ลาก่อนคิดลบ! เปิดโหมดคิดบวกในวันแดงเดือด 🩸🎉

สาวๆ ทั้งหลาย! 🙋‍♀️ รู้หรือไม่ว่าช่วงวันแดงเดือดของเรา ไม่ได้มีแค่อาการปวดท้อง อารมณ์แปรปรวน 😭 แต่ยังมีวิธีเปลี่ยนอารมณ์ให้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆ ได้เหมือนกัน! 🥳

เลิกขมวดคิ้ว แล้วมาเปิดโหมดคิดบวกไปกับเคล็ดลับง่ายๆ ที่แม่นางทานตะวันเอามาฝากกันดีกว่า! ✨

1. เสกห้องน้ำให้เป็นสปาส่วนตัว 💆‍♀️✨

ช่วงวันแดงเดือดแบบนี้ ขอผ่อนคลายสักหน่อยเถอะ! จุดเทียนหอม 🕯️ เปิดเพลงคลอเบาๆ 🎶 เตรียมอ่างอาบน้ำอุ่นๆ 🛁 เติมบาธบอมบ์หอมๆ แล้วนอนแช่น้ำให้ผ่อนคลาย 😌 รับรองว่าความคิดฟุ้งซ่าน หงุดหงิดต่างๆ จะหายวับไปกับตา! แต่อย่าแช่นานนะ เพราะความเย็นไม่ดีต่อสาวๆที่เป็นประจำเดือน!

2. หาของอร่อย (และดีต่อสุขภาพ!) 🍫🍓

ใครบอกว่าช่วงเป็นเมนส์จะกินอะไรอร่อยๆ ไม่ได้! 😋 จัดเลยเจ้าค่ะ! แต่ขอเป็นของอร่อยที่เป็นมิตรต่อสุขภาพหน่อยนะ 😉 ผลไม้สด 🍓🍌 ดาร์กช็อกโกแลต 🍫 สมูทตี้ 🥤 รับรองว่าจะช่วยเพิ่มความสุข แถมยังดีต่อร่างกายด้วย!

3. Netflix and Chill 🍿🎬

หนังเรื่องโปรด ซีรีส์เรื่องดัง รายการเรียลลิตี้สุดปัง 🍿🎬 เปิด Netflix แล้วมุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ☁️ รับรองว่าความบันเทิงจะช่วยไล่ความคิดลบๆ ในช่วงวันสุดแสนสาหัสออกไปได้แน่นอน!

4. ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์! 🎨✍️

ช่วงที่มีประจำเดือน เป็นช่วงที่ฮอร์โมนทำงานวุ่นวาย 😤 แต่เราสามารถเปลี่ยนพลังงานลบๆ นั้นให้เป็นพลังสร้างสรรค์ได้! ลองหาอะไรทำที่เราชอบ 😊 วาดรูป 🎨 เขียนหนังสือ ✍️ ร้องเพลง 🎤 เล่นดนตรี 🎹 หรือทำกิจกรรม DIY ✂️ รับรองว่าความคิดลบๆ จะหายไป เหลือไว้แต่ความสุขและความภาคภูมิใจ!

5. คุยกับเพื่อนสาว 💕

ไม่มีใครเข้าใจเราเท่าเพื่อนสาวอีกแล้ว! 😊 โทรหาเพื่อน 💬 เล่าเรื่องราวต่างๆ ระบายความอัดอั้น รับรองว่าเพื่อนสาวจะช่วยรับฟัง ให้กำลังใจ และทำให้เรารู้สึกดีขึ้นแน่นอน!

6. ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ 🌳☀️

อากาศบริสุทธิ์ แสงแดดอ่อนๆ และธรรมชาติสีเขียว 🌳☀️ จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น และเบิกบานใจ 😊 ลองออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ 🏞️ สูดอากาศบริสุทธิ์ ทีนี้ความคิดลบๆ จะหายไปแล้ว!

7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 😴💤

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ 😴💤 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันแดงเดือด เพราะจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 💪 ทำให้เรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์!

จำไว้นะคะสาวๆ ช่วงวันเป็นเมนส์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ 😉 ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ รับรองว่าความคิดลบๆ จะหายไป เหลือไว้แต่ความสุข ความสนุก และพลังบวกเต็มเปี่ยมเลยเจ้าค่ะ! 💪🥳

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • รู้ไหม!? ปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติเพราะอะไร??

    ปวดท้องเมนส์กับกระดูกกระเบนเหน็บเกี่ยวข้องกันตรงไหน?เกี่ยวกับปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติยังไง?? กระดูกกระเบนเหน็บคืออะไร?? กระดูกกระเบนเหน็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดูกที่ติดอยู่บริเวณก้นกบ อยู่ตรงศูนย์กลางของกระดูกเชิงกราน เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัว มดลูกจะแขวนอยู่ด้านในกระดูกเชิงกรานด้วยเส้นเอ็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หน้า-หลัง โดยมีลักษณะเหมือนกับเปล จุดกำเนิดของเส้นเอ็นติดอยู่กับกระดูกเชิงกราน ถ้ากระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว เส้นเอ็นก็จะเกิดความไม่สมดุลและจะดึงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่กระดูกกระเบนเหน็บยื่นออกมา เส้นเอ็นก็จะตึงไปทางใดทางหนึ่งนั่นเอง เพราะอวัยวะภายในต่างๆเลื่อนลงจากด้านบนสู่ด้านล่าง น้ำหนักของอวัยวะภายในเหล่านี้จะลงมากดที่มดลูก และค่อยๆทำให้เส้นเอ็นนั้นตึงขึ้นเรื่อยๆ เพราะ‘เส้นเอ็นตึงเครียด’นี่แหละที่เป็นปัญหา!! เพราะในช่วงที่เป็นเมนส์ เมื่อมดลูกบีบตัว เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะหลุดออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูก และตอนนั้นเอง เส้นเอ็นที่ติดอยู่กับมดลูกก็จะถูกดึงและเกิดความตึงเครียดขึ้น ถ้าจะให้พูดก็คืออาการปวดจากการบีบตัวของมดลูก จะมีการปวดจากความตึงเครียดของเส้นเอ็นรวมเข้าไปด้วย เวลาเป็นเมนส์ จากบริเวณที่ปวดเป็นพิเศษ สามารถคาดเดาบริเวณที่เส้นเอ็นเกิดปัญหาได้ด้วย คนที่มีอาการปวดบริเวณส่วนกลางของก้น อาจมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่กับบริเวณกระเบนเหน็บ คนที่มีอาการปวดบริเวณสีข้าง ก็อาจจะมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่ซ้าย-ขวาของด้านในกระดูกเชิงกราน หรือคนที่มีปัญหาบริเวณหัวหน่าว ก็หมายถึงเส้นเอ็นบริเวณหัวหน่าวนั่นแหละ สาเหตุของอาการปวดนั้น อาจเกิดจากความตึงเครียดเกินไปของเส้นเอ็น หรืออาการเลือดออกที่เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั่นเอง นอกจากนี้ บริเวณของกระดูกกระเบนเหน็บที่เป็นส่วนเชื่อมกับรังไข่และมดลูกนั้นเป็นทางเข้าออกของ”เส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บ” เพราะฉะนั้นเมื่อกระดูกกระเบนเหน็บผิดรูปเลยทำให้บริเวณรอบๆ กระดูกกระเบนเหน็บบวมและพองส่งผลให้การทำงานของเส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บน้อยลง และการทำงานของรังไข่และมดลูกแย่ลงได้ง่าย พอเป็นอย่างนั้นแล้ว มดลูกจะไม่ฟู กลายเป็นมดลูกที่เล็กและแข็งแทน ช่วงมีประจำเดือน คนที่ปวดมดลูกมากๆ นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเกิดความตึงเครียดที่เส้นเอ็นแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามดลูกข้างในค่อยๆแข็งตัวไปซะแล้ว ในทางกลับกัน ถ้ามดลูกนิ่มและฟู อาการปวดท้องเมนส์ก็จะไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ ผ่านพ้นช่วงทรมาณสังขารไปได้แบบสบายๆเลยล่ะ รู้แบบนี้แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกเชิงกรานหรือกระดูกกระเบนเหน็บเท่านั้นนะ…

  • ธาตุเหล็ก ธาตุหลัก เสริมเลือดช่วงประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันเคยพูดไปในหลายๆ บทความว่าในเวลาที่สาวๆ เป็นประจำเดือน เป็นช่วงเวลาที่เสียเลือดมาก จึงต้องกินอาหารที่ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในกับร่างกาย แต่ธาตุเหล็กนี้มีหน้าที่อะไรกันแน่ ทำไมต้องเสริมช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอออออออ?? ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่เราอาจเคยได้ยินมาบ้างตอนที่เรียนมัธยมหรือมหาลัย แต่รู้ไหมว่าธาตุเหล็กนี้สำคัญกับสาวๆ ยังไง?? ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุสำคัญภายในร่างกายที่มีความสำคัญต่อการผลิตเฮโมโกลบินที่เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ไมโอโกลบินหรือเม็ดเลือดแดงในกล้ามเนื้อ และเอนไซม์บางชนิด แต่ๆๆๆๆๆ มีเพียงแค่ร้อยละ 8 ของธาตุเหล็กที่กินเข้าไปเท่านั้นที่ร่างกายสามารถดูดซึมและเข้าสู่กระแสเลือดได้ ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 70 กิโลจะมีธาตุเหล็กประมาณ 4 กรัมในร่างกาย ฮีโมโกลบินซึ่งเป็นที่สะสมของธาตุเหล็กส่วนใหญ่ในร่างกาย จะถูกย่อยสลายและนำกลับมาใช้ใหม่ ตามวงจรชีวิตของเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีระยะเวลา 120 วัน ส่วนธาตุเหล็กที่เกาะกับโปรตีน และธาตุเหล็กในเนื้อเยื่อ ถูกเก็บสะสมในร่างกายในปริมาณเพียงเล็กน้อย ธาตุเหล็กช่วยรักษาและป้องกันภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กในช่วงที่เป็นประจำเดือน และช่วยฟื้นคืนความเนียนของสีผิวในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย สาวๆ สามารถหาแหล่งธาตุเหล็กจากธรรมชาติที่ดีที่สุดได้จาก เนื้อแดงต่างๆ เช่น เนื้อหมูและเนื้อวัว ตับ หอยกาบ ลูกพีชแห้ง ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ไข่แดง หอยนางรม ถั่วต่างๆ หน่อไม้ฝรั่ง กากน้ำตาลและข้าวโอ๊ต ถ้าสาวๆ มีภาวะประจำเดือนมามาก เสียเลือดมาก กินมังสวิรัติ หรือควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด อาจจะต้องเสริมอาหารประเภทธาตุเหล็กเข้าไปเพิ่ม และสาวๆ…

  • ปวดท้องเมนส์เฉยๆหรือเป็นซีสต์มดลูกมาดูกัน!!

    ปวดท้องเมนส์จนอยากจะบ้าตาย! ซีสต์คือผู้ร้ายตัวจริงหรือเปล่านะ? 🩸😠 สาวๆ ทั้งหลาย 👋 ใครเคยรู้สึกเหมือนโดน “บีบ” ท้องน้อยช่วงมีประจำเดือนบ้าง 😫 บางทีก็ปวดหน่วงๆ บางทีก็ปวดบิดจนแทบจะม้วนตัวเป็นเลขแปด 😖 แล้วก็แอบสงสัยว่า เอ๊ะ! นี่มันแค่ปวดประจำเดือนธรรมดา หรือว่าจะเป็นซีสต์ก้อนเนื้อร้ายที่แอบมาคอยป่วนกันแน่นะ 🤔 เอาล่ะ! ไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ เพราะวันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันแบบชัดๆ 😁 พร้อมเผยเคล็ดลับรับมือกับเจ้าอาการปวดประจำเดือนสุดป่วน ให้กลับมาสดใสเหมือนติดเทอร์โบ🚀 ซีสต์ตัวร้าย VS ปวดประจำเดือน ธรรมดาแยกยังไง? จริงๆ แล้วอาการปวดประจำเดือนเนี่ย เป็นเรื่องธรรมชาติสุดๆ เกิดจากการบีบตัวของมดลูกเพื่อขับเลือดประจำเดือนออกไป 💪 แต่ถ้าปวดแบบสาหัส ปวดนานผิดปกติ หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้🩸 ปวดหลัง 🤕 ตกขาวผิดปกติ อันนี้ต้องสงสัยซีสต์ตัวร้ายแล้วล่ะ! ซีสต์ก็คือถุงน้ำที่ไปก่อตัวอยู่ในรังไข่หรือมดลูก 💧 บางทีก็ไม่แสดงอาการ 🤫 แต่บางทีก็มาพร้อมกับความปวดระดับสิบ! 😤 แล้วจะรับมือกับเจ้าปวดประจำเดือนยังไงดีล่ะ? อย่าปล่อยให้ปวดประจำเดือนมาขัดความสุข! 😁 รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะสาวๆ 💕 หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ…

  • ไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ตอนเป็นประจำเดือน?

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาา ไฮๆ นะเจ้าคะ วันนี้พบเจอกันกับหัวข้อที่ว่าไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ทับระดูตอนเป็นประจำเดือน? ไข้ทับระดูคืออะไรน้าาาาา ไข้ทับระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงมีไข้สูงในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยมักเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน มักมีอาการไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ยังไงก็ตามในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เลยทีเดียว เพราะอาการหนักมากกกกกกก สาเหตุของไข้ทับระดู สาเหตุที่แน่ชัดของไข้ทับระดูยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เช่นเดียวกับสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือน โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งมีระดับสูงในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีประจำเดือนมา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อในมดลูกหรือช่องคลอดได้!!!! อาการของไข้ทับระดู – มีไข้สูง– ปวดหัว– ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ– อ่อนเพลีย– คลื่นไส้อาเจียน– ท้องเสีย– ปวดท้องน้อย– ปวดหลัง– เจ็บคอ– ไอ– น้ำมูกไหล– ปวดตา– ไวต่อแสง– เบื่ออาหาร– นอนไม่หลับ การรักษาไข้ทับระดู โดยทั่วไปแล้ว ไข้ทับระดูมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจให้ยาพารา หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อ การป้องกันไข้ทับระดู…

  • ดูแลตัวเอง’ก่อน’มีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงก่อนมีประจำเดือนสองสัปดาห์จะเป็นช่วงหลังรังไข่ตกไข่ จะเข้าสู่ช่วงคอร์ปัสลูเทียม ช่วงนี้ปริมาณฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะเพิ่มขึ้น จนส่งผลให้เกิดอาการก่อนมีประจำเดือนต่างๆ ซึ่งได้แก่ อาการบวมน้ำก่อนมีประจำเดือน ท้องผูก อารมณ์แปรปรวน โมโหง่ายหรือเศร้าโศกเสียใจ เสียน้ำตาง่าย ช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้น แพทย์แผนจีนจะจัดให้อยู่ในช่วง หยินแปรเป็นหยาง และเข้าสู่ หยางระยะยาว ช่วงนี้เราเลยจะบำรุงหยางเป็นหลัก วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงวิธีดูแลตัวเองก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ หลีกเลี่ยงการกินอาหารฤทธิ์เย็น การกินอาหารฤทธิ์หนาวเย็นมากเกินไปจะทำให้มดลูกเย็นไปด้วย ส่งผลต่อการบีบตัวขับเลือดของมดลูก ทำให้ปวดท้องเมนส์มากๆหรือมีลิ่มเลือด เลือดเมนส์อาจจะน้อยลงจนอาจทำให้ไม่ตั้งครรภ์ก็ได้ ช่วงสองอาทิตย์ก่อนเป็นเมนส์ถึงวันหมดเมนส์ เลยไม่ควรกินอาหารฤทธิ์เย็น เช่น เครื่องดื่มเย็น แตงโม แพร์ กีวี่ แก้วมังกร ผักสด กินอาหารที่มีเส้นใยสูง ลดอาหารเค็ม เพราะช่วงก่อนเราจะเป็นเมนส์ ปริมาณฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะเพิ่มขึ้น หรือมีน้ำสะสมในร่างกายจนเกิดอาการบวมน้ำ ปวดหัว กระเพาะลำไส้บีบตัวช้าจนมีอาการท้องผูกก่อนเป็นเมนส์ ในช่วงนี้จึงควรกินอาหารจำพวกธัญพืช อาหารจำพวกรากและหัว ข้าวกล้อง ผักและผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เพื่อช่วยในการขับถ่าย ลดอาหารเค็ม อาหารหมักดอง เพื่อลดการสะสมของน้ำในร่างกาย เลยเป็นที่มาของอาการบวมน้ำ ลดเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีน ผู้หญิงหลายคนชอบดื่มชา กาแฟเพื่อให้กระปรี้กระเปร่า แต่คาเฟอีนจะทำให้อาการทางจิตใจ เช่น ความกังวล ความเครียดที่สะสมในใจหนักกว่าที่เป็นอยู่ ช่วงก่อนมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เกิดอาการก่อนมีประจำเดือนหรืออาการ…