ยาต้านพรอสตาแกลนดิน แก้ปวดประจำเดือนยังไง??

พรอสตาแกลนดินเป็นสารที่หลั่งออกมากระตุ้นปลายประสาทความเจ็บปวดให้ช่วงที่มดลูกบีบตัว ทำให้เรารู้สึกปวดท้องประจำเดือนมาก จนบางทีรุนแรงถึงขั้นรบกวนชีวิตประจำวัน วิธีแก้ปวดประจำเดือนโดยพื้นฐานคือการไปนอนพัก

ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบร้อนบริเวณท้องน้อย แต่ถ้ามีอาการปวดท้องประจำเดือนมากจนถึงขั้นต้องไปหาหมอ หมออาจจะสั่งยาที่มีชื่อว่า

ยาต้านพรอสตาแกลนดิน

ยาต้านพรอสตาแกลนดินคืออะไร? ทำงานยังไง? แก้ปวดท้องประจำเดือนได้ดีจริงเหรอ?? วันนี้มีคำตอบ

ยาต้านพรอสตาแกลนดินช่วยลดการสร้างพรอสตาแกลนดินภายในร่างกาย จะเห็นผลทันทีและดีมากในคนที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนระยะแรก แต่ต้องกินยาต้านพรอสตาแกลนดินก่อนมีประจำเดือน 1-2 วัน และกินต่อเนื่องนาน 2-3 วัน

การให้ยาลดการสังเคราะห์พรอสตาแกลนดิน นอกจากทำให้ปริมาณพรอสตาแกลนดินลดน้อยลงแล้วยังทำให้ปริมาณประจำเดือนลดน้อยลงด้วย เพราะประจำเดือนนั้นสัมพันธ์กับปริมาณพรอสตาแกลนดิน

ถ้ากินยานี้เฉพาะในตอนที่ปวดท้องประจำเดือน อาการปวดท้องประจำเดือนจะไม่หายเพราะยามีฤทธิ์ยับยั้งการเจ็บปวดที่มีฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลางเท่านั้น แต่ไม่สามารถลดการผลิตสารพรอสตาแกลนดินอย่างได้ผล

นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียง อาการระบบทางเดินอาหาร ปวดหัววิงเวียน เลือดออกง่าย คลื่นไส้ อาเจียน ตามัว และผื่นขึ้นตามตัวอีกด้วย

รู้จักยาต้านพรอสตาแกลนดินไปแล้ว ถ้าแพทย์สั่งยานี้ให้เราก็อย่าลืมกินก่อนจะเป็นประจำเดือนนะ ไม่งั้นไม่ได้ผล จะไปโทษยาโทษหมอไม่ได้นะ ยาต้านพรอสตาแกลนดินต้องได้รับการสั่งยาจากแพทย์ตามปริมาณที่เหมาะสม

ห้ามหาซื้อยามากินเองเด็ดขาดเลยนะเจ้าคะ รู้จักยารู้เท่าทันโรค หมอสั่งยาอะไรมาจะได้ไม่สงสัยหรือกินยาแบบไม่รู้อะไรเลยยยยยยยยยยยยย เรียนรู้สาเหตุที่มดลูกบีบตัวจนเราต้องปวดท้องโอดโอยได้ที่ ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน??

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ประจำเดือนมาพร้อมเพื่อนสนิทเป็นเพราะอะไร??

    หลังจากผ่านด่านวิชาการน่าเบื้อน่าเบื่อมาแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในข้อสงสัยสุดฮิตของสาวๆ นั่นก็คือทำไมเราถึงเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนหรือคนรอบข้างอย่างแม่และพี่สาวกันนะ แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยคำตอบนี้ไปพร้อมๆ กัน ~~~~~~~ กระบวนการที่ผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันเริ่มมีประจำเดือนพร้อมกันมีชื่อเรียกว่า ‘Period Sync’ หรือ ‘McClintock effect’ ที่ตั้งชื่อตาม Martha McClintock ผู้ที่วิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่ามกลางความเชื่ออื่นๆ ที่เราพูดถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนในร่างกายหรือความใกล้ชิด มาร์ธาตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงถูกสะกดจิตในช่วงนี้ เนื่องมาจากกลไกทางร่างกายหลายอย่าง การที่ประจำเดือนมาพร้อมกันนี้ระบุว่าผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันหรือใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำ มักจะพบการซิงค์กันในรอบประจำเดือน Netra Giri แพทย์ประจำเมืองให้เหตุผลว่า “ตอนที่เป็นประจำเดือน ทุกคนจะปล่อยฟีโรโมนในอากาศออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ฟีโรโมนเหล่านี้ส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด (ทางร่างกาย) และในบางกรณีก็มีความเชื่อมโยงทางอารมณ์ด้วย” แต่สถานการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน Dr. Rekha Asgekar นรีแพทย์ที่ปรึกษากล่าวว่า “เนื่องจากกระบวนการทางร่างกายทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่มีชื่อว่าฟีโรโมน การรบกวนทางร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพใดๆ ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อาจส่งผลต่อการซิงค์กันได้” ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดจะมีรอบประจำเดือนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ร่างกายจะทำงานอย่างเป็นระบบและไม่มีแรงภายนอกส่งผลต่อวงจร ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีโอกาสน้อยมากที่ประจำเดือนจะซิงค์กับคนอื่น “เพราะผู้หญิงแต่ละคนฮอร์โมนมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของแต่ละคนถึงทำงานแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ตาม” เราสรุปได้ว่าการที่ประจำเดือนเรามาพร้อมกับเพื่อนสาวคนสนิทหรือคนใกล้ชิดเป็นเพราะการสะกดจิตตัวเองหลังจากการได้ยินคนอื่นพูดถึงประจำเดือน หรืออาจเป็นเพราะฟีโรโมนในร่างกายถูกขับออกมาส่งผลกระทบต่อผู้หญิงคนอื่นที่อยู่รอบตัว แต่เพราะฮอร์โมนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้หญิงบางคนเลยอาจไม่ได้รับผลกระทบจากฟีโรโมนในอากาศ และไม่เคยเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนเลยก็ได้ การวิเคราะห์เหล่านี้ยังไม่มีการวิจัยอย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ถึง 100%…

  • กินยาคุม แก้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องยาคุมกำเนิดกันนะฮู้ววว แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินว่ายาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยได้จริงไหมนะ?? จริงจ้าาาาาาาาา~ ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ยังไง? ยาคุมกำเนิดทำงานโดยยับยั้งการตกไข่ ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายลดลง ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการปวดประจำเดือน ดังนั้นเมื่อระดับฮอร์โมนลดลง อาการปวดประจำเดือนก็จะลดลงตามไปด้วยยยยยยยย ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ดีแค่ไหน? จากการศึกษาพบว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ประมาณ 50-70% ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมกำเนิดและความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือน โดยยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives: COCs) มีประสิทธิภาพในการช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดีกว่ายาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progestin-only Oral Contraceptives: POPs) ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนอย่างไร? ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้หลายวิธี ดังนี้ ยาคุมกำเนิดเหมาะกับใครบ้าง? ยาคุมกำเนิดเหมาะกับสาวๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดประจำเดือนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการปวดประจำเดือนร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ข้อควรระวังในการใช้ยาคุมกำเนิด!! การใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ น้ำหนักขึ้น เปลี่ยนแปลงอารมณ์ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และโรคหัวใจและหลอดเลือด สรุปได้ว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้จริงๆ โดยช่วยลดการหลั่งสารพรอสตาแกลนดิน ลดการบีบตัวของมดลูก และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด อย่างไรก็ตามยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • ระวัง! ปวดประจำเดือนนานไปเสี่ยงมีลูกยาก

    อย่างที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ที่ ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า? ว่าการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรงผิดปกติ หรือการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากกว่าปกติทำให้เราปวดท้องประจำเดือน แต่การที่เราปวดท้องประจำเดือนไม่ได้มีแค่สาเหตุนี้เท่านั้น อาจเกิดจากโรคต่างได้เช่นกัน เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จนกลายเป็นซีสต์และเจริญเติบโตกลายเป็นมะเร็งในโพรงมดลูก มดลูกโต ผังผืดในโพรงมดลูกและเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคเหล่านี้นอกจากทำให้ปวดท้องประจำเดือนแล้วยังทำให้มีลูกยากด้วย แล้วทำไมโรคเหล่านี้ถึงทำให้มีลูกยากไปดูกันเถอะ!!!! ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกอาจจะไปสะสมและเจริญเติบโตในรังไข่หรือปีกมดลูกแทนที่จะเจริญเติบโตในโพรงมดลูกในช่องท้อง ทำไมเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ถึงทำให้มีลูกยากกันล่ะ?? เพราะว่าเยื่อบุโพรงมดลูกจะทำให้เกิดผังผืดเพิ่มขึ้นบริเวณปีกมดลูก หรืออาจมีสารบางตัวที่ไปทำลายไข่ และขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนนั่นเองงงงงง พัฒนามาจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่โดยเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในรังไข่ในรูปแบบถุงน้ำ ทำให้ปวดประจำเดือนขั้นร้ายแรงงงงงง ภายในถุงน้ำมีของเหลวคล้ายช็อกโกแลต จึงมีการเรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ เมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้การเจริญเติบโตของฟองไข่เป็นไปได้ยากขึ้น ไข่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่มีการตกไข่เลยทำให้มีลูกยาก มดลูกโต คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มีรูปแบบเดียวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่เป็นการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มดลูกโตจะทำให้มดลูกเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีผังมดในมดลูก ส่งผลต่อการฝังตัวอ่อนและเพิ่มโอกาสในการแท้งลูกอีกด้วย ผังผืดในโพรงมดลูกเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้สาวๆ ที่ปวดท้องประจำเดือนมานานมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลงมาก เโรคอื่นๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมดลูกโตก็ล้วนแต่ทำให้เกิดผังผืดในมดลูกเช่นกัน ผังผืดในโพรงมดลูกอาจเกิดจากการอักเสบของมดลูกจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกถูกทำลาย ทำให้โพรงมดลูกเกิดการติดกัน ผังผืดมีทั้งผังผืดบางและผังผืดหนาจนปิดกั้นทั้งโพรงมดลูก พังผืดจะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และแท้งได้ง่าย เนื้องอกในมดลูกเป็นก้อนแข็งๆ ที่เกิดอยู่ภายในมดลูกบริเวณต่างๆ เช่น ตรงมดลูก โพรงมดลูกหรือปากมดลูก เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่อาจจะไปเบียดโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกผิดรูปไปจากปกติ ตัวอ่อนจึงไม่สามารถฝังตัวอยู่ในมดลูกได้ ส่งผลให้มีลูกยากไปด้วย การปวดท้องประจำเดือนนานๆ อาจไม่ได้มีสาเหตุแค่ร่างกายหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากเกินไปทำให้เรารู้สึกเจ็บจากการบีบตัวของมดลูกมากกว่าปกติ…

  • เนื้องอกในมดลูก อาการอย่างนี้เองเหรอ!

    สวัสดีเพื่อนๆที่น่ารักทุกคน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดคุยกันเรื่อง “เนื้องอกในมดลูก” อาการแบบไหนที่ควรรีบปรึกษาคุณหมอ และจะมีวิธีรับมือยังไงกันบ้าง จริงอยู่ที่เนื้องอกในมดลูกอาจฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้ว น้องคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เนื้องอกในมดลูก (Uterine fibroids) เป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่เนื้อร้าย เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในมดลูกของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อาการแบบไหนที่ควรรีบปรึกษาคุณหมอ? รับมือกับเนื้องอกในมดลูกยังไง? อย่าลืม! เนื้องอกในมดลูกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การหมั่นสังเกตอาการตัวเองและปรึกษาคุณหมออย่างสม่ำเสมอ คือวิธีดูแลตัวเองที่ดีที่สุด #เนื้องอกในมดลูก #อาการเนื้องอกในมดลูก #ดูแลตัวเอง #สุขภาพผู้หญิง Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ปวดท้องเมนส์ จุดเริ่มต้น’มะเร็งมดลูก’

    มะเร็งมดลูกเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อาการของมะเร็งมดลูก อาการของมะเร็งมดลูกที่พบบ่อยที่สุดคือ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด นอกเหนือจากประจำเดือน เช่น อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งมดลูก ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งมดลูก ได้แก่ การวินิจฉัยมะเร็งมดลูก การวินิจฉัยมะเร็งมดลูกสามารถทำได้โดย การรักษามะเร็งมดลูก การรักษามะเร็งมดลูกขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย โดยทั่วไป การรักษา ได้แก่ ป้องกันมะเร็งมดลูก ไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันมะเร็งมดลูกได้อย่างแน่นอน แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดย ร่วมตรวจมะเร็งปากมดลูกฟรีกับสปสช.!!ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่