ปวดท้องประจำเดือน

  • สงบจิตสงบใจ บรรเทาปวดท้องประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาร ฮี้ววววว เราเคยพูดไปแล้วว่าการที่มีอะไรมากระทบจิตใจเรามากๆ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนอาจส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราได้ ในสภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?! และเราได้แนะนำวิธีการกระแทกจิตกระทบใจ ทำซะ!! ลดปวดท้องเมนส์ได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาจิตใจให้มีความสุข ลดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในวิธีการลดความเครียดจากภายนอก บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน อย่างวิธีนั่งสมาธิ !!!! การนั่งสมาธิเป็นวิธีปฏิบัติทางจิตใจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิต่อสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ อาการปวดประจำเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือนแล้ว โดยอาการปวดอาจเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน และอาจรุนแรงได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ สาเหตุของอาการปวดประจำเดือนนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูกและทำให้เกิดอาการปวดได้ การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เนื่องจากการนั่งสมาธิช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้การหดรัดตัวของมดลูกน้อยลงและอาการปวดลดลง นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีนตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดอาการปวดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ การนั่งสมาธิเป็นการฝึกจิตใจให้สงบและมีสมาธิ โดยการเพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจหรือคำภาวนา การนั่งสมาธิช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้การนั่งสมาธิยังช่วยให้เราตระหนักถึงความรู้สึกต่างๆในร่างกาย รวมถึงอาการปวดประจำเดือน เมื่อเรามีสติอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้ เราจะสามารถรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้น มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิในการลดอาการปวดประจำเดือน งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่นั่งสมาธิเป็นประจำมีอาการปวดประจำเดือนน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้นั่งสมาธิ นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ สาวๆ ที่กำลังมองหาวิธีธรรมชาติในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน การนั่งสมาธิอาจเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ การนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ไม่ใช้พื้นที่เยอะและประหยัดเวลาในการลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้…

  • ธาตุเหล็ก ธาตุหลัก เสริมเลือดช่วงประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันเคยพูดไปในหลายๆ บทความว่าในเวลาที่สาวๆ เป็นประจำเดือน เป็นช่วงเวลาที่เสียเลือดมาก จึงต้องกินอาหารที่ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในกับร่างกาย แต่ธาตุเหล็กนี้มีหน้าที่อะไรกันแน่ ทำไมต้องเสริมช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอออออออ?? ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่เราอาจเคยได้ยินมาบ้างตอนที่เรียนมัธยมหรือมหาลัย แต่รู้ไหมว่าธาตุเหล็กนี้สำคัญกับสาวๆ ยังไง?? ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุสำคัญภายในร่างกายที่มีความสำคัญต่อการผลิตเฮโมโกลบินที่เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ไมโอโกลบินหรือเม็ดเลือดแดงในกล้ามเนื้อ และเอนไซม์บางชนิด แต่ๆๆๆๆๆ มีเพียงแค่ร้อยละ 8 ของธาตุเหล็กที่กินเข้าไปเท่านั้นที่ร่างกายสามารถดูดซึมและเข้าสู่กระแสเลือดได้ ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 70 กิโลจะมีธาตุเหล็กประมาณ 4 กรัมในร่างกาย ฮีโมโกลบินซึ่งเป็นที่สะสมของธาตุเหล็กส่วนใหญ่ในร่างกาย จะถูกย่อยสลายและนำกลับมาใช้ใหม่ ตามวงจรชีวิตของเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีระยะเวลา 120 วัน ส่วนธาตุเหล็กที่เกาะกับโปรตีน และธาตุเหล็กในเนื้อเยื่อ ถูกเก็บสะสมในร่างกายในปริมาณเพียงเล็กน้อย ธาตุเหล็กช่วยรักษาและป้องกันภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กในช่วงที่เป็นประจำเดือน และช่วยฟื้นคืนความเนียนของสีผิวในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย สาวๆ สามารถหาแหล่งธาตุเหล็กจากธรรมชาติที่ดีที่สุดได้จาก เนื้อแดงต่างๆ เช่น เนื้อหมูและเนื้อวัว ตับ หอยกาบ ลูกพีชแห้ง ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ไข่แดง หอยนางรม ถั่วต่างๆ หน่อไม้ฝรั่ง กากน้ำตาลและข้าวโอ๊ต ถ้าสาวๆ มีภาวะประจำเดือนมามาก เสียเลือดมาก กินมังสวิรัติ หรือควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด อาจจะต้องเสริมอาหารประเภทธาตุเหล็กเข้าไปเพิ่ม และสาวๆ…

  • นวดแผนไทยผ่อนคลายมดลูก แก้ปวดประจำเดือน

    ปวดท้องประจำเดือนเป็นปัญหาที่พบได้บ๊อยบ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือน แม่นางทานตะวันเคยพูดกันไปแล้วว่าการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องปกติ!! สาวๆจะมีอาการปวดหน่วงหรือเกร็งบริเวณท้องน้อย อาการปวดอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ นอนก็ปวดท้อง นั่งก็ปวดท้อง ปวดท้องไปหมดนั่นเองงงงง นอกจากการกินยาแก้ปวดแล้ว การนวดแผนไทยก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้~~~~~ การนวดแผนไทยช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ยังไง?? การนวดแผนไทยช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยกลไกต่างๆ ดังนี้ – ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดบริเวณท้องน้อยอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือนนนนนนน การนวดแผนไทยจะช่วยคลายกล้ามเนื้อเหล่านี้ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นและบรรเทาอาการปวดได้ O[]O – ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต การนวดแผนไทยช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณท้องน้อย ทำให้มดลูกได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ซึ่งช่วยลดการหดรัดตัวของมดลูกและบรรเทาอาการปวดและช่วยลดการอักเสบ การนวดแผนไทยช่วยลดการอักเสบในบริเวณท้องน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดท้องประจำเดือนด้วยยยยย – ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน สารเอ็นดอร์ฟินเป็นสารสื่อประสาทที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย การนวดแผนไทยช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ การนวดแผนไทยแก้ปวดท้องประจำเดือนสามารถทำได้โดยใช้วิธีต่างๆ คือ – การนวดกดจุด การนวดกดจุดเป็นการนวดโดยใช้แรงกดบริเวณจุดต่างๆ บนร่างกาย จุดที่ใช้ในการนวดแก้ปวดท้องประจำเดือน ได้แก่ จุดกดที่อยู่บริเวณท้องน้อย จุดกดที่อยู่บริเวณหลัง และจุดกดที่อยู่บริเวณขา – การนวดคลึง การนวดคลึงเป็นการนวดโดยใช้มือคลึงกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวด การนวดคลึงช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้บรรเทาอาการปวดได้ – การนวดสั่น การนวดสั่นเป็นการนวดโดยใช้อุปกรณ์นวดสั่นบริเวณที่ปวด การนวดสั่นช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้บรรเทาอาการปวดได้ – การนวดน้ำมัน…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • ระวัง! ปวดประจำเดือนนานไปเสี่ยงมีลูกยาก

    อย่างที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ที่ ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า? ว่าการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรงผิดปกติ หรือการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากกว่าปกติทำให้เราปวดท้องประจำเดือน แต่การที่เราปวดท้องประจำเดือนไม่ได้มีแค่สาเหตุนี้เท่านั้น อาจเกิดจากโรคต่างได้เช่นกัน เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จนกลายเป็นซีสต์และเจริญเติบโตกลายเป็นมะเร็งในโพรงมดลูก มดลูกโต ผังผืดในโพรงมดลูกและเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคเหล่านี้นอกจากทำให้ปวดท้องประจำเดือนแล้วยังทำให้มีลูกยากด้วย แล้วทำไมโรคเหล่านี้ถึงทำให้มีลูกยากไปดูกันเถอะ!!!! ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกอาจจะไปสะสมและเจริญเติบโตในรังไข่หรือปีกมดลูกแทนที่จะเจริญเติบโตในโพรงมดลูกในช่องท้อง ทำไมเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ถึงทำให้มีลูกยากกันล่ะ?? เพราะว่าเยื่อบุโพรงมดลูกจะทำให้เกิดผังผืดเพิ่มขึ้นบริเวณปีกมดลูก หรืออาจมีสารบางตัวที่ไปทำลายไข่ และขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนนั่นเองงงงงง พัฒนามาจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่โดยเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในรังไข่ในรูปแบบถุงน้ำ ทำให้ปวดประจำเดือนขั้นร้ายแรงงงงงง ภายในถุงน้ำมีของเหลวคล้ายช็อกโกแลต จึงมีการเรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ เมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้การเจริญเติบโตของฟองไข่เป็นไปได้ยากขึ้น ไข่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่มีการตกไข่เลยทำให้มีลูกยาก มดลูกโต คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มีรูปแบบเดียวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่เป็นการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มดลูกโตจะทำให้มดลูกเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีผังมดในมดลูก ส่งผลต่อการฝังตัวอ่อนและเพิ่มโอกาสในการแท้งลูกอีกด้วย ผังผืดในโพรงมดลูกเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้สาวๆ ที่ปวดท้องประจำเดือนมานานมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลงมาก เโรคอื่นๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมดลูกโตก็ล้วนแต่ทำให้เกิดผังผืดในมดลูกเช่นกัน ผังผืดในโพรงมดลูกอาจเกิดจากการอักเสบของมดลูกจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกถูกทำลาย ทำให้โพรงมดลูกเกิดการติดกัน ผังผืดมีทั้งผังผืดบางและผังผืดหนาจนปิดกั้นทั้งโพรงมดลูก พังผืดจะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และแท้งได้ง่าย เนื้องอกในมดลูกเป็นก้อนแข็งๆ ที่เกิดอยู่ภายในมดลูกบริเวณต่างๆ เช่น ตรงมดลูก โพรงมดลูกหรือปากมดลูก เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่อาจจะไปเบียดโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกผิดรูปไปจากปกติ ตัวอ่อนจึงไม่สามารถฝังตัวอยู่ในมดลูกได้ ส่งผลให้มีลูกยากไปด้วย การปวดท้องประจำเดือนนานๆ อาจไม่ได้มีสาเหตุแค่ร่างกายหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากเกินไปทำให้เรารู้สึกเจ็บจากการบีบตัวของมดลูกมากกว่าปกติ…

  • ปวดท้องก่อนมีประจำเดือน เกิดจากอะไรนะ??

    ปัญหาปวดท้องประจำเดือนพบเห็นได้ทั่วไปกับสาวๆ ที่มีร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่รู้ไหม นอกจากปวดท้องประจำเดือนแล้วยังมีอีกหนึ่งการปวดท้องน้อยที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน แต่เกี่ยวข้องกับประจำเดือนด้วย นั่นก็คือ การปวดท้องจากการตกไข่ นั่นเอง ปวดท้องจากการตกไข่คืออะไร?? เกิดขึ้นเมื่อไหร่?? โดยปกติเราจะมีการตกไข่ช่วง 14 วันก่อนจะเป็นประจำเดือนอยู่แล้ว ซึ่งการปวดท้องจากการตกไข่นี้อาจส่งผลต่อใครก็ตามที่มีการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่ไข่ถูกปล่อยออกมาเป็นส่วนหนึ่งของรอบประจำเดือน เราจะมีอาการปวดท้องจากการที่รังไข่ปล่อยไข่ออกมา จะมีความรู้สึกเหมือนปวดตุบๆ หรือกระตุกอย่างฉับพลัน ใช้เวลาไม่กี่นาทีถึง 1 หรือ 2 วัน เกิดขึ้นประมาณ 14 วันก่อนมีประจำเดือน จะรู้สึกปวดท้องแค่ 1 ด้านในแต่ละครั้ง สลับข้างกันทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับรังไข่ตัวไหนปล่อยไข่ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยหรือตกขาวระหว่างการตกไข่ก็ได้ หากการตกไข่เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เจ็บปวดและไม่รุนแรง การอาบน้ำอุ่นหรือกินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน อาจเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องการ หมออาจแนะนำ การคุมกำเนิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไข่ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด หากหมอคิดว่ามีอย่างอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวด อาจส่งสาวๆ ไปทดสอบหรือพบผู้เชี่ยวชาญ การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าเกิดจากอะไร นอกจากการปวดท้องเพราะตกไข่แล้วบางทีการปวดท้องอาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือซีสต์รังไข่ การปวดท้องจากการตกไข่เกิดก่อนประจำเดือนจะมาค่อนข้างนาน สาวๆ จึงอาจไม่ทันคิดว่าการปวดท้องจากการตกไข่นี้เกี่ยวกับการที่ประจำเดือนมาด้วย แต่การปวดท้องจากการตกไข่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าการปวดท้องประจำเดือน เพราะในตอนที่มีการตกไข่จะมีแรงบีบรัดตัวน้อยกว่าตอนที่เป็นประจำเดือนแล้วนั่นเองเจ้าค่ะ…

  • ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

    สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ?? ติ่งเนื้อ (Polyps) ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา มดลูกโต (Adenomyosis) ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas) เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก…

  • รู้ไหม? เป็นประจำเดือนอาจมีอาการพวกนี้ด้วย

    นอกจากปัญหาปวดท้องประจำเดือนที่ชอบมารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ร่างกายเรายังมีปัญหาร่วมอื่นๆ ที่จะมาช่วงเป็นประจำเดือนด้วย โดยปัญหาพวกนี้จะแบ่งตามระบบร่างกายของเรา เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธ์ุและปัญหาทางด้านจิตใจ ไปดูกันเถอะว่าปัญหาที่ระบบร่างกายเหล่านี้มีอะไรบ้างงงงงงงง ปัญหาที่เกิดที่ระบบทางเดินอาหารมีหลายอาการ ได้แก่ ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหารหรือมีความอยากอาหารมากขึ้น อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นช่วงก่อนและตอนเป็นประจำเดือน เกิดจากกลไกของสารพลอสตาแกลนดินที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อในกระเพาะอาหาร ลำไส้ เกิดการหดตัว ปัญหาที่เกิดที่ระบบทางเดินปัสสาวะมีอยู่ 2 อาการ ได้แก่ ปัสสาวะน้อย และปัสสาวะบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะมีอาการช่วงที่เป็นประจำเดือน ปัญหาที่เกิดที่ระบบผิงหนังจะเห็นชัดเจนกว่าที่ระบบอื่นๆ ของร่างกาย ได้แก่ สิว เหงื่อออกมาก มือหรือแขนขาบวม ส่วนใหญ่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน เป็นระบบที่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือนมากที่สุด ปัญหาที่เกิดที่ระบบประสาทมีอาการ ดังต่อไปนี้ อ่อนเพลีย ใจสั่นมือสั่นและปวดหัววิงเวียน ส่วนใหญ่จะมีอาการในช่วงที่เป็นประจำเดือน เกิดจากกลไกของสารพลอสตาแกลนดินที่ทำให้หลอดเลือดทั่วไปเกิดการหดรัดตัวเช่นเดียวกันกับระบบทางเดินอาหาร ปัญหาที่เกิดที่ระบบสืบพันธ์ุแบ่งได้ 2 ช่วง คือช่วงก่อนมีประจำเดือนจะมีอาการเจ็บคัดเต้านมและตกขาวมาก ส่วนช่วงมีประจำเดือนจะมีอาการคันช่องคลอดและปวดท้องน้อย อย่างที่เคยพูดไปแล้วว่าคนที่เป็นประจำเดือนจะมีอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษ ทำให้มีปัญหาทางด้านจิตใจง่ายขึ้น เนื่องจากฮอน์โมนเอสโตเจนช่วงหลังตกไข่สูงกว่าปกติจึงส่งผลต่ออารมณ์ เช่น หงุดหงิด เครียด วิตกกังวล…

  • ยาต้านพรอสตาแกลนดิน แก้ปวดประจำเดือนยังไง??

    พรอสตาแกลนดินเป็นสารที่หลั่งออกมากระตุ้นปลายประสาทความเจ็บปวดให้ช่วงที่มดลูกบีบตัว ทำให้เรารู้สึกปวดท้องประจำเดือนมาก จนบางทีรุนแรงถึงขั้นรบกวนชีวิตประจำวัน วิธีแก้ปวดประจำเดือนโดยพื้นฐานคือการไปนอนพัก ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบร้อนบริเวณท้องน้อย แต่ถ้ามีอาการปวดท้องประจำเดือนมากจนถึงขั้นต้องไปหาหมอ หมออาจจะสั่งยาที่มีชื่อว่า ยาต้านพรอสตาแกลนดิน ยาต้านพรอสตาแกลนดินคืออะไร? ทำงานยังไง? แก้ปวดท้องประจำเดือนได้ดีจริงเหรอ?? วันนี้มีคำตอบ ยาต้านพรอสตาแกลนดินช่วยลดการสร้างพรอสตาแกลนดินภายในร่างกาย จะเห็นผลทันทีและดีมากในคนที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนระยะแรก แต่ต้องกินยาต้านพรอสตาแกลนดินก่อนมีประจำเดือน 1-2 วัน และกินต่อเนื่องนาน 2-3 วัน การให้ยาลดการสังเคราะห์พรอสตาแกลนดิน นอกจากทำให้ปริมาณพรอสตาแกลนดินลดน้อยลงแล้วยังทำให้ปริมาณประจำเดือนลดน้อยลงด้วย เพราะประจำเดือนนั้นสัมพันธ์กับปริมาณพรอสตาแกลนดิน ถ้ากินยานี้เฉพาะในตอนที่ปวดท้องประจำเดือน อาการปวดท้องประจำเดือนจะไม่หายเพราะยามีฤทธิ์ยับยั้งการเจ็บปวดที่มีฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลางเท่านั้น แต่ไม่สามารถลดการผลิตสารพรอสตาแกลนดินอย่างได้ผล นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียง อาการระบบทางเดินอาหาร ปวดหัววิงเวียน เลือดออกง่าย คลื่นไส้ อาเจียน ตามัว และผื่นขึ้นตามตัวอีกด้วย รู้จักยาต้านพรอสตาแกลนดินไปแล้ว ถ้าแพทย์สั่งยานี้ให้เราก็อย่าลืมกินก่อนจะเป็นประจำเดือนนะ ไม่งั้นไม่ได้ผล จะไปโทษยาโทษหมอไม่ได้นะ ยาต้านพรอสตาแกลนดินต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์ตามปริมาณที่เหมาะสม ห้ามหาซื้อยามากินเองเด็ดขาดเลยนะเจ้าคะ รู้จักยารู้เท่าทันโรค หมอสั่งยาอะไรมาจะได้ไม่สงสัยหรือกินยาแบบไม่รู้อะไรเลยยยยยยยยยยยยย เรียนรู้สาเหตุที่มดลูกบีบตัวจนเราต้องปวดท้องโอดโอยได้ที่ ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน?? Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน??

    ถ้าเราศึกษาแค่พื้นๆ เราจะรู้กันว่าอาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก แต่ๆๆ การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเนี่ย เกิดขึ้นได้จากมีหลายสาเหตุมากๆ ไปดูกันเถอะว่าเพราะอะไรมดลูกของเราถึงบีบรัดตัวจนทำเราปวดท้องประจำเดือนกันน้าาาาาาา สารพรอสตาแกลนดิน เมื่อมีการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในตอนที่เป็นประจำเดือน สารพรอสตาแกลนดินจะถูกดูดซึมเข้าสู่มดลูก หลอดเลือดของมดลูกจะหดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเกิดภาวะขาดเลือดมาเลี้ยง ในตอนนั้นสารพรอสตาแกลนดินก็จะกระตุ้นปลายประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฮอร์โมนวาโสเพรสซิน จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีระดับฮอร์โมนวาโสเพรสซินมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนถึงสองเท่า ในช่วงที่เป็นประจำเดือนต่อมไฮโปธาลามัสจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนวาโสเพรสซิน ที่มีผลทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว นำไปสู่สภาวะมดลูกขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเช่นเดียวกับสารพรอสตาแกลนดิน โดยเฉพาะในช่วงหลังตกไข่ ความผิดปกติทางด้านจิตใจ อาการผิดปกติทางด้านจิตใจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน เช่น อารมณ์โกรธง่ายและความเครียดมีผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน จากการวิจัยพบว่าความแตกแยกของครอบครัวมีความสัมพันธ์ต่อความเครียดโดยเฉพาะความวิตกกังวล ความซึมเศร้าและอาการปวดประจำเดือน ค้นพบว่าผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนจะมีการรับรู้ความเจ็บปวดและความวิตกกังวลมากกว่าคนที่ไม่ปวดท้องประจำเดือน เพราะการรับรู้ความเจ็บปวดมีผลต่อความเจ็บปวดมากกว่า ปัจจัยด้านความเชื่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในบางพื้นที่มีความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ไม่ดีต่อผู้ที่เป็นประจำเดือน เช่น ประจำเดือนเป็นของสกปรก เป็นโรคร้ายแรง ต้องแยกตัวผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนออกจากคนอื่นๆ การปฏิบัติตัวเช่นนี้ส่งผลต่ออารมณ์จิตใจของผู้หญิงให้รู้สึกวิตกกังวลและความเครียด ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ลักษณะเฉพาะของผู้หญิง ลีกษณะเฉพาะบางอย่างของผู้หญิงก็ส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือน  เช่น น้ำหนักเกิน ผอมเกินไป สูงผิดปกติ เต้านมเล็ก นิสัยทำงานจู้จี้จุกจิก เลือกกิน อารามณ์หวั่นไหวง่าย ปากมดลูกมีแผลแต่กำเนิด ช่องทางผ่านของประจำเดือนผิดปกติ เช่น ปากมดลูกตีบตันจากการผ่าตัดและการจี้ด้วยไฟฟ้า ทำให้เลือดประจำเดือนคั่งอยู๋ในโพรงมดลูกนานขึ้น ทำให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้นเลยปวดท้องประจำเดือน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน นอกจากนี่ยังมีสาเหตุที่อื่นๆที่ทำให้ปวดท้ัองประจำเดือน เช่น ความหนาวเย็นหรือเลือดคั่งในมดลูก…