เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา??

โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี

ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน

คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ

เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น

ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก

ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง

แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้

กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน ทำความสะอาด ถูพื้นโดยใช้ผ้าขี้ริ้ว ทำไร่ทำนา เส้นเอ็นก็จะแข็งแรงมาก กระดูกเชิงกรานก็จะไม่คลายตัวง่ายๆ

แต่สาวๆในปัจจุบันไม่ค่อยขยับร่างกาย ตอนเด็กๆก็ไม่ค่อยออกไปวื่งเล่นข้างนอก หรือเวลาทำความสะอาด จะไม่ถูพื้นด้วยผ้าขี้ริ้ว แต่จะใช้ไม้ถูพื้น กิจกรรมที่ใช้กำลังนั้นก็ไม่ค่อยทำกัน

ถ้าเส้นเอ็นคลายตัวร่างกายท่อนล่างก็จะขยายออกกว้างตามไปด้วย เนื่องจากกระเพาะอาหาร ลำไส้ และมดลูกค่อยๆ เคลื่อนลงด้านล่างเลยทำให้กระดูกเชิงกรานค่อยๆ ขยายออกไปอีก ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรืออาจปวดท้องประจำเดือนขึ้นมาด้วยได้นั่นเอง

แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะดูแลกระดูกเชิงกรานกันดีๆ หมั่นทำกายบริหารเพื่อทำให้กระดูกเชิงกรานไม่คลายตัว ประจำเดือนจะได้ไม่ขาดหายไปหรือต้องทรมาณกับอาการปวดท้องประจำเดือนนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ? เช็กเลย!

    ทุกเดือนที่ประจำเดือนมา สาวๆ หลายคนคงต้องเผชิญกับอาการปวดที่ชวนให้ร้อง “โอ๊ย!” 😣 แต่รู้ไหมว่า ปวดประจำเดือนบางแบบอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องปกติ! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาไปเช็กกันว่า อาการปวดประจำเดือนแบบไหนควรระวัง และเมื่อไหร่ที่ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนสายเกินไป 🚨 🔍 ปวดประจำเดือนแบบไหน “ปกติ”? ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปวดประจำเดือนแบบปกติ เป็นยังไงกันแน่! ✅ ปวดท้องน้อยหรือปวดบีบๆ ช่วง 1-2 วันแรกของประจำเดือน✅ ปวดแบบพอทนไหว กินยาแก้ปวดหรือพักผ่อนแล้วดีขึ้น✅ มีอาการร่วมเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย ปวดหลัง หรือมึนหัว แต่ไม่รุนแรง ถ้าสาวๆมีอาการแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นอาการปวดประจำเดือนทั่วไปที่เกิดจาก มดลูกบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออก ไม่ต้องกังวลมากนัก แต่ถ้าอาการปวดดูแปลกไปจากเดิม หรือหนักหนาสาหัสจนใช้ชีวิตแทบไม่ได้ มาดูกันว่าเรากำลังเจอสัญญาณผิดปกติหรือเปล่า!? 🚨 ปวดประจำเดือนแบบนี้… ผิดปกติ! รีบเช็กด่วน 1️⃣ ปวดหนักจนต้องลางาน/ลาป่วยทุกเดือน 😵‍💫 ถ้าทุกเดือนต้องลาพักเพราะ ปวดจนขยับตัวแทบไม่ได้ หรือถึงขั้นนอนซมทั้งวัน นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ! 🛑 สัญญาณที่ต้องระวัง: 👉 อาจเป็นโรค: เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่…

  • มือถือคู่ใจทำร้ายสุขภาพช่วงมีประจำเดือน!!

    หนีห่าว สาวๆ ทุกคน วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาคุยกันเรื่อง “มือถือกับประจำเดือน” แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนก็ต้องเคยมีโมเมนต์นี้กันบ้าง นั่นคือการใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือนนั่นเองงงงงง ในช่วงมีประจำเดือน สาว ๆ หลายคนมักจะมีอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนคือรู้สึกหงุดหงิด เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอใคร มือถือจึงกลายเป็นเพื่อนคลายเหงาชั้นดี ช่วยให้สาว ๆ ได้ผ่อนคลายความเครียด ผ่านการเสพสื่อบันเทิงต่าง ๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม โซเชียลมีเดีย เป็นต้น นอกจากนี้ มือถือยังช่วยให้สาว ๆ ได้แชร์ประสบการณ์ประจำเดือนกับเพื่อน ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพผู้หญิง ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่โดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวหัวใจอีกด้วย แต่การใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือน ก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เหมือนกันนะเจ้าคะ เช่น วิธีใช้มือถืออย่างปลอดภัยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากปล่อยให้มือถือทำร้ายสุขภาพในช่วงมีประจำเดือน ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูนะเจ้าคะ!! มือถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่การใช้อย่างมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน สาว ๆ ควรใช้มือถืออย่างปลอดภัยและเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน เพื่อไม่ให้สุขภาพแย่ลงๆ นะเจ้าคะ Tips…

  • PMS อาการก่อนเป็นเมนส์ ไม่ควรกินอะไรบ้าง??

    เราพูดถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนไปแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากมีอาการก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ!! อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นอาหารที่ให้โทษกับร่างกายในช่วงที่เป็นเมนส์มากๆเลย อย่ารอช้าดีกว่า ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างงงงงงงง โดยปกติการกินเกลือหรืออาหารเค็มมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากินในช่วงที่เป็นเมนส์นะ การกินเกลือมากเกินไปจะทำให้มีน้ำคั่ง ทำให้มีอาการมึนหัวเวียนหัวบ้านหมุนแล้วก็ขาบวมได้ล่ะ แค่กๆๆ เจ็บคอจังเลย กินยาอมจากชะเอมเทศสักหน่อยซิ โนๆค่ะ ไม่ได้ๆ เพราะถ้ากินช่วงก่อนเป็นเมนส์ชะเอมเทศจะกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอัลโดสเทอโรน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเกลือโซเดียม และทำให้มีอาการบวมน้ำนะเจ้าคะ หนึ่งในเมนูที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรทานตอนเป็นเมนส์ แต่ช่วงก่อนเป็นประจำเดือนเองก็ไม่ควรกินอาหารและเครื่องดื่มเย็นๆมากเกินไปเหมือนกันนะเจ้าคะ เพราะมันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในท้อง และทำให้มีอาการปวดท้องเมนส์ตอนเมนส์มานั่นเอง ใครชอบดื่มกาแฟเห็นข้อนี้คงเบะปากมองบนกันเลยล่ะสิ ฮิๆ ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนออกมามากนัก แต่แพทย์และนักโภชนาการต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า คาเฟอีนที่เกินกว่า 100 มก. ต่อวันทำให้เกิดอาการวิตกกังวล เครียด และนอนไม่หลับได้ ปริมาณมากกว่านั้นอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วงนะ ไม่ดื่มกาแฟ เปลี่ยนไปดื่มชาดำแทนก็ได้ เสียใจด้วยเจ้าค่ะ แต่ต้องบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน เพราะในชาดำมีสารแทนนินที่คอยจับตัวกับแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้แร่ธาตุไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายนะเจ้าคะ ใครสายดื่มนี่ต้องงดดื่มซักหนึ่งอาทิตย์นะ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือด ลดระดับแมกนีเซียม ส่งผลต่อการทำงานของตับ และทำให้อาการ PMS แย่ลงได้ ไม่ร้องนะคะทุกคน งดดื่มแอลกอฮอล์แค่ไม่กี่วันเอง!! ถ้าเรากินผักที่มีออกซาเลตมากๆจะให้ออกซาเลตไปจับตัวกับแร่ธาตุอื่น มันจะกลายเป็นผลึกออกซาเลต ทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆไม่ได้…

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนควรไปหาหมอ!!

    ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ แต่บางครั้งอาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อาจทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าปวดประจำเดือนแบบนี้เราควรไปหาหมอมั้ย ต่อไปนี้คืออาการปวดประจำเดือนบางข้อ ถ้าสาวๆ มีอาการแบบนี้ควรรีบไปหาหมอกันนะเจ้าคะ * ปวดประจำเดือนมากจนไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่มีขายในร้ายขายยา * ปวดประจำเดือนจนรบกวนการทำกิจกรรมประจำวัน เช่น การไปทำงานหรือไปโรงเรียน * ปวดประจำเดือนมากจนทำให้ต้องลุกจากเตียงในเวลากลางคืน * ปวดประจำเดือนและมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย * ปวดประจำเดือนจนมีไข้ * ปวดประจำเดือนที่ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกมากผิดปกติหรือมีลิ่มเลือด * ปวดประจำเดือนที่ไม่ดีขึ้นหลังจากรับประทานยาคุมกำเนิดหรือยาอื่นๆ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนใดๆ เหล่านี้ ควรรีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะ หมออาจทำการตรวจร่างกายและการตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน แพทย์อาจสั่งให้คุณทำการตรวจอัลตราซาวนด์หรือการตรวจอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยภาวะที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของคุณ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ การรักษาอาการปวดประจำเดือนขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราคือภาวะทางการแพทย์ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ หมออาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาเพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราไม่ทราบแน่ชัด หมออาจแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงหรือยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเรา รีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด…

  • ทำไมตัวบวมก่อนเป็นเมนส์?? ใครเป็นบ้าง

    วันปกติๆไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมพอเมนส์จะมาถึงบวมอย่างนี้ล่ะ?? สาวๆบางคนมีปัญหาเรื่องอาการหน้าบวมตัวบวมขาบวมท่อนล่างบวมก่อนมีประจำเดือน หรืออาจจะน้ำหนักขึ้นมาซักสองสามกิโลช่วงไม่กี่วันก่อนจะเป็นเมนส์ อาการเหล่านี้เรียกว่าอาการบวมน้ำ แพทย์แผนตะวันตกเชื่อว่า อาการบวมน้ำก่อนที่จะเป็นเมนส์อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จนเป็นสาเหตุให้มีน้ำสะสมอยู่ในร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า เกิดจากการขาดวิตามินบีหรือแมกนีเซียม ส่วนแพทย์แผนจีนเชื่อว่า ปราณในตับและม้ามจะไหลเวียนได้ดีในช่วงก่อนมีประจำเดือน ม้ามควบคุมการเผาผลาญน้ำ หากการไหลเวียนในเส้นลมปราณม้ามติดขัดจะทำให้การเผาผลาญน้ำแย่ลง ภายใต้หลักการ “อวัยวะภายในทั้งห้าสัมพันธ์และพึ่งพากัน” ดังนั้นหากการไหลเวียนในเส้นลงปราณตับไม่สะดวก ก็จะทำให้การไหลเวียนในเส้นลมปราณม้ามที่แย่อยู่แล้วแย่ยิ่งกว่าเดิม แพทย์จะให้ยาช่วยให้ประจำเดือนราบรื่นและขับน้ำ เพื่อลดอาการบวมน้ำ อาการบวมน้ำช่วงที่เป็นเมนส์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรืออาจเกิดจากเส้นลมปราณม้ามติดขัดทำให้การไหลเวียนน้ำภายในร่างกายไม่ดีเท่าเวลาปกติ ถ้าใครมีอาการบวมน้ำให้ทำตามนี้เลย>>>5 วิธีแสนง่าย ลดบวมน้ำก่อนเป็นเมนส์ แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะหายจากอาการบวมน้ำกันเร็วๆนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ‘น้ำตาลทรายแดง’แก้ปวดประจำเดือนได้จริงหรือ?

    ในนิยายหรือหนังจีนหลายๆ เรื่อง ถ้าตัวละครที่เป็นผู้หญิงเกิดอาการปวดท้องประจำเดือนขึ้นมา คนรอบข้างก็จะต้มน้ำตาลทรายแดงมาให้ดื่ม เพราะเชื่อกันว่าน้ำตาลทรายแดงช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ แล้วน้ำตาลทรายแดงมันช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือไม่ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันเจ้าค่ะ!!!! น้ำตาลทรายแดงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้จริง เพราะในน้ำตาลทรายแดงมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียมและวิตามินบี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยบำรุงเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัวและลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ วิธีใช้น้ำตาลทรายแดงแก้ปวดท้องประจำเดือนก็ง่ายมากๆ เลยเจ้าค่ะ เพียงแค่ละลายน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะในน้ำอุ่น 1 แก้ว แล้วดื่มขณะที่ยังอุ่นๆ อาการปวดท้องประจำเดือนก็จะค่อยๆ บรรเทาลงไปเองเจ้าค่ะ เคล็ดลับเพิ่มเติม นอกจากนี้น้ำตาลทรายแดงยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยยยยยย ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีแก้ปวดท้องประจำเดือนแบบธรรมชาติ ลองใช้น้ำตาลทรายแดงดูนะเจ้าคะ รับรองว่าได้ผลดีแน่นอนนนนนน Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์