ประจำเดือน

  • 5 ท่าโยคะพิชิตอาการปวดท้องเมนส์

    ปวดท้องเมนส์เหรอ? อย่าปล่อยทิ้งไว้! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาทุกคนไปเพลิดเพลินกับ 5 ท่าพิชิตอาการปวดท้องเมนส์แบบ Girl Power! 💪💃 สาวๆ คนไหนที่ต้องเผชิญกับ “วันนั้นของเดือน” ทีไร เป็นต้องปวดท้องเมนส์จนแทบอยากจะลาโลก 🌏👋 บอกเลยว่า…คุณไม่ได้อยู่คนเดียว! 😩 แต่เดี๋ยวก่อน! ก่อนจะปล่อยให้ความปวดมันครอบงำชีวิต ไปหาหมอนวด 💆🏻‍♀️ กินยาแก้ปวด 💊 หรือเตรียมตัวนอนซมอยู่บนเตียง 🛌 ลองมาสนุกกับ 5 ท่าพิชิตปวดแบบ Girl Power! ที่เราเอามาฝากกันดีกว่า รับรองว่า ไม่ใช่แค่ปวดน้อยลง แต่ยังรู้สึกเฟรช สดใส เหมือนได้เกิดใหม่เลยเจ้าค่ะ! ✨ 5 ท่าโยคะสุดปัง ไล่ปวดท้องเมนส์ 🤸🏻‍♀️ 1. **ท่าเด็ก (Child’s Pose):** ท่านี้ง่ายมากเลยเจ้าค่ะ แค่คุกเข่า แยกขาออกเล็กน้อย ยืดตัวไปข้างหน้า โน้มตัวลงจนหน้าผากแตะพื้น ค้างไว้ 1-2 นาที ช่วยยืดกล้ามเนื้อส่วนหลังและบริเวณหน้าท้อง คลายความตึงเครียดของเส้นเอ็น ได้ฟีลผ่อนคลาย…

  • ‘น้ำตาลทรายแดง’แก้ปวดประจำเดือนได้จริงหรือ?

    ในนิยายหรือหนังจีนหลายๆ เรื่อง ถ้าตัวละครที่เป็นผู้หญิงเกิดอาการปวดท้องประจำเดือนขึ้นมา คนรอบข้างก็จะต้มน้ำตาลทรายแดงมาให้ดื่ม เพราะเชื่อกันว่าน้ำตาลทรายแดงช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ แล้วน้ำตาลทรายแดงมันช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือไม่ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันเจ้าค่ะ!!!! น้ำตาลทรายแดงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้จริง เพราะในน้ำตาลทรายแดงมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียมและวิตามินบี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยบำรุงเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัวและลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ วิธีใช้น้ำตาลทรายแดงแก้ปวดท้องประจำเดือนก็ง่ายมากๆ เลยเจ้าค่ะ เพียงแค่ละลายน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะในน้ำอุ่น 1 แก้ว แล้วดื่มขณะที่ยังอุ่นๆ อาการปวดท้องประจำเดือนก็จะค่อยๆ บรรเทาลงไปเองเจ้าค่ะ เคล็ดลับเพิ่มเติม นอกจากนี้น้ำตาลทรายแดงยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยยยยยย ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีแก้ปวดท้องประจำเดือนแบบธรรมชาติ ลองใช้น้ำตาลทรายแดงดูนะเจ้าคะ รับรองว่าได้ผลดีแน่นอนนนนนน Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • รู้จักสรรพคุณ’โสม’ ลดปวดท้องประจำเดือน

    โสมเป็นหนึ่งในสมุนไพรชื่อดังลำดับต้นๆ เรียกได้ว่าเกือบทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่าโสมมมมมมมมมมมมมมมมมาก่อน วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเปิดคัมภีร์อภิปรายกันว่าโสมมีส่วนช่วยในการลดอาการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราบ้างหรือเปล่า!!? โสมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย มีหลายชนิดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะโสมเกาหลี (Panax ginseng) ที่มีงานวิจัยรองรับสรรพคุณทางยาเป็นจำนวนมาก โสมมีฤทธิ์ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง ช่วยให้ร่างกายสดชื่น แก้อ่อนเพลีย ช่วยให้นอนหลับสบาย ลดความเครียด และช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย หนึ่งในสรรพคุณของโสมที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน โสมมีสารออกฤทธิ์หลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ เช่น สำหรับสรรพคุณของโสมที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนนั้น มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Ethnopharmacology พบว่าโสมมีสารออกฤทธิ์ที่เรียกว่า จินเซโนไซด์ (ginsenosides) โดยโสมจะไปออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยลดการหดรัดตัวของมดลูกและยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการบวมและการอักเสบของมดลูก จึงช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Alternative and Complementary Medicine พบว่า การรับประทานโสมเกาหลีวันละ 500 มิลลิกรัมเป็นเวลา 3 เดือน ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยอาการปวดลดลงเฉลี่ย 50% มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโสมกับอาการปวดประจำเดือน พบว่าโสมสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ โดยงานวิจัยบางชิ้นพบว่าโสมสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้เทียบเท่ากับยาแก้ปวดชนิดไม่ใช้สเตียรอยด์ (Non-steroidal…

  • ‘อากาศหนาว’ทำไมถึงปวดท้องประจำเดือน?

    เราพูดกันไปถึงหลายๆข้อสงสัยที่ว่าอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน ทั้งกาแฟและน้ำมะพร้าวว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนหรือไม่?? ซึ่งก็มีทั้งทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงๆและไม่จริง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่างความหนาวเย็น สาวๆหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมความหนาวถึงทำให้ปวดท้องประจำเดือน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันเจ้าค่ะ ความหนาวทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว กล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกนี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เลือดไหลเวียนน้อยลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลง การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงนี้ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และความหนาวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับความหนาว ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความหนาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราป่วย ร่างกายของเราจะผลิตสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดอาการท้องอืด ความหนาวสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ซึ่งอาการท้องอืดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สรุปได้ว่าความหนาวทำให้เราปวดท้องประจำเดือนเพราะกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เลือดไหลเวียนน้อยลง ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำลงและอาการท้องอืด ถ้าสาวๆ ว่ามีอากาศหนาวที่อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สาวๆ ควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องและหลัง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน แม่นางทานตะวันหวังว่าจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจสาเหตุที่ความหนาวเย็นทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ‘น้ำมะพร้าว’ทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดี้สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ช่วงนี้เป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนคงกำลังมีประจำเดือนกันอยู่ใช่มั้ยล่ะเจ้าคะ แล้วสาวๆ เคยสังเกตตัวเองกันมั้ยเจ้าคะว่า เวลามีประจำเดือนแล้วดื่มน้ำมะพร้าว จะรู้สึกปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันเจ้าค่ะ ว่าแท้จริงแล้ว น้ำมะพร้าวมีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมมม น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะในน้ำมะพร้าวมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และวิตามินซี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและยังให้พลังงานสูงอีกด้วย น้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ ไม่จริงงงงงงงงงงง น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น ช่วยดับกระหาย และช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังมีสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้ว่าน้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้จริง งานวิจัยส่วนใหญ่ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำมะพร้าวกับอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเป็นเพียงงานวิจัยแบบสังเกต ซึ่งไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำมะพร้าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้โดยตรง นอกจากนี้งานวิจัยส่วนใหญ่ยังศึกษาผู้หญิงที่มีประจำเดือนปกติ จึงยังไม่แน่ชัดว่าน้ำมะพร้าวจะส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนของผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติหรือไม่ ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือน?? สาเหตุที่บางคนรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขับน้ำออกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ที่กำลังมีประจำเดือน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้อย่างสบายใจหายห่วงเลยเจ้าค่ะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

    หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ?? ‘กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย…

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • ท่าออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

    การมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติสำหรับสาวๆ วัยสะรุ่นอย่างเราๆ แต่สำหรับบางคน อาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ คนไหนเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหานี้ ลองใช้วิธีออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนดูสิเจ้าคะ การออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ยังไง? การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังมดลูก ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มระดับสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดประจำเดือนได้ ท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้? ท่าออกกำลังกายที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้มีหลายท่า เช่น * ท่าเด็ก (Child’s pose) * ท่าแมว (Cat pose) * ท่าวัว (Cow pose) * ท่าหมาคว่ำหน้า (Downward-facing dog) * ท่าผีเสื้อ (Butterfly pose) * ท่าสะพาน (Bridge pose) * ท่าตะแคงตัว (Twisting pose) * ท่าเหยียดขา (Leg-up-the-wall pose) วิธีการออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน * เริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพร่างกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย* เลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเราเองและเริ่มต้นด้วยการทำท่าละ 10-15 วินาที*…

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนควรไปหาหมอ!!

    ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ แต่บางครั้งอาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อาจทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าปวดประจำเดือนแบบนี้เราควรไปหาหมอมั้ย ต่อไปนี้คืออาการปวดประจำเดือนบางข้อ ถ้าสาวๆ มีอาการแบบนี้ควรรีบไปหาหมอกันนะเจ้าคะ * ปวดประจำเดือนมากจนไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่มีขายในร้ายขายยา * ปวดประจำเดือนจนรบกวนการทำกิจกรรมประจำวัน เช่น การไปทำงานหรือไปโรงเรียน * ปวดประจำเดือนมากจนทำให้ต้องลุกจากเตียงในเวลากลางคืน * ปวดประจำเดือนและมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย * ปวดประจำเดือนจนมีไข้ * ปวดประจำเดือนที่ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกมากผิดปกติหรือมีลิ่มเลือด * ปวดประจำเดือนที่ไม่ดีขึ้นหลังจากรับประทานยาคุมกำเนิดหรือยาอื่นๆ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนใดๆ เหล่านี้ ควรรีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะ หมออาจทำการตรวจร่างกายและการตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน แพทย์อาจสั่งให้คุณทำการตรวจอัลตราซาวนด์หรือการตรวจอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยภาวะที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของคุณ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ การรักษาอาการปวดประจำเดือนขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราคือภาวะทางการแพทย์ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ หมออาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาเพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราไม่ทราบแน่ชัด หมออาจแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงหรือยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเรา รีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด…

  • คุมกำเนิดยังไงช่วยควบคุมประจำเดือนมาไม่ปกติ

    เมื่อพูดถึงการจัดการรอบประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ตัวเลือกการคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์มากสำหรับสาวๆหลายคน มีหลายวิธีที่สามารถควบคุมประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอมากขึ้น วิธีการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด แผ่นแปะ วงแหวนคุมกำเนิด และห่วงอนามัย (IUD) ตัวคุมกำเนิดเหล่านี้สามารถช่วยควบคุมวงจรชีวิตของเราโดยการปรับสมดุลระดับฮอร์โมนในร่างกาย วิป้องกันการตกไข่และควบคุมการหลั่งของเยื่อบุมดลูก ตัวเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมน เช่น ห่วงอนามัยก็มีประสิทธิภาพในการจัดการรอบเดือนที่ไม่ปกติได้เช่นกัน อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยสำหรับตัวอสุจิ ป้องกันการปฏิสนธิ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อหารือเกี่ยวกับทางเลือกที่อาจเหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการและประวัติทางการแพทย์ของสาวๆ แต่ละคน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ตัวเลือกการคุมกำเนิดสำหรับจัดการรอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ได้แก่ 1. ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนมีทั้งแบบเม็ด ฉีด และฝัง โดยยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คงที่ จึงช่วยให้รอบประจำเดือนมาปกติมากขึ้น นอกจากนี้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงอีกด้วย 2. ห่วงอนามัย ห่วงอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ฝังเข้าไปในมดลูก โดยห่วงอนามัยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยการขัดขวางไม่ให้สเปิร์มเข้าไปผสมกับไข่ได้ ห่วงอนามัยมีทั้งแบบที่มีฮอร์โมนและแบบไม่มีฮอร์โมน โดยห่วงอนามัยแบบมีฮอร์โมนจะช่วยลดอาการปวดท้องน้อยและตกขาวผิดปกติได้ดีกว่าห่วงอนามัยแบบไม่มีฮอร์โมน 3. ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะต้องฉีดทุก 3 เดือน 4. แผ่นแปะคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์ 5. วงแหวนคุมกำเนิด วงแหวนคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว…