บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย

วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น)

สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน

เป็นประจำเดือนนานกี่วัน

อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ

ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน

ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ

ลักษณะประจำเดือน

ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ มีสีดำคือร่างกายผิดปกติ หรือมีลิ่มเลือด อาจจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูดที่หลุดออกมา ต้องหาหมอด่วนจี๋เลยยยยย

อาการตอนเป็นประจำเดือน

อาการตอนเป็นประจำเดือนนี้รวมถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนเป็นประจำเดือน เช่น นอนไม่หลับหรือปวดเมื่อยผิดปกติหรือเปล่า รวมถึงอาการปวดท้องประจำเดือน เจ็บเต้านม ปวดหัวเป็นสิว ท้องอืด หรือท้องเสียในช่วงที่เป็นประจำเดือนมั้ยด้วยนะ

อารมณ์ก่อนและตอนเป็นประจำเดือน

อารมณ์ต่างที่แสดงออกมาในช่วงเป็นประจำเดือนจะแสดงถึงระดับฮอร์โมนที่พุ่งขึ้นหรือลดลง เราจึงควรทำสมุดบันทึกอารมณ์ไว้ว่าในเดือนนี้ช่วงมีประจำเดือนเราอารมณ์เป้นยังไงนะ เช่น เบื่อหน่าย มีความสุข กระปรี้กระเปร่า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โกรธ ซึมเศร้า เป็นต้น

แค่ไม่กี่ข้อนี้ เราก็จะรู้แล้วว่าร่างกายเราผิดปกติไหม?? ถ้าป่วยขึ้นมา หมอถาม เราจะได้ตอบได้เลย ข้อมูลพวกนี้สามารถบอดได้ว่าเราเร่มมีอาการป่วยมานานแค่ไหนแล้ว เป็นประวัติของร่างกายเราเลยนั่นเอง เดี๋ยวนี้มีแอพที่ช่วยจดบันทึกข้อมูลพวกนี้แล้วหลายแอพ ที่แม่นางทานตะวันใช้อยู่ก็แอพ Flo เลย ใช้มานานถึง 8 ปีแล้ว มีประโชน์มาก แม่นางทานตะวันหวังว่าเพื่อนๆ จะลองเอาไปจดบันทึกดูนะ เพราะประจำเดือนสำคัญต่อสุขภาพผู้หญิงเรามากๆ ดูแลตัวเองกันด้วยนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ปวดท้องก่อนมีประจำเดือน เกิดจากอะไรนะ??

    ปัญหาปวดท้องประจำเดือนพบเห็นได้ทั่วไปกับสาวๆ ที่มีร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่รู้ไหม นอกจากปวดท้องประจำเดือนแล้วยังมีอีกหนึ่งการปวดท้องน้อยที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน แต่เกี่ยวข้องกับประจำเดือนด้วย นั่นก็คือ การปวดท้องจากการตกไข่ นั่นเอง ปวดท้องจากการตกไข่คืออะไร?? เกิดขึ้นเมื่อไหร่?? โดยปกติเราจะมีการตกไข่ช่วง 14 วันก่อนจะเป็นประจำเดือนอยู่แล้ว ซึ่งการปวดท้องจากการตกไข่นี้อาจส่งผลต่อใครก็ตามที่มีการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่ไข่ถูกปล่อยออกมาเป็นส่วนหนึ่งของรอบประจำเดือน เราจะมีอาการปวดท้องจากการที่รังไข่ปล่อยไข่ออกมา จะมีความรู้สึกเหมือนปวดตุบๆ หรือกระตุกอย่างฉับพลัน ใช้เวลาไม่กี่นาทีถึง 1 หรือ 2 วัน เกิดขึ้นประมาณ 14 วันก่อนมีประจำเดือน จะรู้สึกปวดท้องแค่ 1 ด้านในแต่ละครั้ง สลับข้างกันทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับรังไข่ตัวไหนปล่อยไข่ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยหรือตกขาวระหว่างการตกไข่ก็ได้ หากการตกไข่เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เจ็บปวดและไม่รุนแรง การอาบน้ำอุ่นหรือกินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน อาจเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องการ หมออาจแนะนำ การคุมกำเนิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไข่ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด หากหมอคิดว่ามีอย่างอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวด อาจส่งสาวๆ ไปทดสอบหรือพบผู้เชี่ยวชาญ การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าเกิดจากอะไร นอกจากการปวดท้องเพราะตกไข่แล้วบางทีการปวดท้องอาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือซีสต์รังไข่ การปวดท้องจากการตกไข่เกิดก่อนประจำเดือนจะมาค่อนข้างนาน สาวๆ จึงอาจไม่ทันคิดว่าการปวดท้องจากการตกไข่นี้เกี่ยวกับการที่ประจำเดือนมาด้วย แต่การปวดท้องจากการตกไข่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าการปวดท้องประจำเดือน เพราะในตอนที่มีการตกไข่จะมีแรงบีบรัดตัวน้อยกว่าตอนที่เป็นประจำเดือนแล้วนั่นเองเจ้าค่ะ…

  • 5 สัญญาณ! สุขภาพประจำเดือนที่คุณควรใส่ใจ

    💃 สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ! ถ้าพูดถึง “ประจำเดือน” หลายคนอาจนึกถึงความวุ่นวายในชีวิตประจำวันใช่ไหมคะ? 🤦‍♀️ แต่รู้ไหมว่าเจ้าประจำเดือนของเรานี่แหละคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนสุขภาพภายในของเราได้อย่างดีเลย! วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า 5 สัญญาณเตือนที่เกี่ยวกับประจำเดือนที่เราไม่ควรมองข้ามมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ! ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไปเลย 💡 สัญญาณเตือน:ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมา บางเดือนหาย หรือมาช้ากว่า 35 วันอาจบ่งบอกถึง ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล หรือโรคบางอย่าง เช่น PCOS (ถุงน้ำในรังไข่) หรือภาวะไทรอยด์ผิดปกติ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ทานอาหารที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน เช่น อาหารเสริมที่มี วิตามินบี 6, แมกนีเซียม หรือสมุนไพรอย่างดอกคำฝอย และอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ! ปวดท้องประจำเดือนจนชีวิตพัง 💡 สัญญาณเตือน:ปวดท้องรุนแรงจนทำงานหรือเรียนไม่ได้อาจเป็นสัญญาณของ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือ มดลูกอักเสบ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ลองประคบร้อนบริเวณท้อง หรือดื่มชาสมุนไพร เช่น ชาคาโมมายล์ นอกจากนี้ อาหารเสริมที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น โอเมก้า3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ก็ช่วยได้ค่ะ! ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป 💡 สัญญาณเตือน:เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2…

  • สงบจิตสงบใจ บรรเทาปวดท้องประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาร ฮี้ววววว เราเคยพูดไปแล้วว่าการที่มีอะไรมากระทบจิตใจเรามากๆ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนอาจส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราได้ ในสภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?! และเราได้แนะนำวิธีการกระแทกจิตกระทบใจ ทำซะ!! ลดปวดท้องเมนส์ได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาจิตใจให้มีความสุข ลดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในวิธีการลดความเครียดจากภายนอก บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน อย่างวิธีนั่งสมาธิ !!!! การนั่งสมาธิเป็นวิธีปฏิบัติทางจิตใจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิต่อสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ อาการปวดประจำเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือนแล้ว โดยอาการปวดอาจเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน และอาจรุนแรงได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ สาเหตุของอาการปวดประจำเดือนนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูกและทำให้เกิดอาการปวดได้ การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เนื่องจากการนั่งสมาธิช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้การหดรัดตัวของมดลูกน้อยลงและอาการปวดลดลง นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีนตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดอาการปวดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ การนั่งสมาธิเป็นการฝึกจิตใจให้สงบและมีสมาธิ โดยการเพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจหรือคำภาวนา การนั่งสมาธิช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้การนั่งสมาธิยังช่วยให้เราตระหนักถึงความรู้สึกต่างๆในร่างกาย รวมถึงอาการปวดประจำเดือน เมื่อเรามีสติอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้ เราจะสามารถรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้น มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิในการลดอาการปวดประจำเดือน งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่นั่งสมาธิเป็นประจำมีอาการปวดประจำเดือนน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้นั่งสมาธิ นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ สาวๆ ที่กำลังมองหาวิธีธรรมชาติในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน การนั่งสมาธิอาจเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ การนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ไม่ใช้พื้นที่เยอะและประหยัดเวลาในการลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้…

  • ‘น้ำมะพร้าว’ทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดี้สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ช่วงนี้เป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนคงกำลังมีประจำเดือนกันอยู่ใช่มั้ยล่ะเจ้าคะ แล้วสาวๆ เคยสังเกตตัวเองกันมั้ยเจ้าคะว่า เวลามีประจำเดือนแล้วดื่มน้ำมะพร้าว จะรู้สึกปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันเจ้าค่ะ ว่าแท้จริงแล้ว น้ำมะพร้าวมีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมมม น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะในน้ำมะพร้าวมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และวิตามินซี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและยังให้พลังงานสูงอีกด้วย น้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ ไม่จริงงงงงงงงงงง น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น ช่วยดับกระหาย และช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังมีสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้ว่าน้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้จริง งานวิจัยส่วนใหญ่ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำมะพร้าวกับอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเป็นเพียงงานวิจัยแบบสังเกต ซึ่งไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำมะพร้าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้โดยตรง นอกจากนี้งานวิจัยส่วนใหญ่ยังศึกษาผู้หญิงที่มีประจำเดือนปกติ จึงยังไม่แน่ชัดว่าน้ำมะพร้าวจะส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนของผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติหรือไม่ ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือน?? สาเหตุที่บางคนรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขับน้ำออกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ที่กำลังมีประจำเดือน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้อย่างสบายใจหายห่วงเลยเจ้าค่ะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • 5 สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด!!

    1️⃣ ฮอร์โมนไม่สมดุล 🔸 ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนช่วยควบคุมการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูก🔸 ถ้าฮอร์โมนไม่สมดุล เยื่อบุโพรงมดลูกจะหนาตัวเกินไป ทำให้เลือดออกมามากและเป็นลิ่ม 💡 ใครเสี่ยง?✅ คนที่มีรอบเดือนมาไม่ปกติ✅ คนที่เครียดหนัก นอนดึก หรือพักผ่อนไม่พอ 2️⃣ เนื้องอกในมดลูก (Uterine Fibroids) 🔸 เนื้องอกในมดลูก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง) อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติและเกิดลิ่มเลือด 💡 สัญญาณเตือน:❌ เมนส์มามากและมานานกว่า 7 วัน❌ ปวดท้องน้อยรุนแรง❌ ท้องอืดหรือรู้สึกเหมือนมีอะไรกดทับในท้อง 3️⃣ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) 🔸 เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในที่ที่ไม่ควรอยู่ ทำให้มีอาการปวดประจำเดือนหนัก และเลือดออกเป็นลิ่ม 💡 สัญญาณเตือน:❌ ปวดประจำเดือนมากขึ้นทุกปี❌ ปวดร้าวไปหลังและขา❌ มีปัญหาท้องผูกหรือปวดเวลาถ่ายปัสสาวะช่วงมีเมนส์ 4️⃣ ภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมาก (Anemia) 🔸 ถ้าเลือดออกมากผิดปกติทุกเดือน ร่างกายอาจขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง 💡 สัญญาณเตือน:❌ เหนื่อยง่าย หน้ามืด เวียนหัว❌ ผิวซีด ตัวเย็น มือเท้าเย็น❌…

  • ดูแลตัวเองช่วงมีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกหลุดร่อนออก ช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะลดลงมาอยู่ในช่วง หยางแปรเป็นหยิน ร่างกายเราจะไม่เหมือนเดิม ภูมิคุ้มกันลดลงต่ำมากกกกกก เป็นหวัดไม่สบายง่ายกว่าเดิม มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อบริเวณช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน คนที่แพ้ง่ายอาจจะมีอาการภูมิแพ้ รวมถึงเกิดโรคผิวหนังได้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นเราควรดูแลด้วยความระมัดระวังกันนะเจ้าคะ หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว ทางแพทย์แผนจีนเนี่ยมองว่ากรดจะช่วยควบคุมการดูดซึมอาหาร การกินอาหารรสเปรี้ยวมากเกินไป เช่น น้ำส้มสายชู บ๊วยดองและมะนาวเลยจะทำให้ประจำเดือนติดขัดขับออกมาไม่ราบรื่นนนนนน รักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ช่วงมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เลือดลมพร่อง หนึ่งในสาเหตุที่สาวๆปวดท้องประจำเดือน เราเลยควรระมัดระวังไว้ ทำให้ร่างกายอบอุ่น อย่าโดนฝน อย่าโดนลมหนาว ไม่ไปว่ายน้ำเล่น ในอดีตมีความเชื่อว่า ช่วงมีประจำเดือนไม่ควรสระผม เพราะเขาอยากให้ร่างกายของเราไม่ได้รับความหนาวเย็น แต่ในปัจจุบันให้สระผมได้ แต่ต้องเป่าแห้งทันทีที่ออกจากห้องน้ำนะ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ ในแพทย์แผนจีนเชื่อกันว่า ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ห้องเลือดเปิดกว้าง ควรปล่อยให้มดลูกขับเลือดเป็นงานหลัก ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจทำให้อสุจิและเลือดค้างอยู่ในมดลูก จะทำให้ปวดท้องน้อย จากมุมมองของแพทย์แผนตะวันตกเนี่ย ถือว่าด้านสุขอนามัยการปกป้องตัวเองของช่องคลอดในช่วงมีประจำเดือนจะทำได้ไม่ดีเท่าช่วงเวลาปกติ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อ เราเลยไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนนะเจ้าคะ กินอาหารที่ช่วยในการบีบตัวของมดลูกมากๆ อาหารที่ช่วยในการขับเลือดเสียออกจากร่างกาย เช่น ตับหมูน้ำมันงา เซี่ยงจี้น้ำมันงา และชาเพื่ออบอุ่นมดลูก เช่น ชาพุทราจีนลำไยอบแห้ง น้ำขิงน้ำตาลทรายแดง โจ๊กข้าวแดง ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ร่างกายค่อนข้างอ่อนไหวเป็นพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน อย่าคิดว่าแค่เป็นประจำเดือนจะทำตัวเหมือนตอนก่อนมีประจำเดือนก็ได้ เพราะบางอย่างที่เราไม่แพ้ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนเราอาจแพ้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาเป็นประจำเดือนเนี่ย…