น้ำมันหอมระเหยกลิ่นไหนลดอาการตอนเป็นเมนส์??

น้ำมันห้อมหอม น้ำมันหอมระเหยมีกลิ่นหอม ปกติใช้สร้างกลิ่นหอมภายในห้องต่างๆ แต่รู้ไหมว่าน้ำมันหอมระเหยยังมีประโยชน์อื่นนอกจากให้กลิ่นหอมด้วยนะ ก่อนอื่นเราไปรู้จักกับน้ำมันหอมระเหยบำบัดหรือคันธบำบัดกันก่อนนะเจ้าคะ

ในทางการแพทย์มีสิ่งที่เรียกว่า คันธบำบัด ที่เป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชและสารสกัดจากสัตว์บางชนิด เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายใจให้สมบูรณ์ เป็นการดูแลแบบองค์รวมทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย ความพึงใจ และการบำบัดเข้าด้วยกัน มีการปฏิบัติกันมาหลายร้อยปีทั่วโลก เพื่อใช้ในการรักษาภาวะต่างๆ ตั้งแต่การบาดเจ็บเล็กน้อยไปจนถึงโรคเจ็บป่วยร้ายแรง

ถึงแม้นักคันธบำบัดจะใช้น้ำมันจากพืชหลายส่วนด้วยกัน ทั้งใบ กลีบดอก เปลือก และราก แต่ในการรักษาจะใช้ส่วนที่มีความเข้มข้นสูงสุดที่ได้จากจะพืชแต่ละส่วนเท่านั้น เรียกได้ว่าแรร์ไอเทมสุดๆเลยล่ะ!!

น้ำมันพวกนี้มีทั้งวิตามินและเอนไซม์สำคัญ และเพราะว่ามันมีความเข้มข้นสูง ใช้ปริมาณแค่นิดเดียวก็พอแล้ว และมันจะให้ผลดีที่สุดตอนที่นำไปเจือจาง อาจนำไปเจือจางในเครื่องกรองอากาศ ในอ่างอาบน้ำ ใช้สูดดมจากขวด หรือผสมกับน้ำมันอื่นแล้วทาบนผิวโดยตรงได้เลย

ยกตัวอย่างประโยชน์ที่อาจมีต่อสุขภาพของสาวๆอย่างเรา เช่น ช่วยรักษาสิว ชะลอความแก่ เพิ่มสมาธิ บรรเทาความกังวล กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ไล่แมลง เพิ่มความแข็งแรงทนทาน กระตุ้นการถ่ายเทน้ำเหลืองเพื่อช่วยลดเซลลูไลต์ บรรเทาอาการปวดข้อ ลดการปวดศีรษะไมเกรน ดึงของเสียออกจากผิว บรรเทาอาการบวมน้ำ ช่วยลดอาการวัยทอง ช่วยรักษาการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียและบำรุงสุขภาพผม ผิว และเล็บด้วยน้า~~~~~~~~

ไปดูกันดีกว่าว่าน้ำมันหอมระเหยตัวไหนควรใช้ตอนเป็นเมนส์บ้าง

คาโมมายล์

น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์มีกลิ่นหอมหวานเบาๆ ช่วยผ่อนคลายความเครียดหรืออาการทางจิตใจ ลดอาการปวดหัวหรือไมเกรน และยังช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์อีกด้วย

จูนิเปอร์

น้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์เบอร์รี่มีกลิ่นหอมหวาน สะอาดแบบเปลือกไม้สนผสมกับกลิ่นเครื่องเทศ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ขจัดความกังวลช่วงมีอาการก่อนเป็นเมนส์ และช่วยในการขับปัสสาวะและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

เจอราเนียม

น้ำมันหอมระเหยเจอราเนียมมีกลิ่มหอมสดชื่นของดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์คล้ายกับกลิ่นของดอกกุหลาบ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและปรับสมดุลฮอร์โมนในเพศหญิง

ลาเวนเดอร์

น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์มีกลิ่นที่โดดเด่น หอมสดชื่น เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน ช่วยลดความตึงเครียดทางจิตใจ ทำให้จิตใจสงบ บรรเทาปวดหัวไมเกรน ลดอาการซึมเศร้าก่อนเป็นเมนส์(PMS) ช่วยในการหมุนเวียนของเลือด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตอนเป็นเมนส์

โรสวู้ด

น้ำมันหอมระเหยโรสวู้ดมีกลิ่นหอมคล้ายกับกลิ่มของดอกกุหลาบแต่ยังมีกลิ่นหอมสดชื่นของไม้อยู่ด้วย ช่วยปรัลสมดุลของร่างกาย ช่วยผ่อนคลายความเครียดเกร็งของร่างกายและลดอาการเหนื่อยล้า กระตุ้นให้รู้สึกสดชื่น ลดอาการปวดหัวเวียนหัวบ้านหมุนเพราะเสียเลือดมากในช่วงเป็นเมนส์ได้เป็นอย่างดี

กระดังงา

น้ำมันหอมระเหยกระดังงามีกลิ่นหอมหวานอบอวล ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบ บรรเทาอาการซึมเศร้าและความเครียด ลดความดันในเลือดและช่วยลดอารมณ์แปรปรวนช่วงก่อนเป็นเมนส์(PMS)

อบเชย

น้ำมันอบเชยมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ช่วยเพิ่มความสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย ลดความเหนื่อยล้าและความเครียด ช่วยให้จิตใจสงบ รู้สึกผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา และช่วยกระตุ้นในการไหลเวียนของเลือด

โหระพา

น้ำมันหอยระเหยโหระพามีกลิ่นสดชื่น ช่วยให้จิตใจสงบ ลดอาการซึมเศร้าก่อนเป็นเมนส์ ช่วยให้มีสมาธิ รู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอและช่วยในการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น

ไม้จันทน์

น้ำมันหอมไม้จันทน์มีกลิ่นหอมหวานของไม้และเครื่องเทศ ช่วยเพิ่มสมาธิ ลดอาการวิตกกังวล ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายความเครียด

ดอกส้ม

น้ำมันหอมระเหยดอกส้มมีกลิ่นหอมสดชื่นของดอกส้ม ช่วยในการระงับประสาท สงบอารมณ์ คลายกังวลและความเครียด ลดความเหนื่อยล้าทางจิตใจ

ข้อควรระวัง!!

ไม่ควรเอาน้ำมันหอมระเหยมารับประทาน น้ำมันหอมระเหยบางชนิดควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งคนที่เป็นลมชัก หอบหืด หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์องค์รวมที่เชื่อถือได้ หรือแพทย์ธรรมชาติบำบัด เกี่ยวกับความปลอดภัยของสารประกอบแต่ละตัว ก่อนเริ่มใช้น้ำมันเหล่านี้ ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก น้ำมันหลายชนิดอาจเป็นพิษได้แม้ในปริมาณเล็กน้อย จึงไม่ควรนำน้ำมันหอมระเหยมาทาบนผิวโดยไม่ได้เจือจางก่อน

โดยปกติสาวๆที่ปวดท้องเมนส์จะมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่แล้วคันธบำบัดหรือน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียดลง อาการตึงและเกร็งของมดลูกก็จะลดลง อาการปวดท้องเมนส์เลยลดลงไปด้วย และยังโอกาสที่สาวๆจะไม่ปวดท้องเมนส์ในเดือนนั้นๆด้วย
แต่วิธีแก้ปัญหาปวดท้องเมนส์ที่ดีที่สุดคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ดูแลมดลูกให้แข็งแรงกันน้าาาาาาาา

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 5 ตำนานอันน่าทึ่งเกี่ยวกับประจำเดือน

    ประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ประจำเดือนเป็นสัญญาณว่าร่างกายของผู้หญิงพร้อมที่จะตั้งครรภ์แล้ว แต่นอกจากความหมายทางกายภาพแล้ว ประจำเดือนยังมีความหมายทางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่อีกด้วย ในบางวัฒนธรรม เชื่อกันว่าประจำเดือนมีพลังพิเศษหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของสังคมต่อประจำเดือน และอาจส่งผลต่อชีวิตของผู้หญิงในพื้นที่นั้นๆ และยังส่งผลต่อการปวดประจำเดือนของสาวๆ อีกด้วย ตำนานเกี่ยวกับเทพีประจำเดือน ในหลายวัฒนธรรม เชื่อว่าประจำเดือนเกี่ยวข้องกับเทพธิดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตัวอย่างเช่น ในวัฒนธรรมกรีก เชื่อกันว่าเทพีเฮร่าเป็นผู้ควบคุมประจำเดือน เทพีเฮร่าเป็นเทพีแห่งผู้หญิงและครอบครัว เชื่อกันว่าเธอมีพลังในการดลบันดาลโชคลาภ รักษาโรค และปกป้องผู้หญิง ในวัฒนธรรมแอซเท็ก เชื่อกันว่าเทพีโคโยเตคัลเป็นผู้ควบคุมประจำเดือน เทพธิดาโคโยเตคัลเป็นเทพธิดาแห่งความตายและการเกิดใหม่ เชื่อกันว่าเธอมีพลังในการชำระล้างและฟื้นฟู ตำนานเกี่ยวกับพลังพิเศษของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ในบางวัฒนธรรมเชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีพลังพิเศษ เช่น มีพลังในการดลบันดาลโชคลาภ รักษาโรค หรือทำนายอนาคต ตัวอย่างเช่น ในวัฒนธรรมเอเชีย เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีพลังในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและปกป้องครอบครัว ในวัฒนธรรมชนพื้นเมืองอเมริกัน เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีพลังในการรักษาโรค ผู้หญิงที่มีประจำเดือนอาจถูกขอให้ใช้เลือดประจำเดือนของเธอเพื่อรักษาโรค ตำนานเกี่ยวกับความเสื่อมโทรมของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ในบางวัฒนธรรม เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนเป็นสิ่งเสื่อมโทรมหรือเป็นลางร้าย ความเชื่อนี้อาจทำให้ผู้หญิงถูกมองว่าเป็นคนโชคร้ายหรือเป็นเสนียดจัญไร ส่งผลให้ผู้หญิงต้องถูกกีดกันจากโอกาสต่างๆ ในสังคม ตัวอย่างเช่น ในวัฒนธรรมจีน เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่ควรเข้าวัดหรือเข้าศาสนสถาน ความเชื่อนี้อาจทำให้ผู้หญิงถูกมองว่าเป็นสิ่งสกปรกและถูกด้อยค่าอย่างไร้มนุษยธรรม ตำนานเกี่ยวกับความสกปรกของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ในบางวัฒนธรรม เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนเป็นสิ่งสกปรกหรือเป็นมลทิน ความเชื่อนี้อาจทำให้ผู้หญิงต้องถูกกีดกันจากกิจกรรมทางสังคมหรือศาสนา เช่น ห้ามเข้าครัวหรือสัมผัสอาหาร ห้ามเข้าใกล้เด็กหรือผู้สูงอายุ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น…

  • สงบจิตสงบใจ บรรเทาปวดท้องประจำเดือน

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาร ฮี้ววววว เราเคยพูดไปแล้วว่าการที่มีอะไรมากระทบจิตใจเรามากๆ ในช่วงที่เป็นประจำเดือนอาจส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือนของสาวๆ อย่างเราได้ ในสภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?! และเราได้แนะนำวิธีการกระแทกจิตกระทบใจ ทำซะ!! ลดปวดท้องเมนส์ได้ ซึ่งเป็นวิธีรักษาจิตใจให้มีความสุข ลดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในวิธีการลดความเครียดจากภายนอก บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน อย่างวิธีนั่งสมาธิ !!!! การนั่งสมาธิเป็นวิธีปฏิบัติทางจิตใจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิต่อสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ อาการปวดประจำเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่มีประจำเดือนแล้ว โดยอาการปวดอาจเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน และอาจรุนแรงได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ สาเหตุของอาการปวดประจำเดือนนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูกและทำให้เกิดอาการปวดได้ การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เนื่องจากการนั่งสมาธิช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้การหดรัดตัวของมดลูกน้อยลงและอาการปวดลดลง นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีนตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดอาการปวดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ การนั่งสมาธิเป็นการฝึกจิตใจให้สงบและมีสมาธิ โดยการเพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจหรือคำภาวนา การนั่งสมาธิช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้การนั่งสมาธิยังช่วยให้เราตระหนักถึงความรู้สึกต่างๆในร่างกาย รวมถึงอาการปวดประจำเดือน เมื่อเรามีสติอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้ เราจะสามารถรับมือกับความเจ็บปวดได้ดีขึ้น มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนประโยชน์ของการนั่งสมาธิในการลดอาการปวดประจำเดือน งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่นั่งสมาธิเป็นประจำมีอาการปวดประจำเดือนน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้นั่งสมาธิ นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้ สาวๆ ที่กำลังมองหาวิธีธรรมชาติในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน การนั่งสมาธิอาจเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ การนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ไม่ใช้พื้นที่เยอะและประหยัดเวลาในการลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้…

  • วันก่อนเมนส์มา ผิวดูโทรม! บำรุงยังไงให้รอด?

    มีใครเคยสังเกตไหมว่า ช่วงก่อนมีประจำเดือน ผิวหน้าดูเปลี่ยนไปจากเดิม หน้ามันขึ้น รูขุมขนกว้าง แถมสิวก็โผล่มาแบบไม่ได้นัดหมาย! 😭 ใครที่เคยต้องรับมือกับปัญหานี้ทุกเดือน มาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมผิวถึงเปลี่ยน และควรบำรุงแบบไหนให้รอดจนเมนส์มา! 🩸✨ 🔍 ก่อนมีเมนส์ ผิวเปลี่ยนไปยังไง? ช่วง 7-10 วันก่อนมีประจำเดือน (Luteal Phase) เป็นช่วงที่ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้! 🛢️ ผิวมันขึ้น + รูขุมขนกว้าง → ทำให้เกิดสิวอุดตันง่าย💦 ผิวขาดน้ำจากภายใน → แม้หน้ามัน แต่บางจุดอาจแห้งลอกได้😖 อักเสบง่าย แพ้ง่าย → ผิวแดง ไวต่อแสง และเกิดผดผื่นง่ายขึ้น💥 สิวฮอร์โมนบุก! → สิวอุดตัน สิวอักเสบขึ้นบริเวณคาง แก้ม และหน้าผาก สาเหตุทั้งหมดนี้ทำให้สาวๆ หลายคนรู้สึกว่า “ผิวหน้าหมองโทรมขึ้น” แบบรู้สึกได้เลย! 😵‍💫 🚫 บำรุงผิด = สิวพุ่งกว่าเดิม! สิ่งที่ไม่ควรทำช่วงนี้…

  • ข้อดีข้อเสียของ’ขนมหวาน’ตอนมีประจำเดือน

    เมื่อพูดถึงเรื่องขนมหวาน หลายๆ คนอาจจะนึกถึงความอร่อยและความอิ่มท้องที่ได้รับ แต่วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ข้อดีข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่เรามีประจำเดือนกันนนนน การกินขนมหวานในช่วงที่มีประจำเดือน อาจจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะกินอาหารหวานในช่วงเวลานี้! ข้อดีของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน คือ ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความสุขของสมอง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ และยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆในช่วงเวลาที่ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สบายตัว แต่ในทางกลับกัน การกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเกินไป และยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเริ่มมีอาการปวดท้องประจำเดือน ดังนั้นข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจที่จะกินขนมหวานในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การออกกำลังกายหรือการฟังเพลงที่ชอบ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนด้วยนะเจ้าคะ ในบทความนี้แม่นางทานตะวันได้แนะนำข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ซึ่งอาจทำให้สาวๆ เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายของเราช่วงนี้ และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในการกินอาหารในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่เสมอนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ‘ยกสะโพกสูง’แก้ปวดท้องเมนส์แสนง่าย

    เรารู้กันไปแล้วว่ากระดูกเชิงกรานและกระดูกกระเบนเหน็บผิดรูปจะทำให้เราปวดท้องเมนส์แบบแสนสาหัส วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาทุกคนไปทำท่าการยกสะโพกให้สูง ที่จะช่วยให้อาการปวดท้องเมนส์บรรเทาลงจนหายเป็นปลิดทิ้ง!! เพราะฉะนั้นก่อนที่จะไปกินยาแก้ปวดนั้น ให้เราไปลองทำท่ายกสะโพกสูงกันดูก่อนเถอะ คนที่กระดูกเชิงกรานหลวมหรือคลายตัวลง อวัยวะภายในช่องท้องจะเคลื่อนต่ำลง ทำให้มีแรงกดภายในกระดูกเชิงกรานสูงขึ้น และเกิดภาวะเลือดคั่ง พอถึงเวลาเป็นเมนส์ ปริมาณเลือดในมดลูกจะเพิ่มขึ้น ภาวะเลือดคั่งก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก พอเลือดสะสมค่อยๆ ถูกคั้นถูกรีดออกมา มดลูกก็จะบีบตัวอย่างแรง ทำให้เราปวดท้องเมนส์มากกกกกจนน้ำตาเล็ดเลยล่ะ วิธี”การนำไว้ตำแหน่งที่สูง” เป็นวิธีที่จะนำเลือดที่คั่งออกไปได้เร็วและง่ายที่สุด ให้เราใช้หมอนหรือเบาะวางซ้อนกันเพื่อยกสะโพกให้สูงขึ้น จะนอนหงายหรือนอนคว่ำก็ได้ เลือกท่าที่ทำได้สบายที่สุด แต่ถ้าปวดมากเป็นพิเศษให้ใช้ท่านอนคว่ำจะทำให้รู้สึกดีขึ้น สบายกว่า ตอนที่อยู่ในท่ายกสูง ให้เอาผ้าเช็ดตัวอุ่นๆ วางไว้ที่ข้อเท้า จะช่วยให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ค้างไว้ประมาณ 10-15 นาทีให้รู้สึกสบายตัว การทำท่านี้สามารถช่วยให้กระดูกเชิงกรานที่หลวมและกระดูกกระเบนเหน็บที่ผิดรูป กลับเข้าสู่ด้านในได้ เห็นมั้ยล่ะว่าท่ายกสูงเนี่ยง่ายแสนง่าย แถมยังมีประโยชน์ช่วยให้หายปวดท้องเมนส์อีกด้วย ถ้าใครลองมาหลายวิธีแล้วแต่ไม่หายซักที ให้ลองวิธีนี้ดูเลย ไม่ยากเลยเจ้าค่ะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด ทำให้ปวดท้องมากขึ้นจริงหรือ?

    สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า เวลาประจำเดือนมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ อาการปวดท้องมักจะรุนแรงขึ้นกว่าปกติ? 😣 หลายคนอาจสงสัยว่า “ลิ่มเลือดเกี่ยวอะไรกับอาการปวดท้องเมนส์?” จริงๆ แล้ว การมีลิ่มเลือดปนออกมากับประจำเดือน อาจเป็นทั้งเรื่องปกติและสัญญาณของความผิดปกติได้! วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันว่า ลิ่มเลือดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนยังไง และเมื่อไหร่ที่ควรระวัง? 🚨 🩸 ลิ่มเลือดในประจำเดือนคืออะไร? ทำไมถึงเกิดขึ้น? ปกติแล้ว เลือดประจำเดือนจะออกมาเป็นของเหลว แต่บางครั้งอาจจับตัวเป็นลิ่มก่อนออกจากมดลูก ซึ่งเกิดจาก: ✅ เลือดออกมากและเร็วเกินไป → ทำให้สารกันเลือดแข็งตัว (Anticoagulants) ทำงานไม่ทัน เลือดจึงจับตัวเป็นก้อนก่อนออกมา✅ มดลูกบีบตัวช้า → ทำให้เลือดค้างอยู่ในมดลูกนานขึ้น จับตัวเป็นลิ่มก่อนถูกขับออกมา✅ เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกมากกว่าปกติ → ทำให้เลือดที่ออกมามีชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อปนออกมาด้วย 💡 ข่าวดี! ถ้าลิ่มเลือดมีขนาดเล็ก (ประมาณเหรียญ 1-5 บาท) และไม่มีอาการผิดปกติ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของรอบเดือน 💥 ลิ่มเลือดทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นยังไง? 1️⃣ มดลูกต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับลิ่มเลือดออก 🏋️‍♀️ ปกติแล้ว มดลูกจะบีบตัวเป็นจังหวะเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา แต่ถ้ามีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ มดลูกต้องใช้แรงมากขึ้น ทำให้: ❌…