ข้อดีข้อเสียของ’ขนมหวาน’ตอนมีประจำเดือน

เมื่อพูดถึงเรื่องขนมหวาน หลายๆ คนอาจจะนึกถึงความอร่อยและความอิ่มท้องที่ได้รับ แต่วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ข้อดีข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่เรามีประจำเดือนกันนนนน

การกินขนมหวานในช่วงที่มีประจำเดือน อาจจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะกินอาหารหวานในช่วงเวลานี้!

ข้อดีของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน คือ ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความสุขของสมอง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ และยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆในช่วงเวลาที่ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สบายตัว

แต่ในทางกลับกัน การกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเกินไป และยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเริ่มมีอาการปวดท้องประจำเดือน

ดังนั้นข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจที่จะกินขนมหวานในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การออกกำลังกายหรือการฟังเพลงที่ชอบ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนด้วยนะเจ้าคะ

ในบทความนี้แม่นางทานตะวันได้แนะนำข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ซึ่งอาจทำให้สาวๆ เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายของเราช่วงนี้ และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในการกินอาหารในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่เสมอนะเจ้าคะ!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • 7 วิธีพิชิต’ผิวแห้ง’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนจะหมดไป ถ้ารู้วิธีนี้! แม่นางทานตะวันได้พูดถึงสาเหตุของอาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนไปแล้วที่ 4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้ คงไม่มีใครอยากให้ผิวแห้ง ผิวเป็นขุยใช่ไหมล่ะ ทรมาณกับประจำเดือนแล้วยังต้องมาทรมาณกับผิวแห้งผิวลอกอีก ทรมาณแท้ วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง 7 วิธีพิชิตผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนน วิธีแก้ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น มีหลายวิธี ดังนี้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทาครีมบำรุงผิว ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด การอาบน้ำอุ่นจัดจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นในการอาบน้ำแทน ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ควรเลือกใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งและระคายเคือง หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น ควรหาทางจัดการกับความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ ปลา และธัญพืชต่างๆ เพื่อช่วยให้ผิวสุขภาพดีและชุ่มชื้น ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ หากอากาศในห้องแห้ง ควรใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนะเจ้าคะ ลองนำวิธีต่างๆ ที่แนะนำไปใช้กันนะ แล้วผิวของสาวๆ จะกลับมาชุ่มชื้นและสุขภาพดีอีกครั้งงงงงงงงงงงงง…

  • เมนส์มาช่วงไหนผิวสวยสุด? บำรุงยังไงให้ปัง!

    เคยไหม? บางวันตื่นมาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวใส เปล่งปลั่ง แต่งหน้าง่ายสุดๆ! แต่บางช่วงกลับหน้าหมอง รูขุมขนกว้าง แถมสิวขึ้นแบบงงๆ 😩 นั่นเป็นเพราะ ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด! แต่ข่าวดีคือ มีช่วงหนึ่งที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงสุดๆ ถ้าอยากให้ผิวสวยสุขภาพดี ต้องรู้จังหวะให้ถูก! 💖✨ แล้วช่วงไหนล่ะที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงที่สุด? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน! 💖✨ 🌸 ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular Phase) ผิวสวยสุด! ช่วง 7-14 วันหลังจากเมนส์หมด หรือที่เรียกว่า ช่วงฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) เป็นช่วงที่ ผิวดีที่สุด! เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ กับผิวแบบนี้! ✅ ผิวเต่งตึง ฉ่ำวาว – คอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกในผิวเพิ่มขึ้น ผิวเลยดูฟูเด้ง ✨✅ ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ – น้ำมันบนผิวสมดุลขึ้น ทำให้หน้าไม่มัน ไม่แห้งเกินไป✅ แต่งหน้าติดทน เมคอัพเป๊ะ! –…

  • ปวดประจำเดือน+เวียนหัวคลื่นไส้ ปกติไหม?

    สาวๆ เคยรู้สึกไหมว่า ช่วงมีประจำเดือน ไม่ได้แค่ปวดท้อง แต่ยังเวียนหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลียเหมือนจะเป็นลม!? 😵‍💫 บางคนแทบลุกไม่ไหว เหมือนพลังชีวิตถูกดูดออกไปหมด! 🤔 อาการแบบนี้ปกติไหม? หรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง!? มาหาคำตอบกันเลย! 🚀 💡 ทำไมปวดประจำเดือนแล้วเวียนหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลีย? ช่วงมีประจำเดือน ร่างกายต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย 🩸 โดยเฉพาะ ฮอร์โมนที่แกว่งขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ! 🎢 นี่คือสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัว 1️⃣ ฮอร์โมนแปรปรวน 🤯 ช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึก อ่อนเพลีย หงุดหงิด หรือเวียนหัว ได้ง่ายขึ้น 2️⃣ เสียเลือดมากกว่าปกติ 🩸 เลือดที่ไหลออกมาทำให้ร่างกายสูญเสีย ธาตุเหล็กและออกซิเจน ไปด้วย ส่งผลให้ ความดันต่ำ เวียนหัว หน้ามืด หรือรู้สึกอ่อนแรง 3️⃣ พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ตัวแสบ! สารเคมีตัวนี้เป็น ตัวการสำคัญที่ทำให้ปวดประจำเดือน และยังสามารถ กระตุ้นลำไส้และกระเพาะอาหาร…

  • กินอาหารทะเลส่งผลต่อประจำเดือนอย่างไร? 💦

    สาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า “กินอาหารทะเล ประจำเดือนมาเยอะ” หรือ “กินปู ประจำเดือนมาช้า” บ้างก็ว่า “กินกุ้ง ประจำเดือนหมดเร็ว” 🍤 🦞 🦀 เฮ้ย! จริงเหรอ? อาหารทะเลส่งผลต่อประจำเดือนของเรายังไง มาไขข้อสงสัยกันเถอะเจ้าค่ะ 🤪 🤔 อาหารทะเลส่งผลต่อประจำเดือนจริงหรือ? ตอบตรงๆ เลยว่า ไม่จริง เจ้าค่ะ! อาหารทะเลไม่มีผลโดยตรงต่อฮอร์โมนที่ควบคุมประจำเดือน 🙅‍♀️ แต่.. 🌊 อาหารทะเลอาจส่งผลต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนทางอ้อม ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือน 👩 อาหารทะเลบางชนิดอย่างกุ้ง ปู หอย มีสารอาหารบางชนิดที่อาจไปกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้บ้าง แต่ปริมาณไม่มากพอที่จะส่งผลต่อประจำเดือนอย่างเห็นได้ชัด 🍤 ตัวอย่างอาหารทะเลที่มีสารอาหารที่อาจส่งผลต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน 🤔 แล้วทำไมบางคนกินอาหารทะเลแล้วประจำเดือนมาเยอะ/มาช้า/หมดเร็ว? สาเหตุที่แท้จริงอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ เช่น หรืออาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญ 😜 เช่น กินปูวันนี้ ประจำเดือนมาพรุ่งนี้ ก็เลยเหมารวมว่าปูทำให้ประจำเดือนมา 🦀 แต่จริงๆ อาจเป็นเพราะสาเหตุอื่น สรุปคือ อาหารทะเลไม่ส่งผลต่อประจำเดือนโดยตรง แต่มีสารอาหารบางอย่างที่อาจส่งผลต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนทางอ้อม 🌊…