เมนส์

  • รู้จักสรรพคุณ’โสม’ ลดปวดท้องประจำเดือน

    โสมเป็นหนึ่งในสมุนไพรชื่อดังลำดับต้นๆ เรียกได้ว่าเกือบทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่าโสมมมมมมมมมมมมมมมมมาก่อน วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเปิดคัมภีร์อภิปรายกันว่าโสมมีส่วนช่วยในการลดอาการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราบ้างหรือเปล่า!!? โสมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย มีหลายชนิดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะโสมเกาหลี (Panax ginseng) ที่มีงานวิจัยรองรับสรรพคุณทางยาเป็นจำนวนมาก โสมมีฤทธิ์ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง ช่วยให้ร่างกายสดชื่น แก้อ่อนเพลีย ช่วยให้นอนหลับสบาย ลดความเครียด และช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย หนึ่งในสรรพคุณของโสมที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน โสมมีสารออกฤทธิ์หลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ เช่น สำหรับสรรพคุณของโสมที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนนั้น มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Ethnopharmacology พบว่าโสมมีสารออกฤทธิ์ที่เรียกว่า จินเซโนไซด์ (ginsenosides) โดยโสมจะไปออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยลดการหดรัดตัวของมดลูกและยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการบวมและการอักเสบของมดลูก จึงช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Alternative and Complementary Medicine พบว่า การรับประทานโสมเกาหลีวันละ 500 มิลลิกรัมเป็นเวลา 3 เดือน ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยอาการปวดลดลงเฉลี่ย 50% มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโสมกับอาการปวดประจำเดือน พบว่าโสมสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ โดยงานวิจัยบางชิ้นพบว่าโสมสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้เทียบเท่ากับยาแก้ปวดชนิดไม่ใช้สเตียรอยด์ (Non-steroidal…

  • ‘อากาศหนาว’ทำไมถึงปวดท้องประจำเดือน?

    เราพูดกันไปถึงหลายๆข้อสงสัยที่ว่าอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน ทั้งกาแฟและน้ำมะพร้าวว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนหรือไม่?? ซึ่งก็มีทั้งทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงๆและไม่จริง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่างความหนาวเย็น สาวๆหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมความหนาวถึงทำให้ปวดท้องประจำเดือน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันเจ้าค่ะ ความหนาวทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว กล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกนี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เลือดไหลเวียนน้อยลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลง การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงนี้ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และความหนาวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับความหนาว ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความหนาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราป่วย ร่างกายของเราจะผลิตสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดอาการท้องอืด ความหนาวสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ซึ่งอาการท้องอืดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สรุปได้ว่าความหนาวทำให้เราปวดท้องประจำเดือนเพราะกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เลือดไหลเวียนน้อยลง ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำลงและอาการท้องอืด ถ้าสาวๆ ว่ามีอากาศหนาวที่อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สาวๆ ควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องและหลัง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน แม่นางทานตะวันหวังว่าจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจสาเหตุที่ความหนาวเย็นทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

    หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ?? ‘กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย…

  • ประจำเดือนมาพร้อมเพื่อนสนิทเป็นเพราะอะไร??

    หลังจากผ่านด่านวิชาการน่าเบื้อน่าเบื่อมาแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในข้อสงสัยสุดฮิตของสาวๆ นั่นก็คือทำไมเราถึงเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนหรือคนรอบข้างอย่างแม่และพี่สาวกันนะ แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยคำตอบนี้ไปพร้อมๆ กัน ~~~~~~~ กระบวนการที่ผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันเริ่มมีประจำเดือนพร้อมกันมีชื่อเรียกว่า ‘Period Sync’ หรือ ‘McClintock effect’ ที่ตั้งชื่อตาม Martha McClintock ผู้ที่วิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่ามกลางความเชื่ออื่นๆ ที่เราพูดถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนในร่างกายหรือความใกล้ชิด มาร์ธาตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงถูกสะกดจิตในช่วงนี้ เนื่องมาจากกลไกทางร่างกายหลายอย่าง การที่ประจำเดือนมาพร้อมกันนี้ระบุว่าผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันหรือใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำ มักจะพบการซิงค์กันในรอบประจำเดือน Netra Giri แพทย์ประจำเมืองให้เหตุผลว่า “ตอนที่เป็นประจำเดือน ทุกคนจะปล่อยฟีโรโมนในอากาศออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ฟีโรโมนเหล่านี้ส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด (ทางร่างกาย) และในบางกรณีก็มีความเชื่อมโยงทางอารมณ์ด้วย” แต่สถานการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน Dr. Rekha Asgekar นรีแพทย์ที่ปรึกษากล่าวว่า “เนื่องจากกระบวนการทางร่างกายทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่มีชื่อว่าฟีโรโมน การรบกวนทางร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพใดๆ ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อาจส่งผลต่อการซิงค์กันได้” ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดจะมีรอบประจำเดือนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ร่างกายจะทำงานอย่างเป็นระบบและไม่มีแรงภายนอกส่งผลต่อวงจร ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีโอกาสน้อยมากที่ประจำเดือนจะซิงค์กับคนอื่น “เพราะผู้หญิงแต่ละคนฮอร์โมนมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของแต่ละคนถึงทำงานแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ตาม” เราสรุปได้ว่าการที่ประจำเดือนเรามาพร้อมกับเพื่อนสาวคนสนิทหรือคนใกล้ชิดเป็นเพราะการสะกดจิตตัวเองหลังจากการได้ยินคนอื่นพูดถึงประจำเดือน หรืออาจเป็นเพราะฟีโรโมนในร่างกายถูกขับออกมาส่งผลกระทบต่อผู้หญิงคนอื่นที่อยู่รอบตัว แต่เพราะฮอร์โมนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้หญิงบางคนเลยอาจไม่ได้รับผลกระทบจากฟีโรโมนในอากาศ และไม่เคยเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนเลยก็ได้ การวิเคราะห์เหล่านี้ยังไม่มีการวิจัยอย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ถึง 100%…

  • บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

    การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น) สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน เป็นประจำเดือนนานกี่วัน อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ ลักษณะประจำเดือน ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ…