บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย

วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น)

สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน

เป็นประจำเดือนนานกี่วัน

อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ

ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน

ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ

ลักษณะประจำเดือน

ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ มีสีดำคือร่างกายผิดปกติ หรือมีลิ่มเลือด อาจจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูดที่หลุดออกมา ต้องหาหมอด่วนจี๋เลยยยยย

อาการตอนเป็นประจำเดือน

อาการตอนเป็นประจำเดือนนี้รวมถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนเป็นประจำเดือน เช่น นอนไม่หลับหรือปวดเมื่อยผิดปกติหรือเปล่า รวมถึงอาการปวดท้องประจำเดือน เจ็บเต้านม ปวดหัวเป็นสิว ท้องอืด หรือท้องเสียในช่วงที่เป็นประจำเดือนมั้ยด้วยนะ

อารมณ์ก่อนและตอนเป็นประจำเดือน

อารมณ์ต่างที่แสดงออกมาในช่วงเป็นประจำเดือนจะแสดงถึงระดับฮอร์โมนที่พุ่งขึ้นหรือลดลง เราจึงควรทำสมุดบันทึกอารมณ์ไว้ว่าในเดือนนี้ช่วงมีประจำเดือนเราอารมณ์เป้นยังไงนะ เช่น เบื่อหน่าย มีความสุข กระปรี้กระเปร่า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โกรธ ซึมเศร้า เป็นต้น

แค่ไม่กี่ข้อนี้ เราก็จะรู้แล้วว่าร่างกายเราผิดปกติไหม?? ถ้าป่วยขึ้นมา หมอถาม เราจะได้ตอบได้เลย ข้อมูลพวกนี้สามารถบอดได้ว่าเราเร่มมีอาการป่วยมานานแค่ไหนแล้ว เป็นประวัติของร่างกายเราเลยนั่นเอง เดี๋ยวนี้มีแอพที่ช่วยจดบันทึกข้อมูลพวกนี้แล้วหลายแอพ ที่แม่นางทานตะวันใช้อยู่ก็แอพ Flo เลย ใช้มานานถึง 8 ปีแล้ว มีประโชน์มาก แม่นางทานตะวันหวังว่าเพื่อนๆ จะลองเอาไปจดบันทึกดูนะ เพราะประจำเดือนสำคัญต่อสุขภาพผู้หญิงเรามากๆ ดูแลตัวเองกันด้วยนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • หน้าใสไร้สิวก่อนมีประจำเดือนทำยังไงกันนะ??

    สิว เป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้ สิวสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและการนับถือตนเองของผู้หญิงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงมักจะรู้สึกอ่อนไหวและไม่มั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีวิธีการรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนได้ โดยทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ ล้างหน้าให้สะอาดวันละสองครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่รุนแรง เช่น แอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ใช้โทนเนอร์ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอุดตันของรูขุมขนได้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดสิวได้ ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ขับเหงื่อและกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดการเกิดสิวได้ หากมีสิวอักเสบหรือสิวหัวหนอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม การรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากทำตามเคล็ดลับข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยบรรเทาการเกิดสิวและทำให้ผิวหน้ากลับมาใสไร้สิวได้ทันช่วงมีประจำเดือนได้นะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ระวัง! 5 นิสัย ไม่อยากปวดท้องเมนส์ต้องดู!!

    ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับนิสัยแย่ๆ จนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ ทั้งนอนดึก กินน้ำน้อย ไม่กินข้าวเช้า ทำในวันธรรมดาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่ดี แล้วรู้ไหม ยิ่งถ้าทำในวันที่เป็นเมนส์จะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาผิดปกติจนปวดท้องเมนส์หนักกว่าเดิมยังไงล่ะ ไปดูกันดีกว่าว่านิสัยแบบไหนที่จะทำเธอปวดท้องเมนส์จนต้องร้องขอชีวิต!! 1.อุณหภูมิ บางคนรู้สึกว่ามันร้อนเกินไปใช่ไหมล่ะ เธอเลยใช้ชีวิตด้วยความเย็นอยู่รอบตัวขนาดนี้ ดื่มแต่น้ำเย็นจัด ชอบกินหรือเคี้ยวน้ำแข็ง ชอบทานไอศกรีมเย็นๆ หรือชอบแช่น้ำในอ่างอาบน้ำผ่อนคลายในอ่างสักชั่วโมง นิสัยแบบนี้ทำร่างกายเธอเย็นไปด้วย ท้องน้อยก็เย็น เดี๋ยวปวดท้องเมนส์เอานะ 2.การลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักก็ดีอยู่หรอกนะถ้าทำถูกต้อง แต่นิสัยเสียๆ บางอย่างไม่ควรเอามาทำช่วงเป็นเมนส์นะ ทั้งการไม่กินข้าวจนเป็นนิสัย น้ำหนักตัวไม่คงที่เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม หรือรีบน้ำหนักลดทีเดียวหลายกิโลต่อเดือนขนาดนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพมดลูกเราเลยนะ 3.การกินและดื่ม การกินเป็นการรับของเสียเข้าร่างกายได้ง่ายมากๆ มีหลายวิธีที่จะทำเราปวดท้องเมนส์จนต้องปาดน้ำตา ทั้งการไม่กินข้าวเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา ชอบกินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผัก กินมาม่า กินอาหารแช่แข็งบ่อยๆ ชอบกินอาหารฟาสต์ฟูส ชอบกินของหวาน เช่น เค้ก เครป คุ้กกี้ ขนมหวานๆ เนี่ยหลีกเลี่ยงหน่อยนะ  นอกจากนี้กินน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพมดลูกเราด้วยนะ 4.การนอน อีกหนึ่งนิสัยแย้แย่ที่แก้ไม่ได้ ส่งผลให้วงจรร่างกายสับสน ไปหมด…

  • ประจำเดือนมา แต่งตัวยังไงให้มั่นใจ? 💃🏻

    สาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้ ประจำเดือนมาทีไร รู้สึกไม่มั่นใจ เหมือนอะไรๆ ก็ดูไม่เข้าท่า 😩 จะใส่ชุดสวยๆ ก็กลัวเลอะ จะใส่ชุดสบายๆ ก็ดูไม่สดใส 😓 แต่เดี๋ยวก่อน! วันนี้แม่นางทานตะวันมีทริคเด็ดๆ มาฝาก รับรองว่าแต่งตัวยังไงช่วงเป็นประจำเดือนก็มั่นใจ สนุกสนาน ไร้กังวลแน่นอน 💖 เริ่มต้นด้วยความสบายๆ ✨ ช่วงเป็นประจำเดือน ร่างกายของสาวๆ อาจจะบอบบาง อ่อนไหวกว่าปกติ ดังนั้น การเลือกชุดที่ใส่สบาย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด! เลือกเนื้อผ้าที่นุ่ม ลื่น ไม่ระคายเคืองผิว เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เป็นต้น หลีกเลี่ยงชุดรัดแน่น หรือชุดที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เพราะอาจทำให้รู้สึกอึดอัด และระคายเคืองได้ 🙅🏻‍♀️ สีสันสดใส เพิ่มความมั่นใจ 🌈 ช่วงเป็นประจำเดือน อาจจะรู้สึกอ่อนเพลีย เบื่อหน่าย ลองเติมสีสันให้ชีวิตด้วยการเลือกชุดสีสดใส หรือลายพิมพ์น่ารัก ช่วยเพิ่มความสดใส ร่าเริง และทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ 💖 เลเยอร์ช่วยชีวิต 😉 ทริคเด็ดสำหรับสาวๆ…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

    สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา?? โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้ กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน…