PCOS ส่งผลต่อประจำเดือนยังไงบ้าง?!

สวัสดีเจ้าค่ะ! วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ PCOS หรือ “ภาวะรังไข่หลายใบ” ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในบรรดาผู้มีชื่อเสียง ดารา นักแสดงอยู่ในช่วงนี้ เแล้วโรค PCOS เนี่ยมันส่งผลต่อประจำเดือนของเราอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยยยยย! 🌸

📅 PCOS คืออะไร?

PCOS คือภาวะที่รังไข่มีถุงน้ำหลายใบ ซึ่งส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนไม่สมดุล โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเพศชาย (Androgens) ที่มีมากเกินไป ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ อย่างการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติ สิว ผมร่วง หรือขนดกตามร่างกาย! 😲

🔄 ทำไม PCOS ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ?

เมื่อฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ประจำเดือนก็จะตามไม่ทัน! 🚶‍♀️
ในผู้ที่มี PCOS การที่รังไข่ไม่สามารถปล่อยไข่ได้ตามปกติ จะทำให้เกิดการสะสมของถุงน้ำในรังไข่ ซึ่งทำให้ฮอร์โมนไม่สามารถควบคุมรอบเดือนได้เหมือนคนปกติ ผลลัพธ์ที่ตามมา? ประจำเดือนอาจจะมาช้า หรือบางครั้งอาจจะหายไปเลย! 🕰️💔

🚨 อาการที่แสดงว่า PCOS กำลังทำให้ประจำเดือนวุ่นวาย

  • ประจำเดือนมาช้า: ไม่มาเป็นเดือนหรือมาช้าเกินไป ทำให้รู้สึกวิตกกังวลว่า “เกิดอะไรขึ้น?” 😟
  • ประจำเดือนหายไป: รู้สึกเหมือนร่างกายไม่เคยมีประจำเดือนมาก่อนเลย! 😑
  • เลือดออกมากผิดปกติ: เมื่อประจำเดือนมาบ่อยหรือมีเลือดออกมากเกินไป อาจเป็นสัญญาณของปัญหาฮอร์โมนที่ไม่สมดุล
  • มีอาการปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรง: ปวดท้องแบบมากๆ ร่วมกับประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา

⚖️ ทำไมการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติถึงสำคัญ?

การที่ประจำเดือนมาช้า หรือหายไปอาจทำให้สาวๆรู้สึกไม่สบายใจและกังวลเรื่องสุขภาพ เช่น การมีลูกในอนาคต 🍼 โดยภาวะ PCOS อาจส่งผลต่อการตกไข่ที่ผิดปกติ ซึ่งทำให้บางคนตั้งครรภ์ยากขึ้น! 💔 แต่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ มันมีวิธีรักษาและวิธีจัดการได้!

💡 วิธีจัดการกับการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติจาก PCOS

  1. ทานอาหารเพื่อสุขภาพ 🥗
    หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและเน้นอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช จะช่วยควบคุมฮอร์โมนให้สมดุล
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 🏃‍♀️
    การออกกำลังกายไม่เพียงแค่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายกลับมาทำงานได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ประจำเดือนมาปกติ
  3. ปรึกษาแพทย์ 👩‍⚕️
    การใช้ยาคุมกำเนิดสามารถช่วยทำให้รอบเดือนกลับมาปกติ และช่วยลดปัญหาผิวมัน สิว หรือขนดกจากฮอร์โมนเพศชายที่สูงเกินไป
  4. ลดความเครียด 🧘‍♀️
    ความเครียดสามารถส่งผลต่อฮอร์โมนได้ ดังนั้นหาวิธีผ่อนคลายจิตใจ เช่น การนั่งสมาธิ หรือการทำโยคะ เพื่อช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายกลับมาเป็นปกติ

🌸 คำแนะนำสุดท้าย

การมีประจำเดือนที่ไม่ปกติจาก PCOS อาจทำให้รู้สึกเครียดหรือวิตกกังวล แต่จำไว้ว่ามีวิธีจัดการและรักษาได้! การดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และการทานอาหารที่ดีต่อร่างกายจะช่วยให้ฮอร์โมนของคุณกลับมาสมดุล และการมีประจำเดือนจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ อีกครั้ง 💪✨

อย่าปล่อยให้ PCOS มาเป็นอุปสรรคในชีวิต! มีวิธีดูแลตัวเองมากมายที่ทำให้สาวๆมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและมีประจำเดือนปกติได้! 🌟

สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวคุณเองค่ะ!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวมัน’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ผิวมันก่อนมีประจำเดือน สิวบุก หน้าเยิ้ม ทำไงดี? สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนบ้างงงงงงง? แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ จนทำให้ผิวมันเยิ้ม สิวบุกได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันเลยมีเคล็ดวิชารับมือกับปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 1. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนก็คือการล้างหน้าให้สะอาดเจ้าค่ะ สาวๆ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปนะเจ้าคะ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและผลิตน้ำมันออกมาเยอะขึ้น 2. ใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว สาวๆ ควรใช้โทนเนอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนค่ะ โดยเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไป 3. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ แม้ว่าผิวของเราจะมัน แต่ก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่นะเจ้าคะ สาวๆ ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มมมมมมมม 4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ดีมากเจ้าค่ะ สาวๆ ควรเลือกใช้มาส์กหน้าที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว โดยมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้วน้าาาาา 5. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี้ดี สาวๆ…

  • สำรวจสาเหตุประจำเดือนไม่ปกติจากฮอร์โมนปริศนา

    การมีประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับสาวๆ หลายคน ซึ่งทำให้เกิดความสับสนและความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพมดลูกของเรา แม้ว่าอาจมีสาเหตุหลายประการ แต่ความไม่สมดุลของฮอร์โมนมักมีบทบาทสำคัญ ในบทความนี้ แม่นางทานตะวันจะเจาะลึกสาเหตุของฮอร์โมนที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติและให้ความกระจ่างเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกันนนนนนนน ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ ของฮอร์โมน รวมถึงกลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ฮอร์โมนคุมกำเนิด ความเครียด และภาวะรังไข่ไม่เพียงพอก่อนวัยอันควร ถ้ามีประจำเดือนมาไม่ปกติ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่สามารถให้การวินิจฉัยที่แม่นยำและทางเลือกการรักษาที่เหมาะสม สาวๆ จำไว้ว่าการทำความเข้าใจความไม่สมดุลของฮอร์โมนที่ซ่อนอยู่นั้นเป็นก้าวแรกสู่การมีรอบเดือนที่ดีต่อสุขภาพนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ระวัง! ปวดประจำเดือนนานไปเสี่ยงมีลูกยาก

    อย่างที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ที่ ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า? ว่าการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรงผิดปกติ หรือการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากกว่าปกติทำให้เราปวดท้องประจำเดือน แต่การที่เราปวดท้องประจำเดือนไม่ได้มีแค่สาเหตุนี้เท่านั้น อาจเกิดจากโรคต่างได้เช่นกัน เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จนกลายเป็นซีสต์และเจริญเติบโตกลายเป็นมะเร็งในโพรงมดลูก มดลูกโต ผังผืดในโพรงมดลูกและเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคเหล่านี้นอกจากทำให้ปวดท้องประจำเดือนแล้วยังทำให้มีลูกยากด้วย แล้วทำไมโรคเหล่านี้ถึงทำให้มีลูกยากไปดูกันเถอะ!!!! ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกอาจจะไปสะสมและเจริญเติบโตในรังไข่หรือปีกมดลูกแทนที่จะเจริญเติบโตในโพรงมดลูกในช่องท้อง ทำไมเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ถึงทำให้มีลูกยากกันล่ะ?? เพราะว่าเยื่อบุโพรงมดลูกจะทำให้เกิดผังผืดเพิ่มขึ้นบริเวณปีกมดลูก หรืออาจมีสารบางตัวที่ไปทำลายไข่ และขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนนั่นเองงงงงง พัฒนามาจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่โดยเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในรังไข่ในรูปแบบถุงน้ำ ทำให้ปวดประจำเดือนขั้นร้ายแรงงงงงง ภายในถุงน้ำมีของเหลวคล้ายช็อกโกแลต จึงมีการเรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ เมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้การเจริญเติบโตของฟองไข่เป็นไปได้ยากขึ้น ไข่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่มีการตกไข่เลยทำให้มีลูกยาก มดลูกโต คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มีรูปแบบเดียวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่เป็นการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มดลูกโตจะทำให้มดลูกเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีผังมดในมดลูก ส่งผลต่อการฝังตัวอ่อนและเพิ่มโอกาสในการแท้งลูกอีกด้วย ผังผืดในโพรงมดลูกเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้สาวๆ ที่ปวดท้องประจำเดือนมานานมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลงมาก เโรคอื่นๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมดลูกโตก็ล้วนแต่ทำให้เกิดผังผืดในมดลูกเช่นกัน ผังผืดในโพรงมดลูกอาจเกิดจากการอักเสบของมดลูกจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกถูกทำลาย ทำให้โพรงมดลูกเกิดการติดกัน ผังผืดมีทั้งผังผืดบางและผังผืดหนาจนปิดกั้นทั้งโพรงมดลูก พังผืดจะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และแท้งได้ง่าย เนื้องอกในมดลูกเป็นก้อนแข็งๆ ที่เกิดอยู่ภายในมดลูกบริเวณต่างๆ เช่น ตรงมดลูก โพรงมดลูกหรือปากมดลูก เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่อาจจะไปเบียดโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกผิดรูปไปจากปกติ ตัวอ่อนจึงไม่สามารถฝังตัวอยู่ในมดลูกได้ ส่งผลให้มีลูกยากไปด้วย การปวดท้องประจำเดือนนานๆ อาจไม่ได้มีสาเหตุแค่ร่างกายหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากเกินไปทำให้เรารู้สึกเจ็บจากการบีบตัวของมดลูกมากกว่าปกติ…

  • ดูแลตัวเอง’หลัง’มีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงหลังมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เยื่อบุมดลูกก่อตัวหนาเข้าสู่ช่วงไข่สุก ช่วงนี้เลยยังเป็นช่วงที่อุณหภูมิร่างกายต่ำอยู่ ในทางแพทย์แผนจีนเลยยังจัดให้อยู่ในช่วง หยินระยะยาว เราเลยจะบำรุงหยินเป็นหลักเจ้าค่ะ บำรุงหยินและเลือด หลังประจำเดือนถูกขับออกมา ห้องเลือดจะว่างเปล่า ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่จำเป็นต้องบำรุงเลือดกันยกใหญ่เลือดจัดเป็นหยิน เราเลยควรบำรุงทั้งหยินและเลือดเลยเจ้าค่ะ!! ควรกินพุทราจีน ลำไยอบแห้งเห็ดหูหนูขาวและดำและกระเจี๊ยบเขียวให้มากๆ หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อนและอาหารทอด เพราะอาหารเผ็ดร้อนและอาหารทอดส่วนมากอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน กินมากจะทำร้ายหยินและเลือด ไม่ควรกินหม่าล่าหม้อไฟ ผงกระหรี่ไก่ทอดโรยเกลือ และเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ ถึงมันจะอร่อยแค่ไหนแต่หักห้ามใจไว้บ้างก็ดีนะ กินอาหารแคลเซียมสูงและธาตุเหล็กสูง ช่วงมีประจำเดือนร่างกายจะสูญเสียแคลเซียมและธาตุเหล็กไป พอหมดประจำเดือนเลยควรเสริมแร่ธาตุพวกนี้ในปริมาณที่เหมาะสม แหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็ก คือ เนื้อแดงเช่น เนื้อวัว เนื้อแพะผักผลไม้สีเข้ม เช่น ลูกเกด เชอร์รี่ ปวยเล้งแหล่งอาหารที่มีแคลเซียม คือ เห็ดหูหนูดำ ปลาแห้งนมสด น้ำต้มกระดูก จบกันไปแล้วนะเจ้าคะกับการดูแลตัวเองในช่วงมีประจำเดือนทั้งสามช่วง ทั้งช่วง’ก่อน’มีประจำเดือน ช่วงมีประจำเดือน และช่วงสุดท้ายนี้ช่วง’หลัง’มีประจำเดือน การดูแลตัวเองในช่วงมีประจำเดือนไม่ได้หมายถึงการดูแลเฉพาะช่วงมีประจำเดือนไม่กี่วันนี้เท่านั้นนะ แต่หมายถึงการดูแลร่างกายอย่างดีตลอดช่วงเดือนด้วยนะเจ้าคะ แม่นางทานตะวันหวังว่าเพื่อนๆจะดูแลตัวเองในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดีนะเจ้าคะ!! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เฉลย! สาเหตุที่สาวๆปวดท้องเมนส์

    โอ้ย!! ปวดๆๆ ปวดท้องเมนส์ ปวดมาก ปวดน้อย ปวดทุกๆเดือน ทำไมผู้หญิงเป็นเมนส์แล้วยังต้องปวดท้องเมนส์อีก ไปดูกันดีกว่าว่าเพราะอะไรเราต้องมาทนปวดท้องเมนส์แบบนี้ด้วย 1.ปวดท้องเมนส์เพราะหนาวเกินนนนนน~ หนึ่งเหตุผลที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไปนั่นเอง พอร่างกายเย็นเกินไปก็ทำให้อาหารไม่ย่อย กระเพาะลำไส้ผิดปกติ อุณหภูมิของร่างกายค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เลือดเมนส์ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน กล้ามเนื้อเชิงกรานเลยหดตัวลงไปด้วย ทำเราปวดท้องกันถ้วนหน้านั่นเอง 2.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเลือดคั่ง!! เลือดคั่งคือภาวะที่เลือดไม่ไหลเวียนตามปกติ ทำให้เลือดขุ่นข้น แข็งตัว ขับออกมาไม่ได้ เมื่อมีเลือดคั่งแข็งตัวอยู่ในอุ้งเชิงกราน ทำให้มีอาการไม่สบายท้อง หากระบายเลือดที่คั่งออกไปได้ จะทำให้เมนส์ไหลคล่องขึ้น หลังจากนั้นก็จะไม่มีปวดท้องแล้วแหละ 3.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเสมหะชื้น ตามศาสตร์แพทย์แผนตะวันออกแล้วเนี่ย ความชื้นเป็นธาตุหยิน มีลักษณะเหนียวข้น ขจัดออกยากสุดๆ เมื่อความชื้นเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ พอมีเสมหะชื้นอยู่ในอุ้งเชิงกราน ระบายออกมาไม่ได้ มันเลยกลายเป็นเสมหะร้ายที่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำเราปวดท้องเมนส์หนักทุกๆเดือน 4.ปวดท้องเมนส์เพราะเครียดกับชีวิตซะเหลือเกิน สาเหตุสุดท้ายนี้เป็นอาการปวดที่เกิดจากแรงกดดันทั้งหลายแหล่ที่ประดังประเดเข้ามาในชีวิต ทั้งความโกรธ ความร้อนใจที่เกิดจากความรุนแรง ถูกคนอื่นรังแกหรือร้อนรนทุกข์ร้อนกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่ทำให้มีอาการปวดมดลูกได้ทั้งหมด เห็นแล้วว่าเมื่อผู้หญิงอย่างเราๆได้รับความเจ็บปวดทั้งจากร่างกายและจิตใจล้วนส่งผลต่อมดลูก สภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้ปวดท้องเมนส์บ้างไปอ่านกันได้ที่นี่ ถ้าไม่อยากปวดท้องเมนส์ในครั้งต่อไปต้องรีบรักษาอย่างด่วนจี๋เลยนะ แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะหายปวดท้องเมนส์กันทุกคนนะเจ้าคะ!!! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…