ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ??

ติ่งเนื้อ (Polyps)

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา

มดลูกโต (Adenomyosis)

ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี

เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas)

เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก เปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูก และส่วนใหญ่จะทำให้เกิดภาวะประจำเดือนมามาก บางครั้งทำให้เกิดภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง เนื้องอกในมดลูกไม่เป็นพิษเป็นภัยแต่เติบโตได้รวดเร็วมาก และยากที่จะแยกออกจากมะเร็งประเภท – มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก เนื้องอกบางชนิดมีพฤติกรรมเหมือนติ่งเนื้อ หากถูกขับออกจากมดลูก จะสามารถมองเห็นการเกิดของเนื้องอกได้

เนื้อร้าย หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ
(Malignancy or endometrial hyperplasia)

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มีเซลล์ผิดปกติและไม่มีเซลล์ผิดปกติ การรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติเป็นรายบุคคล ขึ้นอยู่กับการมีภาวะผิดปกติและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติในทางจุลพยาธิวิทยากำหนดไว้ว่าเป็นเนื้อเยื่อต่อมในเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ ในผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนมักเกิดขึ้นเมื่อการตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่ เช่น ในกลุ่มอาการรังไข่หลายใบ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่น ในกรณีที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเพียงอย่างเดียวหรือในกรณีที่เป็นโรคอ้วน

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial cancer)

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกพบได้น้อยในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นเสมอไป มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นได้ในสตรีวัยหมดประจำเดือนหรือผู้หญิงทุกคนถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด ผู้ป่วยโรคอ้วนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกโดยไม่คำนึงถึงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยโรคอ้วนจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกในระดับสูง เพราะการเปลี่ยนแอนโดรเจนเป็นเอสตราไดออลในเนื้อเยื่อไขมัน สิ่งนี้กลายเป็นแหล่งที่มาของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกที่ไม่ได้รับการค้านในภาวะผิดปกติของการตกไข่ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีเลือดออกทางช่องคลอด สาวๆ ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ นะ

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก (Leiomyosarcomas)

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูกเป็นมะเร็งที่หายากมากในผนังกล้ามเนื้อมดลูก ส่วนใหญ่มักค้นพบเมื่อมีการวิเคราะห์จุลพยาธิวิทยาหลังการผ่าตัดมดลูกออก เนื่องจากมีเลือดออกมากหรือปวดท้องประจำเดือน โดยสันนิษฐานเริ่มต้นอาจบ่งชี้ว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก

มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)

หนึ่งในมะเร็งที่ตอนนี้มีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ มะเร็งรูปแบบนี้กำลังลดลงเนื่องจากโครงการฉีดวัคซีนและคัดกรองเชื้อไวรัสแปปิโลมาในมนุษย์(HPV) HPV เป็นไวรัสที่พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 99% ในสังคมที่ไม่มีการฉีดวัคซีน HPV หรือไม่มีโปรแกรมตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้หญิงที่ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษามีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ HPV

ที่พบบ่อยที่สุดคือมะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (75%) และมะเร็งชนิดต่อม (23%) แนวโน้มการตรวจพบมะเร็งชนิดนี้คือการตรวจหาเชื้อ HPV ที่อวัยวะเพศโดยการสุ่มตัวอย่างทางช่องคลอดหรือการตรวจปากมดลูก เพื่อให้สามารถค้นหาและรักษารอยโรคก่อนเกิดมะเร็งได้ อาการเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน และเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์เป็นอาการหลักในมะเร็งระยะเริ่มแรก

ภาวะเลือดหยุดยาก /ภาวะเลือดออกผิดปกติ
(Coagulopathy /bleeding disorders)

ในกลุ่มผู้หญิง (ไม่ว่าอายุเท่าไร) ที่มีเลือดออกมาก มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดร้อยละ 20 สหพันธ์นรีเวชวิทยาและสูติศาสตร์สากล(FIGO) แนะนำให้คัดกรองเพื่อตรวจหาความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดในผู้หญิงที่มีเลือดออกผิดปกติในมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะเลือดหยุดยากอาจเกิดลิ่มเลือดในประจำเดือน และอาจประสบภาวะประจำเดือนมามาก

ภาวะตกไข่ผิดปกติ (Ovulation disorders)

ภาวะตกไข่ผิดปกติ คือ การไม่มีไข่ตกออกมาจากรังไข่ โดยที่อาจมีหรือไม่มีการเจริญของฟอลลิเคิลในรังไข่ก็ได้ เมื่อไม่มีการตกไข่ก็จะไม่มีการสร้างคอร์ปัสลูเตียม (Corpus luteum) ซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกกลายเป็นประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนไม่มา หรือในรายที่มีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวมีการหลุดลอกตัวผิดปกติ เกิดภาวะประจำเดือนมามาก หรือเลือดออกกะปริดกะปรอยได้

นอกจากจะทำให้เกิดความผิดปกติของประจำเดือนแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติและมะเร็งโพรงมดลูก นอกจากนั้น หากไม่รักษาสาเหตุของการเกิดภาวะไม่ตกไข่ อาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกายอันเกิดจากภาวะแอนโดรเจนเกิน ภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะกระดูกบาง และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถแก้ไขได้ของภาวะมีบุตรยากอีกด้วย

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ PCOS เป็นโรคต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยที่สุดในสตรีวัยเจริญพันธุ์ กลุ่มอาการนี้ตั้งชื่อตามลักษณะเฉพาะของซีสต์ถุงน้ำรังไข่ขนาดเล็กหลายตัวที่เห็นในอัลตราซาวนด์ใกล้กับพื้นผิวรังไข่ แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทราบก็คือนี่เป็นสัญญาณและไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติ

PCOS มักทำให้เกิดประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมามาก ผมร่วง สิวขึ้น ปวดอุ้งเชิงกราน ตั้งครรภ์ลำบาก ลักษณะหลักของกลุ่มอาการนี้ ได้แก่ ภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจนมากเกินไป ไม่มีการตกไข่ และการดื้อต่ออินซูลิน

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน (Premature ovarian insufficiency)

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน คือ ภาวะที่รังไข่ของสตรีที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ หรือก็คือในผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี มีภาวะประจำเดือนขาดและภาวะฮอร์โมนโกนาโดโทรปิกเกิน มีภาวะรังไข่หยุดทำงาน เพื่อลดอาการของหลอดเลือด ป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ภาวะขาดประจำเดือน (Functional hypothalamic amenorrhea)

ภาวะขาดประจำเดือนจากการทำงานของไฮโปทาลามัสเป็นภาวะตกไข่เรื้อรัง ภาวะนี้สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป การลดน้ำหนัก หรือความเครียดหลังจากการเปลี่ยนแปลงของชีวิต

เห็นแล้วว่าการปวดท้องประจำเดือนอาจไม่ใช่แค่ปวดท้องประจำเดือนนะ ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายกันดีๆ มดลูกมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของผู้หญิง ถ้าพบความผิดปกติจากประจำเดือนให้รีบไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้ปวดท้องประจำเดือนเรื้อรังจนเป็นโรคเหล่านี้นะ!!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

    สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา?? โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้ กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน…

  • กินยาคุมแล้วประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดจากอะไร

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ! เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมบางครั้งประจำเดือนของเราถึงยุ่งเหยิงมั่วซั่วไปหมดตอนที่เราใช้ยาคุมกำเนิด? เอาล่ะ หยิบแก้วกาแฟสักแก้วแล้วเตรียมตัวดำดิ่งสู่โลกอันแสนลึกลับของร่างกายเรากันเถอะ เพราะวันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงว่าทำไมยาเม็ดเล็กๆ เหล่านั้นถึงรบกวนประจำเดือนของเรากัน ดังนั้น นั่งให้ดีๆ แล้วไปไขความลับของยาคุมกำเนิดที่ทำประจำเดือนมาไม่ปกติกันเถอะ พร้อมหรือยัง ไปกันเลยยยยยยยย! ยาคุมกำเนิดเป็นยาที่ใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยยาคุมกำเนิดส่วนใหญ่จะประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะส่งผลต่อรอบเดือนของสาวๆอย่างเรา โดยทั่วไปแล้ว ยาคุมกำเนิดจะช่วยลดการตกไข่และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ซึ่งจะส่งผลให้ประจำเดือนมาน้อยลงหรือขาดหายไป อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกรณี ที่ผู้หญิงที่กินยาคุมแล้วประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจเป็นเพราะสาเหตุดังต่อไปนี้ ถ้าสาวๆ พบว่าประจำเดือนมาไม่ปกติหลังจากเริ่มกินยาคุม ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและพิจารณาปรับเปลี่ยนการใช้ยาคุมต่อไปนะเจ้าคะ วิธีป้องกันประจำเดือนมาไม่ปกติจากการกินยาคุม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดประจำเดือนมาไม่ปกติจากการกินยาคุม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เอาล่ะเจ้าค่ะ สาวๆ! นี่คือสาเหตุทั้งหมดที่ยาคุมกำเนิดที่แพร่หลายส่งผลกระทบต่อประจำเดือนของเรา จำไว้ว่าร่างกายของสาวๆ แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอาจตอบสนองแตกต่างไปจากคนอื่นเล็กๆ น้อยๆ เพราะฮอร์โมนเหล่านี้ ถ้าใครกินยาคุมแล้วกำลังประสบกับประจำเดือนมาไม่ปกติ อย่าเพิ่งตกใจไปนะเจ้าคะ ลองปรึกษาแพทย์ดูก่อน ลองถามและค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดดู รักษาสุขภาพให้ดี และโชว์หุ่นสวย ๆ ของเราต่อไปอย่างมั่นใจ! ใจเย็น ๆ และดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนมาพร้อมเพื่อนสนิทเป็นเพราะอะไร??

    หลังจากผ่านด่านวิชาการน่าเบื้อน่าเบื่อมาแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในข้อสงสัยสุดฮิตของสาวๆ นั่นก็คือทำไมเราถึงเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนหรือคนรอบข้างอย่างแม่และพี่สาวกันนะ แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยคำตอบนี้ไปพร้อมๆ กัน ~~~~~~~ กระบวนการที่ผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันเริ่มมีประจำเดือนพร้อมกันมีชื่อเรียกว่า ‘Period Sync’ หรือ ‘McClintock effect’ ที่ตั้งชื่อตาม Martha McClintock ผู้ที่วิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่ามกลางความเชื่ออื่นๆ ที่เราพูดถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนในร่างกายหรือความใกล้ชิด มาร์ธาตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงถูกสะกดจิตในช่วงนี้ เนื่องมาจากกลไกทางร่างกายหลายอย่าง การที่ประจำเดือนมาพร้อมกันนี้ระบุว่าผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันหรือใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำ มักจะพบการซิงค์กันในรอบประจำเดือน Netra Giri แพทย์ประจำเมืองให้เหตุผลว่า “ตอนที่เป็นประจำเดือน ทุกคนจะปล่อยฟีโรโมนในอากาศออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ฟีโรโมนเหล่านี้ส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด (ทางร่างกาย) และในบางกรณีก็มีความเชื่อมโยงทางอารมณ์ด้วย” แต่สถานการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน Dr. Rekha Asgekar นรีแพทย์ที่ปรึกษากล่าวว่า “เนื่องจากกระบวนการทางร่างกายทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่มีชื่อว่าฟีโรโมน การรบกวนทางร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพใดๆ ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อาจส่งผลต่อการซิงค์กันได้” ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดจะมีรอบประจำเดือนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ร่างกายจะทำงานอย่างเป็นระบบและไม่มีแรงภายนอกส่งผลต่อวงจร ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีโอกาสน้อยมากที่ประจำเดือนจะซิงค์กับคนอื่น “เพราะผู้หญิงแต่ละคนฮอร์โมนมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของแต่ละคนถึงทำงานแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ตาม” เราสรุปได้ว่าการที่ประจำเดือนเรามาพร้อมกับเพื่อนสาวคนสนิทหรือคนใกล้ชิดเป็นเพราะการสะกดจิตตัวเองหลังจากการได้ยินคนอื่นพูดถึงประจำเดือน หรืออาจเป็นเพราะฟีโรโมนในร่างกายถูกขับออกมาส่งผลกระทบต่อผู้หญิงคนอื่นที่อยู่รอบตัว แต่เพราะฮอร์โมนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้หญิงบางคนเลยอาจไม่ได้รับผลกระทบจากฟีโรโมนในอากาศ และไม่เคยเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนเลยก็ได้ การวิเคราะห์เหล่านี้ยังไม่มีการวิจัยอย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ถึง 100%…

  • เป็นเมนส์แล้ว บำรุงยังไงให้ผิวกลับมาสดใส?

    เคยไหม? พอเมนส์มา ไม่ได้มีแค่ปวดท้อง แต่ ผิวยังหมอง หน้าโทรม ดูไม่สดใสเอาซะเลย! 😩 บางวันส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า ทำไมหน้าดูซีดคล้ำเหมือนไม่ได้นอน!? ไหนจะอาการบวมๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่เฟรชสุดๆ 💦 ถ้าสาวๆ เคยเจอปัญหานี้ทุกเดือน ไม่ต้องกังวลไป! เพราะวันนี้แม่นางทานตะวันมีเคล็ดลับ บำรุงผิวช่วงเป็นเมนส์ให้รอด ไม่หมอง ไม่โทรม มาฝากกัน! 🩸✨ 🔍 ช่วงมีเมนส์ ผิวเปลี่ยนไปยังไง? ช่วงที่เมนส์มา ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำสุด และร่างกายเสียเลือด ทำให้เกิดปัญหาผิวดังนี้! 😵‍💫 ผิวดูโทรม เหนื่อยล้า → เพราะร่างกายเสียเลือด ทำให้ผิวซีด หมองคล้ำ💦 ผิวแห้งและมันในเวลาเดียวกัน → บางจุดมันเยิ้ม แต่บางจุดแห้งลอก💥 สิวอักเสบขึ้นง่าย → เนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้สิวเห่อ🛏️ ผิวฟื้นฟูช้ากว่าปกติ → เพราะร่างกายอยู่ในโหมดอ่อนเพลีย 🚫 สิ่งที่ควรเลี่ยงช่วงมีเมนส์! ❌ เลี่ยงสกินแคร์ที่แรงเกินไป – เช่น AHA/BHA หรือเรตินอล…

  • เฉลย! สาเหตุที่สาวๆปวดท้องเมนส์

    โอ้ย!! ปวดๆๆ ปวดท้องเมนส์ ปวดมาก ปวดน้อย ปวดทุกๆเดือน ทำไมผู้หญิงเป็นเมนส์แล้วยังต้องปวดท้องเมนส์อีก ไปดูกันดีกว่าว่าเพราะอะไรเราต้องมาทนปวดท้องเมนส์แบบนี้ด้วย 1.ปวดท้องเมนส์เพราะหนาวเกินนนนนน~ หนึ่งเหตุผลที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไปนั่นเอง พอร่างกายเย็นเกินไปก็ทำให้อาหารไม่ย่อย กระเพาะลำไส้ผิดปกติ อุณหภูมิของร่างกายค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เลือดเมนส์ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน กล้ามเนื้อเชิงกรานเลยหดตัวลงไปด้วย ทำเราปวดท้องกันถ้วนหน้านั่นเอง 2.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเลือดคั่ง!! เลือดคั่งคือภาวะที่เลือดไม่ไหลเวียนตามปกติ ทำให้เลือดขุ่นข้น แข็งตัว ขับออกมาไม่ได้ เมื่อมีเลือดคั่งแข็งตัวอยู่ในอุ้งเชิงกราน ทำให้มีอาการไม่สบายท้อง หากระบายเลือดที่คั่งออกไปได้ จะทำให้เมนส์ไหลคล่องขึ้น หลังจากนั้นก็จะไม่มีปวดท้องแล้วแหละ 3.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเสมหะชื้น ตามศาสตร์แพทย์แผนตะวันออกแล้วเนี่ย ความชื้นเป็นธาตุหยิน มีลักษณะเหนียวข้น ขจัดออกยากสุดๆ เมื่อความชื้นเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ พอมีเสมหะชื้นอยู่ในอุ้งเชิงกราน ระบายออกมาไม่ได้ มันเลยกลายเป็นเสมหะร้ายที่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำเราปวดท้องเมนส์หนักทุกๆเดือน 4.ปวดท้องเมนส์เพราะเครียดกับชีวิตซะเหลือเกิน สาเหตุสุดท้ายนี้เป็นอาการปวดที่เกิดจากแรงกดดันทั้งหลายแหล่ที่ประดังประเดเข้ามาในชีวิต ทั้งความโกรธ ความร้อนใจที่เกิดจากความรุนแรง ถูกคนอื่นรังแกหรือร้อนรนทุกข์ร้อนกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่ทำให้มีอาการปวดมดลูกได้ทั้งหมด เห็นแล้วว่าเมื่อผู้หญิงอย่างเราๆได้รับความเจ็บปวดทั้งจากร่างกายและจิตใจล้วนส่งผลต่อมดลูก สภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้ปวดท้องเมนส์บ้างไปอ่านกันได้ที่นี่ ถ้าไม่อยากปวดท้องเมนส์ในครั้งต่อไปต้องรีบรักษาอย่างด่วนจี๋เลยนะ แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะหายปวดท้องเมนส์กันทุกคนนะเจ้าคะ!!! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • 7 วิธีพิชิต’ผิวแห้ง’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนจะหมดไป ถ้ารู้วิธีนี้! แม่นางทานตะวันได้พูดถึงสาเหตุของอาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนไปแล้วที่ 4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้ คงไม่มีใครอยากให้ผิวแห้ง ผิวเป็นขุยใช่ไหมล่ะ ทรมาณกับประจำเดือนแล้วยังต้องมาทรมาณกับผิวแห้งผิวลอกอีก ทรมาณแท้ วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง 7 วิธีพิชิตผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนน วิธีแก้ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น มีหลายวิธี ดังนี้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทาครีมบำรุงผิว ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด การอาบน้ำอุ่นจัดจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นในการอาบน้ำแทน ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ควรเลือกใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งและระคายเคือง หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น ควรหาทางจัดการกับความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ ปลา และธัญพืชต่างๆ เพื่อช่วยให้ผิวสุขภาพดีและชุ่มชื้น ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ หากอากาศในห้องแห้ง ควรใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนะเจ้าคะ ลองนำวิธีต่างๆ ที่แนะนำไปใช้กันนะ แล้วผิวของสาวๆ จะกลับมาชุ่มชื้นและสุขภาพดีอีกครั้งงงงงงงงงงงงง…