ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น

วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ??

กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน

อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน

สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน

นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย ประคบร้อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงด้วยยยยยยยย

กาแฟอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกาแฟกับอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นยังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ถ้าสาวๆ มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง หรือมีอาการปวดท้องประจำเดือนบ่อยครั้งมากๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • เมนส์มาช่วงไหนผิวสวยสุด? บำรุงยังไงให้ปัง!

    เคยไหม? บางวันตื่นมาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวใส เปล่งปลั่ง แต่งหน้าง่ายสุดๆ! แต่บางช่วงกลับหน้าหมอง รูขุมขนกว้าง แถมสิวขึ้นแบบงงๆ 😩 นั่นเป็นเพราะ ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด! แต่ข่าวดีคือ มีช่วงหนึ่งที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงสุดๆ ถ้าอยากให้ผิวสวยสุขภาพดี ต้องรู้จังหวะให้ถูก! 💖✨ แล้วช่วงไหนล่ะที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงที่สุด? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน! 💖✨ 🌸 ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular Phase) ผิวสวยสุด! ช่วง 7-14 วันหลังจากเมนส์หมด หรือที่เรียกว่า ช่วงฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) เป็นช่วงที่ ผิวดีที่สุด! เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ กับผิวแบบนี้! ✅ ผิวเต่งตึง ฉ่ำวาว – คอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกในผิวเพิ่มขึ้น ผิวเลยดูฟูเด้ง ✨✅ ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ – น้ำมันบนผิวสมดุลขึ้น ทำให้หน้าไม่มัน ไม่แห้งเกินไป✅ แต่งหน้าติดทน เมคอัพเป๊ะ! –…

  • ‘น้ำมะพร้าว’ทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดี้สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ช่วงนี้เป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนคงกำลังมีประจำเดือนกันอยู่ใช่มั้ยล่ะเจ้าคะ แล้วสาวๆ เคยสังเกตตัวเองกันมั้ยเจ้าคะว่า เวลามีประจำเดือนแล้วดื่มน้ำมะพร้าว จะรู้สึกปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันเจ้าค่ะ ว่าแท้จริงแล้ว น้ำมะพร้าวมีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมมม น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะในน้ำมะพร้าวมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และวิตามินซี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและยังให้พลังงานสูงอีกด้วย น้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ ไม่จริงงงงงงงงงงง น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น ช่วยดับกระหาย และช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังมีสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้ว่าน้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้จริง งานวิจัยส่วนใหญ่ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำมะพร้าวกับอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเป็นเพียงงานวิจัยแบบสังเกต ซึ่งไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำมะพร้าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้โดยตรง นอกจากนี้งานวิจัยส่วนใหญ่ยังศึกษาผู้หญิงที่มีประจำเดือนปกติ จึงยังไม่แน่ชัดว่าน้ำมะพร้าวจะส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนของผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติหรือไม่ ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือน?? สาเหตุที่บางคนรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขับน้ำออกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ที่กำลังมีประจำเดือน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้อย่างสบายใจหายห่วงเลยเจ้าค่ะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • รู้จักสรรพคุณ’โสม’ ลดปวดท้องประจำเดือน

    โสมเป็นหนึ่งในสมุนไพรชื่อดังลำดับต้นๆ เรียกได้ว่าเกือบทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่าโสมมมมมมมมมมมมมมมมมาก่อน วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเปิดคัมภีร์อภิปรายกันว่าโสมมีส่วนช่วยในการลดอาการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราบ้างหรือเปล่า!!? โสมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย มีหลายชนิดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะโสมเกาหลี (Panax ginseng) ที่มีงานวิจัยรองรับสรรพคุณทางยาเป็นจำนวนมาก โสมมีฤทธิ์ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง ช่วยให้ร่างกายสดชื่น แก้อ่อนเพลีย ช่วยให้นอนหลับสบาย ลดความเครียด และช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย หนึ่งในสรรพคุณของโสมที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน โสมมีสารออกฤทธิ์หลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ เช่น สำหรับสรรพคุณของโสมที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนนั้น มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Ethnopharmacology พบว่าโสมมีสารออกฤทธิ์ที่เรียกว่า จินเซโนไซด์ (ginsenosides) โดยโสมจะไปออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยลดการหดรัดตัวของมดลูกและยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการบวมและการอักเสบของมดลูก จึงช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Alternative and Complementary Medicine พบว่า การรับประทานโสมเกาหลีวันละ 500 มิลลิกรัมเป็นเวลา 3 เดือน ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยอาการปวดลดลงเฉลี่ย 50% มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโสมกับอาการปวดประจำเดือน พบว่าโสมสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ โดยงานวิจัยบางชิ้นพบว่าโสมสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้เทียบเท่ากับยาแก้ปวดชนิดไม่ใช้สเตียรอยด์ (Non-steroidal…

  • เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

    สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา?? โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้ กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน…

  • ดูแลตัวเองช่วงมีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกหลุดร่อนออก ช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะลดลงมาอยู่ในช่วง หยางแปรเป็นหยิน ร่างกายเราจะไม่เหมือนเดิม ภูมิคุ้มกันลดลงต่ำมากกกกกก เป็นหวัดไม่สบายง่ายกว่าเดิม มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อบริเวณช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน คนที่แพ้ง่ายอาจจะมีอาการภูมิแพ้ รวมถึงเกิดโรคผิวหนังได้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นเราควรดูแลด้วยความระมัดระวังกันนะเจ้าคะ หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว ทางแพทย์แผนจีนเนี่ยมองว่ากรดจะช่วยควบคุมการดูดซึมอาหาร การกินอาหารรสเปรี้ยวมากเกินไป เช่น น้ำส้มสายชู บ๊วยดองและมะนาวเลยจะทำให้ประจำเดือนติดขัดขับออกมาไม่ราบรื่นนนนนน รักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ช่วงมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เลือดลมพร่อง หนึ่งในสาเหตุที่สาวๆปวดท้องประจำเดือน เราเลยควรระมัดระวังไว้ ทำให้ร่างกายอบอุ่น อย่าโดนฝน อย่าโดนลมหนาว ไม่ไปว่ายน้ำเล่น ในอดีตมีความเชื่อว่า ช่วงมีประจำเดือนไม่ควรสระผม เพราะเขาอยากให้ร่างกายของเราไม่ได้รับความหนาวเย็น แต่ในปัจจุบันให้สระผมได้ แต่ต้องเป่าแห้งทันทีที่ออกจากห้องน้ำนะ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ ในแพทย์แผนจีนเชื่อกันว่า ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ห้องเลือดเปิดกว้าง ควรปล่อยให้มดลูกขับเลือดเป็นงานหลัก ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจทำให้อสุจิและเลือดค้างอยู่ในมดลูก จะทำให้ปวดท้องน้อย จากมุมมองของแพทย์แผนตะวันตกเนี่ย ถือว่าด้านสุขอนามัยการปกป้องตัวเองของช่องคลอดในช่วงมีประจำเดือนจะทำได้ไม่ดีเท่าช่วงเวลาปกติ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อ เราเลยไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนนะเจ้าคะ กินอาหารที่ช่วยในการบีบตัวของมดลูกมากๆ อาหารที่ช่วยในการขับเลือดเสียออกจากร่างกาย เช่น ตับหมูน้ำมันงา เซี่ยงจี้น้ำมันงา และชาเพื่ออบอุ่นมดลูก เช่น ชาพุทราจีนลำไยอบแห้ง น้ำขิงน้ำตาลทรายแดง โจ๊กข้าวแดง ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ร่างกายค่อนข้างอ่อนไหวเป็นพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน อย่าคิดว่าแค่เป็นประจำเดือนจะทำตัวเหมือนตอนก่อนมีประจำเดือนก็ได้ เพราะบางอย่างที่เราไม่แพ้ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนเราอาจแพ้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาเป็นประจำเดือนเนี่ย…

  • 5 วิธีแสนง่าย ลดบวมน้ำก่อนเป็นเมนส์

    อาการบวมน้ำตอนที่เป็นเมนส์ส่งผลให้สาวๆบางคนไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน วันนี้แม่นางทานตะวันเลยรีบจรลีค้นตำราก้นหีบเพื่อจะดูว่ามีเคล็ดวิชาอะไรบ้างที่จะช่วยให้เพื่อนๆหายจากอาการบวมน้ำที่เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นเมนส์ได้บ้าง และแล้วในที่สุดก็เจอกับเคล็ดวิชา(ไม่)ลับที่จะช่วยลดอาการบวมน้ำของเพื่อนๆ แล้วเจ้าค่ะ!! ออกกำลังกายกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด คือเคล็ดวิชาแรกของการกำจัดอาการบวมน้ำ!! การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดอย่างมาก คนที่ทำงานธุรการหรือเป็นวิศวกร มักต้องนั่งนานๆ จึงควรหาโอกาสยืดเส้นยืดสายบ้าง เช่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ เติมน้ำดื่มหรือยืดเหยียดร่างกาย เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น แช่น้ำอุ่นกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การแช่น้ำอุ่นจะทำให้หลอดเลือดส่วนปลายขยายตัว ทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น แรงส่งกลับของหลอดเลือดดำจะสูงตามไปด้วย การไหลเวียนของน้ำเหลืองก็จะราบรื่นขึ้น ลองใส่หัวน้ำหอมหรือสบู่เหลวกลิ่นที่ชอบลงในอ่างอาบน้ำ เปิดดนตรีสบายๆ ให้ผ่อนคลาย จะทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น กินอาหารที่ช่วยขับปัสสาวะ การปัสสาวะบ่อยๆจะช่วยระบายน้ำภายในร่างกายให้ลดลง เพราะฉะนั้นเราเลยควรกินอาหารที่มีสรรพคุณช่วยให้ขับปัสสาวะให้มากขึ้น เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ลูกเดือย ฟักเขียว ผักบุ้ง ผักชี ปวยเล้ง ผักกาดขาว แตงโม มะละกอ จะช่วยให้ร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกไป หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสเค็ม โซเดียมในอาหารรสเค็มจะทำให้มีน้ำสะสมในร่างกายและขับออกยาก คนที่ช่วงล่างมีอาการบวมน้ำควรหลีกเลี่ยงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ซุปก้อนและอาหารรสเค็มอื่นๆ เลือกชุดชั้นในที่เหมาะสม ชุดชั้นในที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งเช่นพวกสเตรย์รัดหน้าท้องหรือบอดี้สูทอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะจะทำให้การไหลเวียนเลือดติดขัด จนส่งผลให้ช่วงล่างบวมน้ำ ไม่เพียงทำให้ส่วนเว้าส่วนโค้งหายไป สุขภาพก็จะแย่ลงด้วย อาการบวมน้ำถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของสาวๆที่รักสวยรักงาม ยิ่งช่วงที่เป็นเมนส์หงุดหงิดงุ่นง่านมากอยู่แล้ว ตื่นมาดันเจอว่าหน้าบวมตัวบวมอีกยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ถ้าใครไม่อยากมีอาการบวมน้ำ อย่าลืมทำตามเคล็ดวิชาที่แม่นางทานตะวันนำมาถ่ายทอดให้นะเจ้าคะ…