ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ อันตรายไหม??

ประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของผู้หญิงที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการตั้งครรภ์ โดยทั่วไป รอบเดือนแต่ละรอบของผู้หญิงจะห่างกันประมาณ 21-35 วัน หากประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ คือ ประจำเดือนมาน้อยกว่า 21 วัน หรือมีปริมาณเลือดประจำเดือนน้อยกว่า 30 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

  • สาเหตุจากฮอร์โมน เช่น ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ภาวะพร่องฮอร์โมนเอสโตรเจน ภาวะพร่องฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
  • สาเหตุจากโรคหรือภาวะอื่นๆ เช่น โรคอ้วน โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรครังไข่ polycystic syndrome (PCOS) โรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งมดลูก
  • สาเหตุจากการใช้ยา เช่น ยาคุมกำเนิดบางชนิด ยารักษาโรคจิตเภท ยารักษาโรคมะเร็ง

ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติอาจไม่อันตรายเสมอไป หากเกิดจากสาเหตุที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากเกิดจากสาเหตุที่อาจเป็นอันตราย เช่น โรคหรือภาวะอื่นๆ ข้างต้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น

  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกพรุน เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างมวลกระดูก หากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน อาจทำให้กระดูกพรุนได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) หากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์รังไข่ หากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่

ดังนั้น หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

วิธีดูแลตัวเองเมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ

หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ สามารถทำได้ดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือสารเสพติด ที่อาจส่งผลต่อฮอร์โมนเพศหญิง
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อติดตามอาการและหาสาเหตุของภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ

เมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เมื่อไหร่

ควรพบแพทย์เมื่อพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น

  • มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง
  • มีประจำเดือนกะปริดกะปรอย
  • มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน
  • มีน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างผิดปกติ
  • มีขนขึ้นบริเวณใบหน้าหรือลำตัว
  • มีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน

หากพบแพทย์แล้ว แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่างกาย ตรวจเลือด หรือตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ดูแลตัวเอง’หลัง’มีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงหลังมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกก่อตัวหนาเข้าสู่ช่วงไข่สุก ช่วงนี้เลยยังเป็นช่วงที่อุณหภูมิร่างกายต่ำอยู่ ในทางแพทย์แผนจีนเลยยังจัดให้อยู่ในช่วง หยินระยะยาว เราเลยจะบำรุงหยินเป็นหลักเจ้าค่ะ บำรุงหยินและเลือด หลังประจำเดือนถูกขับออกมา ห้องเลือดจะว่างเปล่า ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่จำเป็นต้องบำรุงเลือดกันยกใหญ่เลือดจัดเป็นหยิน เราเลยควรบำรุงทั้งหยินและเลือดเลยเจ้าค่ะ!! ควรกินพุทราจีน ลำไยอบแห้งเห็ดหูหนูขาวและดำและกระเจี๊ยบเขียวให้มากๆ หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อนและอาหารทอด เพราะอาหารเผ็ดร้อนและอาหารทอดส่วนมากอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน กินมากจะทำร้ายหยินและเลือด ไม่ควรกินหม่าล่าหม้อไฟ ผงกระหรี่ไก่ทอดโรยเกลือ และเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ ถึงมันจะอร่อยแค่ไหนแต่หักห้ามใจไว้บ้างก็ดีนะ กินอาหารแคลเซียมสูงและธาตุเหล็กสูง ช่วงมีประจำเดือนร่างกายจะสูญเสียแคลเซียมและธาตุเหล็กไป พอหมดประจำเดือนเลยควรเสริมแร่ธาตุพวกนี้ในปริมาณที่เหมาะสม แหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็ก คือ เนื้อแดงเช่น เนื้อวัว เนื้อแพะผักผลไม้สีเข้ม เช่น ลูกเกด เชอร์รี่ ปวยเล้งแหล่งอาหารที่มีแคลเซียม คือ เห็ดหูหนูดำ ปลาแห้งนมสด น้ำต้มกระดูก จบกันไปแล้วนะเจ้าคะกับการดูแลตัวเองในช่วงมีประจำเดือนทั้งสามช่วง ทั้งช่วง’ก่อน’มีประจำเดือน ช่วงมีประจำเดือน และช่วงสุดท้ายนี้ช่วง’หลัง’มีประจำเดือน การดูแลตัวเองในช่วงมีประจำเดือนไม่ได้หมายถึงการดูแลเฉพาะช่วงมีประจำเดือนไม่กี่วันนี้เท่านั้นนะ แต่หมายถึงการดูแลร่างกายอย่างดีตลอดช่วงเดือนด้วยนะเจ้าคะ แม่นางทานตะวันหวังว่าเพื่อนๆจะดูแลตัวเองในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดีนะเจ้าคะ!! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • กินแต่’เนื้อ’มีผลต่อประจำเดือนหรือเปล่า?

    สาวๆ สายเนื้อทั้งหลาย เคยสงสัยกันไหมคะว่า การกินเนื้อ ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอย่างไร? บ้างก็ว่ากินเนื้อแล้วประจำเดือนมาน้อย บ้างก็ว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น เอาล่ะ! วันนี้เราจะไปคลายข้อสงสัยเหล่านี้พร้อมกัน! กินเนื้อมีผลต่อฮอร์โมนเพศหญิงจริงไหม? คำตอบคือ มีผล แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรง! การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่ง ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมรอบเดือน แล้วกินเนื้ออย่างไรให้ไม่กระทบประจำเดือน? 1. เลือกเนื้อไขมันต่ำ: เนื้อติดมันมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่าเนื้อไม่ติดมัน การเลือกเนื้อไม่ติดมันจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 2. ทานเนื้อในปริมาณที่พอเหมาะ: ปริมาณเนื้อที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 4-6 ออนซ์ต่อวัน 3. ทานผักผลไม้ควบคู่กัน: ผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย 4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน สรุป การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อประจำเดือน การเลือกเนื้อไขมันต่ำ ทานในปริมาณที่พอเหมาะ ทานผักผลไม้ควบคู่กัน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสนุกกับปาร์ตี้เนื้อย่างโดยไม่ต้องกังวล! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนสีน้ำตาล อันตรายหรือไม่?

    สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า บางครั้งประจำเดือนที่ควรจะเป็นสีแดงสด กลับกลายเป็นสีน้ำตาลคล้ำ? 🤨 ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ อาจต้องคิดใหม่! เพราะ ประจำเดือนสีน้ำตาลอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่เราไม่ควรละเลย 🚨 วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาไปเจาะลึกว่า ทำไมประจำเดือนถึงเป็นสีน้ำตาล? และเมื่อไหร่ที่มันอาจหมายถึง โรคร้ายที่ต้องรีบพบแพทย์! 🩸⚠️ 🚨 ทำไมประจำเดือนถึงเป็นสีน้ำตาล? ปกติแล้ว ประจำเดือนสีน้ำตาลอาจเกิดจาก เลือดที่ค้างอยู่ในมดลูกนานจนสัมผัสออกซิเจน ทำให้เปลี่ยนสีจากแดงเป็นน้ำตาล แต่ในบางกรณี มันอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง! 😨 อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ! มาดูกันว่า สาเหตุไหนอันตราย และเมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์ด่วน! ❗ 6 สัญญาณอันตรายของประจำเดือนสีน้ำตาล ❗ 1️⃣ ประจำเดือนสีน้ำตาลเข้มตลอดช่วงที่เป็นประจำเดือน😨 👉 อาจเป็นโรค: โรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (PID), มดลูกอักเสบ 2️⃣ ประจำเดือนสีน้ำตาล + ปวดท้องรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้ 💥 👉 อาจเป็นโรค: เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, พังผืดในมดลูก 3️⃣ ประจำเดือนสีน้ำตาล + มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ 🤢 👉 อาจเป็นโรค:…

  • ‘อากาศหนาว’ทำไมถึงปวดท้องประจำเดือน?

    เราพูดกันไปถึงหลายๆข้อสงสัยที่ว่าอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน ทั้งกาแฟและน้ำมะพร้าวว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนหรือไม่?? ซึ่งก็มีทั้งทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงๆและไม่จริง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่างความหนาวเย็น สาวๆหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมความหนาวถึงทำให้ปวดท้องประจำเดือน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันเจ้าค่ะ ความหนาวทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว กล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกนี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เลือดไหลเวียนน้อยลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลง การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงนี้ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และความหนาวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับความหนาว ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความหนาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราป่วย ร่างกายของเราจะผลิตสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดอาการท้องอืด ความหนาวสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ซึ่งอาการท้องอืดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สรุปได้ว่าความหนาวทำให้เราปวดท้องประจำเดือนเพราะกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เลือดไหลเวียนน้อยลง ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำลงและอาการท้องอืด ถ้าสาวๆ ว่ามีอากาศหนาวที่อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สาวๆ ควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องและหลัง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน แม่นางทานตะวันหวังว่าจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจสาเหตุที่ความหนาวเย็นทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เฉลย! สาเหตุที่สาวๆปวดท้องเมนส์

    โอ้ย!! ปวดๆๆ ปวดท้องเมนส์ ปวดมาก ปวดน้อย ปวดทุกๆเดือน ทำไมผู้หญิงเป็นเมนส์แล้วยังต้องปวดท้องเมนส์อีก ไปดูกันดีกว่าว่าเพราะอะไรเราต้องมาทนปวดท้องเมนส์แบบนี้ด้วย 1.ปวดท้องเมนส์เพราะหนาวเกินนนนนน~ หนึ่งเหตุผลที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไปนั่นเอง พอร่างกายเย็นเกินไปก็ทำให้อาหารไม่ย่อย กระเพาะลำไส้ผิดปกติ อุณหภูมิของร่างกายค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เลือดเมนส์ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน กล้ามเนื้อเชิงกรานเลยหดตัวลงไปด้วย ทำเราปวดท้องกันถ้วนหน้านั่นเอง 2.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเลือดคั่ง!! เลือดคั่งคือภาวะที่เลือดไม่ไหลเวียนตามปกติ ทำให้เลือดขุ่นข้น แข็งตัว ขับออกมาไม่ได้ เมื่อมีเลือดคั่งแข็งตัวอยู่ในอุ้งเชิงกราน ทำให้มีอาการไม่สบายท้อง หากระบายเลือดที่คั่งออกไปได้ จะทำให้เมนส์ไหลคล่องขึ้น หลังจากนั้นก็จะไม่มีปวดท้องแล้วแหละ 3.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเสมหะชื้น ตามศาสตร์แพทย์แผนตะวันออกแล้วเนี่ย ความชื้นเป็นธาตุหยิน มีลักษณะเหนียวข้น ขจัดออกยากสุดๆ เมื่อความชื้นเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ พอมีเสมหะชื้นอยู่ในอุ้งเชิงกราน ระบายออกมาไม่ได้ มันเลยกลายเป็นเสมหะร้ายที่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำเราปวดท้องเมนส์หนักทุกๆเดือน 4.ปวดท้องเมนส์เพราะเครียดกับชีวิตซะเหลือเกิน สาเหตุสุดท้ายนี้เป็นอาการปวดที่เกิดจากแรงกดดันทั้งหลายแหล่ที่ประดังประเดเข้ามาในชีวิต ทั้งความโกรธ ความร้อนใจที่เกิดจากความรุนแรง ถูกคนอื่นรังแกหรือร้อนรนทุกข์ร้อนกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่ทำให้มีอาการปวดมดลูกได้ทั้งหมด เห็นแล้วว่าเมื่อผู้หญิงอย่างเราๆได้รับความเจ็บปวดทั้งจากร่างกายและจิตใจล้วนส่งผลต่อมดลูก สภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้ปวดท้องเมนส์บ้างไปอ่านกันได้ที่นี่ ถ้าไม่อยากปวดท้องเมนส์ในครั้งต่อไปต้องรีบรักษาอย่างด่วนจี๋เลยนะ แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะหายปวดท้องเมนส์กันทุกคนนะเจ้าคะ!!! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • ประจำเดือนทำผิวเราเปลี่ยนไปยังไงบ้างนะ??

    ไหนลองถูผิวดูหน่อยซิ เอี๊ยดดดดดด อุ๊ต้ะ! พอประจำเดือนมาทำไมผิวแปลกๆ ไปล่ะเนี่ย ประจำเดือนเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของผู้หญิงทุกๆ คน แต่รู้ไหมว่าประจำเดือนส่งผลต่อผิวพรรณของเราด้วยนะ! ในช่วงที่มีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เหมือนกับการเกิดสิวของเรา ผิวมัน ในช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายของเราจะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้ผิวของเราแลดูมันเยิ้มและเป็นสิวง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณทีโซนอย่างหน้าผาก จมูก คาง ผิวแห้ง ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนบางชนิดที่ลดลงในช่วงที่มีประจำเดือนก็ทำให้ผิวของเราแห้งลงได้ โดยเฉพาะบริเวณแก้มและรอบดวงตา ผิวหมองคล้ำ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงที่มีประจำเดือนยังทำให้ผิวของเราหมองคล้ำลงได้ เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงผิวลดลง แพ้ง่าย ผิวของเราจะแพ้ง่ายขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลง สิวขึ้น สิวเป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความมันบนใบหน้า ริ้วรอยเหี่ยวย่น ในช่วงที่มีประจำเดือน ผิวของเราจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินมากขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายขึ้น ผิวแต่ละคนจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับแต่ละคน หรือบางคนอาจจะเป็นทุกอาการที่พูดถึงเลยก็ได้นะ ติดตามการดูแลผิวของเราช่วงที่เป็นประจำเดือนได้ที่นี่เลย Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์