ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ??

ติ่งเนื้อ (Polyps)

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา

มดลูกโต (Adenomyosis)

ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี

เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas)

เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก เปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูก และส่วนใหญ่จะทำให้เกิดภาวะประจำเดือนมามาก บางครั้งทำให้เกิดภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง เนื้องอกในมดลูกไม่เป็นพิษเป็นภัยแต่เติบโตได้รวดเร็วมาก และยากที่จะแยกออกจากมะเร็งประเภท – มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก เนื้องอกบางชนิดมีพฤติกรรมเหมือนติ่งเนื้อ หากถูกขับออกจากมดลูก จะสามารถมองเห็นการเกิดของเนื้องอกได้

เนื้อร้าย หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ
(Malignancy or endometrial hyperplasia)

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มีเซลล์ผิดปกติและไม่มีเซลล์ผิดปกติ การรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติเป็นรายบุคคล ขึ้นอยู่กับการมีภาวะผิดปกติและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติในทางจุลพยาธิวิทยากำหนดไว้ว่าเป็นเนื้อเยื่อต่อมในเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ ในผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนมักเกิดขึ้นเมื่อการตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่ เช่น ในกลุ่มอาการรังไข่หลายใบ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่น ในกรณีที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเพียงอย่างเดียวหรือในกรณีที่เป็นโรคอ้วน

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial cancer)

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกพบได้น้อยในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นเสมอไป มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นได้ในสตรีวัยหมดประจำเดือนหรือผู้หญิงทุกคนถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด ผู้ป่วยโรคอ้วนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกโดยไม่คำนึงถึงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยโรคอ้วนจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกในระดับสูง เพราะการเปลี่ยนแอนโดรเจนเป็นเอสตราไดออลในเนื้อเยื่อไขมัน สิ่งนี้กลายเป็นแหล่งที่มาของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกที่ไม่ได้รับการค้านในภาวะผิดปกติของการตกไข่ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีเลือดออกทางช่องคลอด สาวๆ ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ นะ

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก (Leiomyosarcomas)

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูกเป็นมะเร็งที่หายากมากในผนังกล้ามเนื้อมดลูก ส่วนใหญ่มักค้นพบเมื่อมีการวิเคราะห์จุลพยาธิวิทยาหลังการผ่าตัดมดลูกออก เนื่องจากมีเลือดออกมากหรือปวดท้องประจำเดือน โดยสันนิษฐานเริ่มต้นอาจบ่งชี้ว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก

มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)

หนึ่งในมะเร็งที่ตอนนี้มีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ มะเร็งรูปแบบนี้กำลังลดลงเนื่องจากโครงการฉีดวัคซีนและคัดกรองเชื้อไวรัสแปปิโลมาในมนุษย์(HPV) HPV เป็นไวรัสที่พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 99% ในสังคมที่ไม่มีการฉีดวัคซีน HPV หรือไม่มีโปรแกรมตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้หญิงที่ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษามีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ HPV

ที่พบบ่อยที่สุดคือมะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (75%) และมะเร็งชนิดต่อม (23%) แนวโน้มการตรวจพบมะเร็งชนิดนี้คือการตรวจหาเชื้อ HPV ที่อวัยวะเพศโดยการสุ่มตัวอย่างทางช่องคลอดหรือการตรวจปากมดลูก เพื่อให้สามารถค้นหาและรักษารอยโรคก่อนเกิดมะเร็งได้ อาการเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน และเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์เป็นอาการหลักในมะเร็งระยะเริ่มแรก

ภาวะเลือดหยุดยาก /ภาวะเลือดออกผิดปกติ
(Coagulopathy /bleeding disorders)

ในกลุ่มผู้หญิง (ไม่ว่าอายุเท่าไร) ที่มีเลือดออกมาก มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดร้อยละ 20 สหพันธ์นรีเวชวิทยาและสูติศาสตร์สากล(FIGO) แนะนำให้คัดกรองเพื่อตรวจหาความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดในผู้หญิงที่มีเลือดออกผิดปกติในมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะเลือดหยุดยากอาจเกิดลิ่มเลือดในประจำเดือน และอาจประสบภาวะประจำเดือนมามาก

ภาวะตกไข่ผิดปกติ (Ovulation disorders)

ภาวะตกไข่ผิดปกติ คือ การไม่มีไข่ตกออกมาจากรังไข่ โดยที่อาจมีหรือไม่มีการเจริญของฟอลลิเคิลในรังไข่ก็ได้ เมื่อไม่มีการตกไข่ก็จะไม่มีการสร้างคอร์ปัสลูเตียม (Corpus luteum) ซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกกลายเป็นประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนไม่มา หรือในรายที่มีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวมีการหลุดลอกตัวผิดปกติ เกิดภาวะประจำเดือนมามาก หรือเลือดออกกะปริดกะปรอยได้

นอกจากจะทำให้เกิดความผิดปกติของประจำเดือนแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติและมะเร็งโพรงมดลูก นอกจากนั้น หากไม่รักษาสาเหตุของการเกิดภาวะไม่ตกไข่ อาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกายอันเกิดจากภาวะแอนโดรเจนเกิน ภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะกระดูกบาง และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถแก้ไขได้ของภาวะมีบุตรยากอีกด้วย

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ PCOS เป็นโรคต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยที่สุดในสตรีวัยเจริญพันธุ์ กลุ่มอาการนี้ตั้งชื่อตามลักษณะเฉพาะของซีสต์ถุงน้ำรังไข่ขนาดเล็กหลายตัวที่เห็นในอัลตราซาวนด์ใกล้กับพื้นผิวรังไข่ แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทราบก็คือนี่เป็นสัญญาณและไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติ

PCOS มักทำให้เกิดประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมามาก ผมร่วง สิวขึ้น ปวดอุ้งเชิงกราน ตั้งครรภ์ลำบาก ลักษณะหลักของกลุ่มอาการนี้ ได้แก่ ภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจนมากเกินไป ไม่มีการตกไข่ และการดื้อต่ออินซูลิน

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน (Premature ovarian insufficiency)

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน คือ ภาวะที่รังไข่ของสตรีที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ หรือก็คือในผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี มีภาวะประจำเดือนขาดและภาวะฮอร์โมนโกนาโดโทรปิกเกิน มีภาวะรังไข่หยุดทำงาน เพื่อลดอาการของหลอดเลือด ป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ภาวะขาดประจำเดือน (Functional hypothalamic amenorrhea)

ภาวะขาดประจำเดือนจากการทำงานของไฮโปทาลามัสเป็นภาวะตกไข่เรื้อรัง ภาวะนี้สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป การลดน้ำหนัก หรือความเครียดหลังจากการเปลี่ยนแปลงของชีวิต

เห็นแล้วว่าการปวดท้องประจำเดือนอาจไม่ใช่แค่ปวดท้องประจำเดือนนะ ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายกันดีๆ มดลูกมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของผู้หญิง ถ้าพบความผิดปกติจากประจำเดือนให้รีบไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้ปวดท้องประจำเดือนเรื้อรังจนเป็นโรคเหล่านี้นะ!!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • สิวเจ้าปัญหา บอกปัญหาประจำเดือนอย่างไรบ้าง?

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ (และหนุ่มๆ ที่แอบสนใจ) 😘 ใครเคยสังเกตบ้างเจ้าคะ ว่าทำไมสิวตัวแสบ 🏹 ถึงชอบโผล่มาทักทายบนหน้าเราก่อน “วันนั้นของเดือน” กันนะ? ถ้าคุณมีคำถามนี้ในใจ… คุณมาถูกที่แล้วเจ้าค่ะ! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาคุณไปแกะรอย “สิวเมนส์” 🕵️‍♀️ ว่ามันกำลังบอกอะไรเราอยู่บ้าง ไปเริ่มกันเลย! 💃 🤯 ทำไมสิวต้องมาพร้อมประจำเดือน? ก่อนจะโทษสิว… มารู้จักฮอร์โมนของเรากันก่อน! ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายของเราจะขึ้นๆ ลงๆ ตามรอบเดือนเจ้าค่ะ 🌀 🗺️ สิวขึ้นตรงไหน บอกอะไรเราบ้าง? สิวไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่มันส่งสัญญาณถึงสุขภาพภายในของเราด้วยนะเจ้าคะ มาดูกันว่าขึ้นตรงไหน แปลว่าอะไรบ้าง! 🛡️ วิธีรับมือกับสิวเมนส์แบบนางเอก 🤩 บอกลา “สิวเมนส์” แบบมั่นใจ! รู้แบบนี้แล้วก็อย่าตกใจเวลาสิวมาทักทายก่อนประจำเดือนนะเจ้าคะ! ให้คิดซะว่ามันเป็นแค่เพื่อนที่มาบอกว่า “ถึงเวลาที่ต้องดูแลตัวเองเพิ่มอีกนิด” แล้วทุกอย่างจะดีเองเจ้าค่ะ 💕 ถ้าอยากให้หน้าปังแบบยาวๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพองค์รวมด้วยน้า 🥰 สิวอาจจะโผล่มาได้ แต่ความมั่นใจของเรา… จะไม่มีวันหายไปเจ้าค่ะ! ✨ 💌 สุดท้ายนี้… ใครมีเคล็ดลับเด็ดๆ ก็มาบอกต่อกันได้นะเจ้าคะ!…

  • ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด ทำให้ปวดท้องมากขึ้นจริงหรือ?

    สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า เวลาประจำเดือนมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ อาการปวดท้องมักจะรุนแรงขึ้นกว่าปกติ? 😣 หลายคนอาจสงสัยว่า “ลิ่มเลือดเกี่ยวอะไรกับอาการปวดท้องเมนส์?” จริงๆ แล้ว การมีลิ่มเลือดปนออกมากับประจำเดือน อาจเป็นทั้งเรื่องปกติและสัญญาณของความผิดปกติได้! วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันว่า ลิ่มเลือดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนยังไง และเมื่อไหร่ที่ควรระวัง? 🚨 🩸 ลิ่มเลือดในประจำเดือนคืออะไร? ทำไมถึงเกิดขึ้น? ปกติแล้ว เลือดประจำเดือนจะออกมาเป็นของเหลว แต่บางครั้งอาจจับตัวเป็นลิ่มก่อนออกจากมดลูก ซึ่งเกิดจาก: ✅ เลือดออกมากและเร็วเกินไป → ทำให้สารกันเลือดแข็งตัว (Anticoagulants) ทำงานไม่ทัน เลือดจึงจับตัวเป็นก้อนก่อนออกมา✅ มดลูกบีบตัวช้า → ทำให้เลือดค้างอยู่ในมดลูกนานขึ้น จับตัวเป็นลิ่มก่อนถูกขับออกมา✅ เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกมากกว่าปกติ → ทำให้เลือดที่ออกมามีชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อปนออกมาด้วย 💡 ข่าวดี! ถ้าลิ่มเลือดมีขนาดเล็ก (ประมาณเหรียญ 1-5 บาท) และไม่มีอาการผิดปกติ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของรอบเดือน 💥 ลิ่มเลือดทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นยังไง? 1️⃣ มดลูกต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับลิ่มเลือดออก 🏋️‍♀️ ปกติแล้ว มดลูกจะบีบตัวเป็นจังหวะเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา แต่ถ้ามีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ มดลูกต้องใช้แรงมากขึ้น ทำให้: ❌…

  • ใบบัวบกช่วยลดปวดท้องเมนส์ได้หรือไม่?

    สาวๆ เคยได้ยินกันไหมว่า “ใบบัวบกไม่ได้ช่วยแค่แก้ช้ำใน แต่ยังช่วยบรรเทาปวดประจำเดือนด้วย!” 🤔 หลายคนอาจคิดว่าใบบัวบกมีดีแค่ช่วยลดรอยฟกช้ำหรือทำให้ผิวกระจ่างใส แต่จริงๆ แล้ว สมุนไพรชนิดนี้ยังมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์ได้ด้วย! 🩸✨ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ ใบบัวบก และดูว่ามันช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ยังไงกันบ้าง! 🌿 ใบบัวบกคืออะไร? ทำไมถึงดีต่อร่างกาย? ใบบัวบก (Centella Asiatica) เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมานานในแวดวงแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน 💚 มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของ การลดการอักเสบ, กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นประโยชน์ต่ออาการปวดประจำเดือนอย่างมาก! 💖 ใบบัวบกช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ยังไง? 1️⃣ ลดการอักเสบในมดลูก 🛑 ช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายจะผลิต พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้มดลูกบีบตัว ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องเมนส์ 😖 💡 ใบบัวบกมีสารต้านการอักเสบ ช่วยลดระดับพรอสตาแกลนดิน ทำให้ อาการปวดลดลง และช่วยให้มดลูกคลายตัวได้ดีขึ้น! 2️⃣ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด 🩸 เลือดไหลเวียนไม่ดี เป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดท้องเมนส์! ถ้าเลือดคั่งในมดลูกมากเกินไป จะทำให้ปวดหนักขึ้นและรู้สึกไม่สบายตัว 💡 ใบบัวบกช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้เลือดประจำเดือนถูกขับออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ…

  • ดูแลตัวเองช่วงมีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกหลุดร่อนออก ช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะลดลงมาอยู่ในช่วง หยางแปรเป็นหยิน ร่างกายเราจะไม่เหมือนเดิม ภูมิคุ้มกันลดลงต่ำมากกกกกก เป็นหวัดไม่สบายง่ายกว่าเดิม มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อบริเวณช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน คนที่แพ้ง่ายอาจจะมีอาการภูมิแพ้ รวมถึงเกิดโรคผิวหนังได้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นเราควรดูแลด้วยความระมัดระวังกันนะเจ้าคะ หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว ทางแพทย์แผนจีนเนี่ยมองว่ากรดจะช่วยควบคุมการดูดซึมอาหาร การกินอาหารรสเปรี้ยวมากเกินไป เช่น น้ำส้มสายชู บ๊วยดองและมะนาวเลยจะทำให้ประจำเดือนติดขัดขับออกมาไม่ราบรื่นนนนนน รักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ช่วงมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เลือดลมพร่อง หนึ่งในสาเหตุที่สาวๆปวดท้องประจำเดือน เราเลยควรระมัดระวังไว้ ทำให้ร่างกายอบอุ่น อย่าโดนฝน อย่าโดนลมหนาว ไม่ไปว่ายน้ำเล่น ในอดีตมีความเชื่อว่า ช่วงมีประจำเดือนไม่ควรสระผม เพราะเขาอยากให้ร่างกายของเราไม่ได้รับความหนาวเย็น แต่ในปัจจุบันให้สระผมได้ แต่ต้องเป่าแห้งทันทีที่ออกจากห้องน้ำนะ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ ในแพทย์แผนจีนเชื่อกันว่า ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ห้องเลือดเปิดกว้าง ควรปล่อยให้มดลูกขับเลือดเป็นงานหลัก ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจทำให้อสุจิและเลือดค้างอยู่ในมดลูก จะทำให้ปวดท้องน้อย จากมุมมองของแพทย์แผนตะวันตกเนี่ย ถือว่าด้านสุขอนามัยการปกป้องตัวเองของช่องคลอดในช่วงมีประจำเดือนจะทำได้ไม่ดีเท่าช่วงเวลาปกติ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อ เราเลยไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนนะเจ้าคะ กินอาหารที่ช่วยในการบีบตัวของมดลูกมากๆ อาหารที่ช่วยในการขับเลือดเสียออกจากร่างกาย เช่น ตับหมูน้ำมันงา เซี่ยงจี้น้ำมันงา และชาเพื่ออบอุ่นมดลูก เช่น ชาพุทราจีนลำไยอบแห้ง น้ำขิงน้ำตาลทรายแดง โจ๊กข้าวแดง ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ร่างกายค่อนข้างอ่อนไหวเป็นพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน อย่าคิดว่าแค่เป็นประจำเดือนจะทำตัวเหมือนตอนก่อนมีประจำเดือนก็ได้ เพราะบางอย่างที่เราไม่แพ้ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนเราอาจแพ้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาเป็นประจำเดือนเนี่ย…

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวมัน’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ผิวมันก่อนมีประจำเดือน สิวบุก หน้าเยิ้ม ทำไงดี? สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนบ้างงงงงงง? แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ จนทำให้ผิวมันเยิ้ม สิวบุกได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันเลยมีเคล็ดวิชารับมือกับปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 1. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนก็คือการล้างหน้าให้สะอาดเจ้าค่ะ สาวๆ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปนะเจ้าคะ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและผลิตน้ำมันออกมาเยอะขึ้น 2. ใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว สาวๆ ควรใช้โทนเนอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนค่ะ โดยเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไป 3. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ แม้ว่าผิวของเราจะมัน แต่ก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่นะเจ้าคะ สาวๆ ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มมมมมมมม 4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ดีมากเจ้าค่ะ สาวๆ ควรเลือกใช้มาส์กหน้าที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว โดยมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้วน้าาาาา 5. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี้ดี สาวๆ…

  • เมนส์มาช่วงไหนผิวสวยสุด? บำรุงยังไงให้ปัง!

    เคยไหม? บางวันตื่นมาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวใส เปล่งปลั่ง แต่งหน้าง่ายสุดๆ! แต่บางช่วงกลับหน้าหมอง รูขุมขนกว้าง แถมสิวขึ้นแบบงงๆ 😩 นั่นเป็นเพราะ ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด! แต่ข่าวดีคือ มีช่วงหนึ่งที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงสุดๆ ถ้าอยากให้ผิวสวยสุขภาพดี ต้องรู้จังหวะให้ถูก! 💖✨ แล้วช่วงไหนล่ะที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงที่สุด? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน! 💖✨ 🌸 ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular Phase) ผิวสวยสุด! ช่วง 7-14 วันหลังจากเมนส์หมด หรือที่เรียกว่า ช่วงฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) เป็นช่วงที่ ผิวดีที่สุด! เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ กับผิวแบบนี้! ✅ ผิวเต่งตึง ฉ่ำวาว – คอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกในผิวเพิ่มขึ้น ผิวเลยดูฟูเด้ง ✨✅ ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ – น้ำมันบนผิวสมดุลขึ้น ทำให้หน้าไม่มัน ไม่แห้งเกินไป✅ แต่งหน้าติดทน เมคอัพเป๊ะ! –…