บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย

วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น)

สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน

เป็นประจำเดือนนานกี่วัน

อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ

ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน

ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ

ลักษณะประจำเดือน

ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ มีสีดำคือร่างกายผิดปกติ หรือมีลิ่มเลือด อาจจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูดที่หลุดออกมา ต้องหาหมอด่วนจี๋เลยยยยย

อาการตอนเป็นประจำเดือน

อาการตอนเป็นประจำเดือนนี้รวมถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนเป็นประจำเดือน เช่น นอนไม่หลับหรือปวดเมื่อยผิดปกติหรือเปล่า รวมถึงอาการปวดท้องประจำเดือน เจ็บเต้านม ปวดหัวเป็นสิว ท้องอืด หรือท้องเสียในช่วงที่เป็นประจำเดือนมั้ยด้วยนะ

อารมณ์ก่อนและตอนเป็นประจำเดือน

อารมณ์ต่างที่แสดงออกมาในช่วงเป็นประจำเดือนจะแสดงถึงระดับฮอร์โมนที่พุ่งขึ้นหรือลดลง เราจึงควรทำสมุดบันทึกอารมณ์ไว้ว่าในเดือนนี้ช่วงมีประจำเดือนเราอารมณ์เป้นยังไงนะ เช่น เบื่อหน่าย มีความสุข กระปรี้กระเปร่า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โกรธ ซึมเศร้า เป็นต้น

แค่ไม่กี่ข้อนี้ เราก็จะรู้แล้วว่าร่างกายเราผิดปกติไหม?? ถ้าป่วยขึ้นมา หมอถาม เราจะได้ตอบได้เลย ข้อมูลพวกนี้สามารถบอดได้ว่าเราเร่มมีอาการป่วยมานานแค่ไหนแล้ว เป็นประวัติของร่างกายเราเลยนั่นเอง เดี๋ยวนี้มีแอพที่ช่วยจดบันทึกข้อมูลพวกนี้แล้วหลายแอพ ที่แม่นางทานตะวันใช้อยู่ก็แอพ Flo เลย ใช้มานานถึง 8 ปีแล้ว มีประโชน์มาก แม่นางทานตะวันหวังว่าเพื่อนๆ จะลองเอาไปจดบันทึกดูนะ เพราะประจำเดือนสำคัญต่อสุขภาพผู้หญิงเรามากๆ ดูแลตัวเองกันด้วยนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • รู้ไหม!? ปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติเพราะอะไร??

    ปวดท้องเมนส์กับกระดูกกระเบนเหน็บเกี่ยวข้องกันตรงไหน?เกี่ยวกับปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติยังไง?? กระดูกกระเบนเหน็บคืออะไร?? กระดูกกระเบนเหน็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดูกที่ติดอยู่บริเวณก้นกบ อยู่ตรงศูนย์กลางของกระดูกเชิงกราน เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัว มดลูกจะแขวนอยู่ด้านในกระดูกเชิงกรานด้วยเส้นเอ็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หน้า-หลัง โดยมีลักษณะเหมือนกับเปล จุดกำเนิดของเส้นเอ็นติดอยู่กับกระดูกเชิงกราน ถ้ากระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว เส้นเอ็นก็จะเกิดความไม่สมดุลและจะดึงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่กระดูกกระเบนเหน็บยื่นออกมา เส้นเอ็นก็จะตึงไปทางใดทางหนึ่งนั่นเอง เพราะอวัยวะภายในต่างๆเลื่อนลงจากด้านบนสู่ด้านล่าง น้ำหนักของอวัยวะภายในเหล่านี้จะลงมากดที่มดลูก และค่อยๆทำให้เส้นเอ็นนั้นตึงขึ้นเรื่อยๆ เพราะ‘เส้นเอ็นตึงเครียด’นี่แหละที่เป็นปัญหา!! เพราะในช่วงที่เป็นเมนส์ เมื่อมดลูกบีบตัว เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะหลุดออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูก และตอนนั้นเอง เส้นเอ็นที่ติดอยู่กับมดลูกก็จะถูกดึงและเกิดความตึงเครียดขึ้น ถ้าจะให้พูดก็คืออาการปวดจากการบีบตัวของมดลูก จะมีการปวดจากความตึงเครียดของเส้นเอ็นรวมเข้าไปด้วย เวลาเป็นเมนส์ จากบริเวณที่ปวดเป็นพิเศษ สามารถคาดเดาบริเวณที่เส้นเอ็นเกิดปัญหาได้ด้วย คนที่มีอาการปวดบริเวณส่วนกลางของก้น อาจมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่กับบริเวณกระเบนเหน็บ คนที่มีอาการปวดบริเวณสีข้าง ก็อาจจะมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่ซ้าย-ขวาของด้านในกระดูกเชิงกราน หรือคนที่มีปัญหาบริเวณหัวหน่าว ก็หมายถึงเส้นเอ็นบริเวณหัวหน่าวนั่นแหละ สาเหตุของอาการปวดนั้น อาจเกิดจากความตึงเครียดเกินไปของเส้นเอ็น หรืออาการเลือดออกที่เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั่นเอง นอกจากนี้ บริเวณของกระดูกกระเบนเหน็บที่เป็นส่วนเชื่อมกับรังไข่และมดลูกนั้นเป็นทางเข้าออกของ”เส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บ” เพราะฉะนั้นเมื่อกระดูกกระเบนเหน็บผิดรูปเลยทำให้บริเวณรอบๆ กระดูกกระเบนเหน็บบวมและพองส่งผลให้การทำงานของเส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บน้อยลง และการทำงานของรังไข่และมดลูกแย่ลงได้ง่าย พอเป็นอย่างนั้นแล้ว มดลูกจะไม่ฟู กลายเป็นมดลูกที่เล็กและแข็งแทน ช่วงมีประจำเดือน คนที่ปวดมดลูกมากๆ นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเกิดความตึงเครียดที่เส้นเอ็นแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามดลูกข้างในค่อยๆแข็งตัวไปซะแล้ว ในทางกลับกัน ถ้ามดลูกนิ่มและฟู อาการปวดท้องเมนส์ก็จะไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ ผ่านพ้นช่วงทรมาณสังขารไปได้แบบสบายๆเลยล่ะ รู้แบบนี้แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกเชิงกรานหรือกระดูกกระเบนเหน็บเท่านั้นนะ…

  • ระวัง! ปวดประจำเดือนนานไปเสี่ยงมีลูกยาก

    อย่างที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ที่ ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า? ว่าการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรงผิดปกติ หรือการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากกว่าปกติทำให้เราปวดท้องประจำเดือน แต่การที่เราปวดท้องประจำเดือนไม่ได้มีแค่สาเหตุนี้เท่านั้น อาจเกิดจากโรคต่างได้เช่นกัน เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จนกลายเป็นซีสต์และเจริญเติบโตกลายเป็นมะเร็งในโพรงมดลูก มดลูกโต ผังผืดในโพรงมดลูกและเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคเหล่านี้นอกจากทำให้ปวดท้องประจำเดือนแล้วยังทำให้มีลูกยากด้วย แล้วทำไมโรคเหล่านี้ถึงทำให้มีลูกยากไปดูกันเถอะ!!!! ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกอาจจะไปสะสมและเจริญเติบโตในรังไข่หรือปีกมดลูกแทนที่จะเจริญเติบโตในโพรงมดลูกในช่องท้อง ทำไมเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ถึงทำให้มีลูกยากกันล่ะ?? เพราะว่าเยื่อบุโพรงมดลูกจะทำให้เกิดผังผืดเพิ่มขึ้นบริเวณปีกมดลูก หรืออาจมีสารบางตัวที่ไปทำลายไข่ และขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนนั่นเองงงงงง พัฒนามาจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่โดยเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในรังไข่ในรูปแบบถุงน้ำ ทำให้ปวดประจำเดือนขั้นร้ายแรงงงงงง ภายในถุงน้ำมีของเหลวคล้ายช็อกโกแลต จึงมีการเรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ เมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้การเจริญเติบโตของฟองไข่เป็นไปได้ยากขึ้น ไข่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่มีการตกไข่เลยทำให้มีลูกยาก มดลูกโต คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มีรูปแบบเดียวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่เป็นการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มดลูกโตจะทำให้มดลูกเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีผังมดในมดลูก ส่งผลต่อการฝังตัวอ่อนและเพิ่มโอกาสในการแท้งลูกอีกด้วย ผังผืดในโพรงมดลูกเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้สาวๆ ที่ปวดท้องประจำเดือนมานานมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลงมาก เโรคอื่นๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมดลูกโตก็ล้วนแต่ทำให้เกิดผังผืดในมดลูกเช่นกัน ผังผืดในโพรงมดลูกอาจเกิดจากการอักเสบของมดลูกจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกถูกทำลาย ทำให้โพรงมดลูกเกิดการติดกัน ผังผืดมีทั้งผังผืดบางและผังผืดหนาจนปิดกั้นทั้งโพรงมดลูก พังผืดจะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และแท้งได้ง่าย เนื้องอกในมดลูกเป็นก้อนแข็งๆ ที่เกิดอยู่ภายในมดลูกบริเวณต่างๆ เช่น ตรงมดลูก โพรงมดลูกหรือปากมดลูก เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่อาจจะไปเบียดโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกผิดรูปไปจากปกติ ตัวอ่อนจึงไม่สามารถฝังตัวอยู่ในมดลูกได้ ส่งผลให้มีลูกยากไปด้วย การปวดท้องประจำเดือนนานๆ อาจไม่ได้มีสาเหตุแค่ร่างกายหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากเกินไปทำให้เรารู้สึกเจ็บจากการบีบตัวของมดลูกมากกว่าปกติ…

  • ตำรับชาแก้ปวดท้องเมนส์ ทำยังไงนะ??

    วิธีรักษาอาการป่วยที่ดีที่สุดคือการรักษาจากภายในสู่ภายนอก การกินเลยเป็นวิธีที่ง่ายแสนง่าย เหมือนกับคำว่าอาหารเป็นยานั่นแหละน้าาาา เวลาปวดท้องเมนส์นอกจากน้ำขิงกับชาขิงที่เป็นเครื่องดื่มที่ควรดื่มตอนปวดท้องเมนส์แล้ว บางทีเราก็อาจจะอยากดื่มอย่างอื่นบ้างใช่ไหมล่ะเจ้าคะ วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาทุกคนไปลิ้มรสตำรับชาแก้ปวดท้องเมนส์แบบสาวชาวจีนกัน ไปเตรียมวัตถุดิบกันโล้ดดดด~~~~ กัญชาเทศ 11.25 กรัม (3 สลึง) ขิงแห้ง 7.5 กรัม (2 สลึง) ลำไยอบแห้ง 11.25 กรัม (3 สลึง) น้ำเปล่า 800 cc 1. ต้มน้ำจนเดือดแล้วหรี่ไฟลง 2. ใส่วัตถุดิบทั้งหมดลงไปต้ม 15-20 นาที 3. ปิดไฟ ปิดฝาอบไว้ 15 นาที 4. ดื่มขณะอุ่น ตำรับชาสูตรนี้ทำให้เลือดหมุนเวียนดีมากกกกก อบอุ่นมดลูกของเรา กระตุ้นการขับเลือดที่คั่งค้างอยู่ภายใน กัญชาเทศในชามีสรรพคุณขจัดเลือดคั่ง สร้างเลือดใหม่ ทำให้เลือดไหลเวียนดี ปรับสมดุลเส้นลมปราณ แก้ปวดประจำเดือน ลดบวมน้ำ กัญชาเทศได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นยากระตุ้นมดลูกชนิดหนึ่ง ช่วยให้มดลูกบีบรัดตัว แต่เพราะว่ากัญชาเทศมีฤทธิ์เย็น เราเลยต้องใส่ขิงแห้ง เพื่ออบอุ่นมดลูก บวกกับลำไยอบแห้งเพื่อให้ชามีรสชาติน่าดื่มมากขึ้น และยังบำรุงเลือด ทำให้จิตใจสงบ…

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • ผักเคล ดีต่อผู้หญิงช่วงมีประจำเดือนอย่างไร?

    สวัสดีสาวๆ ทุกคน! ช่วงนี้เป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนกำลังเผชิญกับ “เมนส์” หรือประจำเดือนกันอยู่ใช่มั้ยคะ? บอกเลยว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะร่างกายของเราต้องการสารอาหารและวิตามินมากเป็นพิเศษ วันนี้แม่นางทานตะวันมีผักชนิดหนึ่งที่อยากแนะนำให้สาวๆ ทุกคนรู้จัก นั่นก็คือ “ผักเคล” ราชินีแห่งผักเขียวนั่นเอง! ผักเคล เป็นผักใบเขียวเข้มที่มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือน เพราะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก, วิตามินเค, แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเราในช่วงนี้ ประโยชน์ของผักเคล สำหรับผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน 1. ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน: ผักเคลมีสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ ช่วยลดอาการปวดท้อง ปวดหลัง และอาการปวดอื่นๆ ที่เกิดจากประจำเดือน 2. เสริมสร้างเลือด: ผักเคลอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยป้องกันอาการโลหิตจาง ที่มักเกิดขึ้นในช่วงมีประจำเดือน 3. บรรเทาอาการ PMS: ผักเคลมีวิตามินบี 6 และแมกนีเซียม ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน บรรเทาอาการหงุดหงิด วิตกกังวล และอาการ PMS อื่นๆ 4. บำรุงกระดูก: ผักเคลอุดมไปด้วยแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิง 5….

  • เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

    สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา?? โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้ กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน…