รู้ไหมทำไมไม่ควรออกกำลังหนักๆตอนเป็นเมนส์?

เพราะอะไร เธอจึงทิ้งฉันปายยยย ~ แฮร่ ไม่ใช่ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาแถลงไขถึงคำถามปริศนาที่เพื่อนหลายคนอยากรู้ นั่นก็คือคำถามที่ว่า ทำไมไม่ควรออกกำลังหนักๆตอนเป็นเมนส์?ทำไมต้องเปลี่ยนมาออกกำลังกายเบาๆ แทนการออกกำลังกายแบบเต็มเหนี่ยวไปเลยพี่แบบปกติของเรากัน!!

เรารู้กันอยู่แล้วว่าช่วงที่เป็นเมนส์เป็นช่วงที่เราบอบบ้างบอบบาง ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่เท่ากับเวลาปกติ เลยไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหมหรือลดอาหาร แต่ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นกันล่ะ ??

เหตุผลหลักก็คือช่วงที่เป็นเมนส์เป็นช่วงที่เราสูญเสียเลือดมาก ธาตุเหล็กในร่างกายเราจะลดลงมากๆในครั้งเดียว อาจทำให้เรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ใจสั่น วิงเวียนบ้านหมุน หนาวง่ายขึ้น

และยังเป็นช่วงที่เป็นเมนส์ รังไข่ของเราจะผลิตฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและเอสโทรเจนลดลง เลยทำให้เราสูญเสียมวลกระดูกได้ง่ายกว่าปกติ ยิ่งถ้าช่วงนี้ยังอดอาหารด้วยล่ะก็อาจจะยิ่งส่งผลเสียต่อมวลกระดูก

ถ้าเราออกกำลังกายแบบหนักหน่วงเหมือนช่วงที่ไม่เป็นเมนส์อาจจะทำให้เราบาดเจ็บหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายในอื่นๆด้วยนั่นเอง

สรุปสั้นๆก็คือ จากที่ปกติเราสามารถออกกำลังตามคลิปเบเบ้ได้ซักสามชั่วโมง ช่วงที่เราเป็นเมนส์เราอาจไม่แข็งแรงเท่าเวลาปกติอาจจะทำได้ซักครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเราขี้เกียจแต่เป็นเพราะเราเสียเลือดมากเกินไปต่างหากล่ะ

ธาตุเหล็กในร่างกายลดลง เราเลยเหนื่อยและอ่อนเพลียได้มากกว่าปกติ และกระดูกยังเปราะบางกว่าปกติเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายอย่างหนักอีกด้วยเจ้าค่ะ

รู้อย่างนี้แล้วเพื่อนๆอย่าออกกำลังกายกันแบบหักโหมในตอนที่เป็นเมนส์เด็ดขาดเลยนะ เปลี่ยนมาออกกำลังกายแบบเบาๆแทน อยากรู้ว่าตอนเป็นเมนส์ควรลดน้ำหนักยังไง แวะไปอ่านกันได้ที่นี่นะเจ้าคะ!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน??

    ถ้าเราศึกษาแค่พื้นๆ เราจะรู้กันว่าอาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก แต่ๆๆ การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเนี่ย เกิดขึ้นได้จากมีหลายสาเหตุมากๆ ไปดูกันเถอะว่าเพราะอะไรมดลูกของเราถึงบีบรัดตัวจนทำเราปวดท้องประจำเดือนกันน้าาาาาาา สารพรอสตาแกลนดิน เมื่อมีการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในตอนที่เป็นประจำเดือน สารพรอสตาแกลนดินจะถูกดูดซึมเข้าสู่มดลูก หลอดเลือดของมดลูกจะหดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเกิดภาวะขาดเลือดมาเลี้ยง ในตอนนั้นสารพรอสตาแกลนดินก็จะกระตุ้นปลายประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฮอร์โมนวาโสเพรสซิน จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีระดับฮอร์โมนวาโสเพรสซินมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนถึงสองเท่า ในช่วงที่เป็นประจำเดือนต่อมไฮโปธาลามัสจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนวาโสเพรสซิน ที่มีผลทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว นำไปสู่สภาวะมดลูกขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเช่นเดียวกับสารพรอสตาแกลนดิน โดยเฉพาะในช่วงหลังตกไข่ ความผิดปกติทางด้านจิตใจ อาการผิดปกติทางด้านจิตใจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน เช่น อารมณ์โกรธง่ายและความเครียดมีผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน จากการวิจัยพบว่าความแตกแยกของครอบครัวมีความสัมพันธ์ต่อความเครียดโดยเฉพาะความวิตกกังวล ความซึมเศร้าและอาการปวดประจำเดือน ค้นพบว่าผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนจะมีการรับรู้ความเจ็บปวดและความวิตกกังวลมากกว่าคนที่ไม่ปวดท้องประจำเดือน เพราะการรับรู้ความเจ็บปวดมีผลต่อความเจ็บปวดมากกว่า ปัจจัยด้านความเชื่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในบางพื้นที่มีความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ไม่ดีต่อผู้ที่เป็นประจำเดือน เช่น ประจำเดือนเป็นของสกปรก เป็นโรคร้ายแรง ต้องแยกตัวผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนออกจากคนอื่นๆ การปฏิบัติตัวเช่นนี้ส่งผลต่ออารมณ์จิตใจของผู้หญิงให้รู้สึกวิตกกังวลและความเครียด ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ลักษณะเฉพาะของผู้หญิง ลีกษณะเฉพาะบางอย่างของผู้หญิงก็ส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือน  เช่น น้ำหนักเกิน ผอมเกินไป สูงผิดปกติ เต้านมเล็ก นิสัยทำงานจู้จี้จุกจิก เลือกกิน อารามณ์หวั่นไหวง่าย ปากมดลูกมีแผลแต่กำเนิด ช่องทางผ่านของประจำเดือนผิดปกติ เช่น ปากมดลูกตีบตันจากการผ่าตัดและการจี้ด้วยไฟฟ้า ทำให้เลือดประจำเดือนคั่งอยู๋ในโพรงมดลูกนานขึ้น ทำให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้นเลยปวดท้องประจำเดือน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน นอกจากนี่ยังมีสาเหตุที่อื่นๆที่ทำให้ปวดท้ัองประจำเดือน เช่น ความหนาวเย็นหรือเลือดคั่งในมดลูก…

  • ยาตัวไหนทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติบ้างนะ??

    สาวๆ รู้กันไหมว่าการทำความเข้าใจผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากยามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสุขภาพโดยรวมและความเป็นอยู่ที่ดีของเรา ในบรรดาผลข้างเคียงต่างๆ สิ่งหนึ่งที่มักไม่มีใครสังเกตเห็นคือ ผลกระทบของยาบางชนิดอาจมีต่อรอบประจำเดือนของผู้หญิง ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเป็นเหตุให้เกิดความกังวล ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ในบทความนี้ แม่นางทานตะวันจะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับยาที่สั่งจ่ายโดยทั่วไปบางชนิดซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ารบกวนความสม่ำเสมอของรอบประจำเดือน การตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้ ช่วยให้บุคคลมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตัวเองได้ ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อรอบเดือนและทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ ยาเหล่านี้ได้แก่ นอกจากนี้ ยาอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อรอบเดือนและทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ ได้แก่ ถ้าสาวๆ สงสัยเกี่ยวกับยาที่อาจมีสาเหตุบางอย่างมารบกวนรอบเดือน เช่น การคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ยาแก้ซึมเศร้าบางชนิด และแม้แต่ยาแก้อักเสบบางชนิดที่อาจทำให้รอบประจำเดือนของเราเสียสมดุล จำไว้ว่าควรปรึกษาแพทย์เสมอถ้าพบความผิดปกติอะไรก็ตาม ดูแลตัวเองดีๆนะเจ้าคะ!?? Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ปวดท้องก่อนมีประจำเดือน เกิดจากอะไรนะ??

    ปัญหาปวดท้องประจำเดือนพบเห็นได้ทั่วไปกับสาวๆ ที่มีร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่รู้ไหม นอกจากปวดท้องประจำเดือนแล้วยังมีอีกหนึ่งการปวดท้องน้อยที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน แต่เกี่ยวข้องกับประจำเดือนด้วย นั่นก็คือ การปวดท้องจากการตกไข่ นั่นเอง ปวดท้องจากการตกไข่คืออะไร?? เกิดขึ้นเมื่อไหร่?? โดยปกติเราจะมีการตกไข่ช่วง 14 วันก่อนจะเป็นประจำเดือนอยู่แล้ว ซึ่งการปวดท้องจากการตกไข่นี้อาจส่งผลต่อใครก็ตามที่มีการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่ไข่ถูกปล่อยออกมาเป็นส่วนหนึ่งของรอบประจำเดือน เราจะมีอาการปวดท้องจากการที่รังไข่ปล่อยไข่ออกมา จะมีความรู้สึกเหมือนปวดตุบๆ หรือกระตุกอย่างฉับพลัน ใช้เวลาไม่กี่นาทีถึง 1 หรือ 2 วัน เกิดขึ้นประมาณ 14 วันก่อนมีประจำเดือน จะรู้สึกปวดท้องแค่ 1 ด้านในแต่ละครั้ง สลับข้างกันทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับรังไข่ตัวไหนปล่อยไข่ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยหรือตกขาวระหว่างการตกไข่ก็ได้ หากการตกไข่เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เจ็บปวดและไม่รุนแรง การอาบน้ำอุ่นหรือกินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน อาจเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องการ หมออาจแนะนำ การคุมกำเนิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไข่ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด หากหมอคิดว่ามีอย่างอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวด อาจส่งสาวๆ ไปทดสอบหรือพบผู้เชี่ยวชาญ การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าเกิดจากอะไร นอกจากการปวดท้องเพราะตกไข่แล้วบางทีการปวดท้องอาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือซีสต์รังไข่ การปวดท้องจากการตกไข่เกิดก่อนประจำเดือนจะมาค่อนข้างนาน สาวๆ จึงอาจไม่ทันคิดว่าการปวดท้องจากการตกไข่นี้เกี่ยวกับการที่ประจำเดือนมาด้วย แต่การปวดท้องจากการตกไข่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าการปวดท้องประจำเดือน เพราะในตอนที่มีการตกไข่จะมีแรงบีบรัดตัวน้อยกว่าตอนที่เป็นประจำเดือนแล้วนั่นเองเจ้าค่ะ…

  • ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย?

    สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า ช่วงมีประจำเดือน ทำไมต้องเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าเดิม!? 😵‍💫💦 บางครั้งก็รู้สึก ปวดฉี่บ่อย ฉี่บ่อยจนหงุดหงิด บางครั้งก็รู้สึกเหมือนฉี่ไม่สุด! 🤔 แล้วอาการแบบนี้ ปกติหรือเป็นสัญญาณเตือนของอะไรบางอย่างกันแน่!? วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจว่า ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย? และเมื่อไหร่ที่ควรกังวล! 🚨 💦 ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย? ปกติแล้ว การปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือน อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายขับของเหลวออกมากกว่าปกติ 🤯 แต่มันก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้เช่นกัน! 🚨 👉 สาเหตุที่ไม่อันตราย (เรื่องปกติ!)✅ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง – ช่วงประจำเดือน ร่างกายจะขับโปรเจสเตอโรนลดลง ทำให้ปัสสาวะมากขึ้น✅ มดลูกบวมกดกระเพาะปัสสาวะ – ทำให้รู้สึกปวดฉี่ถี่ขึ้น 😵‍💫✅ ร่างกายขับของเสียมากขึ้น – ระบบไหลเวียนเลือดทำงานหนักขึ้น แต่… ถ้าเรามีอาการ ผิดปกติร่วมด้วย เช่น ฉี่ขัด แสบเวลาฉี่ หรือปวดท้องน้อยรุนแรง อาจต้องระวังแล้วนะ! 🚨 🚨 ปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือนแบบไหนที่อาจเป็นอันตราย? 1️⃣ ปวดฉี่บ่อย + แสบขัดเวลาฉี่…

  • มือถือคู่ใจทำร้ายสุขภาพช่วงมีประจำเดือน!!

    หนีห่าว สาวๆ ทุกคน วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาคุยกันเรื่อง “มือถือกับประจำเดือน” แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนก็ต้องเคยมีโมเมนต์นี้กันบ้าง นั่นคือการใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือนนั่นเองงงงงง ในช่วงมีประจำเดือน สาว ๆ หลายคนมักจะมีอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนคือรู้สึกหงุดหงิด เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอใคร มือถือจึงกลายเป็นเพื่อนคลายเหงาชั้นดี ช่วยให้สาว ๆ ได้ผ่อนคลายความเครียด ผ่านการเสพสื่อบันเทิงต่าง ๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม โซเชียลมีเดีย เป็นต้น นอกจากนี้ มือถือยังช่วยให้สาว ๆ ได้แชร์ประสบการณ์ประจำเดือนกับเพื่อน ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพผู้หญิง ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่โดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวหัวใจอีกด้วย แต่การใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือน ก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เหมือนกันนะเจ้าคะ เช่น วิธีใช้มือถืออย่างปลอดภัยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากปล่อยให้มือถือทำร้ายสุขภาพในช่วงมีประจำเดือน ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูนะเจ้าคะ!! มือถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่การใช้อย่างมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน สาว ๆ ควรใช้มือถืออย่างปลอดภัยและเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน เพื่อไม่ให้สุขภาพแย่ลงๆ นะเจ้าคะ Tips…

  • 4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ หลังจากพูดถึงปัญหาผิวมันไปกันแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนนนน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ยิ่งจะรู้สึกได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใกล้จะมีประจำเดือน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้น ร่างกายของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลง ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเองค่ะ อาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น อาจมีได้หลายระดับ ตั้งแต่ผิวแห้งเล็กน้อย จนถึงผิวแห้งมากจนลอกเป็นขุยเลยก็มี สาวๆ ที่มีผิวแห้งมาก อาจจะรู้สึกคันยิบๆ หรือแสบๆ ได้ด้วย ซึ่งก็ยิ่งสร้างความรำคาญใจให้กับสาวๆ เข้าไปอีก สาเหตุอื่นๆ ที่ทำผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า สาเหตุหลักที่สาวๆ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมการผลิตน้ำมันในผิวหนังของเรา เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็จะส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลงด้วย ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ก็อาจส่งผลให้ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย เช่น อากาศแห้ง อากาศแห้งในช่วงฤดูหนาวหรือในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ อาจทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น การอาบน้ำอุ่นจัด การอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานๆ อาจชะล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งได้ การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ การขาดความชุ่มชื้น การดื่มน้ำไม่เพียงพอหรือการไม่ทาครีมบำรุงผิว อาจทำให้ผิวแห้งได้ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ สาวๆ…