำลงได้ เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงผิวลดลง แพ้ง่าย ผิวของเราจะแพ้ง่ายขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลง สิวขึ้น สิวเป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความมันบนใบหน้า ริ้วรอยเหี่ยวย่น ในช่วงที่มีประจำเดือน ผิวของเราจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินมากขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายขึ้น ผิวแต่ละคนจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับแต่ละคน หรือบางคนอาจจะเป็นทุกอาการที่พูดถึงเลยก็ได้นะ ติดตามการดูแลผิวของเราช่วงที่เป็นประจำเดือนได้ที่นี่เลย Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ โชคดีหรือโชคร้าย??

    การมีประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่มาพร้อมกับวงจรการสืบพันธุ์ของผู้หญิง โดยมีบทบาทสำคัญในสุขภาพโดยรวมและความเป็นอยู่ที่ดีของสาวๆ แม้ว่าประจำเดือนของผู้หญิงทุกคนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่การเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของประจำเดือนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะ เมื่อเร็ว ๆ นี้ สาวๆ หลายคนตระหนักรู้มากขึ้นเกี่ยวกับรูปแบบการมีประจำเดือนที่มีปริมาณลดลง โดยที่ผู้หญิงจะมีประจำเดือนน้อยลงหรือสั้นกว่าปกติ ปรากฏการณ์นี้จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นและความกังวลในหมู่ผู้หญิงจำนวนมาก นำไปสู่คำถามเกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น การที่ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ หลายคนอาจมองว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยของปัญหาสุขภาพ แต่จริงๆ แล้ว อาจเป็นสัญญาณของความโชคดีแฝงอยู่ก็ได้นะ ไปดูกันเถอะว่าประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ แบบไหนคือโชคดี แบบไหนคือโชคร้าย !?? โชคร้าย ถ้าสาวๆ โชคร้าย การที่ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจเกิดจากสาเหตุปัญหาสุขภาพต่างๆ ดังนี้ ถ้าสาวๆ ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมทันทีเลยนะเจ้าคะ โชคดี ในทางกลับกัน ถ้าอาการประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของความโชคดีก็ได้เหมือนกันนะ ดังนี้ ดังนั้นถ้าประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ และไม่มีสัญญาณเตือนภัยอื่นๆ ร่วมด้วย ก็อย่าเพิ่งกังวลไปเปล่าๆเลย มันอาจเป็นสัญญาณของความโชคดีก็ได้นะ ข้อควรระวัง ถึงแม้ว่าประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจถือเป็นสัญญาณของความโชคดี แต่หากประจำเดือนมาน้อยเกินไป เช่น น้อยกว่า…