ปวดประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ? เช็กเลย!

ทุกเดือนที่ประจำเดือนมา สาวๆ หลายคนคงต้องเผชิญกับอาการปวดที่ชวนให้ร้อง “โอ๊ย!” 😣 แต่รู้ไหมว่า ปวดประจำเดือนบางแบบอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องปกติ!

วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาไปเช็กกันว่า อาการปวดประจำเดือนแบบไหนควรระวัง และเมื่อไหร่ที่ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนสายเกินไป 🚨


🔍 ปวดประจำเดือนแบบไหน “ปกติ”?

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปวดประจำเดือนแบบปกติ เป็นยังไงกันแน่!

✅ ปวดท้องน้อยหรือปวดบีบๆ ช่วง 1-2 วันแรกของประจำเดือน
✅ ปวดแบบพอทนไหว กินยาแก้ปวดหรือพักผ่อนแล้วดีขึ้น
✅ มีอาการร่วมเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย ปวดหลัง หรือมึนหัว แต่ไม่รุนแรง

ถ้าสาวๆมีอาการแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นอาการปวดประจำเดือนทั่วไปที่เกิดจาก มดลูกบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออก ไม่ต้องกังวลมากนัก

แต่ถ้าอาการปวดดูแปลกไปจากเดิม หรือหนักหนาสาหัสจนใช้ชีวิตแทบไม่ได้ มาดูกันว่าเรากำลังเจอสัญญาณผิดปกติหรือเปล่า!?


🚨 ปวดประจำเดือนแบบนี้… ผิดปกติ! รีบเช็กด่วน

1️⃣ ปวดหนักจนต้องลางาน/ลาป่วยทุกเดือน 😵‍💫

ถ้าทุกเดือนต้องลาพักเพราะ ปวดจนขยับตัวแทบไม่ได้ หรือถึงขั้นนอนซมทั้งวัน นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ!

🛑 สัญญาณที่ต้องระวัง:

  • ปวดรุนแรงมากจนกินยาแล้วก็ยังไม่หาย
  • ปวดแบบแผ่ไปถึงหลังหรือขา
  • รู้สึกเหมือนมี “อะไรหนักๆ” อยู่ในท้อง

👉 อาจเป็นโรค: เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) โรคนี้เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ทำให้เกิดพังผืดและอักเสบ ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งมีโอกาสเป็นหมันได้! 😱


2️⃣ ปวดประจำเดือนร่วมกับเลือดออกเยอะผิดปกติ 🩸

ปกติแล้วประจำเดือนจะออกมาในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ถ้าคุณต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดออกมามาก ให้ระวัง!

🛑 สัญญาณที่ต้องระวัง:

  • เลือดออกเยอะมากจนรู้สึกหน้ามืด เวียนหัว
  • ประจำเดือนมาเกิน 7 วัน
  • มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่าเหรียญ 5 บาทออกมา

👉 อาจเป็นโรค: เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids) หรือ ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาสุขภาพระยะยาว


3️⃣ ปวดท้องประจำเดือนทั้งที่ยังไม่ถึงรอบเดือน! 🤨

ถ้ามีอาการปวดหน่วงๆ ในอุ้งเชิงกรานตลอด แม้จะยังไม่ถึงช่วงมีประจำเดือน หรือปวดท้องแบบสุ่มๆ ไม่มีแพทเทิร์น นี่คือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรเมิน

🛑 สัญญาณที่ต้องระวัง:

  • ปวดหน่วงๆ ตลอดเดือน โดยเฉพาะช่วงกลางรอบเดือน
  • รู้สึกปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ปวดเวลาปัสสาวะ หรือท้องผูกบ่อยๆ

👉 อาจเป็นโรค: ถุงน้ำรังไข่ (Ovarian Cyst) หรือ กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้


4️⃣ ปวดประจำเดือนมาพร้อมกับอาการไข้ หนาวสั่น 🤒

ปวดประจำเดือนอยู่ดีๆ แต่ดัน มีไข้สูง ปวดเมื่อย หนาวสั่น เหมือนเป็นไข้หวัด อันนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของรอบเดือน!

🛑 สัญญาณที่ต้องระวัง:

  • ไข้สูงเกิน 38°C
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง
  • มีตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ

👉 อาจเป็นโรค: การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease – PID) ซึ่งเป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรีย อาจเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือการอักเสบของอวัยวะภายใน หากปล่อยไว้อาจลุกลามจนเป็นอันตรายได้! 😨


💡 ตกลงแล้วปวดแบบไหนต้องระวัง?

🚨 รีบพบแพทย์หากมีอาการเหล่านี้!
✅ ปวดหนักจนต้องลาหยุดทุกเดือน
✅ เลือดออกเยอะผิดปกติ มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่
✅ ปวดท้องแม้ยังไม่ถึงรอบเดือน
✅ มีไข้ หนาวสั่น หรือปวดร่วมกับตกขาวผิดปกติ

ปวดประจำเดือนอาจดูเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้ามันมากเกินไปจนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน อย่าปล่อยผ่าน! การตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้รักษาได้ง่ายขึ้น และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

ใส่ใจร่างกายของตัวเองให้มากขึ้น แล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดีนะเจ้าคะทุกคน! 💖

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • เมนส์มาช่วงไหนผิวสวยสุด? บำรุงยังไงให้ปัง!

    เคยไหม? บางวันตื่นมาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวใส เปล่งปลั่ง แต่งหน้าง่ายสุดๆ! แต่บางช่วงกลับหน้าหมอง รูขุมขนกว้าง แถมสิวขึ้นแบบงงๆ 😩 นั่นเป็นเพราะ ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด! แต่ข่าวดีคือ มีช่วงหนึ่งที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงสุดๆ ถ้าอยากให้ผิวสวยสุขภาพดี ต้องรู้จังหวะให้ถูก! 💖✨ แล้วช่วงไหนล่ะที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงที่สุด? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน! 💖✨ 🌸 ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular Phase) ผิวสวยสุด! ช่วง 7-14 วันหลังจากเมนส์หมด หรือที่เรียกว่า ช่วงฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) เป็นช่วงที่ ผิวดีที่สุด! เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ กับผิวแบบนี้! ✅ ผิวเต่งตึง ฉ่ำวาว – คอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกในผิวเพิ่มขึ้น ผิวเลยดูฟูเด้ง ✨✅ ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ – น้ำมันบนผิวสมดุลขึ้น ทำให้หน้าไม่มัน ไม่แห้งเกินไป✅ แต่งหน้าติดทน เมคอัพเป๊ะ! –…

  • อาหารอร่อย แต่ทำปวดประจำเดือนแบบไม่ทันตั้งตัว? มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง!

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหานี้กันมาบ้าง ใกล้ช่วงวันนั้นของเดือนทีไร ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย แถมยังมีอาการอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ! รู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิด อาจเป็นตัวการซ่อนเร้นที่ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอยู่ 😱 วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเผย 5 อาหารยอดฮิต ที่อาจทำให้อาการปวดประจำเดือนกำเริบ! มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง และเราควรเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนการทานอย่างไร 1. อาหารรสจัดจัดจ้าน 🌶️ อาหารรสจัดจ้าน เครื่องเทศจัดเต็ม แม้จะถูกปากคนไทย แต่กลับส่งผลต่อระบบฮอร์โมน กระตุ้นอาการปวดท้อง ปวดประจำเดือน แถมยังเสี่ยงต่ออาการท้องเสียอีกด้วย ช่วงใกล้มีประจำเดือน ลองลดระดับความเผ็ดลงหน่อย หันมากินอาหารรสชาติกลางๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง ไม่ให้ทรมานมากเกินไปปป 2. ของหวานจัด น้ำตาลสูง 🍰 ของหวานสุดโปรด 🧁 ขนมเค้ก 🍰 น้ำอัดลม 🍹 อาจเป็นตัวการร้ายทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร่างกายบวมน้ำ อีกทั้งยังไปกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนให้รุนแรงขึ้น ช่วงนี้ลองงดของหวานจัดๆ หันมากินผลไม้รสไม่หวานจัด หรือดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะช่วยให้อาการปวดท้องทุเลาลง และยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย 3. อาหารทอด น้ำมันเยิ้ม…

  • หน้าใสไร้สิวก่อนมีประจำเดือนทำยังไงกันนะ??

    สิว เป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้ สิวสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและการนับถือตนเองของผู้หญิงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงมักจะรู้สึกอ่อนไหวและไม่มั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีวิธีการรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนได้ โดยทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ ล้างหน้าให้สะอาดวันละสองครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่รุนแรง เช่น แอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ใช้โทนเนอร์ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอุดตันของรูขุมขนได้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดสิวได้ ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ขับเหงื่อและกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดการเกิดสิวได้ หากมีสิวอักเสบหรือสิวหัวหนอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม การรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากทำตามเคล็ดลับข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยบรรเทาการเกิดสิวและทำให้ผิวหน้ากลับมาใสไร้สิวได้ทันช่วงมีประจำเดือนได้นะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • สภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?!

    ดูแลร่างกายยังพอว่า แต่ดูแลจิตใจนี่ยังไงนะเกี่ยวอะไรกับปวดท้องเมนส์ด้วยเนี่ย?? พูดไปจะหาว่าพูดมากไหมนะ ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วไหมว่าถ้าอยากสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีอยู่แล้วสิ ใช่สิ แล้วดูแลร่างกายแล้วดูแลจิตใจกันบ้างไหม? สาวๆรู้กันรึเปล่าว่าสภาพจิตใจเองก็ส่งผลต่อการปวดท้องเมนส์ของเราเหมือนกันนะ แล้วสภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้เราปวดท้องเมนส์กันบ้างไปดูกันดีกว่า เมื่อสภาพจิตใจอ่อนไหวหรืออ่อนแอ ร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนะ อาจจะเครียดหรือเจ็บป่วยไปเลยก็ได้ อาการเจ็บป่วยที่มากับประจำเดือน มีอะไรบ้าง ก็จะมีพวกอาหารไม่ย่อย ปวดหัว หงุดหงิด ซึมเศร้า น้ำตาไหล อ่อนเพลีย ตัวบวม และมีตุ่มตามผิวหนัง คนที่เลือดจางหรือความดันเลือดต่ำอยู่แล้ว พอมีประจำเดือนมักจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ตาบวม ตาพร่า หากรุนแรงอาจมีอาการปวดกระดูกและเวียนหัวบ้านหมุนได้ อาการซึมเศร้าเกิดเนื่องจากร่างกายอ่อนล้า มีแรงกดดัน คนที่ซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว พอเป็นเมนส์อาการจะรุนแรงขึ้นมากๆๆๆ เวลาเป็นเมนส์ไม่ควรเก็บความรู้สึกปวดหรือไม่สบายไว้ในใจ ต้องปล่อยมันไปอย่างที่เป็น ปลดปล่อยความกดดันและความเศร้าออกมากับน้ำตา การร้องไห้อย่างเต็มที่เป็นวิธีผ่อนคลายอารมณ์ที่ดีที่สุดเลยนะ น้ำตาไม่ใช่เรื่องหน้าอายหรือแสดงถึงความอ่อนแอ หากกลั้นไว้ไม่ร้องไห้ออกมา เซลล์ในร่างกายจะสะสมสารพิษไว้ การระบายความเศร้าและขับสารพิษออกมาจะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น เป็นการชำระล้างร่างกายและจิตใจ ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายของเรา ถ้าฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำให้ประจำเดือนไม่มาซักที รอบวันที่ประจำเดือนมาอาจจะแปลกไปจากปกติ อาจจะมาเร็วขึ้นหรือช้าลง ดีไม่ดีพอเครียดแล้วประจำเดือนไม่มาส่งผลให้เครียดกว่าเดิมที่ประจำเดือนไม่มาซักที เครียดกับงานกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมากพอแล้วยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ประจำเดือนก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ความเครียดทำให้ปวดท้องเมนส์ ประจำเดือนขาด งานนี้หนักเลยนะ จิตใจของเราอ่อนไหวมากเลยนะ มันส่งผลต่อร่างกายของเราไปด้วย ประจำเดือนสำคัญกับผู้หญิงอย่างเรามากๆ เพราะถ้ามันไม่มาก็หมายถึงร่างกายเราเริ่มผิดปกติแล้ว เราควรดูแลจิตใจให้แจ่มใสเข้าไว้…

  • ฮอร์โมนตัวดีทำเราแย่ตอนมีประจำเดือน!!

    รู้หมือไร่ แฮร่ รู้หรือไม่ในร่างกายผู้หญิงเรามีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สำคัญมากๆ เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมทำให้เราผิวมัน ผิวแห้ง ผิวคล้ำ หน้ามัน หน้าแห้ง เป็นสิว ผมร่วง อารมณ์สวิงยิ่งกว่าชิงช้า ใช่แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงฮอร์โมนสุดแสนสำคัญของผู้หญิงเราอย่าง ‘ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน’ นั่นเองงงงงง ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญสองชนิดที่ควบคุมรอบเดือนและการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของลักษณะทางเพศทุติยภูมิของผู้หญิง เช่น หน้าอก สะโพก และขนตามร่างกาย ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีหน้าที่เตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและเตรียมร่างกายสำหรับการตั้งครรภ์ หากไม่มีการตั้งครรภ์ เยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกและหลั่งออกมาเป็นประจำเดือน ในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือน ระดับเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและทำให้มูกปากมดลูกบางลงเพื่อให้สเปิร์มสามารถเดินทางไปยังไข่ได้ง่ายขึ้น เมื่อไข่ตก ระดับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากไม่มีการตั้งครรภ์ ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลงและเยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างรอบเดือนอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ปวดหัว เจ็บเต้านม บวมน้ำและมีสิวขึ้น อาการเหล่านี้มักเรียกว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) และสามารถส่งผลกระทบต่อผู้หญิงได้มากถึง 85% ถ้ามีอาการ PMS รุนแรงมาก สาวๆอาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา อาจมีการแนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนบำบัด หรือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อช่วยบรรเทาอาการนะเจ้าคะ อาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนส่งผลต่ออารมณ์อย่างไร ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ของผู้หญิง…

  • มือถือคู่ใจทำร้ายสุขภาพช่วงมีประจำเดือน!!

    หนีห่าว สาวๆ ทุกคน วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาคุยกันเรื่อง “มือถือกับประจำเดือน” แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนก็ต้องเคยมีโมเมนต์นี้กันบ้าง นั่นคือการใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือนนั่นเองงงงงง ในช่วงมีประจำเดือน สาว ๆ หลายคนมักจะมีอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนคือรู้สึกหงุดหงิด เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอใคร มือถือจึงกลายเป็นเพื่อนคลายเหงาชั้นดี ช่วยให้สาว ๆ ได้ผ่อนคลายความเครียด ผ่านการเสพสื่อบันเทิงต่าง ๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม โซเชียลมีเดีย เป็นต้น นอกจากนี้ มือถือยังช่วยให้สาว ๆ ได้แชร์ประสบการณ์ประจำเดือนกับเพื่อน ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพผู้หญิง ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่โดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวหัวใจอีกด้วย แต่การใช้มือถือมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือน ก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เหมือนกันนะเจ้าคะ เช่น วิธีใช้มือถืออย่างปลอดภัยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากปล่อยให้มือถือทำร้ายสุขภาพในช่วงมีประจำเดือน ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูนะเจ้าคะ!! มือถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่การใช้อย่างมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน สาว ๆ ควรใช้มือถืออย่างปลอดภัยและเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน เพื่อไม่ให้สุขภาพแย่ลงๆ นะเจ้าคะ Tips…