ไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ตอนเป็นประจำเดือน?

แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาา ไฮๆ นะเจ้าคะ วันนี้พบเจอกันกับหัวข้อที่ว่าไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ทับระดูตอนเป็นประจำเดือน? ไข้ทับระดูคืออะไรน้าาาาา

ไข้ทับระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงมีไข้สูงในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยมักเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน มักมีอาการไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ยังไงก็ตามในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เลยทีเดียว เพราะอาการหนักมากกกกกกก

สาเหตุของไข้ทับระดู

สาเหตุที่แน่ชัดของไข้ทับระดูยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เช่นเดียวกับสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือน โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งมีระดับสูงในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีประจำเดือนมา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อในมดลูกหรือช่องคลอดได้!!!!

อาการของไข้ทับระดู

– มีไข้สูง
– ปวดหัว
– ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
– อ่อนเพลีย
– คลื่นไส้อาเจียน
– ท้องเสีย
– ปวดท้องน้อย
– ปวดหลัง
– เจ็บคอ
– ไอ
– น้ำมูกไหล
– ปวดตา
– ไวต่อแสง
– เบื่ออาหาร
– นอนไม่หลับ

การรักษาไข้ทับระดู

โดยทั่วไปแล้ว ไข้ทับระดูมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจให้ยาพารา หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อ

การป้องกันไข้ทับระดู

ไม่มีวิธีใดที่จะป้องกันไข้ทับระดูได้อย่างแน่นอน แต่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดไข้ทับระดูได้โดย
* ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
* รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
* ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
* นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
* หลีกเลี่ยงความเครียด
* หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยไข้หวัด
* รักษาสุขอนามัยให้ดี โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?

สาวๆ ควรไปพบแพทย์หากมีอาการไข้ทับระดูรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน หรือหากมีอาการดังต่อไปนี้
* ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
* ปวดศีรษะรุนแรง
* ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง
* อ่อนเพลียมาก
* คลื่นไส้
* อาเจียน
* ท้องเสีย
* ปวดท้องน้อยรุนแรง
* ปวดหลังรุนแรง
* เจ็บคอรุนแรง
* ไอ
* น้ำมูกไหล
* ปวดตา
* ไวต่อแสง
* เบื่ออาหาร
* นอนไม่หลับ

ที่บ้านของแม่นางทานตะวันเชื่อกันว่าคนที่เป็นไข้ทับระดูคือคนที่มีร่างกายอ่อนแอ ซึ่งนั่นค่อนข้างจะเป็นความจริงอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อร่างกายเราอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันของเราจะต่ำลง ทำให้เราไม่สบายได้ง่าย เสี่ยงที่จะติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อมได้มากกว่าปกติ คนที่ร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรงจึงมีโอกาสที่จะป่วยเป็นไข้ทับระดูมากกว่าสาวๆ ที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่แล้วนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ท่าออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

    การมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติสำหรับสาวๆ วัยสะรุ่นอย่างเราๆ แต่สำหรับบางคน อาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ คนไหนเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหานี้ ลองใช้วิธีออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนดูสิเจ้าคะ การออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ยังไง? การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังมดลูก ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มระดับสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดประจำเดือนได้ ท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้? ท่าออกกำลังกายที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้มีหลายท่า เช่น * ท่าเด็ก (Child’s pose) * ท่าแมว (Cat pose) * ท่าวัว (Cow pose) * ท่าหมาคว่ำหน้า (Downward-facing dog) * ท่าผีเสื้อ (Butterfly pose) * ท่าสะพาน (Bridge pose) * ท่าตะแคงตัว (Twisting pose) * ท่าเหยียดขา (Leg-up-the-wall pose) วิธีการออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน * เริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพร่างกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย* เลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเราเองและเริ่มต้นด้วยการทำท่าละ 10-15 วินาที*…

  • ปวดประจำเดือน กินแตงโมได้ไหมนะ?🍉

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหาปวดประจำเดือนกันมาบ้าง ใช่ไหมเอ่ย? อาการปวดท้องน้อย หน่วงๆ เสียวๆ บางทีก็ปวดจี๊ดจนแทบเดินไม่ไหว 😖 เล่นเอาหมดแรง หมดสนุกไปเลย 😩 แถมช่วงนี้ยังเป็นหน้าร้อน เหงื่อไหลไคลย้อย กระหายน้ำสุดๆ 🥵 เลยอยากกินแตงโมเย็นๆ ฉ่ำๆ สักชิ้น 🍉 แต่เดี๋ยวก่อน! มีข่าวลือว่ากินแตงโมช่วงมีประจำเดือนอาจทำให้อาการปวดท้องแย่ลง วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันดีกว่า ว่าแท้จริงแล้ว ปวดประจำเดือน กินแตงโมได้ไหม? 🍉 แตงโม ผลไม้ดับร้อน 🍉 ช่วยคลายปวดประจำเดือนได้ไหม? หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า แตงโมมีฤทธิ์เย็น 🥶 ซึ่งจริงๆ แล้วไม่จริงซะทีเดียว แตงโมจัดเป็นผลไม้ที่มี “ธาตุเย็น” ❄️ แต่มันไม่ใช่ความเย็นแบบอุณหภูมิเย็นเฉียบ 🙅‍♀️ แต่หมายถึง ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้เย็นลง 🌡️ เหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราสุดๆ ☀️ และที่สำคัญ แตงโมมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ได้ด้วยนะ 😮 เพราะในแตงโมมีสาร ไลโคปีน 🍅 ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ 💪…

  • เป็นเมนส์แล้ว บำรุงยังไงให้ผิวกลับมาสดใส?

    เคยไหม? พอเมนส์มา ไม่ได้มีแค่ปวดท้อง แต่ ผิวยังหมอง หน้าโทรม ดูไม่สดใสเอาซะเลย! 😩 บางวันส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า ทำไมหน้าดูซีดคล้ำเหมือนไม่ได้นอน!? ไหนจะอาการบวมๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่เฟรชสุดๆ 💦 ถ้าสาวๆ เคยเจอปัญหานี้ทุกเดือน ไม่ต้องกังวลไป! เพราะวันนี้แม่นางทานตะวันมีเคล็ดลับ บำรุงผิวช่วงเป็นเมนส์ให้รอด ไม่หมอง ไม่โทรม มาฝากกัน! 🩸✨ 🔍 ช่วงมีเมนส์ ผิวเปลี่ยนไปยังไง? ช่วงที่เมนส์มา ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำสุด และร่างกายเสียเลือด ทำให้เกิดปัญหาผิวดังนี้! 😵‍💫 ผิวดูโทรม เหนื่อยล้า → เพราะร่างกายเสียเลือด ทำให้ผิวซีด หมองคล้ำ💦 ผิวแห้งและมันในเวลาเดียวกัน → บางจุดมันเยิ้ม แต่บางจุดแห้งลอก💥 สิวอักเสบขึ้นง่าย → เนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้สิวเห่อ🛏️ ผิวฟื้นฟูช้ากว่าปกติ → เพราะร่างกายอยู่ในโหมดอ่อนเพลีย 🚫 สิ่งที่ควรเลี่ยงช่วงมีเมนส์! ❌ เลี่ยงสกินแคร์ที่แรงเกินไป – เช่น AHA/BHA หรือเรตินอล…

  • มีความต้องการทางเพศสูงก่อนเป็นเมนส์แปลกไหม?

    หัวข้อวันนี้ดู 18+ มากเลยนะเจ้าคะ ฮิฮิ แต่จริงๆมันไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ ไม่แปลกเลย เพราะความต้องการทางเพศเป็นเรื่องปกติมากๆ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงการที่สาวๆ มีอารมณ์ขึ้นมามากกว่าปกติก่อนจะเป็นประจำเดือนกัน เพราะอะไรเราถึงได้แปลกๆ แบบนี้นะ เอ้ะ เราแปลกรึเปล่านะ?? ไม่แปลกหรอกนะสาวๆ โดยปกติแล้วฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความใคร่และเซ็กส์ในผู้หญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยเพิ่มความใคร่และความตื่นตัวทางเพศ ในขณะที่โปรเจสเตอโรนช่วยเพิ่มการหล่อลื่นและความยืดหยุ่นของช่องคลอด การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างที่เป็นประจำเดือนอาจส่งผลต่อความใคร่และเซ็กส์ของผู้หญิงได้~~~~~~~ ในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือน ระดับเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยเพิ่มความใคร่และความตื่นตัวทางเพศ ทำให้ผู้หญิงรู้สึกอยากมีเซ็กส์มากขึ้น เมื่อไข่ตก ระดับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยเพิ่มการหล่อลื่นและความยืดหยุ่นของช่องคลอด ทำให้ผู้หญิงรู้สึกสบายตัวมากขึ้นขณะมีเซ็กส์ หลังจากการตกไข่ ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลง อาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่ใคร่มีเซ็กส์มากนัก อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นในช่วงเวลานี้ของรอบเดือน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างรอบเดือนอาจส่งผลต่อความใคร่และเซ็กส์ของผู้หญิงได้แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงมักจะรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือนและน้อยลงในช่วงครึ่งหลังของรอบเดือน วิธีดูแลตัวเองเมื่อความต้องการทางเพศสูงก่อนมีประจำเดือน หากรู้สึกมีความต้องการทางเพศสูงก่อนมีประจำเดือน ควรพูดคุยกับคู่นอนเพื่อหาวิธีจัดการความต้องการทางเพศที่ปลอดภัยและเหมาะสม นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดความเครียดและเพิ่มระดับพลังงาน แม่นางทานตะวันขอแนะนำว่าสาวๆ ควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย พูดคุยกับคู่นอนถึงความต้องการทางเพศในช่วงนี้ให้เขาเข้าใจว่าช่วงนี้อารมณ์เราอ่อนไหวมากกว่าปกตินะ ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ก็อย่าลืมใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ด้วยนะเจ้าคะ หากพบว่าอาการผิดปกติ เช่น มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง มีอาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ หรือมีเลือดออกผิดปกติ…

  • ผมร่วงจะหมดหัวตอนมีประจำเดือน ทำไงดีเนี่ย!?

    “โอ้ย! ผมร่วงอีกแล้วววว” กวาดๆๆ กวาดผมตัวเองบนพื้นทุกวัน ปกติผมร่วงก็ไม่เยอะเท่าไหร่หรอก แต่พอมีประจำเดือนขึ้นมาผมแทบจะร่วงหมดหัวแล้วเนี่ย ทำไมผมถึงร่วงขนาดนี้ แล้วทำยังไงกับมันดีล่ะเนี่ย?? แม่นางทานตะวันจะเล่าให้ฟังเองงงงง ผมร่วงตอนเป็นประจำเดือน เป็นภาวะผมร่วงชั่วคราวที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงหลายๆ คน โดยผมจะร่วงมากผิดปกติในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน ซึ่งภาวะผมร่วงนี้มักจะไม่รุนแรงและจะหายไปเองพอประจำเดือนหมด สาเหตุของผมร่วงตอนเป็นประจำเดือน สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงตอนเป็นประจำเดือนนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้รูขุมขนหดตัวและเส้นผมหลุดร่วงง่ายขึ้น นอกจากนี้ ความเครียดก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้ โดยความเครียดจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมร่วงมากขึ้น อาการของผมร่วงตอนเป็นประจำเดือน อาการของผมร่วงตอนเป็นประจำเดือนนั้นสังเกตได้ง่าย โดยผมจะร่วงมากผิดปกติในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน โดยอาจร่วงมากถึง 100 เส้นต่อวัน ซึ่งผมที่ร่วงมักจะเป็นผมเส้นเล็กๆ และร่วงจากหนังศีรษะทั่วทั้งศีรษะ หรือเราจะหมดร่วงหมดหัวจริงๆ!!! การรักษาผมร่วงตอนเป็นประจำเดือน ผมร่วงตอนเป็นประจำเดือนมักจะไม่รุนแรงและจะหายไปเองตอนทีประจำเดือนหมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรักษาใดๆ แต่ถ้าสาวๆ รู้สึกกังวลใจกับภาวะผมร่วงนี้ อาจจะลองใช้วิธีต่อไปนี้เพื่อช่วยลดผมร่วงก็ได้ ไม่ต้องกังวลไปนะทุกคนนนนน อาการผมร่วงตอนมีประจำเดือนไม่ทำให้เราผมหมดหัวแน่นอน แค่ร่วงเยอะกว่าปกตินิดนึงเองงงงงง อย่าเศร้าใจไปเลยนะเจ้าคะ ถ้าเราลองใช้วิธีการตามข้างบนให้เป็นนิสัย เราต้องลดผมร่วงให้น้อยลงได้อยู่แล้ว พยายามเข้าน้าาาาาา Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7…

  • คุมกำเนิดยังไงช่วยควบคุมประจำเดือนมาไม่ปกติ

    เมื่อพูดถึงการจัดการรอบประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ตัวเลือกการคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์มากสำหรับสาวๆหลายคน มีหลายวิธีที่สามารถควบคุมประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอมากขึ้น วิธีการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด แผ่นแปะ วงแหวนคุมกำเนิด และห่วงอนามัย (IUD) ตัวคุมกำเนิดเหล่านี้สามารถช่วยควบคุมวงจรชีวิตของเราโดยการปรับสมดุลระดับฮอร์โมนในร่างกาย วิป้องกันการตกไข่และควบคุมการหลั่งของเยื่อบุมดลูก ตัวเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมน เช่น ห่วงอนามัยก็มีประสิทธิภาพในการจัดการรอบเดือนที่ไม่ปกติได้เช่นกัน อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยสำหรับตัวอสุจิ ป้องกันการปฏิสนธิ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อหารือเกี่ยวกับทางเลือกที่อาจเหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการและประวัติทางการแพทย์ของสาวๆ แต่ละคน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ตัวเลือกการคุมกำเนิดสำหรับจัดการรอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ได้แก่ 1. ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนมีทั้งแบบเม็ด ฉีด และฝัง โดยยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คงที่ จึงช่วยให้รอบประจำเดือนมาปกติมากขึ้น นอกจากนี้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงอีกด้วย 2. ห่วงอนามัย ห่วงอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ฝังเข้าไปในมดลูก โดยห่วงอนามัยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยการขัดขวางไม่ให้สเปิร์มเข้าไปผสมกับไข่ได้ ห่วงอนามัยมีทั้งแบบที่มีฮอร์โมนและแบบไม่มีฮอร์โมน โดยห่วงอนามัยแบบมีฮอร์โมนจะช่วยลดอาการปวดท้องน้อยและตกขาวผิดปกติได้ดีกว่าห่วงอนามัยแบบไม่มีฮอร์โมน 3. ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะต้องฉีดทุก 3 เดือน 4. แผ่นแปะคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์ 5. วงแหวนคุมกำเนิด วงแหวนคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว…