ดูแลตัวเอง’หลัง’มีประจำเดือนยังไงดี??

ช่วงหลังมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกก่อตัวหนาเข้าสู่ช่วงไข่สุก ช่วงนี้เลยยังเป็นช่วงที่อุณหภูมิร่างกายต่ำอยู่ ในทางแพทย์แผนจีนเลยยังจัดให้อยู่ในช่วง หยินระยะยาว เราเลยจะบำรุงหยินเป็นหลักเจ้าค่ะ

บำรุงหยินและเลือด

หลังประจำเดือนถูกขับออกมา ห้องเลือดจะว่างเปล่า ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่จำเป็นต้องบำรุงเลือดกันยกใหญ่
เลือดจัดเป็นหยิน เราเลยควรบำรุงทั้งหยินและเลือดเลยเจ้าค่ะ!!

ควรกินพุทราจีน ลำไยอบแห้ง
เห็ดหูหนูขาวและดำและกระเจี๊ยบเขียว
ให้มากๆ

หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน
และอาหารทอด

เพราะอาหารเผ็ดร้อนและอาหารทอดส่วนมากอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน กินมากจะทำร้ายหยินและเลือด

ไม่ควรกินหม่าล่าหม้อไฟ ผงกระหรี่
ไก่ทอดโรยเกลือ และเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ ถึงมันจะอร่อยแค่ไหนแต่หักห้ามใจไว้บ้างก็ดีนะ

กินอาหารแคลเซียมสูง
และธาตุเหล็กสูง

ช่วงมีประจำเดือนร่างกายจะสูญเสียแคลเซียมและธาตุเหล็กไป พอหมดประจำเดือนเลยควรเสริมแร่ธาตุพวกนี้
ในปริมาณที่เหมาะสม

แหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็ก คือ เนื้อแดง
เช่น เนื้อวัว เนื้อแพะ
ผักผลไม้สีเข้ม เช่น ลูกเกด เชอร์รี่ ปวยเล้ง
แหล่งอาหารที่มีแคลเซียม คือ เห็ดหูหนูดำ ปลาแห้ง
นมสด น้ำต้มกระดูก

จบกันไปแล้วนะเจ้าคะกับการดูแลตัวเองในช่วงมีประจำเดือนทั้งสามช่วง ทั้งช่วง’ก่อน’มีประจำเดือน ช่วงมีประจำเดือน และช่วงสุดท้ายนี้ช่วง’หลัง’มีประจำเดือน การดูแลตัวเองในช่วงมีประจำเดือนไม่ได้หมายถึงการดูแลเฉพาะช่วงมีประจำเดือนไม่กี่วันนี้เท่านั้นนะ แต่หมายถึงการดูแลร่างกายอย่างดีตลอดช่วงเดือนด้วยนะเจ้าคะ แม่นางทานตะวันหวังว่าเพื่อนๆจะดูแลตัวเองในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดีนะเจ้าคะ!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 5 สัญญาณ! สุขภาพประจำเดือนที่คุณควรใส่ใจ

    💃 สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ! ถ้าพูดถึง “ประจำเดือน” หลายคนอาจนึกถึงความวุ่นวายในชีวิตประจำวันใช่ไหมคะ? 🤦‍♀️ แต่รู้ไหมว่าเจ้าประจำเดือนของเรานี่แหละคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนสุขภาพภายในของเราได้อย่างดีเลย! วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า 5 สัญญาณเตือนที่เกี่ยวกับประจำเดือนที่เราไม่ควรมองข้ามมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ! ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไปเลย 💡 สัญญาณเตือน:ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมา บางเดือนหาย หรือมาช้ากว่า 35 วันอาจบ่งบอกถึง ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล หรือโรคบางอย่าง เช่น PCOS (ถุงน้ำในรังไข่) หรือภาวะไทรอยด์ผิดปกติ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ทานอาหารที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน เช่น อาหารเสริมที่มี วิตามินบี 6, แมกนีเซียม หรือสมุนไพรอย่างดอกคำฝอย และอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ! ปวดท้องประจำเดือนจนชีวิตพัง 💡 สัญญาณเตือน:ปวดท้องรุนแรงจนทำงานหรือเรียนไม่ได้อาจเป็นสัญญาณของ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือ มดลูกอักเสบ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ลองประคบร้อนบริเวณท้อง หรือดื่มชาสมุนไพร เช่น ชาคาโมมายล์ นอกจากนี้ อาหารเสริมที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น โอเมก้า3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ก็ช่วยได้ค่ะ! ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป 💡 สัญญาณเตือน:เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2…

  • ระวัง! 5 นิสัย ไม่อยากปวดท้องเมนส์ต้องดู!!

    ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับนิสัยแย่ๆ จนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ ทั้งนอนดึก กินน้ำน้อย ไม่กินข้าวเช้า ทำในวันธรรมดาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่ดี แล้วรู้ไหม ยิ่งถ้าทำในวันที่เป็นเมนส์จะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาผิดปกติจนปวดท้องเมนส์หนักกว่าเดิมยังไงล่ะ ไปดูกันดีกว่าว่านิสัยแบบไหนที่จะทำเธอปวดท้องเมนส์จนต้องร้องขอชีวิต!! 1.อุณหภูมิ บางคนรู้สึกว่ามันร้อนเกินไปใช่ไหมล่ะ เธอเลยใช้ชีวิตด้วยความเย็นอยู่รอบตัวขนาดนี้ ดื่มแต่น้ำเย็นจัด ชอบกินหรือเคี้ยวน้ำแข็ง ชอบทานไอศกรีมเย็นๆ หรือชอบแช่น้ำในอ่างอาบน้ำผ่อนคลายในอ่างสักชั่วโมง นิสัยแบบนี้ทำร่างกายเธอเย็นไปด้วย ท้องน้อยก็เย็น เดี๋ยวปวดท้องเมนส์เอานะ 2.การลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักก็ดีอยู่หรอกนะถ้าทำถูกต้อง แต่นิสัยเสียๆ บางอย่างไม่ควรเอามาทำช่วงเป็นเมนส์นะ ทั้งการไม่กินข้าวจนเป็นนิสัย น้ำหนักตัวไม่คงที่เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม หรือรีบน้ำหนักลดทีเดียวหลายกิโลต่อเดือนขนาดนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพมดลูกเราเลยนะ 3.การกินและดื่ม การกินเป็นการรับของเสียเข้าร่างกายได้ง่ายมากๆ มีหลายวิธีที่จะทำเราปวดท้องเมนส์จนต้องปาดน้ำตา ทั้งการไม่กินข้าวเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา ชอบกินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผัก กินมาม่า กินอาหารแช่แข็งบ่อยๆ ชอบกินอาหารฟาสต์ฟูส ชอบกินของหวาน เช่น เค้ก เครป คุ้กกี้ ขนมหวานๆ เนี่ยหลีกเลี่ยงหน่อยนะ  นอกจากนี้กินน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพมดลูกเราด้วยนะ 4.การนอน อีกหนึ่งนิสัยแย้แย่ที่แก้ไม่ได้ ส่งผลให้วงจรร่างกายสับสน ไปหมด…

  • โรคอ้วน ภัยเงียบที่ทำร้ายรอบเดือนของสาวๆ!!

    ในวิถีชีวิตที่เร่งรีบและอยู่ประจำทุกวันนี้ โรคอ้วนได้ กลายเป็นข้อกังวลที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก นอกเหนือจากผลกระทบที่ทราบกันดีต่อสุขภาพกายแล้ว โรคอ้วนยังสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ของสาวๆ อย่างเราอีกด้วย ผลกระทบที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักประการหนึ่งคืออาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งรบกวนสมดุลอันละเอียดอ่อนของรอบประจำเดือนของผู้หญิง วันนี้แม่นางทานตะวันจะเจาะลึกความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างโรคอ้วนและประจำเดือนมาไม่ปกติ สำรวจกลไกเบื้องหลัง และให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความสำคัญของการแก้ไขปัญหานี้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม มาร่วมสำรวจประเด็นสำคัญด้านสุขภาพของผู้หญิงไปด้วยกันนะเจ้าคะ โรคอ้วนส่งผลต่อรอบเดือนอย่างไร โรคอ้วนอาจส่งผลต่อรอบเดือนของสาวๆ ได้หลายวิธี ดังนี้ ประจำเดือนมาไม่ปกติแบบไหนที่เกิดจากโรคอ้วน วิธีป้องกันประจำเดือนมาไม่ปกติจากโรคอ้วน วิธีป้องกันประจำเดือนมาไม่ปกติจากโรคอ้วนที่ดีที่สุด คือ การลดน้ำหนักลงอย่างเหมาะสม โดยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด เป็นต้น หากไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้ด้วยตัวเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ ตัวอย่างการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรหักโหมจนเกินไป โดยควรลดน้ำหนักให้ได้ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ วิธีการลดน้ำหนักที่แนะนำ ได้แก่ ใครว่าโรคอ้วนเป็นแค่ปัญหาเรื่องรูปร่างหน้าตาเท่านั้น รู้ไหมว่าโรคอ้วนยังอาจส่งผลต่อรอบเดือนของสาวๆ อีกด้วย ใช่แล้วล่ะ โรคอ้วนอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ แบบนี้สาวๆ คงต้องหันมาใส่ใจสุขภาพกันหน่อยแล้วนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนกับทัศนคติชาวเอเชียตะวันออก

    สวัสดีสาวๆทุกคน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาคุยกันเรื่องสนุกๆ (แต่ฃสำหรับบางคนอาจจะไม่สนุกเท่าไหร่…) นั่นก็คือเรื่องประจำเดือน! ประจำเดือน เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ แต่ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียตะวันออก ประจำเดือนยังคงถูกห้อมล้อมไปด้วยความเชื่อ ความกังวล และความอาย วันนี้เราจะมาเปิดเผยทัศนคติสุดฮา (และแอบเศร้า) เกี่ยวกับประจำเดือนในแถบเอเชียตะวันออกกัน! 1. ประจำเดือน: บาปและสิ่งต้องห้าม ในบางวัฒนธรรม ประจำเดือนถูกมองว่าเป็นสิ่งสกปรก บาป หรือแม้กระทั่งเป็นสิ่งต้องห้าม ผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือนจะถูกห้ามเข้าวัด ทำอาหาร หรือแม้กระทั่งสัมผัสกับสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ โอ้โห! แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว! 2. อาหารต้องห้าม: เยอะแยะไปหมด! มี “ตำนาน” มากมายเกี่ยวกับอาหารต้องห้ามในช่วงมีประจำเดือน เช่น น้ำแข็ง แตงโม อาหารหมักดอง หรือแม้กระทั่งน้ำเย็น! แต่เดี๋ยวก่อน! “ตำนาน” เหล่านี้ไม่ได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเลยนะ! 3. อารมณ์แปรปรวน: เป็นบ้าหรือผีเข้า? ช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนของผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอาการอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย บางคนเหวี่ยงวีน บางคนขี้หงุดหงิด บางคนก็ร้องไห้ไม่หยุด แต่ไม่ต้องตกใจ! อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ และไม่ได้แปลว่า “เป็นบ้า” หรือ “ผีเข้า”…

  • 7 วิธีแก้ปวดท้องเมนส์แสนง่ายฮอตฮิตขึ้นหิ้ง!

    ปวดท้องเมนส์เป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่เป็นเมนส์ โดยมักเกิดขึ้นก่อนหรือในระหว่างเป็นเมนส์ อาการปวดท้องเมนส์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจรู้สึกปวดแค่นิดหน่อย แต่บางคนอาจปวดมากจนถึงขั้นทำอะไรไม่ได้ รบกวนชีวิตประจำวันเลยทีเดียว สาเหตุของการปวดท้องเมนส์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการหดตัวของมดลูกเพื่อขับเลือดประจำเดือนออกจากร่างกาย การหดตัวของมดลูกนี้เกิดจากสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติในระหว่างที่เป็นเมนส์ อาการปวดท้องเมนส์สามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การใช้ยาแก้ปวด การประคบร้อน การนวด หรือการออกกำลังกายเบาๆ ยังไงก็ตามถ้าอาการปวดรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยาแก้ปวด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม วิธีบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์สุดฮอต มีวิธีต่างๆ มากมายที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ต่อไปนี้คือวิธีที่สาวๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้กัน วิธีง่ายๆ ใช้เวลาน้อย ไม่ยุ่งยาก ซื้อยาแก้ปวดมากินซะเลย ยาแก้ปวดที่ใช้บรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ ได้แก่ ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) และนาพรอกเซน (Naproxen) ยาเหล่านี้สามารถช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้ การประคบร้อนสามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อมดลูกที่เกร็งและบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ วิธีประคบร้อนสามารถทำได้โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ถุงน้ำร้อน หรือใช้แผ่นความร้อนแปะลงบนท้องน้อย การนวดเบาๆ บริเวณท้องน้อยช่วยบรรเทาอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อมดลูกได้เหมือนกัน ซึ่งวิธีการนวดสามารถทำได้โดยใช้นิ้วมือทั้งสองข้างนวดเป็นวงกลมเบาๆ บริเวณท้องน้อย การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน ปั่นจักรยานและเต้นแอโรบิก ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและช่วยลดความเครียด ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ การกินอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดการอักเสบและช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และเนื้อไม่ติดมัน…

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนเสี่ยงมีลูกยาก?

    สาวๆ คนไหนปวดประจำเดือนหนักจนรู้สึกเหมือนมีใครมาต่อยท้องทุกเดือนบ้าง? 🥊😖 ถ้าคุณต้องทนกับอาการปวดแบบทรมานทุกเดือน ต้องระวังให้ดี! เพราะบางครั้ง “ปวดประจำเดือน” อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่มันอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ ส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตด้วย! 😱 แล้วแบบไหนที่เสี่ยง? แค่ปวดมากหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยถึงต้องกังวล? วันนี้เราจะพามาเช็กกันให้ชัวร์! 🩸✅ 😣 ปวดประจำเดือนปกติ vs. ปวดประจำเดือนที่เสี่ยงมีลูกยาก ก่อนอื่นมาดูกันว่า “ปวดปกติ” กับ “ปวดแบบผิดปกติ” ต่างกันยังไง! ✅ ปวดประจำเดือนแบบปกติ🔹 ปวดตึงๆ หน่วงๆ ในวันแรก-สองของรอบเดือน🔹 ปวดแบบพอทนได้ กินยาแก้ปวดหรือพักแล้วดีขึ้น🔹 ไม่มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย 🚨 ปวดประจำเดือนที่เสี่ยงมีลูกยาก❌ ปวดหนักขึ้นทุกปี หรือปวดจนลุกไม่ไหว❌ ปวดร้าวไปถึงหลังหรือขา❌ ปวดแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน❌ ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ 😵‍💫❌ ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีก้อนเลือดเยอะ❌ มีเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกช่วงประจำเดือน ถ้าคุณมีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อรวมกัน ระวังให้ดี! เพราะอาจเป็นสัญญาณของ โรคที่เกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ ซึ่งอาจทำให้มีลูกยากได้ 😰 💥 4 โรคที่ทำให้ปวดประจำเดือนและเสี่ยงมีบุตรยาก! 1️⃣…