เมนส์มาช่วงไหนผิวสวยสุด? บำรุงยังไงให้ปัง!

เคยไหม? บางวันตื่นมาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวใส เปล่งปลั่ง แต่งหน้าง่ายสุดๆ! แต่บางช่วงกลับหน้าหมอง รูขุมขนกว้าง แถมสิวขึ้นแบบงงๆ 😩 นั่นเป็นเพราะ ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด!

แต่ข่าวดีคือ มีช่วงหนึ่งที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงสุดๆ ถ้าอยากให้ผิวสวยสุขภาพดี ต้องรู้จังหวะให้ถูก! 💖✨

แล้วช่วงไหนล่ะที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงที่สุด? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน! 💖✨


🌸 ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular Phase) ผิวสวยสุด!

ช่วง 7-14 วันหลังจากเมนส์หมด หรือที่เรียกว่า ช่วงฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) เป็นช่วงที่ ผิวดีที่สุด! เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ กับผิวแบบนี้!

ผิวเต่งตึง ฉ่ำวาว – คอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกในผิวเพิ่มขึ้น ผิวเลยดูฟูเด้ง ✨
ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ – น้ำมันบนผิวสมดุลขึ้น ทำให้หน้าไม่มัน ไม่แห้งเกินไป
แต่งหน้าติดทน เมคอัพเป๊ะ! – ช่วงนี้รองพื้นแนบเนียน ไม่เป็นคราบง่าย 💄
เหมาะกับการทำทรีตเมนต์ – เพราะผิวแข็งแรงขึ้น รับการบำรุงได้ดีที่สุด


🧴 วิธีบำรุงผิวให้ผ่องใสช่วงนี้!

💖 เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว – ใช้ เซรั่มไฮยาลูรอนิค หรือ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นล้ำลึก
💖 เติมอาหารผิวให้กระจ่างใส – ใช้ เซรั่มวิตามินซี หรือไนอะซินาไมด์ ช่วยให้ผิวดูไบรท์ขึ้น
💖 ลองทำทรีตเมนต์หรือมาส์กหน้า – เพราะผิวแข็งแรงขึ้น รับการบำรุงได้ดีสุดๆ
💖 กินอาหารที่ช่วยเสริมผิว – เช่น ปลาแซลมอน ถั่ว และผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

ช่วงนี้คือ โอกาสทองของการบำรุงผิว! ถ้าอยากให้ผิวสวยใสตลอดเดือน อย่าลืมดูแลให้เต็มที่นะ!


🔹 ดังนั้นช่วงหลังเมนส์ (7-14 วันหลังประจำเดือน) คือ ช่วงที่ผิวสวยที่สุด!
🔹 ผิวจะ ชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง รูขุมขนกระชับ ดูสุขภาพดีสุดๆ
🔹 เหมาะกับการ บำรุงผิวแบบจัดเต็ม ทั้งมอยส์เจอร์ เซรั่ม และทรีตเมนต์ต่างๆ

ถ้าสาวๆ อยากให้ผิวสวย ช่วงนี้แหละ! คือเวลาทองที่ต้องบำรุงให้เต็มที่ 💖✨

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวคล้ำ’ก่อนมีประจำเดือน!!

    รู้ไหมว่าผิวคล้ำก่อนมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติมากกกกกและนี่คือวิธีรับมือแบบง้ายง่าย! ประจำเดือนส่งผลให้ผิวพรรณของเราเปลี่ยนไปอย่างที่บอกในประจำเดือนทำผิวเราเปลี่ยนไปยังไงบ้างนะ?? ปัญหาผิวคล้ำเป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนประสบพบเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวขาว ผิวจะยิ่งดูคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งสาเหตุของผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนก็มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงในช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายของเราจะมีการขับน้ำออกมากขึ้น ทำให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื้น ผิวจึงดูแห้งกร้านและหมองคล้ำได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยให้ผิวไม่หมองคล้ำในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วยนะ แค่สาวๆ ทำตามเคล็ดวิชาของแม่นางทานตะวันนี่เลย!!! 1. ทาครีมกันแดด ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสาวๆ ทุกคน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวขาว เพราะผิวขาวจะไวต่อแสงแดดมากกว่าผิวสีอื่นๆ ดังนั้นสาวๆ ควรทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวคล้ำเสีย 2. หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด แสงแดดจัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวคล้ำเสีย ดังนั้นสาวๆ ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะจะยิ่งทำให้ผิวคล้ำลงไปอีกกกกกกกกก 3. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดผิวคล้ำเสียได้ 4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ การทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ซึ่งจะช่วยลดการเกิดผิวหมองคล้ำ เช่น ผัก ผลไม้ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และธัญพืชต่างๆ 5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองบ้าง และจะช่วยลดการเกิดผิวคล้ำเสีย 6. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี…

  • กินยาแก้ปวดประจำเดือนบ่อยๆ เสี่ยงอะไร?

    สาวๆ หลายคนคงเข้าใจดีว่า “ปวดประจำเดือน” มันทรมานแค่ไหน บางทีเจ็บจนแทบขยับตัวไม่ได้ งานก็ต้องทำ ชีวิตก็ต้องไปต่อ! ทางออกที่ง่ายที่สุดก็คือ… หยิบยาแก้ปวดขึ้นมากิน! 💊 แต่รู้ไหมว่า ถ้ากินบ่อยๆ ทุกเดือน อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้นะ! 😱 วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเจาะลึกกันว่า การพึ่งยาแก้ปวดทุกครั้งที่ปวดประจำเดือน ส่งผลยังไงต่อร่างกายบ้าง และมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่ายังไงบ้าง ไปดูกันเลย! 🚀 1️⃣ ยาแก้ปวดอาจกัดกระเพาะ! 🥵 ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน นาพร็อกเซน ไดโคลฟีแนค) อาจช่วยลดอาการปวดได้เร็ว ⚡ แต่ปัญหาคือ มันสามารถกัดกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ้ากินเป็นประจำ หรือกินตอนท้องว่าง! 😵‍💫 🚨 อาการที่อาจเกิดขึ้น✅ ปวดท้อง แสบกระเพาะ✅ ท้องอืด ท้องเฟ้อ✅ กรดไหลย้อน หรือแผลในกระเพาะอาหาร 📌 วิธีเลี่ยง: ถ้าต้องกินยา ควรกินหลังอาหารทันที หรือดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อป้องกันกระเพาะระคายเคืองนะเจ้าคะ! 2️⃣ ไตต้องทำงานหนักขึ้น 🚰 รู้ไหมว่า…

  • สุดยอดอาหารปรับสมดุลแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

    การที่ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจทำให้สาวๆ รู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจอยู่บ้าง ยังไงก็ตามการเปลี่ยนอาหารบางอย่างสามารถช่วยควบคุมรอบประจำเดือนและบรรเทาอาการประจำเดือนไม่ปกติได้!! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาดูอาหารที่สามารถช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและส่งเสริมการมีประจำเดือนให้สม่ำเสมอกานนนนน รีบคว้าปากกาและจดบันทึกอาหารที่สาวๆ ประจำเดือนมาไม่ปกติควรกินเลย! ประจำเดือนมาไม่ปกติเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือภาวะทางการแพทย์บางอย่าง เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือถุงน้ำรังไข่ เป็นต้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและบรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ โดยอาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่ ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม และบรอกโคลี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงโฟเลต ซึ่งช่วยลดอาการปวดประจำเดือนและปรับสมดุลฮอร์โมน ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง และกีวี ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวดประจำเดือนด้วย ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการหงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน ปรับฮอร์โมนให้คงที่ โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ และถั่วต่างๆ ซึ่งอุดมไปด้วยไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและบรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ อาหารที่มีโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และเมล็ดแฟลกซ์ ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวดประจำเดือน อาหารหมัก…

  • วันก่อนเมนส์มา ผิวดูโทรม! บำรุงยังไงให้รอด?

    มีใครเคยสังเกตไหมว่า ช่วงก่อนมีประจำเดือน ผิวหน้าดูเปลี่ยนไปจากเดิม หน้ามันขึ้น รูขุมขนกว้าง แถมสิวก็โผล่มาแบบไม่ได้นัดหมาย! 😭 ใครที่เคยต้องรับมือกับปัญหานี้ทุกเดือน มาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมผิวถึงเปลี่ยน และควรบำรุงแบบไหนให้รอดจนเมนส์มา! 🩸✨ 🔍 ก่อนมีเมนส์ ผิวเปลี่ยนไปยังไง? ช่วง 7-10 วันก่อนมีประจำเดือน (Luteal Phase) เป็นช่วงที่ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้! 🛢️ ผิวมันขึ้น + รูขุมขนกว้าง → ทำให้เกิดสิวอุดตันง่าย💦 ผิวขาดน้ำจากภายใน → แม้หน้ามัน แต่บางจุดอาจแห้งลอกได้😖 อักเสบง่าย แพ้ง่าย → ผิวแดง ไวต่อแสง และเกิดผดผื่นง่ายขึ้น💥 สิวฮอร์โมนบุก! → สิวอุดตัน สิวอักเสบขึ้นบริเวณคาง แก้ม และหน้าผาก สาเหตุทั้งหมดนี้ทำให้สาวๆ หลายคนรู้สึกว่า “ผิวหน้าหมองโทรมขึ้น” แบบรู้สึกได้เลย! 😵‍💫 🚫 บำรุงผิด = สิวพุ่งกว่าเดิม! สิ่งที่ไม่ควรทำช่วงนี้…

  • ‘อากาศหนาว’ทำไมถึงปวดท้องประจำเดือน?

    เราพูดกันไปถึงหลายๆข้อสงสัยที่ว่าอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน ทั้งกาแฟและน้ำมะพร้าวว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนหรือไม่?? ซึ่งก็มีทั้งทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงๆและไม่จริง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่างความหนาวเย็น สาวๆหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมความหนาวถึงทำให้ปวดท้องประจำเดือน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันเจ้าค่ะ ความหนาวทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว กล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกนี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เลือดไหลเวียนน้อยลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลง การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงนี้ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และความหนาวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับความหนาว ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความหนาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราป่วย ร่างกายของเราจะผลิตสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดอาการท้องอืด ความหนาวสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ซึ่งอาการท้องอืดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สรุปได้ว่าความหนาวทำให้เราปวดท้องประจำเดือนเพราะกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เลือดไหลเวียนน้อยลง ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำลงและอาการท้องอืด ถ้าสาวๆ ว่ามีอากาศหนาวที่อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สาวๆ ควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องและหลัง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน แม่นางทานตะวันหวังว่าจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจสาเหตุที่ความหนาวเย็นทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เมนส์มามากผิดปกติ! เสี่ยงเลือดจางหรือไม่?

    มีไหมที่ ช่วงมีประจำเดือน เลือดออกเยอะผิดปกติ จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่กว่าปกติ? 😨 บางคนเมนส์มาเยอะจนรู้สึก เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือถึงขั้นเป็นลม! นี่อาจไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา แต่มันอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมากเกินไป 🩸❗ วันนี้เราจะพามาเช็กกันว่า เมนส์มามากแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? และ ความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมีอะไรบ้าง? 🚨 เมนส์มามากแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? ปกติแล้ว ประจำเดือนจะออกมาประมาณ 30-80 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน (ประมาณ 3-5 ช้อนโต๊ะ 🥄) แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ อาจเข้าข่าย “เมนส์มามากผิดปกติ” หรือที่เรียกว่า Menorrhagia 🔴 ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมงติดต่อกันหลายชั่วโมง🔴 ใช้ผ้าอนามัยกลางคืน แต่ยังซึมเปื้อนทะลุที่นอน🔴 เมนส์มานานเกิน 7 วัน🔴 มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าเหรียญ 5 บาท) ปนออกมา🔴 เหนื่อยง่าย หน้ามืด ใจสั่น อ่อนเพลียกว่าปกติ ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกัน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเสี่ยงภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมากเกินไป! 😵 🩸 เมนส์มามาก…