ปวดท้องเมนส์! ผักสีเขียวช่วยได้จริงหรือ?!

สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหา ปวดประจำเดือน รู้สึกไม่สบายตัว อารมณ์แปรปรวน จนแทบไม่อยากทำอะไรเลยใช่ไหมล่ะ? 😩 แต่อย่าเพิ่งท้อใจไปค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันมีตัวช่วยเด็ดๆ จากธรรมชาติมาฝาก นั่นก็คือ “ผักสีเขียว” นั่นเอง! 🥦🥬

ผลการวิจัยต่างๆ เผยให้เห็นว่า ผักสีเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่าง วิตามินบี12, แคลเซียม, แมกนีเซียม 🌿 ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในกระบวนการปรับสมดุลฮอร์โมน ควบคุมอาการปวดประจำเดือน และลดอาการอักเสบได้

ผักสีเขียวเหล่านี้ ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้อย่างไร?

  • บร็อคโคลี่: อุดมไปด้วยวิตามินบี12 ที่ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน และบำรุงประสาท
  • คะน้า: มีแคลเซียมสูง ช่วยลดอาการปวด และปรับสมดุลฮอร์โมน
  • ผักโขม: อุดมไปด้วยแมกนีเซียม ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน และลดการเกิดตะคริว
  • ผักกาดเขียว: มีวิตามินบี 6 สูง ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน และคลายความวิตกกังวล
  • ถั่วลันเตา: อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ที่มักเกิดขึ้นในช่วงมีประจำเดือน

วิธีการกินผักสีเขียวเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

  • กินผักสดวันละ 3-5 ทัพพี
  • นำผักสีเขียวมาปั่นเป็นสมูทตี้ ผสมกับผลไม้รสชาติหวาน เช่น กล้วย สับปะรด เพื่อเพิ่มรสชาติ
  • นำผักสีเขียวมาปรุงอาหาร เช่น ผัดผัก แกงจืด

ข้อควรระวัง💗

  • ควรเลือกผักสด สะอาด ปราศจากสารเคมี
  • ไม่ควรทานผักสดในปริมาณมากเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ หากมีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง

ลองนำผักสีเขียวเหล่านี้ไปช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนกันดูนะคะ 🌿 แต่อย่าลืมควบคู่กับการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีความสุขในทุกๆ วัน! 😊

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

    สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา?? โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้ กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน…

  • ประจำเดือนมา สิวก็มา มาได้ยังไงเนี่ย?!!

    สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวอักเสบ สิวหัวช้าง สิวๆๆๆ สิวเป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในสาวๆวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน ผู้หญิงหลายคนอาจสังเกตเห็นว่าสิวของตัวเองแย่ลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำไมถึงชอบเป็นสิวตอนจะเป็นประจำเดือนด้วยเนี่ย?? มันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายยังไงล่ะ!! ในช่วงก่อนมีประจำเดือน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ทำให้อาจนำไปสู่การอุดตันของรูขุมขนและทำให้เกิดสิวได้ นอกจากนี้ฮอร์โมนเหล่านี้ยังทำให้ผิวหนังมีความมันมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิววววววววววววว สิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะปรากฏบริเวณใบหน้า หน้าอก และหลัง สิวเหล่านี้อาจมีลักษณะแตกต่างกันไป ตั้งแต่สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวอักเสบ และสิวหัวหนอง การรักษาสิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนสามารถแก้ได้โดยใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่จำหน่ายตามร้านขายยา หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้ควรดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ล้างหน้าวันละสองครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าด้วยมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรีย สิวที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะหายไปเองหลังจากที่ประจำเดือนมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากสิวไม่หายไปหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้สิวอาจแสดงให้เห็นในประจำเดือนด้วย ไปดูกันได้ที่ ป่วยไหม ?? ดูจากประจำเดือนได้เลย ง่ายมาก Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ‘อากาศหนาว’ทำไมถึงปวดท้องประจำเดือน?

    เราพูดกันไปถึงหลายๆข้อสงสัยที่ว่าอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน ทั้งกาแฟและน้ำมะพร้าวว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนหรือไม่?? ซึ่งก็มีทั้งทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงๆและไม่จริง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่างความหนาวเย็น สาวๆหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมความหนาวถึงทำให้ปวดท้องประจำเดือน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันเจ้าค่ะ ความหนาวทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว กล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกนี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เลือดไหลเวียนน้อยลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลง การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงนี้ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และความหนาวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับความหนาว ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความหนาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราป่วย ร่างกายของเราจะผลิตสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดอาการท้องอืด ความหนาวสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ซึ่งอาการท้องอืดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สรุปได้ว่าความหนาวทำให้เราปวดท้องประจำเดือนเพราะกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เลือดไหลเวียนน้อยลง ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำลงและอาการท้องอืด ถ้าสาวๆ ว่ามีอากาศหนาวที่อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สาวๆ ควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องและหลัง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน แม่นางทานตะวันหวังว่าจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจสาเหตุที่ความหนาวเย็นทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เคล็ดลับดื่มน้ำยังไงให้ผิวไม่โทรมช่วงเป็นเมนส์? 💦

    สาวๆ เคยรู้สึกไหมว่า ช่วงมีเมนส์ ผิวดูโทรม แห้ง หมอง ไม่สดใสเหมือนเดิม? 😩 บางครั้งหน้าแห้งเป็นขุย แต่ก็ยังมันเยิ้มในบางจุด แถมสิวยังขึ้นง่าย! 🛢️ รู้ไหมว่าแค่การดื่มน้ำให้ถูกวิธี ก็ช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้นได้! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาแชร์เคล็ดลับ ดื่มน้ำยังไงให้ผิวชุ่มชื้น ไม่โทรมระหว่างมีประจำเดือน พร้อมช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นด้วย! 💖✨ 🔍 ทำไมช่วงเป็นเมนส์ ผิวถึงโทรมง่าย? ช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายสูญเสียของเหลวและแร่ธาตุไปกับเลือด ทำให้เกิดปัญหาผิวเหล่านี้! 💦 ผิวแห้งง่าย → เพราะร่างกายขาดน้ำมากกว่าปกติ🛢️ หน้ามันเยิ้มแต่ผิวขาดน้ำ → ผิวพยายามผลิตน้ำมันมาทดแทนความชุ่มชื้น😵‍💫 บวมน้ำ ดูหน้าบวมตัวบวม → เพราะฮอร์โมนแปรปรวนทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ💥 สิวฮอร์โมนขึ้นง่าย → ร่างกายขับสารพิษออกไม่ดี ส่งผลให้ผิวอักเสบ 💡 ดังนั้น การดื่มน้ำให้ถูกต้อง จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการบวมน้ำ และทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้! ✅ วิธีดื่มน้ำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่โทรมระหว่างเมนส์! 1️⃣ เริ่มวันด้วยน้ำอุ่น 1 แก้ว ☕ 💖…

  • คุมกำเนิดยังไงช่วยควบคุมประจำเดือนมาไม่ปกติ

    เมื่อพูดถึงการจัดการรอบประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ตัวเลือกการคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์มากสำหรับสาวๆหลายคน มีหลายวิธีที่สามารถควบคุมประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอมากขึ้น วิธีการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด แผ่นแปะ วงแหวนคุมกำเนิด และห่วงอนามัย (IUD) ตัวคุมกำเนิดเหล่านี้สามารถช่วยควบคุมวงจรชีวิตของเราโดยการปรับสมดุลระดับฮอร์โมนในร่างกาย วิป้องกันการตกไข่และควบคุมการหลั่งของเยื่อบุมดลูก ตัวเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมน เช่น ห่วงอนามัยก็มีประสิทธิภาพในการจัดการรอบเดือนที่ไม่ปกติได้เช่นกัน อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยสำหรับตัวอสุจิ ป้องกันการปฏิสนธิ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อหารือเกี่ยวกับทางเลือกที่อาจเหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการและประวัติทางการแพทย์ของสาวๆ แต่ละคน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ตัวเลือกการคุมกำเนิดสำหรับจัดการรอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ได้แก่ 1. ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนมีทั้งแบบเม็ด ฉีด และฝัง โดยยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คงที่ จึงช่วยให้รอบประจำเดือนมาปกติมากขึ้น นอกจากนี้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงอีกด้วย 2. ห่วงอนามัย ห่วงอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ฝังเข้าไปในมดลูก โดยห่วงอนามัยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยการขัดขวางไม่ให้สเปิร์มเข้าไปผสมกับไข่ได้ ห่วงอนามัยมีทั้งแบบที่มีฮอร์โมนและแบบไม่มีฮอร์โมน โดยห่วงอนามัยแบบมีฮอร์โมนจะช่วยลดอาการปวดท้องน้อยและตกขาวผิดปกติได้ดีกว่าห่วงอนามัยแบบไม่มีฮอร์โมน 3. ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะต้องฉีดทุก 3 เดือน 4. แผ่นแปะคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์ 5. วงแหวนคุมกำเนิด วงแหวนคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว…

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวมัน’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ผิวมันก่อนมีประจำเดือน สิวบุก หน้าเยิ้ม ทำไงดี? สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนบ้างงงงงงง? แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ จนทำให้ผิวมันเยิ้ม สิวบุกได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันเลยมีเคล็ดวิชารับมือกับปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 1. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนก็คือการล้างหน้าให้สะอาดเจ้าค่ะ สาวๆ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปนะเจ้าคะ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและผลิตน้ำมันออกมาเยอะขึ้น 2. ใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว สาวๆ ควรใช้โทนเนอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนค่ะ โดยเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไป 3. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ แม้ว่าผิวของเราจะมัน แต่ก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่นะเจ้าคะ สาวๆ ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มมมมมมมม 4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ดีมากเจ้าค่ะ สาวๆ ควรเลือกใช้มาส์กหน้าที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว โดยมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้วน้าาาาา 5. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี้ดี สาวๆ…