อาหารอร่อย แต่ทำปวดประจำเดือนแบบไม่ทันตั้งตัว? มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง!

สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหานี้กันมาบ้าง ใกล้ช่วงวันนั้นของเดือนทีไร ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย แถมยังมีอาการอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ! รู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิด อาจเป็นตัวการซ่อนเร้นที่ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอยู่ 😱

วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเผย 5 อาหารยอดฮิต ที่อาจทำให้อาการปวดประจำเดือนกำเริบ! มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง และเราควรเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนการทานอย่างไร

1. อาหารรสจัดจัดจ้าน 🌶️

อาหารรสจัดจ้าน เครื่องเทศจัดเต็ม แม้จะถูกปากคนไทย แต่กลับส่งผลต่อระบบฮอร์โมน กระตุ้นอาการปวดท้อง ปวดประจำเดือน แถมยังเสี่ยงต่ออาการท้องเสียอีกด้วย ช่วงใกล้มีประจำเดือน ลองลดระดับความเผ็ดลงหน่อย หันมากินอาหารรสชาติกลางๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง ไม่ให้ทรมานมากเกินไปปป

2. ของหวานจัด น้ำตาลสูง 🍰

ของหวานสุดโปรด 🧁 ขนมเค้ก 🍰 น้ำอัดลม 🍹 อาจเป็นตัวการร้ายทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร่างกายบวมน้ำ อีกทั้งยังไปกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนให้รุนแรงขึ้น ช่วงนี้ลองงดของหวานจัดๆ หันมากินผลไม้รสไม่หวานจัด หรือดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะช่วยให้อาการปวดท้องทุเลาลง และยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย

3. อาหารทอด น้ำมันเยิ้ม 🍟

ของทอดกรอบๆ ชวนน้ำลายสอ 🤤 อาจดูน่ากิน แต่กลับส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้อึดอัด ท้องอืด แถมยังไปกระตุ้นอาการปวดประจำเดือนให้รุนแรงขึ้นอีก ช่วงนี้ลองเปลี่ยนมากินอาหารประเภทต้ม นึ่ง อบ แทน เพื่อลดอาการปวดท้อง และยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

4. อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม เบคอน 🥓

อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม เบคอน แม้จะสะดวก อร่อยถูกปาก แต่กลับมีโซเดียมสูง ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำ อึดอัด และอาจกระตุ้นอาการปวดประจำเดือนให้รุนแรงขึ้น ช่วงนี้ลองหันมากินเนื้อสัตว์สด ปลา ไข่ แทน จะช่วยลดอาการปวดท้อง และยังดีต่อสุขภาพมากกว่า

5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 🍻

สำหรับสาวๆ สายปาร์ตี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อาการปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ช่วงมีประจำเดือน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 🍷 จะช่วยให้อาการปวดท้องทุเลาลง และยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

นอกจากการเลี่ยงอาหารต้องห้ามแล้ว 🥗

  • อย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ 🥗 ผัก ผลไม้ ธัญพืช
  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ออกกำลังกายเบาๆ 🏃‍♀️
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ 🛌
  • เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  • และทำให้สาวๆ รู้สึกสดใส ไร้กังวล 💙

อย่าลืม!
อาการปวดประจำเดือนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ 👨‍⚕️ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับสาวๆ นะเจ้าคะ 😊 อย่าลืมดูแลตัวเอง ทานอาหารที่มีประโยชน์ 🥗 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 🏃‍♀️ พักผ่อนให้เพียงพอ 🛌 เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • PMS อาการก่อนเป็นเมนส์ ไม่ควรกินอะไรบ้าง??

    เราพูดถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนไปแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากมีอาการก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ!! อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นอาหารที่ให้โทษกับร่างกายในช่วงที่เป็นเมนส์มากๆเลย อย่ารอช้าดีกว่า ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างงงงงงงง โดยปกติการกินเกลือหรืออาหารเค็มมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากินในช่วงที่เป็นเมนส์นะ การกินเกลือมากเกินไปจะทำให้มีน้ำคั่ง ทำให้มีอาการมึนหัวเวียนหัวบ้านหมุนแล้วก็ขาบวมได้ล่ะ แค่กๆๆ เจ็บคอจังเลย กินยาอมจากชะเอมเทศสักหน่อยซิ โนๆค่ะ ไม่ได้ๆ เพราะถ้ากินช่วงก่อนเป็นเมนส์ชะเอมเทศจะกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอัลโดสเทอโรน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเกลือโซเดียม และทำให้มีอาการบวมน้ำนะเจ้าคะ หนึ่งในเมนูที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรทานตอนเป็นเมนส์ แต่ช่วงก่อนเป็นประจำเดือนเองก็ไม่ควรกินอาหารและเครื่องดื่มเย็นๆมากเกินไปเหมือนกันนะเจ้าคะ เพราะมันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในท้อง และทำให้มีอาการปวดท้องเมนส์ตอนเมนส์มานั่นเอง ใครชอบดื่มกาแฟเห็นข้อนี้คงเบะปากมองบนกันเลยล่ะสิ ฮิๆ ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนออกมามากนัก แต่แพทย์และนักโภชนาการต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า คาเฟอีนที่เกินกว่า 100 มก. ต่อวันทำให้เกิดอาการวิตกกังวล เครียด และนอนไม่หลับได้ ปริมาณมากกว่านั้นอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วงนะ ไม่ดื่มกาแฟ เปลี่ยนไปดื่มชาดำแทนก็ได้ เสียใจด้วยเจ้าค่ะ แต่ต้องบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน เพราะในชาดำมีสารแทนนินที่คอยจับตัวกับแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้แร่ธาตุไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายนะเจ้าคะ ใครสายดื่มนี่ต้องงดดื่มซักหนึ่งอาทิตย์นะ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือด ลดระดับแมกนีเซียม ส่งผลต่อการทำงานของตับ และทำให้อาการ PMS แย่ลงได้ ไม่ร้องนะคะทุกคน งดดื่มแอลกอฮอล์แค่ไม่กี่วันเอง!! ถ้าเรากินผักที่มีออกซาเลตมากๆจะให้ออกซาเลตไปจับตัวกับแร่ธาตุอื่น มันจะกลายเป็นผลึกออกซาเลต ทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆไม่ได้…

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • ‘สมุดบันทึกอารมณ์’บอกได้ เราเป็น PMS ไหมนะ?

    อย่างที่เรากันว่าอาการก่อนเป็นเมนส์หรือกลุ่มอาการ PMS จะมีอารมณ์แปรปรวนไม่คงที่ อย่างที่บอกไว้ในบทความ เหวี่ยงวีนก่อนเป็นเมนส์ รู้ไหมเป็นอะไร?? ช่วงนี้เป็นช่วงที่สาวๆจะอารมณ์สวิงสุดๆ บางทีก็หงุดหงิด บางทีก็เศร้า บางทีก็มีความสุขขึ้นมาซะงั้น เพราะฉะนั้นอารมณ์ของเราในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน วันนี้แม่นางทานตะวันจะนำเสนอสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ช่วยบันทึกอารมณ์ของเราในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้สาวๆที่ไม่แน่ใจว่าตกลงเรามีอาการก่อนมีประจำเดือนหรือไม่? ซึ่งสิ่งนั้นก็คือออออออออออออออ สมุดบันทึกอารมณ์ (Mood Tracker) สมุดบันทึกอารมณ์ที่เห็นบ่อยๆ จะมีอยู่ 3 แบบ ได้แก่ แบบอิโมจิ แบบตาราง และแบบวงกลม แบบอิโมจิ สมุดบันทึกอารมณ์แบบอิโมจิ คือ ในหนึ่งหน้าจะมีอิโมจิอารมณ์ 5 หรือมากกว่านั้น วันไหนที่เราอารมณ์เป็นยังไงก็ระบายสีลงไปบนตัวอิโมจิได้เลยแบบในรูปเลย ใครอยากพิมพ์ไปใช้โหลดได้เลย>>>สมุดบันทึกอารมณ์แบบอิโมจิ แบบตาราง สมุดบันทึกอารมณ์แบบตารางเป็นแบบที่ประหยัดพื้นที่มากที่สุด ตามที่เห็นทั่วๆไปคือหนึ่งตารางต่อหนึ่งเดือนหรือหนึ่งปี แบ่งสีตามอารมณ์แล้วระบายตามอารมณ์ให้ตรงกับช่องนั้นๆ เรียกได้ว่าง่ายแสนง่าย ใครอยากทำหยิบสมุดขึ้นตีตารางมาเลย>>>สมุดบันทึกอารมณ์แบบตาราง แบบวงกลม สมุดบันทึกอารมณ์แบบวงกลม หรือสมุดบันทึกอารมณ์ดวงจันทร์ เพราะมีรูปแบบคล้ายกับตารางเวลาพระจันทร์เต็มดวงนั่นเอง เราจะวาดวงกลมสองวงให้ทับซ้อนกันและตีแบ่งช่องเป็นจำนวนวัน กำหนดสีตามอารมณ์ แล้วระบายสีตามอารมณ์ในแต่ละวันได้เลยยยยยยยยยยยยย สมุดบันทึกอารมณ์หรือ Mood Tracker ช่วยให้เราเห็นอารมณ์ของเราในแต่ละวันชัดเจนขึ้นมากๆๆ วันนี้เราเศร้า เมื่อวานเราหงุดหงิด วันก่อนเราเบื่อ โดยปกติอารมณ์คนส่วนใหญ่จะมีขึ้นลงบ้างไปตามสถานการณ์ แต่ถ้าสาวๆ…

  • สภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?!

    ดูแลร่างกายยังพอว่า แต่ดูแลจิตใจนี่ยังไงนะเกี่ยวอะไรกับปวดท้องเมนส์ด้วยเนี่ย?? พูดไปจะหาว่าพูดมากไหมนะ ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วไหมว่าถ้าอยากสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีอยู่แล้วสิ ใช่สิ แล้วดูแลร่างกายแล้วดูแลจิตใจกันบ้างไหม? สาวๆรู้กันรึเปล่าว่าสภาพจิตใจเองก็ส่งผลต่อการปวดท้องเมนส์ของเราเหมือนกันนะ แล้วสภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้เราปวดท้องเมนส์กันบ้างไปดูกันดีกว่า เมื่อสภาพจิตใจอ่อนไหวหรืออ่อนแอ ร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนะ อาจจะเครียดหรือเจ็บป่วยไปเลยก็ได้ อาการเจ็บป่วยที่มากับประจำเดือน มีอะไรบ้าง ก็จะมีพวกอาหารไม่ย่อย ปวดหัว หงุดหงิด ซึมเศร้า น้ำตาไหล อ่อนเพลีย ตัวบวม และมีตุ่มตามผิวหนัง คนที่เลือดจางหรือความดันเลือดต่ำอยู่แล้ว พอมีประจำเดือนมักจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ตาบวม ตาพร่า หากรุนแรงอาจมีอาการปวดกระดูกและเวียนหัวบ้านหมุนได้ อาการซึมเศร้าเกิดเนื่องจากร่างกายอ่อนล้า มีแรงกดดัน คนที่ซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว พอเป็นเมนส์อาการจะรุนแรงขึ้นมากๆๆๆ เวลาเป็นเมนส์ไม่ควรเก็บความรู้สึกปวดหรือไม่สบายไว้ในใจ ต้องปล่อยมันไปอย่างที่เป็น ปลดปล่อยความกดดันและความเศร้าออกมากับน้ำตา การร้องไห้อย่างเต็มที่เป็นวิธีผ่อนคลายอารมณ์ที่ดีที่สุดเลยนะ น้ำตาไม่ใช่เรื่องหน้าอายหรือแสดงถึงความอ่อนแอ หากกลั้นไว้ไม่ร้องไห้ออกมา เซลล์ในร่างกายจะสะสมสารพิษไว้ การระบายความเศร้าและขับสารพิษออกมาจะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น เป็นการชำระล้างร่างกายและจิตใจ ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายของเรา ถ้าฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำให้ประจำเดือนไม่มาซักที รอบวันที่ประจำเดือนมาอาจจะแปลกไปจากปกติ อาจจะมาเร็วขึ้นหรือช้าลง ดีไม่ดีพอเครียดแล้วประจำเดือนไม่มาส่งผลให้เครียดกว่าเดิมที่ประจำเดือนไม่มาซักที เครียดกับงานกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมากพอแล้วยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ประจำเดือนก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ความเครียดทำให้ปวดท้องเมนส์ ประจำเดือนขาด งานนี้หนักเลยนะ จิตใจของเราอ่อนไหวมากเลยนะ มันส่งผลต่อร่างกายของเราไปด้วย ประจำเดือนสำคัญกับผู้หญิงอย่างเรามากๆ เพราะถ้ามันไม่มาก็หมายถึงร่างกายเราเริ่มผิดปกติแล้ว เราควรดูแลจิตใจให้แจ่มใสเข้าไว้…

  • เมนส์มาช่วงไหนผิวสวยสุด? บำรุงยังไงให้ปัง!

    เคยไหม? บางวันตื่นมาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวใส เปล่งปลั่ง แต่งหน้าง่ายสุดๆ! แต่บางช่วงกลับหน้าหมอง รูขุมขนกว้าง แถมสิวขึ้นแบบงงๆ 😩 นั่นเป็นเพราะ ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด! แต่ข่าวดีคือ มีช่วงหนึ่งที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงสุดๆ ถ้าอยากให้ผิวสวยสุขภาพดี ต้องรู้จังหวะให้ถูก! 💖✨ แล้วช่วงไหนล่ะที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงที่สุด? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน! 💖✨ 🌸 ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular Phase) ผิวสวยสุด! ช่วง 7-14 วันหลังจากเมนส์หมด หรือที่เรียกว่า ช่วงฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) เป็นช่วงที่ ผิวดีที่สุด! เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ กับผิวแบบนี้! ✅ ผิวเต่งตึง ฉ่ำวาว – คอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกในผิวเพิ่มขึ้น ผิวเลยดูฟูเด้ง ✨✅ ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ – น้ำมันบนผิวสมดุลขึ้น ทำให้หน้าไม่มัน ไม่แห้งเกินไป✅ แต่งหน้าติดทน เมคอัพเป๊ะ! –…