โรคอ้วน ภัยเงียบที่ทำร้ายรอบเดือนของสาวๆ!!

ในวิถีชีวิตที่เร่งรีบและอยู่ประจำทุกวันนี้ โรคอ้วนได้ กลายเป็นข้อกังวลที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก นอกเหนือจากผลกระทบที่ทราบกันดีต่อสุขภาพกายแล้ว โรคอ้วนยังสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ของสาวๆ อย่างเราอีกด้วย

ผลกระทบที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักประการหนึ่งคืออาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งรบกวนสมดุลอันละเอียดอ่อนของรอบประจำเดือนของผู้หญิง วันนี้แม่นางทานตะวันจะเจาะลึกความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างโรคอ้วนและประจำเดือนมาไม่ปกติ สำรวจกลไกเบื้องหลัง และให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความสำคัญของการแก้ไขปัญหานี้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม มาร่วมสำรวจประเด็นสำคัญด้านสุขภาพของผู้หญิงไปด้วยกันนะเจ้าคะ

โรคอ้วนส่งผลต่อรอบเดือนอย่างไร

โรคอ้วนอาจส่งผลต่อรอบเดือนของสาวๆ ได้หลายวิธี ดังนี้

รบกวนการทำงานของต่อมใต้สมอง

โรคอ้วนอาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นต่อมที่อยู่บริเวณฐานสมอง และมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย หากการทำงานของต่อมใต้สมองผิดปกติ อาจส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเพศ ซึ่งอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้

เพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชาย

ผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนอาจมีระดับฮอร์โมนเพศชาย (androgen) เพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนเพศชายอาจส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงลดลง และส่งผลต่อรอบเดือนได้

เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด
ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

PCOS เป็นภาวะที่รังไข่มีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากอยู่ภายใน ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ anovulation (การตกไข่ผิดปกติ) และภาวะมีบุตรยาก

ประจำเดือนมาไม่ปกติแบบไหนที่เกิดจากโรคอ้วน

A Menstrual Pad with Flower Petal
  • ประจำเดือนมาน้อย
  • ประจำเดือนมากะปริบกะปรอย
  • ประจำเดือนขาดหายไป

วิธีป้องกันประจำเดือนมาไม่ปกติจากโรคอ้วน

วิธีป้องกันประจำเดือนมาไม่ปกติจากโรคอ้วนที่ดีที่สุด คือ การลดน้ำหนักลงอย่างเหมาะสม โดยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด เป็นต้น หากไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้ด้วยตัวเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ

ตัวอย่างการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม

การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรหักโหมจนเกินไป โดยควรลดน้ำหนักให้ได้ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ วิธีการลดน้ำหนักที่แนะนำ ได้แก่

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนจากพืชหรือสัตว์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และโซเดียมสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เลือกออกกำลังกายที่หลากหลาย เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ลดความเครียด หากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำสมาธิ เป็นต้น

ใครว่าโรคอ้วนเป็นแค่ปัญหาเรื่องรูปร่างหน้าตาเท่านั้น รู้ไหมว่าโรคอ้วนยังอาจส่งผลต่อรอบเดือนของสาวๆ อีกด้วย ใช่แล้วล่ะ โรคอ้วนอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ แบบนี้สาวๆ คงต้องหันมาใส่ใจสุขภาพกันหน่อยแล้วนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 7 วิธีแก้ปวดท้องเมนส์แสนง่ายฮอตฮิตขึ้นหิ้ง!

    ปวดท้องเมนส์เป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่เป็นเมนส์ โดยมักเกิดขึ้นก่อนหรือในระหว่างเป็นเมนส์ อาการปวดท้องเมนส์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจรู้สึกปวดแค่นิดหน่อย แต่บางคนอาจปวดมากจนถึงขั้นทำอะไรไม่ได้ รบกวนชีวิตประจำวันเลยทีเดียว สาเหตุของการปวดท้องเมนส์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการหดตัวของมดลูกเพื่อขับเลือดประจำเดือนออกจากร่างกาย การหดตัวของมดลูกนี้เกิดจากสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติในระหว่างที่เป็นเมนส์ อาการปวดท้องเมนส์สามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การใช้ยาแก้ปวด การประคบร้อน การนวด หรือการออกกำลังกายเบาๆ ยังไงก็ตามถ้าอาการปวดรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยาแก้ปวด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม วิธีบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์สุดฮอต มีวิธีต่างๆ มากมายที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ต่อไปนี้คือวิธีที่สาวๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้กัน วิธีง่ายๆ ใช้เวลาน้อย ไม่ยุ่งยาก ซื้อยาแก้ปวดมากินซะเลย ยาแก้ปวดที่ใช้บรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ ได้แก่ ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) และนาพรอกเซน (Naproxen) ยาเหล่านี้สามารถช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้ การประคบร้อนสามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อมดลูกที่เกร็งและบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ วิธีประคบร้อนสามารถทำได้โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ถุงน้ำร้อน หรือใช้แผ่นความร้อนแปะลงบนท้องน้อย การนวดเบาๆ บริเวณท้องน้อยช่วยบรรเทาอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อมดลูกได้เหมือนกัน ซึ่งวิธีการนวดสามารถทำได้โดยใช้นิ้วมือทั้งสองข้างนวดเป็นวงกลมเบาๆ บริเวณท้องน้อย การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน ปั่นจักรยานและเต้นแอโรบิก ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและช่วยลดความเครียด ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ การกินอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดการอักเสบและช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และเนื้อไม่ติดมัน…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…

  • กินช็อกโกแลตแก้ปวดท้องเมนส์จริงหรือ??

    หลายๆคนคงเคยเห็นผ่านตามาบ้างว่ากินช็อกโกแลตจะช่วยให้หายปวดท้องเมนส์ แม่นางทานตะวันก็เคยลองใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน แล้วมันก็หายจริงๆนะเจ้าคะ!! แต่ช็อกโกแลตมันช่วยให้หายปวดท้องเมนส์จริงๆ หรือเราอุปทานไปเอง อันนี้แม่นางทานตะวันก็ยังไม่แน่ใจ เราไปดูกันดีกว่าว่ากินช็อกโกแลตแล้วหายปวดท้องเมนส์จริงไหมนะ?? จากการค้นคว้าพบว่าของหวานที่ให้พลังงานสูงจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบและการเกร็งของเส้นเลือดได้จริงๆ!! นอกจากนี้ช็อกโกแลตยังมีคาเฟอีนที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ อาการปวดหัวหรือรู้สึกหนักหัวเพราะนอนไม่หลับตอนที่เป็นเมนส์ด้วย ยังมีการค้นคว้าให้เห็นอีกว่าช็อกโกแลตช่วยเพิ่มความเข้มข้นของสารซีโรโทนินในสมอง ซึ่งยิ่งมีสารซีโรโทนินมากก็ยิ่งทำให้มีความกระตือรือร้น มองโลกในแง่ดีและมีความสุขสุดๆ การกินช็อกโกแลตก่อนเป็นเมนส์จะช่วยบรรเทาอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือน เช่น อารมณ์ไม่ปกติ วิตกกังวล ทำให้มีคำพูดที่ว่า เป็นเมนส์ให้กินช็อกโกแลต นั่นเอง ส่วนคำพูดที่ว่ากินช็อกโกแลตตอนเป็นเมนส์แล้วไม่อ้วนนั้น ที่จริงเป็นเพราะว่าตอนก่อนที่จะเป็นเมนส์ ผู้หญิงจะมีความอยากอาหารมากกว่าปกติและยังมีภาวะบวมน้ำร่วมด้วย พอช่วงเป็นเมนส์แล้วจะไม่ค่อยอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เลยดูเหมือนว่าช็อกโกแลตแล้วไม่อ้วน แต่พลังงานในช็อกโกแลตไม่ได้ทำให้การดูดซึมสารอาหารตอนเป็นเมนส์ลดลง พูดให้ชัดเจนก็คือถึงการกินช็อกโกแลตจะช่วยให้หายปวดท้องเมนส์ แต่ถ้ากินอาหารที่ให้พลังงานสูงมากเกินไปก็ทำให้มีไขมันสะสมอยู่ดี เพราะฉะนั้นคนที่กลัวอ้วนแต่ก็อยากกินของหวานเพื่อลดอาการปวดท้องเมนส์ แม่นางทานตะวันแนะนำว่าให้กินอาหารประเภทแป้งไข่ขัดสีอย่างขนมปังโฮลวีตหรือข้าวโอ๊ตดีกว่า ช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์เหมือนช็อกโกแลต แถมยังทำให้รู้สึกอิ่มมากกว่าด้วยนะ กลายเป็นว่าช็อกโกแลตช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้จริงๆ ไม่ได้อุปทานไปเองแหละทุกคน!! แต่ทำไมเราถึงปวดท้องเมนส์กันนะ อย่าลืมแวะไปได้ที่ เฉลย! สาเหตุที่สาวๆปวดท้องเมนส์ แม่นางทานตะวันหวังว่าสาวๆทุกคนจะหายปวดท้องเมนส์ มดลูกแข็งแรงกันทุกคนนะเจ้าคะ ~~~ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เฉลย! สาเหตุที่สาวๆปวดท้องเมนส์

    โอ้ย!! ปวดๆๆ ปวดท้องเมนส์ ปวดมาก ปวดน้อย ปวดทุกๆเดือน ทำไมผู้หญิงเป็นเมนส์แล้วยังต้องปวดท้องเมนส์อีก ไปดูกันดีกว่าว่าเพราะอะไรเราต้องมาทนปวดท้องเมนส์แบบนี้ด้วย 1.ปวดท้องเมนส์เพราะหนาวเกินนนนนน~ หนึ่งเหตุผลที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไปนั่นเอง พอร่างกายเย็นเกินไปก็ทำให้อาหารไม่ย่อย กระเพาะลำไส้ผิดปกติ อุณหภูมิของร่างกายค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เลือดเมนส์ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน กล้ามเนื้อเชิงกรานเลยหดตัวลงไปด้วย ทำเราปวดท้องกันถ้วนหน้านั่นเอง 2.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเลือดคั่ง!! เลือดคั่งคือภาวะที่เลือดไม่ไหลเวียนตามปกติ ทำให้เลือดขุ่นข้น แข็งตัว ขับออกมาไม่ได้ เมื่อมีเลือดคั่งแข็งตัวอยู่ในอุ้งเชิงกราน ทำให้มีอาการไม่สบายท้อง หากระบายเลือดที่คั่งออกไปได้ จะทำให้เมนส์ไหลคล่องขึ้น หลังจากนั้นก็จะไม่มีปวดท้องแล้วแหละ 3.ปวดท้องเมนส์เพราะมีเสมหะชื้น ตามศาสตร์แพทย์แผนตะวันออกแล้วเนี่ย ความชื้นเป็นธาตุหยิน มีลักษณะเหนียวข้น ขจัดออกยากสุดๆ เมื่อความชื้นเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ พอมีเสมหะชื้นอยู่ในอุ้งเชิงกราน ระบายออกมาไม่ได้ มันเลยกลายเป็นเสมหะร้ายที่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำเราปวดท้องเมนส์หนักทุกๆเดือน 4.ปวดท้องเมนส์เพราะเครียดกับชีวิตซะเหลือเกิน สาเหตุสุดท้ายนี้เป็นอาการปวดที่เกิดจากแรงกดดันทั้งหลายแหล่ที่ประดังประเดเข้ามาในชีวิต ทั้งความโกรธ ความร้อนใจที่เกิดจากความรุนแรง ถูกคนอื่นรังแกหรือร้อนรนทุกข์ร้อนกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่ทำให้มีอาการปวดมดลูกได้ทั้งหมด เห็นแล้วว่าเมื่อผู้หญิงอย่างเราๆได้รับความเจ็บปวดทั้งจากร่างกายและจิตใจล้วนส่งผลต่อมดลูก สภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้ปวดท้องเมนส์บ้างไปอ่านกันได้ที่นี่ ถ้าไม่อยากปวดท้องเมนส์ในครั้งต่อไปต้องรีบรักษาอย่างด่วนจี๋เลยนะ แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะหายปวดท้องเมนส์กันทุกคนนะเจ้าคะ!!! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • สภาพจิตเป็นยังไงถึงได้ปวดท้องเมนส์กันนะ?!

    ดูแลร่างกายยังพอว่า แต่ดูแลจิตใจนี่ยังไงนะเกี่ยวอะไรกับปวดท้องเมนส์ด้วยเนี่ย?? พูดไปจะหาว่าพูดมากไหมนะ ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วไหมว่าถ้าอยากสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีอยู่แล้วสิ ใช่สิ แล้วดูแลร่างกายแล้วดูแลจิตใจกันบ้างไหม? สาวๆรู้กันรึเปล่าว่าสภาพจิตใจเองก็ส่งผลต่อการปวดท้องเมนส์ของเราเหมือนกันนะ แล้วสภาพจิตใจแบบไหนที่ทำให้เราปวดท้องเมนส์กันบ้างไปดูกันดีกว่า เมื่อสภาพจิตใจอ่อนไหวหรืออ่อนแอ ร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนะ อาจจะเครียดหรือเจ็บป่วยไปเลยก็ได้ อาการเจ็บป่วยที่มากับประจำเดือน มีอะไรบ้าง ก็จะมีพวกอาหารไม่ย่อย ปวดหัว หงุดหงิด ซึมเศร้า น้ำตาไหล อ่อนเพลีย ตัวบวม และมีตุ่มตามผิวหนัง คนที่เลือดจางหรือความดันเลือดต่ำอยู่แล้ว พอมีประจำเดือนมักจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ตาบวม ตาพร่า หากรุนแรงอาจมีอาการปวดกระดูกและเวียนหัวบ้านหมุนได้ อาการซึมเศร้าเกิดเนื่องจากร่างกายอ่อนล้า มีแรงกดดัน คนที่ซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว พอเป็นเมนส์อาการจะรุนแรงขึ้นมากๆๆๆ เวลาเป็นเมนส์ไม่ควรเก็บความรู้สึกปวดหรือไม่สบายไว้ในใจ ต้องปล่อยมันไปอย่างที่เป็น ปลดปล่อยความกดดันและความเศร้าออกมากับน้ำตา การร้องไห้อย่างเต็มที่เป็นวิธีผ่อนคลายอารมณ์ที่ดีที่สุดเลยนะ น้ำตาไม่ใช่เรื่องหน้าอายหรือแสดงถึงความอ่อนแอ หากกลั้นไว้ไม่ร้องไห้ออกมา เซลล์ในร่างกายจะสะสมสารพิษไว้ การระบายความเศร้าและขับสารพิษออกมาจะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น เป็นการชำระล้างร่างกายและจิตใจ ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายของเรา ถ้าฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำให้ประจำเดือนไม่มาซักที รอบวันที่ประจำเดือนมาอาจจะแปลกไปจากปกติ อาจจะมาเร็วขึ้นหรือช้าลง ดีไม่ดีพอเครียดแล้วประจำเดือนไม่มาส่งผลให้เครียดกว่าเดิมที่ประจำเดือนไม่มาซักที เครียดกับงานกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมากพอแล้วยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ประจำเดือนก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ความเครียดทำให้ปวดท้องเมนส์ ประจำเดือนขาด งานนี้หนักเลยนะ จิตใจของเราอ่อนไหวมากเลยนะ มันส่งผลต่อร่างกายของเราไปด้วย ประจำเดือนสำคัญกับผู้หญิงอย่างเรามากๆ เพราะถ้ามันไม่มาก็หมายถึงร่างกายเราเริ่มผิดปกติแล้ว เราควรดูแลจิตใจให้แจ่มใสเข้าไว้…

  • หน้าใสไร้สิวก่อนมีประจำเดือนทำยังไงกันนะ??

    สิว เป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้ สิวสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและการนับถือตนเองของผู้หญิงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงมักจะรู้สึกอ่อนไหวและไม่มั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีวิธีการรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนได้ โดยทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ ล้างหน้าให้สะอาดวันละสองครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่รุนแรง เช่น แอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ใช้โทนเนอร์ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอุดตันของรูขุมขนได้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดสิวได้ ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ขับเหงื่อและกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดการเกิดสิวได้ หากมีสิวอักเสบหรือสิวหัวหนอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม การรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากทำตามเคล็ดลับข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยบรรเทาการเกิดสิวและทำให้ผิวหน้ากลับมาใสไร้สิวได้ทันช่วงมีประจำเดือนได้นะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์