กางเกงในแบบไหนใส่ช่วงเป็นประจำเดือน??

ช่วงเวลาประจำเดือน ผู้หญิงหลายคนมักประสบปัญหารู้สึกร้อน อับชื้น ไม่สบายตัว และกังวลเรื่องการซึมเปื้อน การเลือกกางเกงในที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจไปพร้อมๆกันว่า กางเกงในแบบไหน เหมาะกับการสวมใส่ในช่วงเป็นประจำเดือนบ้าง

1. ผ้าฝ้าย: ตัวเลือกอันดับหนึ่ง

ผ้าฝ้าย เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ เนื่องจากเป็นเส้นใยธรรมชาติ อ่อนโยนต่อผิว ไม่อับชื้น ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดการสะสมของความร้อนและความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ

2. กางเกงในทรง Bikini: สบายตัว คล่องตัว ไม่อึดอัด

กางเกงในทรง Bikini เป็นทรงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีขนาดพอดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะช่วงวันมามากที่อาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย

3. กางเกงในแบบ High-waisted: กระชับ มั่นใจ ไร้กังวล

กางเกงในแบบ High-waisted เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสาวๆที่ต้องการความกระชับ มั่นใจ ไร้กังวล โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่อาจพลิกตัวหรือลุกขึ้นเข้าห้องน้ำบ่อย

4. กางเกงในไร้ขอบ: ไร้รอยต่อ ไร้การเสียดสี

กางเกงในไร้ขอบ ไร้รอยต่อ ช่วยลดการเสียดสีกับผิว ลดโอกาสในการเกิดอาการระคายเคือง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงเป็นประจำเดือนที่มีความบอบบาง

5. สีเข้ม: ปกปิด มั่นใจ ไร้กังวล

เลือกกางเกงในสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงินเข้ม จะช่วยปกปิดรอยเปื้อนได้ดีกว่าสีอ่อน ช่วยให้รู้สึกมั่นใจ ไร้กังวลตลอดทั้งวัน

ประเภทกางเกงในที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ผ้าใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ ไนลอน มักอับชื้น ไม่อากาศได้ดี ทำให้เกิดการระคายเคือง
  • กางเกงในรัดแน่น กดทับ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก อาจส่งผลต่อสุขภาพและประจำเดือน
  • กางเกงในลูกไม้ อาจทำให้เกิดการเสียดสีและระคายเคือง

นอกจากการเลือกกางเกงในแล้ว การดูแลรักษาความสะอาดก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรซักกางเกงในด้วยสบู่สูตรอ่อนโยน ตากแดดให้แห้งสนิท และเปลี่ยนกางเกงในบ่อยๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดี

การเลือกกางเกงในที่เหมาะสมในช่วงเป็นประจำเดือน จะช่วยให้คุณสาวๆรู้สึกสบายตัว คล่องตัว มั่นใจ ไร้กังวล อย่าลืมนำไปปรับใช้กันนะเจ้าคะ

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการมีประจำเดือน

    การมีประจำเดือนซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ผู้หญิงหลายพันล้านคนทั่วโลกประสบ แต่น่าเสียดายที่ยังคงปกคลุมไปด้วยตำนาน ความเข้าใจผิด และความเชื่อที่ผิด ๆ ความเข้าใจผิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ตราบาปยังคงอยู่ต่อไป แต่ยังขัดขวางการพูดคุยอย่างเปิดเผย การศึกษา และความเป็นอยู่โดยรวมของบุคคลอีกด้วย ในบทความนี้แม่นางทานตะวันมุ่งหวังที่จะหักล้างความเชื่อผิดๆ และความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการมีประจำเดือนเจ้าค่ะ ประจำเดือนสกปรกหรือไม่สะอาด ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งเกี่ยวกับการมีประจำเดือนก็คืออออออ ประจำเดือนสกปรกหรือไม่สะอาด ในความเป็นจริง การมีประจำเดือนเป็นการทำงานของร่างกายตามธรรมชาติ และควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ เลือดประจำเดือนประกอบด้วยเนื้อเยื่อและเลือดที่ไหลออกจากมดลูก และไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือความไม่สะอาด สิ่งสำคัญคือต้องส่งเสริมความเข้าใจเชิงบวกและถูกต้องเกี่ยวกับการมีประจำเดือนเพื่อต่อสู้กับตราบาปที่เกี่ยวข้อง การมีประจำเดือนควรถูกเก็บเป็นความลับ ความเชื่อผิดๆ อีกประการหนึ่งก็คือการมีประจำเดือนควรถูกเก็บเป็นความลับ ซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกละอายใจและอับอาย การสนทนาอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการมีประจำเดือนถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคคลในการทำความเข้าใจร่างกายของตนเองและแสวงหาการดูแลที่เหมาะสม การส่งเสริมให้มีการสนทนาเกี่ยวกับการมีประจำเดือนช่วยทลายอุปสรรคและสนับสนุนกรอบความคิดที่ดีและมีพลัง การมีประจำเดือนทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ไม่มั่นคง มีความเชื่อกันว่าการมีประจำเดือนทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ไม่มั่นคงหรือไม่มีเหตุผล แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างรอบประจำเดือนอาจส่งผลต่ออารมณ์ได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าประสบการณ์ทางอารมณ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การมีประจำเดือนไม่ได้ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลหรือมั่นคงทางอารมณ์ได้โดยอัตโนมัติ การส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจในช่วงเวลานี้สามารถช่วยขจัดความเข้าใจผิดนี้ได้ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงมีประจำเดือน ความเชื่อที่ผิดๆ มักแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงมีประจำเดือน ในทางตรงกันข้าม การออกกำลังกายเป็นประจำมีประโยชน์มากมาย เช่น ลดอาการปวดประจำเดือนและปรับปรุงความเป็นอยู่โดยรวม การสนับสนุนให้ผู้หญิงออกกำลังกายและทำกิจกรรมทางกายอื่นๆ ในช่วงมีประจำเดือนสามารถส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้นได้ การมีประจำเดือนเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ในบางวัฒนธรรม การมีประจำเดือนถือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยมากกว่ากระบวนการทางธรรมชาติ ความเชื่อนี้มักนำไปสู่การเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขอนามัยประจำเดือนไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ที่มีประจำเดือน สิ่งสำคัญคือต้องแก้ไขความเข้าใจผิดนี้และดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์สุขอนามัยประจำเดือนมีราคาไม่แพงและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน การขจัดความเชื่อผิดๆ และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการมีประจำเดือนถือเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับกระบวนการทางธรรมชาตินี้ ด้วยการให้ความรู้แก่บุคคลเกี่ยวกับข้อเท็จจริง กระตุ้นให้เกิดการสนทนาอย่างเปิดเผย และเปิดให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขอนามัยเกี่ยวกับประจำเดือน เราสามารถทำลายมลทินเกี่ยวกับการมีประจำเดือน และมอบอำนาจให้กับผู้หญิงทั่วโลก ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยอมรับการมีประจำเดือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้กับทุกคน…

  • ออกกำลังประจำ ปวดท้องเมนส์น้อยกว่าจริงไหม??

    ผู้หญิงที่ออกกำลังกายบ่อยๆ ปวดประจำเดือน‘น้อยกว่า’คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จริงหรือ???? ในหลายๆ หัวข้อ แม่นางทานตะวันได้เขียนเอาไว้ว่าถ้าอยากหายปวดประจำเดือนต้องออกกำลังกาย ออกกำลังกายแล้วก็ออกกำลังกาย แล้วไอการออกกำลังกายนี่มันช่วยให้ปวดประจำเดือนน้อยลงด้วยเหรอ? มันช่วยยังไง?? วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยกัน!!! ออกกำลังกายช่วยลดปวดประจำเดือนจริงหรือ? จากประสบการณ์ตรงของเพื่อนคนหนึ่ง เธอเล่าว่า ปกติเธอเป็นคนปวดประจำเดือนมาก ปวดจนต้องนอนซมเป็นวันๆ แต่พอเริ่มออกกำลังกายเป็นประจำ อาการปวดประจำเดือนของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติในช่วงมีประจำเดือนแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ โดยการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย การศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มักมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำลงในช่วงก่อนประจำเดือน ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดอาการบวมน้ำและปวดกล้ามเนื้อที่มักพบในช่วงมีประจำเดือน ออกกำลังกายแบบไหนดี? ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ โดยควรเลือกออกกำลังกายที่หลากหลาย เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นรำ เป็นต้น ผู้หญิงที่ออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป และควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายหากมีโรคประจำตัว ถ้าปวดประจำเดือนมากทำยังไงดี? นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ผู้หญิงที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง อาจต้องรับประทานยาหรือใช้วิธีอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น การประคบร้อน การนวด หรือการใช้ยาคุมกำเนิด…

  • ระวัง! 5 นิสัย ไม่อยากปวดท้องเมนส์ต้องดู!!

    ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับนิสัยแย่ๆ จนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ ทั้งนอนดึก กินน้ำน้อย ไม่กินข้าวเช้า ทำในวันธรรมดาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่ดี แล้วรู้ไหม ยิ่งถ้าทำในวันที่เป็นเมนส์จะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาผิดปกติจนปวดท้องเมนส์หนักกว่าเดิมยังไงล่ะ ไปดูกันดีกว่าว่านิสัยแบบไหนที่จะทำเธอปวดท้องเมนส์จนต้องร้องขอชีวิต!! 1.อุณหภูมิ บางคนรู้สึกว่ามันร้อนเกินไปใช่ไหมล่ะ เธอเลยใช้ชีวิตด้วยความเย็นอยู่รอบตัวขนาดนี้ ดื่มแต่น้ำเย็นจัด ชอบกินหรือเคี้ยวน้ำแข็ง ชอบทานไอศกรีมเย็นๆ หรือชอบแช่น้ำในอ่างอาบน้ำผ่อนคลายในอ่างสักชั่วโมง นิสัยแบบนี้ทำร่างกายเธอเย็นไปด้วย ท้องน้อยก็เย็น เดี๋ยวปวดท้องเมนส์เอานะ 2.การลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักก็ดีอยู่หรอกนะถ้าทำถูกต้อง แต่นิสัยเสียๆ บางอย่างไม่ควรเอามาทำช่วงเป็นเมนส์นะ ทั้งการไม่กินข้าวจนเป็นนิสัย น้ำหนักตัวไม่คงที่เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม หรือรีบน้ำหนักลดทีเดียวหลายกิโลต่อเดือนขนาดนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพมดลูกเราเลยนะ 3.การกินและดื่ม การกินเป็นการรับของเสียเข้าร่างกายได้ง่ายมากๆ มีหลายวิธีที่จะทำเราปวดท้องเมนส์จนต้องปาดน้ำตา ทั้งการไม่กินข้าวเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา ชอบกินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผัก กินมาม่า กินอาหารแช่แข็งบ่อยๆ ชอบกินอาหารฟาสต์ฟูส ชอบกินของหวาน เช่น เค้ก เครป คุ้กกี้ ขนมหวานๆ เนี่ยหลีกเลี่ยงหน่อยนะ  นอกจากนี้กินน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพมดลูกเราด้วยนะ 4.การนอน อีกหนึ่งนิสัยแย้แย่ที่แก้ไม่ได้ ส่งผลให้วงจรร่างกายสับสน ไปหมด…

  • เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

    สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา?? โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้ กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน…

  • ฮอร์โมนตัวดีทำเราแย่ตอนมีประจำเดือน!!

    รู้หมือไร่ แฮร่ รู้หรือไม่ในร่างกายผู้หญิงเรามีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สำคัญมากๆ เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมทำให้เราผิวมัน ผิวแห้ง ผิวคล้ำ หน้ามัน หน้าแห้ง เป็นสิว ผมร่วง อารมณ์สวิงยิ่งกว่าชิงช้า ใช่แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงฮอร์โมนสุดแสนสำคัญของผู้หญิงเราอย่าง ‘ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน’ นั่นเองงงงงง ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญสองชนิดที่ควบคุมรอบเดือนและการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของลักษณะทางเพศทุติยภูมิของผู้หญิง เช่น หน้าอก สะโพก และขนตามร่างกาย ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีหน้าที่เตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและเตรียมร่างกายสำหรับการตั้งครรภ์ หากไม่มีการตั้งครรภ์ เยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกและหลั่งออกมาเป็นประจำเดือน ในช่วงครึ่งแรกของรอบเดือน ระดับเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกและทำให้มูกปากมดลูกบางลงเพื่อให้สเปิร์มสามารถเดินทางไปยังไข่ได้ง่ายขึ้น เมื่อไข่ตก ระดับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากไม่มีการตั้งครรภ์ ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดลงและเยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเหล่านี้ในระหว่างรอบเดือนอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ปวดหัว เจ็บเต้านม บวมน้ำและมีสิวขึ้น อาการเหล่านี้มักเรียกว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) และสามารถส่งผลกระทบต่อผู้หญิงได้มากถึง 85% ถ้ามีอาการ PMS รุนแรงมาก สาวๆอาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา อาจมีการแนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนบำบัด หรือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อช่วยบรรเทาอาการนะเจ้าคะ อาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนส่งผลต่ออารมณ์อย่างไร ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ของผู้หญิง…

  • PMS อาการก่อนเป็นเมนส์ ไม่ควรกินอะไรบ้าง??

    เราพูดถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนไปแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากมีอาการก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ!! อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นอาหารที่ให้โทษกับร่างกายในช่วงที่เป็นเมนส์มากๆเลย อย่ารอช้าดีกว่า ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างงงงงงงง โดยปกติการกินเกลือหรืออาหารเค็มมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากินในช่วงที่เป็นเมนส์นะ การกินเกลือมากเกินไปจะทำให้มีน้ำคั่ง ทำให้มีอาการมึนหัวเวียนหัวบ้านหมุนแล้วก็ขาบวมได้ล่ะ แค่กๆๆ เจ็บคอจังเลย กินยาอมจากชะเอมเทศสักหน่อยซิ โนๆค่ะ ไม่ได้ๆ เพราะถ้ากินช่วงก่อนเป็นเมนส์ชะเอมเทศจะกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอัลโดสเทอโรน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเกลือโซเดียม และทำให้มีอาการบวมน้ำนะเจ้าคะ หนึ่งในเมนูที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรทานตอนเป็นเมนส์ แต่ช่วงก่อนเป็นประจำเดือนเองก็ไม่ควรกินอาหารและเครื่องดื่มเย็นๆมากเกินไปเหมือนกันนะเจ้าคะ เพราะมันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในท้อง และทำให้มีอาการปวดท้องเมนส์ตอนเมนส์มานั่นเอง ใครชอบดื่มกาแฟเห็นข้อนี้คงเบะปากมองบนกันเลยล่ะสิ ฮิๆ ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนออกมามากนัก แต่แพทย์และนักโภชนาการต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า คาเฟอีนที่เกินกว่า 100 มก. ต่อวันทำให้เกิดอาการวิตกกังวล เครียด และนอนไม่หลับได้ ปริมาณมากกว่านั้นอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วงนะ ไม่ดื่มกาแฟ เปลี่ยนไปดื่มชาดำแทนก็ได้ เสียใจด้วยเจ้าค่ะ แต่ต้องบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน เพราะในชาดำมีสารแทนนินที่คอยจับตัวกับแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้แร่ธาตุไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายนะเจ้าคะ ใครสายดื่มนี่ต้องงดดื่มซักหนึ่งอาทิตย์นะ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือด ลดระดับแมกนีเซียม ส่งผลต่อการทำงานของตับ และทำให้อาการ PMS แย่ลงได้ ไม่ร้องนะคะทุกคน งดดื่มแอลกอฮอล์แค่ไม่กี่วันเอง!! ถ้าเรากินผักที่มีออกซาเลตมากๆจะให้ออกซาเลตไปจับตัวกับแร่ธาตุอื่น มันจะกลายเป็นผลึกออกซาเลต ทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆไม่ได้…