ข้อดีข้อเสียของ’ขนมหวาน’ตอนมีประจำเดือน

เมื่อพูดถึงเรื่องขนมหวาน หลายๆ คนอาจจะนึกถึงความอร่อยและความอิ่มท้องที่ได้รับ แต่วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ข้อดีข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่เรามีประจำเดือนกันนนนน

การกินขนมหวานในช่วงที่มีประจำเดือน อาจจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะกินอาหารหวานในช่วงเวลานี้!

ข้อดีของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน คือ ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความสุขของสมอง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ และยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆในช่วงเวลาที่ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สบายตัว

แต่ในทางกลับกัน การกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเกินไป และยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเริ่มมีอาการปวดท้องประจำเดือน

ดังนั้นข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจที่จะกินขนมหวานในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การออกกำลังกายหรือการฟังเพลงที่ชอบ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนด้วยนะเจ้าคะ

ในบทความนี้แม่นางทานตะวันได้แนะนำข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ซึ่งอาจทำให้สาวๆ เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายของเราช่วงนี้ และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในการกินอาหารในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่เสมอนะเจ้าคะ!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

    การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น) สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน เป็นประจำเดือนนานกี่วัน อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ ลักษณะประจำเดือน ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ…

  • ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ โชคดีหรือโชคร้าย??

    การมีประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่มาพร้อมกับวงจรการสืบพันธุ์ของผู้หญิง โดยมีบทบาทสำคัญในสุขภาพโดยรวมและความเป็นอยู่ที่ดีของสาวๆ แม้ว่าประจำเดือนของผู้หญิงทุกคนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่การเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของประจำเดือนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะ เมื่อเร็ว ๆ นี้ สาวๆ หลายคนตระหนักรู้มากขึ้นเกี่ยวกับรูปแบบการมีประจำเดือนที่มีปริมาณลดลง โดยที่ผู้หญิงจะมีประจำเดือนน้อยลงหรือสั้นกว่าปกติ ปรากฏการณ์นี้จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นและความกังวลในหมู่ผู้หญิงจำนวนมาก นำไปสู่คำถามเกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น การที่ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ หลายคนอาจมองว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยของปัญหาสุขภาพ แต่จริงๆ แล้ว อาจเป็นสัญญาณของความโชคดีแฝงอยู่ก็ได้นะ ไปดูกันเถอะว่าประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ แบบไหนคือโชคดี แบบไหนคือโชคร้าย !?? โชคร้าย ถ้าสาวๆ โชคร้าย การที่ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจเกิดจากสาเหตุปัญหาสุขภาพต่างๆ ดังนี้ ถ้าสาวๆ ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมทันทีเลยนะเจ้าคะ โชคดี ในทางกลับกัน ถ้าอาการประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของความโชคดีก็ได้เหมือนกันนะ ดังนี้ ดังนั้นถ้าประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ และไม่มีสัญญาณเตือนภัยอื่นๆ ร่วมด้วย ก็อย่าเพิ่งกังวลไปเปล่าๆเลย มันอาจเป็นสัญญาณของความโชคดีก็ได้นะ ข้อควรระวัง ถึงแม้ว่าประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจถือเป็นสัญญาณของความโชคดี แต่หากประจำเดือนมาน้อยเกินไป เช่น น้อยกว่า…

  • ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

    สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ?? ติ่งเนื้อ (Polyps) ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา มดลูกโต (Adenomyosis) ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas) เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก…

  • ประจำเดือนมาพร้อมเพื่อนสนิทเป็นเพราะอะไร??

    หลังจากผ่านด่านวิชาการน่าเบื้อน่าเบื่อมาแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในข้อสงสัยสุดฮิตของสาวๆ นั่นก็คือทำไมเราถึงเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนหรือคนรอบข้างอย่างแม่และพี่สาวกันนะ แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยคำตอบนี้ไปพร้อมๆ กัน ~~~~~~~ กระบวนการที่ผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันเริ่มมีประจำเดือนพร้อมกันมีชื่อเรียกว่า ‘Period Sync’ หรือ ‘McClintock effect’ ที่ตั้งชื่อตาม Martha McClintock ผู้ที่วิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่ามกลางความเชื่ออื่นๆ ที่เราพูดถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนในร่างกายหรือความใกล้ชิด มาร์ธาตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงถูกสะกดจิตในช่วงนี้ เนื่องมาจากกลไกทางร่างกายหลายอย่าง การที่ประจำเดือนมาพร้อมกันนี้ระบุว่าผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันหรือใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำ มักจะพบการซิงค์กันในรอบประจำเดือน Netra Giri แพทย์ประจำเมืองให้เหตุผลว่า “ตอนที่เป็นประจำเดือน ทุกคนจะปล่อยฟีโรโมนในอากาศออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ฟีโรโมนเหล่านี้ส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด (ทางร่างกาย) และในบางกรณีก็มีความเชื่อมโยงทางอารมณ์ด้วย” แต่สถานการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน Dr. Rekha Asgekar นรีแพทย์ที่ปรึกษากล่าวว่า “เนื่องจากกระบวนการทางร่างกายทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่มีชื่อว่าฟีโรโมน การรบกวนทางร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพใดๆ ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อาจส่งผลต่อการซิงค์กันได้” ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดจะมีรอบประจำเดือนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ร่างกายจะทำงานอย่างเป็นระบบและไม่มีแรงภายนอกส่งผลต่อวงจร ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีโอกาสน้อยมากที่ประจำเดือนจะซิงค์กับคนอื่น “เพราะผู้หญิงแต่ละคนฮอร์โมนมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของแต่ละคนถึงทำงานแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ตาม” เราสรุปได้ว่าการที่ประจำเดือนเรามาพร้อมกับเพื่อนสาวคนสนิทหรือคนใกล้ชิดเป็นเพราะการสะกดจิตตัวเองหลังจากการได้ยินคนอื่นพูดถึงประจำเดือน หรืออาจเป็นเพราะฟีโรโมนในร่างกายถูกขับออกมาส่งผลกระทบต่อผู้หญิงคนอื่นที่อยู่รอบตัว แต่เพราะฮอร์โมนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้หญิงบางคนเลยอาจไม่ได้รับผลกระทบจากฟีโรโมนในอากาศ และไม่เคยเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนเลยก็ได้ การวิเคราะห์เหล่านี้ยังไม่มีการวิจัยอย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ถึง 100%…

  • นวดแผนไทยผ่อนคลายมดลูก แก้ปวดประจำเดือน

    ปวดท้องประจำเดือนเป็นปัญหาที่พบได้บ๊อยบ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือน แม่นางทานตะวันเคยพูดกันไปแล้วว่าการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องปกติ!! สาวๆจะมีอาการปวดหน่วงหรือเกร็งบริเวณท้องน้อย อาการปวดอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ นอนก็ปวดท้อง นั่งก็ปวดท้อง ปวดท้องไปหมดนั่นเองงงงง นอกจากการกินยาแก้ปวดแล้ว การนวดแผนไทยก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้~~~~~ การนวดแผนไทยช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ยังไง?? การนวดแผนไทยช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยกลไกต่างๆ ดังนี้ – ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดบริเวณท้องน้อยอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือนนนนนนน การนวดแผนไทยจะช่วยคลายกล้ามเนื้อเหล่านี้ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นและบรรเทาอาการปวดได้ O[]O – ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต การนวดแผนไทยช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณท้องน้อย ทำให้มดลูกได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ซึ่งช่วยลดการหดรัดตัวของมดลูกและบรรเทาอาการปวดและช่วยลดการอักเสบ การนวดแผนไทยช่วยลดการอักเสบในบริเวณท้องน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดท้องประจำเดือนด้วยยยยย – ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน สารเอ็นดอร์ฟินเป็นสารสื่อประสาทที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย การนวดแผนไทยช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ การนวดแผนไทยแก้ปวดท้องประจำเดือนสามารถทำได้โดยใช้วิธีต่างๆ คือ – การนวดกดจุด การนวดกดจุดเป็นการนวดโดยใช้แรงกดบริเวณจุดต่างๆ บนร่างกาย จุดที่ใช้ในการนวดแก้ปวดท้องประจำเดือน ได้แก่ จุดกดที่อยู่บริเวณท้องน้อย จุดกดที่อยู่บริเวณหลัง และจุดกดที่อยู่บริเวณขา – การนวดคลึง การนวดคลึงเป็นการนวดโดยใช้มือคลึงกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวด การนวดคลึงช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้บรรเทาอาการปวดได้ – การนวดสั่น การนวดสั่นเป็นการนวดโดยใช้อุปกรณ์นวดสั่นบริเวณที่ปวด การนวดสั่นช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้บรรเทาอาการปวดได้ – การนวดน้ำมัน…

  • ปวดท้องก่อนมีประจำเดือน เกิดจากอะไรนะ??

    ปัญหาปวดท้องประจำเดือนพบเห็นได้ทั่วไปกับสาวๆ ที่มีร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่รู้ไหม นอกจากปวดท้องประจำเดือนแล้วยังมีอีกหนึ่งการปวดท้องน้อยที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน แต่เกี่ยวข้องกับประจำเดือนด้วย นั่นก็คือ การปวดท้องจากการตกไข่ นั่นเอง ปวดท้องจากการตกไข่คืออะไร?? เกิดขึ้นเมื่อไหร่?? โดยปกติเราจะมีการตกไข่ช่วง 14 วันก่อนจะเป็นประจำเดือนอยู่แล้ว ซึ่งการปวดท้องจากการตกไข่นี้อาจส่งผลต่อใครก็ตามที่มีการตกไข่ ซึ่งเป็นเวลาที่ไข่ถูกปล่อยออกมาเป็นส่วนหนึ่งของรอบประจำเดือน เราจะมีอาการปวดท้องจากการที่รังไข่ปล่อยไข่ออกมา จะมีความรู้สึกเหมือนปวดตุบๆ หรือกระตุกอย่างฉับพลัน ใช้เวลาไม่กี่นาทีถึง 1 หรือ 2 วัน เกิดขึ้นประมาณ 14 วันก่อนมีประจำเดือน จะรู้สึกปวดท้องแค่ 1 ด้านในแต่ละครั้ง สลับข้างกันทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับรังไข่ตัวไหนปล่อยไข่ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยหรือตกขาวระหว่างการตกไข่ก็ได้ หากการตกไข่เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เจ็บปวดและไม่รุนแรง การอาบน้ำอุ่นหรือกินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน อาจเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องการ หมออาจแนะนำ การคุมกำเนิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไข่ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด หากหมอคิดว่ามีอย่างอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวด อาจส่งสาวๆ ไปทดสอบหรือพบผู้เชี่ยวชาญ การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าเกิดจากอะไร นอกจากการปวดท้องเพราะตกไข่แล้วบางทีการปวดท้องอาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือซีสต์รังไข่ การปวดท้องจากการตกไข่เกิดก่อนประจำเดือนจะมาค่อนข้างนาน สาวๆ จึงอาจไม่ทันคิดว่าการปวดท้องจากการตกไข่นี้เกี่ยวกับการที่ประจำเดือนมาด้วย แต่การปวดท้องจากการตกไข่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าการปวดท้องประจำเดือน เพราะในตอนที่มีการตกไข่จะมีแรงบีบรัดตัวน้อยกว่าตอนที่เป็นประจำเดือนแล้วนั่นเองเจ้าค่ะ…