ป่วยไหม ?? ดูจากประจำเดือนได้เลย ง่ายมาก

บนชั้นหนังสือเด็กสมัยนี้อาจจะมีหนังสือนิทานที่ว่าอึบอกสภาพร่างกาย แต่รู้ไหมว่าลักษณะ’ประจำเดือน’ก็บอกจากสภาพร่างกายหรืออาการป่วยด้วยเหมือนกัน มันเป็นยังไงกันนะไปดูกันเลยยยย

แพทย์แผนจีนแบ่งสภาพร่างกายผู้หญิงที่มีปัญหาประจำเดือนไม่ราบรื่นออกเป็นออกเป็น 6 แบบ ดังนี้

  • ปราณในตับคั่งค้างจับตัวเป็นก้อน

ลักษณะประจำเดือน : วงจรประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ไม่มีลิ่มเลือด

อาการ : เจ็บหน้าอก ปราณในม้ามพร่อง วิตกกังวล PMSหรืออาการก่อนมีประจำเดือนรุนแรง โมโหง่าย หดหู่ นอนไม่หลับ


  • เลือดลมพร่องอ่อน

ลักษณะประจำเดือน : ประจำเดือนมาช้า มาค่อนข้างน้อย สีซีดหรือประจำเดือนขาดหาย

อาการ : ผิวพรรณไม่ดี ใจสั่น เวียนหัว ตาลาย ไม่มีแรง ตกใจง่าย น้ำเสียงอ่อนแรง


  • ไตพร่อง
  • หยางพร่อง

ลักษณะประจำเดือน : ประจำเดือนมาช้า มาน้อย สีซีด หรือประจำเดือนขาดหาย

อาการ : ใบหน้าหมองคล้ำ ท้องน้อยเย็น ปวดหลังปวดเอว มือเท้าเย็น ปัสสาวะบ่อย ความต้องการทางเพศลดลง


  • หยินพร่อง

ลักษณะประจำเดือน : ประจำเดือนมาเร็วหรือมาช้า สีค่อนข้างแดง มาค่อนข้างน้อย

อาการ : เวียนหัว ตาลาย ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อนผ่าว ปากแห้ง ลิ้นแห้ง แก้มแดง


  • เลือดคั่ง

ลักษณะประจำเดือน : ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมีลิ่มเลือด

อาการ : มีจุดเลือดบนลิ้นเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าหมองคล้ำ เจ็บหน้าอกมากตอนที่เป็นประจำเดือน ปวดหัว ปวดขาก่อนเป็นประจำเดือน


  • มีเสมหะชื้น

ลักษณะประจำเดือน : ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือประจำเดือนขาดหาย

อาการ : อ้วน เสมหะมาก ขนดก เป็นสิว ตกขาวมีสีขาว และเหนียวแต่ไม่คัน


  • ร้อนชื้น

ลักษณะประจำเดือน : ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมามาก

อาการ : ปวดหน่วงท้องน้อย ตกขาวมากและมีสีเหลือง


ถ้าจะให้ดีสาวๆ ควรทำความเข้าใจสภาพร่างกายของตนเองและบันทึกอาการผิดปกติต่างๆ ไว้เพื่อให้แพทย์แผนจีนช่วยปรับสมดุลได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครอยากลองทำยาจีนเพื่อปรับอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ตามไปลองกันได้ที่ประจำเดือนไม่ปกติแก้ยังไงไม่มีผลข้างเคียง แม่นางทานตะวันหวังว่าอาการประจำเดือนไม่ผิดปกติของสาวๆทุกคนหายเร็วๆนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ลาก่อนคิดลบ! เปิดโหมดคิดบวกในวันแดงเดือด 🩸🎉

    สาวๆ ทั้งหลาย! 🙋‍♀️ รู้หรือไม่ว่าช่วงวันแดงเดือดของเรา ไม่ได้มีแค่อาการปวดท้อง อารมณ์แปรปรวน 😭 แต่ยังมีวิธีเปลี่ยนอารมณ์ให้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆ ได้เหมือนกัน! 🥳 เลิกขมวดคิ้ว แล้วมาเปิดโหมดคิดบวกไปกับเคล็ดลับง่ายๆ ที่แม่นางทานตะวันเอามาฝากกันดีกว่า! ✨ 1. เสกห้องน้ำให้เป็นสปาส่วนตัว 💆‍♀️✨ ช่วงวันแดงเดือดแบบนี้ ขอผ่อนคลายสักหน่อยเถอะ! จุดเทียนหอม 🕯️ เปิดเพลงคลอเบาๆ 🎶 เตรียมอ่างอาบน้ำอุ่นๆ 🛁 เติมบาธบอมบ์หอมๆ แล้วนอนแช่น้ำให้ผ่อนคลาย 😌 รับรองว่าความคิดฟุ้งซ่าน หงุดหงิดต่างๆ จะหายวับไปกับตา! แต่อย่าแช่นานนะ เพราะความเย็นไม่ดีต่อสาวๆที่เป็นประจำเดือน! 2. หาของอร่อย (และดีต่อสุขภาพ!) 🍫🍓 ใครบอกว่าช่วงเป็นเมนส์จะกินอะไรอร่อยๆ ไม่ได้! 😋 จัดเลยเจ้าค่ะ! แต่ขอเป็นของอร่อยที่เป็นมิตรต่อสุขภาพหน่อยนะ 😉 ผลไม้สด 🍓🍌 ดาร์กช็อกโกแลต 🍫 สมูทตี้ 🥤 รับรองว่าจะช่วยเพิ่มความสุข แถมยังดีต่อร่างกายด้วย! 3. Netflix and Chill…

  • PCOS ส่งผลต่อประจำเดือนยังไงบ้าง?!

    สวัสดีเจ้าค่ะ! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ PCOS หรือ “ภาวะรังไข่หลายใบ” ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในบรรดาผู้มีชื่อเสียง ดารา นักแสดงอยู่ในช่วงนี้ เแล้วโรค PCOS เนี่ยมันส่งผลต่อประจำเดือนของเราอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยยยยย! 🌸 📅 PCOS คืออะไร? PCOS คือภาวะที่รังไข่มีถุงน้ำหลายใบ ซึ่งส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนไม่สมดุล โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเพศชาย (Androgens) ที่มีมากเกินไป ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ อย่างการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติ สิว ผมร่วง หรือขนดกตามร่างกาย! 😲 🔄 ทำไม PCOS ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ? เมื่อฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ประจำเดือนก็จะตามไม่ทัน! 🚶‍♀️ในผู้ที่มี PCOS การที่รังไข่ไม่สามารถปล่อยไข่ได้ตามปกติ จะทำให้เกิดการสะสมของถุงน้ำในรังไข่ ซึ่งทำให้ฮอร์โมนไม่สามารถควบคุมรอบเดือนได้เหมือนคนปกติ ผลลัพธ์ที่ตามมา? ประจำเดือนอาจจะมาช้า หรือบางครั้งอาจจะหายไปเลย! 🕰️💔 🚨 อาการที่แสดงว่า PCOS กำลังทำให้ประจำเดือนวุ่นวาย ⚖️ ทำไมการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติถึงสำคัญ? การที่ประจำเดือนมาช้า หรือหายไปอาจทำให้สาวๆรู้สึกไม่สบายใจและกังวลเรื่องสุขภาพ เช่น การมีลูกในอนาคต 🍼…

  • ระวัง! 5 นิสัย ไม่อยากปวดท้องเมนส์ต้องดู!!

    ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับนิสัยแย่ๆ จนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ ทั้งนอนดึก กินน้ำน้อย ไม่กินข้าวเช้า ทำในวันธรรมดาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่ดี แล้วรู้ไหม ยิ่งถ้าทำในวันที่เป็นเมนส์จะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาผิดปกติจนปวดท้องเมนส์หนักกว่าเดิมยังไงล่ะ ไปดูกันดีกว่าว่านิสัยแบบไหนที่จะทำเธอปวดท้องเมนส์จนต้องร้องขอชีวิต!! 1.อุณหภูมิ บางคนรู้สึกว่ามันร้อนเกินไปใช่ไหมล่ะ เธอเลยใช้ชีวิตด้วยความเย็นอยู่รอบตัวขนาดนี้ ดื่มแต่น้ำเย็นจัด ชอบกินหรือเคี้ยวน้ำแข็ง ชอบทานไอศกรีมเย็นๆ หรือชอบแช่น้ำในอ่างอาบน้ำผ่อนคลายในอ่างสักชั่วโมง นิสัยแบบนี้ทำร่างกายเธอเย็นไปด้วย ท้องน้อยก็เย็น เดี๋ยวปวดท้องเมนส์เอานะ 2.การลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักก็ดีอยู่หรอกนะถ้าทำถูกต้อง แต่นิสัยเสียๆ บางอย่างไม่ควรเอามาทำช่วงเป็นเมนส์นะ ทั้งการไม่กินข้าวจนเป็นนิสัย น้ำหนักตัวไม่คงที่เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม หรือรีบน้ำหนักลดทีเดียวหลายกิโลต่อเดือนขนาดนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพมดลูกเราเลยนะ 3.การกินและดื่ม การกินเป็นการรับของเสียเข้าร่างกายได้ง่ายมากๆ มีหลายวิธีที่จะทำเราปวดท้องเมนส์จนต้องปาดน้ำตา ทั้งการไม่กินข้าวเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา ชอบกินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผัก กินมาม่า กินอาหารแช่แข็งบ่อยๆ ชอบกินอาหารฟาสต์ฟูส ชอบกินของหวาน เช่น เค้ก เครป คุ้กกี้ ขนมหวานๆ เนี่ยหลีกเลี่ยงหน่อยนะ  นอกจากนี้กินน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพมดลูกเราด้วยนะ 4.การนอน อีกหนึ่งนิสัยแย้แย่ที่แก้ไม่ได้ ส่งผลให้วงจรร่างกายสับสน ไปหมด…

  • ข้อดีข้อเสียของ’ขนมหวาน’ตอนมีประจำเดือน

    เมื่อพูดถึงเรื่องขนมหวาน หลายๆ คนอาจจะนึกถึงความอร่อยและความอิ่มท้องที่ได้รับ แต่วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ข้อดีข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่เรามีประจำเดือนกันนนนน การกินขนมหวานในช่วงที่มีประจำเดือน อาจจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะกินอาหารหวานในช่วงเวลานี้! ข้อดีของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน คือ ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความสุขของสมอง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ และยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆในช่วงเวลาที่ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สบายตัว แต่ในทางกลับกัน การกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเกินไป และยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเริ่มมีอาการปวดท้องประจำเดือน ดังนั้นข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจที่จะกินขนมหวานในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การออกกำลังกายหรือการฟังเพลงที่ชอบ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนด้วยนะเจ้าคะ ในบทความนี้แม่นางทานตะวันได้แนะนำข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ซึ่งอาจทำให้สาวๆ เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายของเราช่วงนี้ และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในการกินอาหารในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่เสมอนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • วันก่อนเมนส์มา ผิวดูโทรม! บำรุงยังไงให้รอด?

    มีใครเคยสังเกตไหมว่า ช่วงก่อนมีประจำเดือน ผิวหน้าดูเปลี่ยนไปจากเดิม หน้ามันขึ้น รูขุมขนกว้าง แถมสิวก็โผล่มาแบบไม่ได้นัดหมาย! 😭 ใครที่เคยต้องรับมือกับปัญหานี้ทุกเดือน มาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมผิวถึงเปลี่ยน และควรบำรุงแบบไหนให้รอดจนเมนส์มา! 🩸✨ 🔍 ก่อนมีเมนส์ ผิวเปลี่ยนไปยังไง? ช่วง 7-10 วันก่อนมีประจำเดือน (Luteal Phase) เป็นช่วงที่ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้! 🛢️ ผิวมันขึ้น + รูขุมขนกว้าง → ทำให้เกิดสิวอุดตันง่าย💦 ผิวขาดน้ำจากภายใน → แม้หน้ามัน แต่บางจุดอาจแห้งลอกได้😖 อักเสบง่าย แพ้ง่าย → ผิวแดง ไวต่อแสง และเกิดผดผื่นง่ายขึ้น💥 สิวฮอร์โมนบุก! → สิวอุดตัน สิวอักเสบขึ้นบริเวณคาง แก้ม และหน้าผาก สาเหตุทั้งหมดนี้ทำให้สาวๆ หลายคนรู้สึกว่า “ผิวหน้าหมองโทรมขึ้น” แบบรู้สึกได้เลย! 😵‍💫 🚫 บำรุงผิด = สิวพุ่งกว่าเดิม! สิ่งที่ไม่ควรทำช่วงนี้…

  • บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

    การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น) สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน เป็นประจำเดือนนานกี่วัน อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ ลักษณะประจำเดือน ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ…