ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า?

สำหรับใครที่คนรอบตัวปวดท้องประจำเดือนกันหมดอาจจะรู้สึกว่าการปวดท้องประจำเดือนนี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วๆไป แต่ความจริงแล้วการไม่ปวดท้องเมนส์ต่างหากที่ต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่กลายเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับคนแข็งแรง!! การปวดท้องเมนส์อาจเป็นสัญญานเตือนอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบอกถึงสภาพร่างกายของเราหรือโรคที่ซ่อนอยู่ แล้วโรคร้ายแรงพวกนี้มีอะไรบ้างนะ??

ติ่งเนื้อ (Polyps)

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งและไม่ทำให้เกิดอาการอะไรขึ้น แต่อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติและส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้ สามารถตรวจได้ด้วย TVS และการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด แนะนำให้นำติ่งเนื้อออกด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกและวิเคราะห์เนื้อเยื่อด้วยการประเมินทางจุลพยาธิวิทยา

มดลูกโต (Adenomyosis)

ภาวะอะดีโนไมซิส เป็นรูปแบบพิเศษของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีการเจริญเติบโตของเยื่อเมือกในเยื่อบุโพรงมดลูกในผนังมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะอะดีโนไมซิสมักมีเลือดออกผิดปกติในมดลูก (มีประจำเดือนมามากผิดปกติ) ปวดระหว่างมีประจำเดือนหรือมีเพศสัมพันธ์ และมีประวัติภาวะมีบุตรยาก ความเด่นชัดของภาวะอะดีโนไมซิสในประชากรหญิงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาของ TVS พบว่าจะพบภาวะอะดีโนโมซิสมากกว่า 30% เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี

เนื้องอกในมดลูก (Leiomyomas)

เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง พบได้ทั่วไปที่ชั้นผนังมดลูก ระหว่างอายุ 30 ถึง 40 ปี พบในผู้หญิง 1 ใน 10 คน และในช่วงอายุ 40-50 ปี ผู้หญิงทุกๆ 4 คนจะมีเนื้องอกในมดลูก สิ่งเหล่านี้สามารถบุกรุกเข้าไปในโพรงมดลูก เปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูก และส่วนใหญ่จะทำให้เกิดภาวะประจำเดือนมามาก บางครั้งทำให้เกิดภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง เนื้องอกในมดลูกไม่เป็นพิษเป็นภัยแต่เติบโตได้รวดเร็วมาก และยากที่จะแยกออกจากมะเร็งประเภท – มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก เนื้องอกบางชนิดมีพฤติกรรมเหมือนติ่งเนื้อ หากถูกขับออกจากมดลูก จะสามารถมองเห็นการเกิดของเนื้องอกได้

เนื้อร้าย หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ
(Malignancy or endometrial hyperplasia)

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มีเซลล์ผิดปกติและไม่มีเซลล์ผิดปกติ การรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติเป็นรายบุคคล ขึ้นอยู่กับการมีภาวะผิดปกติและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติในทางจุลพยาธิวิทยากำหนดไว้ว่าเป็นเนื้อเยื่อต่อมในเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ ในผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนมักเกิดขึ้นเมื่อการตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่ เช่น ในกลุ่มอาการรังไข่หลายใบ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่น ในกรณีที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเพียงอย่างเดียวหรือในกรณีที่เป็นโรคอ้วน

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial cancer)

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกพบได้น้อยในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นเสมอไป มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นได้ในสตรีวัยหมดประจำเดือนหรือผู้หญิงทุกคนถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด ผู้ป่วยโรคอ้วนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกโดยไม่คำนึงถึงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยโรคอ้วนจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกในระดับสูง เพราะการเปลี่ยนแอนโดรเจนเป็นเอสตราไดออลในเนื้อเยื่อไขมัน สิ่งนี้กลายเป็นแหล่งที่มาของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายนอกที่ไม่ได้รับการค้านในภาวะผิดปกติของการตกไข่ ในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีเลือดออกทางช่องคลอด สาวๆ ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ นะ

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูก (Leiomyosarcomas)

มะเร็งกล้ามเนื้อเรียบมดลูกเป็นมะเร็งที่หายากมากในผนังกล้ามเนื้อมดลูก ส่วนใหญ่มักค้นพบเมื่อมีการวิเคราะห์จุลพยาธิวิทยาหลังการผ่าตัดมดลูกออก เนื่องจากมีเลือดออกมากหรือปวดท้องประจำเดือน โดยสันนิษฐานเริ่มต้นอาจบ่งชี้ว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก

มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)

หนึ่งในมะเร็งที่ตอนนี้มีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ มะเร็งรูปแบบนี้กำลังลดลงเนื่องจากโครงการฉีดวัคซีนและคัดกรองเชื้อไวรัสแปปิโลมาในมนุษย์(HPV) HPV เป็นไวรัสที่พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 99% ในสังคมที่ไม่มีการฉีดวัคซีน HPV หรือไม่มีโปรแกรมตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้หญิงที่ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษามีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ HPV

ที่พบบ่อยที่สุดคือมะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (75%) และมะเร็งชนิดต่อม (23%) แนวโน้มการตรวจพบมะเร็งชนิดนี้คือการตรวจหาเชื้อ HPV ที่อวัยวะเพศโดยการสุ่มตัวอย่างทางช่องคลอดหรือการตรวจปากมดลูก เพื่อให้สามารถค้นหาและรักษารอยโรคก่อนเกิดมะเร็งได้ อาการเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน และเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์เป็นอาการหลักในมะเร็งระยะเริ่มแรก

ภาวะเลือดหยุดยาก /ภาวะเลือดออกผิดปกติ
(Coagulopathy /bleeding disorders)

ในกลุ่มผู้หญิง (ไม่ว่าอายุเท่าไร) ที่มีเลือดออกมาก มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดร้อยละ 20 สหพันธ์นรีเวชวิทยาและสูติศาสตร์สากล(FIGO) แนะนำให้คัดกรองเพื่อตรวจหาความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดในผู้หญิงที่มีเลือดออกผิดปกติในมดลูก ผู้หญิงที่มีภาวะเลือดหยุดยากอาจเกิดลิ่มเลือดในประจำเดือน และอาจประสบภาวะประจำเดือนมามาก

ภาวะตกไข่ผิดปกติ (Ovulation disorders)

ภาวะตกไข่ผิดปกติ คือ การไม่มีไข่ตกออกมาจากรังไข่ โดยที่อาจมีหรือไม่มีการเจริญของฟอลลิเคิลในรังไข่ก็ได้ เมื่อไม่มีการตกไข่ก็จะไม่มีการสร้างคอร์ปัสลูเตียม (Corpus luteum) ซึ่งมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกกลายเป็นประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนไม่มา หรือในรายที่มีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวมีการหลุดลอกตัวผิดปกติ เกิดภาวะประจำเดือนมามาก หรือเลือดออกกะปริดกะปรอยได้

นอกจากจะทำให้เกิดความผิดปกติของประจำเดือนแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติและมะเร็งโพรงมดลูก นอกจากนั้น หากไม่รักษาสาเหตุของการเกิดภาวะไม่ตกไข่ อาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกายอันเกิดจากภาวะแอนโดรเจนเกิน ภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะกระดูกบาง และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถแก้ไขได้ของภาวะมีบุตรยากอีกด้วย

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ PCOS เป็นโรคต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยที่สุดในสตรีวัยเจริญพันธุ์ กลุ่มอาการนี้ตั้งชื่อตามลักษณะเฉพาะของซีสต์ถุงน้ำรังไข่ขนาดเล็กหลายตัวที่เห็นในอัลตราซาวนด์ใกล้กับพื้นผิวรังไข่ แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทราบก็คือนี่เป็นสัญญาณและไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติ

PCOS มักทำให้เกิดประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมามาก ผมร่วง สิวขึ้น ปวดอุ้งเชิงกราน ตั้งครรภ์ลำบาก ลักษณะหลักของกลุ่มอาการนี้ ได้แก่ ภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจนมากเกินไป ไม่มีการตกไข่ และการดื้อต่ออินซูลิน

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน (Premature ovarian insufficiency)

ภาวะรังไข่หยุดทำงาน คือ ภาวะที่รังไข่ของสตรีที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ หรือก็คือในผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี มีภาวะประจำเดือนขาดและภาวะฮอร์โมนโกนาโดโทรปิกเกิน มีภาวะรังไข่หยุดทำงาน เพื่อลดอาการของหลอดเลือด ป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ภาวะขาดประจำเดือน (Functional hypothalamic amenorrhea)

ภาวะขาดประจำเดือนจากการทำงานของไฮโปทาลามัสเป็นภาวะตกไข่เรื้อรัง ภาวะนี้สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป การลดน้ำหนัก หรือความเครียดหลังจากการเปลี่ยนแปลงของชีวิต

เห็นแล้วว่าการปวดท้องประจำเดือนอาจไม่ใช่แค่ปวดท้องประจำเดือนนะ ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายกันดีๆ มดลูกมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของผู้หญิง ถ้าพบความผิดปกติจากประจำเดือนให้รีบไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้ปวดท้องประจำเดือนเรื้อรังจนเป็นโรคเหล่านี้นะ!!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • เนื้องอกในมดลูก อาการอย่างนี้เองเหรอ!

    สวัสดีเพื่อนๆที่น่ารักทุกคน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดคุยกันเรื่อง “เนื้องอกในมดลูก” อาการแบบไหนที่ควรรีบปรึกษาคุณหมอ และจะมีวิธีรับมือยังไงกันบ้าง จริงอยู่ที่เนื้องอกในมดลูกอาจฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้ว น้องคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เนื้องอกในมดลูก (Uterine fibroids) เป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่เนื้อร้าย เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในมดลูกของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อาการแบบไหนที่ควรรีบปรึกษาคุณหมอ? รับมือกับเนื้องอกในมดลูกยังไง? อย่าลืม! เนื้องอกในมดลูกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การหมั่นสังเกตอาการตัวเองและปรึกษาคุณหมออย่างสม่ำเสมอ คือวิธีดูแลตัวเองที่ดีที่สุด #เนื้องอกในมดลูก #อาการเนื้องอกในมดลูก #ดูแลตัวเอง #สุขภาพผู้หญิง Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • โอ้ไม่! ปวดประจำเดือนกระทันหัน! ทำไงดี?!

    ทุกเดือนผู้หญิงอย่างเราๆก็ต้องพบเจอกับ “ประจำเดือน” ตัวร้ายที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน ทำเอาหลายคนหมดสนุก หน้าซีด ตัวเย็น ต้องลาพักงาน พักเรียน บอกเลยว่าปวดประจำเดือนเป็นอะไรที่ทรมานมาก! 😫 แล้วถ้าอยู่ๆ ปวดประจำเดือนแบบกระทันหันล่ะ? ยิ่งต้องรีบหาทางแก้ไขด่วน! 😱 ในบทความนี้ แม่นางทานตะวันจึงมีวิธีบรรเทาปวดประจำเดือนแบบเร่งด่วนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 😉 1. ดื่มน้ำอุ่น ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำอุ่นช่วงมีประจำเดือนช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูก บรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ดีเลย 😊 แนะนำให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากจะช่วยลดอาการปวดท้องแล้วยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย 💖 2. ประคบร้อน บอกลาอาการปวด ความร้อนช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวดเกร็งได้ดี ดังนั้น ลองหาแผ่นประคบร้อน หรือขวดน้ำอุ่นมาประคบบริเวณท้องน้อย รับรองว่าช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชะงัด ✨ 3. ยืดเส้นคลายกล้ามเนื้อ การยืดเส้นยืดสายช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดเกร็งได้ ลองทำท่าบริหารเบาๆ เช่น ยกขาขึ้น เหยียดแขน-ขา บิดตัว เป็นต้น แต่อย่าหักโหมจนเกินไปนะเจ้าคะ 🧘‍♀️ 4. ทานยาแก้ปวด (แต่ต้องระวัง!) มีประจำเดือนแบบนี้อย่าลืมพกยาแก้ปวดติดกระเป๋าไว้เลยเจ้าค่ะ…

  • ประจำเดือนมาพร้อมเพื่อนสนิทเป็นเพราะอะไร??

    หลังจากผ่านด่านวิชาการน่าเบื้อน่าเบื่อมาแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในข้อสงสัยสุดฮิตของสาวๆ นั่นก็คือทำไมเราถึงเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนหรือคนรอบข้างอย่างแม่และพี่สาวกันนะ แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยคำตอบนี้ไปพร้อมๆ กัน ~~~~~~~ กระบวนการที่ผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันเริ่มมีประจำเดือนพร้อมกันมีชื่อเรียกว่า ‘Period Sync’ หรือ ‘McClintock effect’ ที่ตั้งชื่อตาม Martha McClintock ผู้ที่วิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่ามกลางความเชื่ออื่นๆ ที่เราพูดถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนในร่างกายหรือความใกล้ชิด มาร์ธาตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงถูกสะกดจิตในช่วงนี้ เนื่องมาจากกลไกทางร่างกายหลายอย่าง การที่ประจำเดือนมาพร้อมกันนี้ระบุว่าผู้หญิงที่อยู่ใกล้กันหรือใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำ มักจะพบการซิงค์กันในรอบประจำเดือน Netra Giri แพทย์ประจำเมืองให้เหตุผลว่า “ตอนที่เป็นประจำเดือน ทุกคนจะปล่อยฟีโรโมนในอากาศออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ฟีโรโมนเหล่านี้ส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด (ทางร่างกาย) และในบางกรณีก็มีความเชื่อมโยงทางอารมณ์ด้วย” แต่สถานการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน Dr. Rekha Asgekar นรีแพทย์ที่ปรึกษากล่าวว่า “เนื่องจากกระบวนการทางร่างกายทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่มีชื่อว่าฟีโรโมน การรบกวนทางร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพใดๆ ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อาจส่งผลต่อการซิงค์กันได้” ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิดจะมีรอบประจำเดือนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ร่างกายจะทำงานอย่างเป็นระบบและไม่มีแรงภายนอกส่งผลต่อวงจร ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีโอกาสน้อยมากที่ประจำเดือนจะซิงค์กับคนอื่น “เพราะผู้หญิงแต่ละคนฮอร์โมนมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของแต่ละคนถึงทำงานแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ตาม” เราสรุปได้ว่าการที่ประจำเดือนเรามาพร้อมกับเพื่อนสาวคนสนิทหรือคนใกล้ชิดเป็นเพราะการสะกดจิตตัวเองหลังจากการได้ยินคนอื่นพูดถึงประจำเดือน หรืออาจเป็นเพราะฟีโรโมนในร่างกายถูกขับออกมาส่งผลกระทบต่อผู้หญิงคนอื่นที่อยู่รอบตัว แต่เพราะฮอร์โมนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้หญิงบางคนเลยอาจไม่ได้รับผลกระทบจากฟีโรโมนในอากาศ และไม่เคยเป็นประจำเดือนพร้อมเพื่อนเลยก็ได้ การวิเคราะห์เหล่านี้ยังไม่มีการวิจัยอย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ถึง 100%…

  • ข้อดีข้อเสียของ’ขนมหวาน’ตอนมีประจำเดือน

    เมื่อพูดถึงเรื่องขนมหวาน หลายๆ คนอาจจะนึกถึงความอร่อยและความอิ่มท้องที่ได้รับ แต่วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ข้อดีข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่เรามีประจำเดือนกันนนนน การกินขนมหวานในช่วงที่มีประจำเดือน อาจจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะกินอาหารหวานในช่วงเวลานี้! ข้อดีของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน คือ ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความสุขของสมอง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ และยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆในช่วงเวลาที่ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สบายตัว แต่ในทางกลับกัน การกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเกินไป และยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเริ่มมีอาการปวดท้องประจำเดือน ดังนั้นข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจที่จะกินขนมหวานในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การออกกำลังกายหรือการฟังเพลงที่ชอบ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนด้วยนะเจ้าคะ ในบทความนี้แม่นางทานตะวันได้แนะนำข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ซึ่งอาจทำให้สาวๆ เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายของเราช่วงนี้ และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในการกินอาหารในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่เสมอนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • น่ารู้! วิธีดูแลผิวตอนเป็นประจำเดือน

    ถึงแม้ว่าประจำเดือนจะทำให้ผิวของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีวิธีดูแลผิวในช่วงนี้ให้สวยใสได้อยู่นะเจ้าคะ มีวิธีอะไรบ้างสาวๆ ไปติดตามกันเลยเจ้าค่ะ ล้างหน้าให้สะอาด การล้างหน้าให้สะอาดเป็นสิ่งสำคัญมากในการดูแลผิว โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะมันและเป็นสิวง่ายขึ้น ควรล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว ควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยเฉพาะบริเวณที่แห้งกร้าน เช่น แก้มและรอบดวงตา ทาครีมกันแดด การทาครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญมากในการปกป้องผิวจากรังสี UV ที่ทำร้ายผิวได้!!! โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะแพ้ง่ายขึ้น ควรทาครีมกันแดดทุกวันก่อนออกจากบ้านกันนะ ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะแห้งได้ง่ายขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนให้เพียงพอช่วยให้ร่างกายของเราฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวของเราดูสดใสและมีสุขภาพดี~~~~~~~~~~~ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารรสจัดอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้ ซึ่งส่งผลต่อผิวของเราด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือนที่ผิวของเราจะแพ้ง่ายขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตของเราดีขึ้น ส่งผลให้ผิวของเราได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ผิวของเราผ่องใส มีเลือดฝาด ดูสุขภาพดี ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หากสาวๆ มีปัญหาผิวที่รุนแรงในช่วงที่มีประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ในช่วงที่เป็นประจำเดือน สาวๆ หลายคนมีปัญหาเรื่องผิวพรรณทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ รวมทั้งสิวยังขึ้นอีกต่างหาก ถึงเราจะแก้ที่ต้นเหตุไม่ได้เพราะปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากฮอร์โมน แต่เราสามารถดูแลตัวเองให้ดีได้เพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ให้มีน้อยที่สุด คงไม่มีสาวๆ คนไหนไม่รักสวยรักงามหรอกจริงไหมเจ้าคะ!!…

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…