ปวดท้องประจำเดือน

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • ท่าออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

    การมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติสำหรับสาวๆ วัยสะรุ่นอย่างเราๆ แต่สำหรับบางคน อาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ คนไหนเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหานี้ ลองใช้วิธีออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนดูสิเจ้าคะ การออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ยังไง? การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังมดลูก ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มระดับสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดประจำเดือนได้ ท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้? ท่าออกกำลังกายที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้มีหลายท่า เช่น * ท่าเด็ก (Child’s pose) * ท่าแมว (Cat pose) * ท่าวัว (Cow pose) * ท่าหมาคว่ำหน้า (Downward-facing dog) * ท่าผีเสื้อ (Butterfly pose) * ท่าสะพาน (Bridge pose) * ท่าตะแคงตัว (Twisting pose) * ท่าเหยียดขา (Leg-up-the-wall pose) วิธีการออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน * เริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพร่างกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย* เลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเราเองและเริ่มต้นด้วยการทำท่าละ 10-15 วินาที*…

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนควรไปหาหมอ!!

    ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ แต่บางครั้งอาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อาจทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าปวดประจำเดือนแบบนี้เราควรไปหาหมอมั้ย ต่อไปนี้คืออาการปวดประจำเดือนบางข้อ ถ้าสาวๆ มีอาการแบบนี้ควรรีบไปหาหมอกันนะเจ้าคะ * ปวดประจำเดือนมากจนไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่มีขายในร้ายขายยา * ปวดประจำเดือนจนรบกวนการทำกิจกรรมประจำวัน เช่น การไปทำงานหรือไปโรงเรียน * ปวดประจำเดือนมากจนทำให้ต้องลุกจากเตียงในเวลากลางคืน * ปวดประจำเดือนและมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย * ปวดประจำเดือนจนมีไข้ * ปวดประจำเดือนที่ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกมากผิดปกติหรือมีลิ่มเลือด * ปวดประจำเดือนที่ไม่ดีขึ้นหลังจากรับประทานยาคุมกำเนิดหรือยาอื่นๆ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนใดๆ เหล่านี้ ควรรีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะ หมออาจทำการตรวจร่างกายและการตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน แพทย์อาจสั่งให้คุณทำการตรวจอัลตราซาวนด์หรือการตรวจอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยภาวะที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของคุณ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ การรักษาอาการปวดประจำเดือนขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราคือภาวะทางการแพทย์ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ หมออาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาเพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราไม่ทราบแน่ชัด หมออาจแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงหรือยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเรา รีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด…

  • ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ อันตรายไหม??

    ประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของผู้หญิงที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการตั้งครรภ์ โดยทั่วไป รอบเดือนแต่ละรอบของผู้หญิงจะห่างกันประมาณ 21-35 วัน หากประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ คือ ประจำเดือนมาน้อยกว่า 21 วัน หรือมีปริมาณเลือดประจำเดือนน้อยกว่า 30 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติอาจไม่อันตรายเสมอไป หากเกิดจากสาเหตุที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากเกิดจากสาเหตุที่อาจเป็นอันตราย เช่น โรคหรือภาวะอื่นๆ ข้างต้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ดังนั้น หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป วิธีดูแลตัวเองเมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ สามารถทำได้ดังนี้ เมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เมื่อไหร่ ควรพบแพทย์เมื่อพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น หากพบแพทย์แล้ว แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่างกาย ตรวจเลือด หรือตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ถอดรหัสประจำเดือนมาน้อย ระดับไหนควรไปหาหมอ

    การมีประจำเดือนถือเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นธรรมชาติและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตของผู้หญิง แม้ว่าอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่การทำความเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุของการมีประจำเดือนน้อย ประจำเดือนปกติ และตอนไหนที่อาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถช่วยให้สาวๆ ที่มีประจำเดือนได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น เอาล่ะ มาเริ่มต้นไขรหัสอันลึกลับนี้ด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ! การทำความเข้าใจแง่มุมต่างๆ ของการไหลเวียนประจำเดือนสามารถช่วยให้ผู้หญิงมีข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ของตัวเองได้ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วประจำเดือนมาน้อยหรือเป็นปกติก็ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่การใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือนหรืออาการที่ผิดปกติก็เป็นสิ่งสำคัญ โปรดจำไว้ว่าการไปพบแพทย์เมื่อจำเป็นจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที หากมีภาวะผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับร่างกายของเราและยอมรับรอบการมีประจำเดือนในฐานะส่วนหนึ่งของความเป็นผู้หญิงของเรากันนะเจ้าคะสาวๆ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ออกกำลังประจำ ปวดท้องเมนส์น้อยกว่าจริงไหม??

    ผู้หญิงที่ออกกำลังกายบ่อยๆ ปวดประจำเดือน‘น้อยกว่า’คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จริงหรือ???? ในหลายๆ หัวข้อ แม่นางทานตะวันได้เขียนเอาไว้ว่าถ้าอยากหายปวดประจำเดือนต้องออกกำลังกาย ออกกำลังกายแล้วก็ออกกำลังกาย แล้วไอการออกกำลังกายนี่มันช่วยให้ปวดประจำเดือนน้อยลงด้วยเหรอ? มันช่วยยังไง?? วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยกัน!!! ออกกำลังกายช่วยลดปวดประจำเดือนจริงหรือ? จากประสบการณ์ตรงของเพื่อนคนหนึ่ง เธอเล่าว่า ปกติเธอเป็นคนปวดประจำเดือนมาก ปวดจนต้องนอนซมเป็นวันๆ แต่พอเริ่มออกกำลังกายเป็นประจำ อาการปวดประจำเดือนของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติในช่วงมีประจำเดือนแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ โดยการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย การศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มักมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำลงในช่วงก่อนประจำเดือน ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดอาการบวมน้ำและปวดกล้ามเนื้อที่มักพบในช่วงมีประจำเดือน ออกกำลังกายแบบไหนดี? ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ โดยควรเลือกออกกำลังกายที่หลากหลาย เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นรำ เป็นต้น ผู้หญิงที่ออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป และควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายหากมีโรคประจำตัว ถ้าปวดประจำเดือนมากทำยังไงดี? นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ผู้หญิงที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง อาจต้องรับประทานยาหรือใช้วิธีอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น การประคบร้อน การนวด หรือการใช้ยาคุมกำเนิด…

  • สาวๆ ต้องรู้’สารอาหาร’แก้ปวดประจำเดือน!?

    อาการปวดประจำเดือนเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอย่างเราๆ โดยอาการปวดประจำเดือนนั้นอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดการหดเกร็ง ทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย ปวดหลัง ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน นอกจากการใช้ยาแก้ปวดประจำเดือนแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ เช่น การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่มีสารอาหารบางชนิดสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ เช่น ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเมนูอาหารลดปวดประจำเดือนที่สามารถทำได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น นอกจากนี้ ยังสามารถรับประทานผลไม้สด ผักสด และธัญพืชไม่ขัดสีเป็นอาหารว่างระหว่างวันได้อีกด้วย นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว สาวๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือนควรพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และคาเฟอีน เพราะอาจจะทำให้เรากลับมาปวดประจำเดือนอีกได้นะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ฮอร์โมนตัวดีทำเราแย่ตอนมีประจำเดือน!!

    รู้หมือไร่ แฮร่ รู้หรือไม่ในร่างกายผู้หญิงเรามีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สำคัญมากๆ เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมทำให้เราผิวมัน ผิวแห้ง ผิวคล้ำ หน้ามัน หน้าแห้ง เป็นสิว ผมร่วง อารมณ์สวิงยิ่งกว่าชิงช้า ใช่แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงฮอร์โมนสุดแสนสำคัญของผู้หญิงเราอย่าง ‘ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน’ นั่นเองงงงงง ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญสองชนิดที่ควบคุมรอบเดือนและการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของลักษณะทางเพศทุติยภูมิของผู้หญิง เช่น หน้าอก สะโพก และขนตามร่างกาย ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีหน้าที่เตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและเตรียมร่างกายสำหรับการตั้งครรภ์ หากไม่มีการตั้งครรภ์ เยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกและหลั่งออกมาเป็นประจำเดือน ในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือน ระดับเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและทำให้มูกปากมดลูกบางลงเพื่อให้สเปิร์มสามารถเดินทางไปยังไข่ได้ง่ายขึ้น เมื่อไข่ตก ระดับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากไม่มีการตั้งครรภ์ ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลงและเยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างรอบเดือนอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ปวดหัว เจ็บเต้านม บวมน้ำและมีสิวขึ้น อาการเหล่านี้มักเรียกว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) และสามารถส่งผลกระทบต่อผู้หญิงได้มากถึง 85% ถ้ามีอาการ PMS รุนแรงมาก สาวๆอาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา อาจมีการแนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนบำบัด หรือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อช่วยบรรเทาอาการนะเจ้าคะ อาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนส่งผลต่ออารมณ์อย่างไร ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ของผู้หญิง…

  • มือถือคู่ใจทำร้ายสุขภาพช่วงมีประจำเดือน!!

    หนีห่าว สาวๆ ทุกคน วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาคุยกันเรื่อง “มือถือกับประจำเดือน” แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนก็ต้องเคยมีโมเมนต์นี้กันบ้าง นั่นคือการใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือนนั่นเองงงงงง ในช่วงมีประจำเดือน สาว ๆ หลายคนมักจะมีอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนคือรู้สึกหงุดหงิด เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอใคร มือถือจึงกลายเป็นเพื่อนคลายเหงาชั้นดี ช่วยให้สาว ๆ ได้ผ่อนคลายความเครียด ผ่านการเสพสื่อบันเทิงต่าง ๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม โซเชียลมีเดีย เป็นต้น นอกจากนี้ มือถือยังช่วยให้สาว ๆ ได้แชร์ประสบการณ์ประจำเดือนกับเพื่อน ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพผู้หญิง ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่โดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวหัวใจอีกด้วย แต่การใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือน ก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เหมือนกันนะเจ้าคะ เช่น วิธีใช้มือถืออย่างปลอดภัยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากปล่อยให้มือถือทำร้ายสุขภาพในช่วงมีประจำเดือน ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูนะเจ้าคะ!! มือถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่การใช้อย่างมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน สาว ๆ ควรใช้มือถืออย่างปลอดภัยและเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน เพื่อไม่ให้สุขภาพแย่ลงๆ นะเจ้าคะ Tips…

  • กินยาคุม แก้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องยาคุมกำเนิดกันนะฮู้ววว แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินว่ายาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยได้จริงไหมนะ?? จริงจ้าาาาาาาาา~ ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ยังไง? ยาคุมกำเนิดทำงานโดยยับยั้งการตกไข่ ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายลดลง ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการปวดประจำเดือน ดังนั้นเมื่อระดับฮอร์โมนลดลง อาการปวดประจำเดือนก็จะลดลงตามไปด้วยยยยยยยย ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ดีแค่ไหน? จากการศึกษาพบว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ประมาณ 50-70% ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมกำเนิดและความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือน โดยยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives: COCs) มีประสิทธิภาพในการช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดีกว่ายาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progestin-only Oral Contraceptives: POPs) ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนอย่างไร? ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้หลายวิธี ดังนี้ ยาคุมกำเนิดเหมาะกับใครบ้าง? ยาคุมกำเนิดเหมาะกับสาวๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดประจำเดือนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการปวดประจำเดือนร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ข้อควรระวังในการใช้ยาคุมกำเนิด!! การใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ น้ำหนักขึ้น เปลี่ยนแปลงอารมณ์ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และโรคหัวใจและหลอดเลือด สรุปได้ว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้จริงๆ โดยช่วยลดการหลั่งสารพรอสตาแกลนดิน ลดการบีบตัวของมดลูก และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด อย่างไรก็ตามยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้…