ทำไมตัวบวมก่อนเป็นเมนส์?? ใครเป็นบ้าง

วันปกติๆไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมพอเมนส์จะมาถึงบวมอย่างนี้ล่ะ??

สาวๆบางคนมีปัญหาเรื่องอาการหน้าบวมตัวบวมขาบวมท่อนล่างบวมก่อนมีประจำเดือน หรืออาจจะน้ำหนักขึ้นมาซักสองสามกิโลช่วงไม่กี่วันก่อนจะเป็นเมนส์ อาการเหล่านี้เรียกว่าอาการบวมน้ำ

แพทย์แผนตะวันตกเชื่อว่า อาการบวมน้ำก่อนที่จะเป็นเมนส์อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จนเป็นสาเหตุให้มีน้ำสะสมอยู่ในร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า เกิดจากการขาดวิตามินบีหรือแมกนีเซียม

ส่วนแพทย์แผนจีนเชื่อว่า ปราณในตับและม้ามจะไหลเวียนได้ดีในช่วงก่อนมีประจำเดือน ม้ามควบคุมการเผาผลาญน้ำ หากการไหลเวียนในเส้นลมปราณม้ามติดขัดจะทำให้การเผาผลาญน้ำแย่ลง

ภายใต้หลักการ “อวัยวะภายในทั้งห้าสัมพันธ์และพึ่งพากัน” ดังนั้นหากการไหลเวียนในเส้นลงปราณตับไม่สะดวก ก็จะทำให้การไหลเวียนในเส้นลมปราณม้ามที่แย่อยู่แล้วแย่ยิ่งกว่าเดิม แพทย์จะให้ยาช่วยให้ประจำเดือนราบรื่นและขับน้ำ เพื่อลดอาการบวมน้ำ

อาการบวมน้ำช่วงที่เป็นเมนส์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรืออาจเกิดจากเส้นลมปราณม้ามติดขัดทำให้การไหลเวียนน้ำภายในร่างกายไม่ดีเท่าเวลาปกติ ถ้าใครมีอาการบวมน้ำให้ทำตามนี้เลย>>>5 วิธีแสนง่าย ลดบวมน้ำก่อนเป็นเมนส์ แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะหายจากอาการบวมน้ำกันเร็วๆนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • รู้ไหม!? ปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติเพราะอะไร??

    ปวดท้องเมนส์กับกระดูกกระเบนเหน็บเกี่ยวข้องกันตรงไหน?เกี่ยวกับปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติยังไง?? กระดูกกระเบนเหน็บคืออะไร?? กระดูกกระเบนเหน็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดูกที่ติดอยู่บริเวณก้นกบ อยู่ตรงศูนย์กลางของกระดูกเชิงกราน เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัว มดลูกจะแขวนอยู่ด้านในกระดูกเชิงกรานด้วยเส้นเอ็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หน้า-หลัง โดยมีลักษณะเหมือนกับเปล จุดกำเนิดของเส้นเอ็นติดอยู่กับกระดูกเชิงกราน ถ้ากระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว เส้นเอ็นก็จะเกิดความไม่สมดุลและจะดึงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่กระดูกกระเบนเหน็บยื่นออกมา เส้นเอ็นก็จะตึงไปทางใดทางหนึ่งนั่นเอง เพราะอวัยวะภายในต่างๆเลื่อนลงจากด้านบนสู่ด้านล่าง น้ำหนักของอวัยวะภายในเหล่านี้จะลงมากดที่มดลูก และค่อยๆทำให้เส้นเอ็นนั้นตึงขึ้นเรื่อยๆ เพราะ‘เส้นเอ็นตึงเครียด’นี่แหละที่เป็นปัญหา!! เพราะในช่วงที่เป็นเมนส์ เมื่อมดลูกบีบตัว เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะหลุดออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูก และตอนนั้นเอง เส้นเอ็นที่ติดอยู่กับมดลูกก็จะถูกดึงและเกิดความตึงเครียดขึ้น ถ้าจะให้พูดก็คืออาการปวดจากการบีบตัวของมดลูก จะมีการปวดจากความตึงเครียดของเส้นเอ็นรวมเข้าไปด้วย เวลาเป็นเมนส์ จากบริเวณที่ปวดเป็นพิเศษ สามารถคาดเดาบริเวณที่เส้นเอ็นเกิดปัญหาได้ด้วย คนที่มีอาการปวดบริเวณส่วนกลางของก้น อาจมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่กับบริเวณกระเบนเหน็บ คนที่มีอาการปวดบริเวณสีข้าง ก็อาจจะมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่ซ้าย-ขวาของด้านในกระดูกเชิงกราน หรือคนที่มีปัญหาบริเวณหัวหน่าว ก็หมายถึงเส้นเอ็นบริเวณหัวหน่าวนั่นแหละ สาเหตุของอาการปวดนั้น อาจเกิดจากความตึงเครียดเกินไปของเส้นเอ็น หรืออาการเลือดออกที่เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั่นเอง นอกจากนี้ บริเวณของกระดูกกระเบนเหน็บที่เป็นส่วนเชื่อมกับรังไข่และมดลูกนั้นเป็นทางเข้าออกของ”เส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บ” เพราะฉะนั้นเมื่อกระดูกกระเบนเหน็บผิดรูปเลยทำให้บริเวณรอบๆ กระดูกกระเบนเหน็บบวมและพองส่งผลให้การทำงานของเส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บน้อยลง และการทำงานของรังไข่และมดลูกแย่ลงได้ง่าย พอเป็นอย่างนั้นแล้ว มดลูกจะไม่ฟู กลายเป็นมดลูกที่เล็กและแข็งแทน ช่วงมีประจำเดือน คนที่ปวดมดลูกมากๆ นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเกิดความตึงเครียดที่เส้นเอ็นแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามดลูกข้างในค่อยๆแข็งตัวไปซะแล้ว ในทางกลับกัน ถ้ามดลูกนิ่มและฟู อาการปวดท้องเมนส์ก็จะไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ ผ่านพ้นช่วงทรมาณสังขารไปได้แบบสบายๆเลยล่ะ รู้แบบนี้แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกเชิงกรานหรือกระดูกกระเบนเหน็บเท่านั้นนะ…

  • กินแต่’เนื้อ’มีผลต่อประจำเดือนหรือเปล่า?

    สาวๆ สายเนื้อทั้งหลาย เคยสงสัยกันไหมคะว่า การกินเนื้อ ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอย่างไร? บ้างก็ว่ากินเนื้อแล้วประจำเดือนมาน้อย บ้างก็ว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น เอาล่ะ! วันนี้เราจะไปคลายข้อสงสัยเหล่านี้พร้อมกัน! กินเนื้อมีผลต่อฮอร์โมนเพศหญิงจริงไหม? คำตอบคือ มีผล แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรง! การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่ง ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมรอบเดือน แล้วกินเนื้ออย่างไรให้ไม่กระทบประจำเดือน? 1. เลือกเนื้อไขมันต่ำ: เนื้อติดมันมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่าเนื้อไม่ติดมัน การเลือกเนื้อไม่ติดมันจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 2. ทานเนื้อในปริมาณที่พอเหมาะ: ปริมาณเนื้อที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 4-6 ออนซ์ต่อวัน 3. ทานผักผลไม้ควบคู่กัน: ผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย 4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน สรุป การกินเนื้อมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อประจำเดือน การเลือกเนื้อไขมันต่ำ ทานในปริมาณที่พอเหมาะ ทานผักผลไม้ควบคู่กัน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสนุกกับปาร์ตี้เนื้อย่างโดยไม่ต้องกังวล! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ‘ปิ้งย่าง’ทำให้ปวดประจำเดือนจริงเหรอ? 😲

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหา “ปวดประจำเดือน” กันมาบ้าง ใช่ไหมคะ? แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารปิ้งย่างสุดโปรดของเราก็อาจจะเป็นตัวการซ่อนเร้น ที่ส่งผลต่อความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือนได้! 😳 บทความนี้จะพาไปไขข้อข้องใจกันว่า จริงๆ แล้ว อาหารปิ้งย่างส่งผลต่ออาการปวดประจำเดือนอย่างไร และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง 💖 เอ๊ะ! แล้วอาหารปิ้งย่างเกี่ยวอะไรกับประจำเดือน? 🤔 ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า อาหารปิ้งย่างมักจะมีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งไขมันชนิดนี้ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในร่างกาย โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน 😩 ยิ่งมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมาก เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหนาขึ้น ทำให้การหลุดลอกในช่วงมีประจำเดือนยิ่งสร้างความเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก 😳 เลี่ยงปิ้งย่าง ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้จริงหรือ? คำตอบคือ “อาจจะใช่” นะคะ 😊 การลดปริมาณอาหารปิ้งย่าง และหันไปทานอาหารที่มีไขมันดี อย่างเช่น ปลา ไข่ อโวคาโด ถั่ว จะช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้อาการปวดประจำเดือนลดลงได้ 🙌🏻 เคล็ดลับเด็ด ปราบอาการปวดประจำเดือน 😉 นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารแล้ว ยังมีเคล็ดลับอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้อีกด้วย 💖 สรุป!…

  • 4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ หลังจากพูดถึงปัญหาผิวมันไปกันแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนนนน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ยิ่งจะรู้สึกได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใกล้จะมีประจำเดือน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้น ร่างกายของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลง ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเองค่ะ อาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น อาจมีได้หลายระดับ ตั้งแต่ผิวแห้งเล็กน้อย จนถึงผิวแห้งมากจนลอกเป็นขุยเลยก็มี สาวๆ ที่มีผิวแห้งมาก อาจจะรู้สึกคันยิบๆ หรือแสบๆ ได้ด้วย ซึ่งก็ยิ่งสร้างความรำคาญใจให้กับสาวๆ เข้าไปอีก สาเหตุอื่นๆ ที่ทำผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า สาเหตุหลักที่สาวๆ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมการผลิตน้ำมันในผิวหนังของเรา เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็จะส่งผลให้ผิวของเราผลิตน้ำมันน้อยลงด้วย ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ก็อาจส่งผลให้ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย เช่น อากาศแห้ง อากาศแห้งในช่วงฤดูหนาวหรือในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ อาจทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น การอาบน้ำอุ่นจัด การอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานๆ อาจชะล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งได้ การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ การขาดความชุ่มชื้น การดื่มน้ำไม่เพียงพอหรือการไม่ทาครีมบำรุงผิว อาจทำให้ผิวแห้งได้ ผิวแห้งก่อนมีประจำเดือน เป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนต้องเคยเจอ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ สาวๆ…

  • 5 ข้อควรรู้สำหรับวัยรุ่นเริ่มมีประจำเดือน!!

    สาวๆวัยรุ่นทุกคนกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทำความรู้จักกับประจำเดือนของตนเอง การเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจสร้างความสับสนและความกังวลให้กับสาวๆในช่วงนี้ ด้วยเหตุนี้เอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องวัยรุ่นกับประจำเดือน เพื่อช่วยให้วัยรุ่นเข้าใจและรู้จักกับสภาวะนี้มากขึ้น *หมายเหตุ: การมีประจำเดือนเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพของผู้หญิงทุกคน หากมีปัญหาหรือคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเพื่อคำแนะนำในการดูแลตนเองในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นสาววัยรุ่นหรือผู้ปกครองที่มีลูกสาววัยรุ่น ควรเข้าใจเรื่องประจำเดือนอย่างละเอียด และมีชีวิตชีวาในวัยรุ่นด้วยกันนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • คุมกำเนิดยังไงช่วยควบคุมประจำเดือนมาไม่ปกติ

    เมื่อพูดถึงการจัดการรอบประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ตัวเลือกการคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์มากสำหรับสาวๆหลายคน มีหลายวิธีที่สามารถควบคุมประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอมากขึ้น วิธีการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด แผ่นแปะ วงแหวนคุมกำเนิด และห่วงอนามัย (IUD) ตัวคุมกำเนิดเหล่านี้สามารถช่วยควบคุมวงจรชีวิตของเราโดยการปรับสมดุลระดับฮอร์โมนในร่างกาย วิป้องกันการตกไข่และควบคุมการหลั่งของเยื่อบุมดลูก ตัวเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมน เช่น ห่วงอนามัยก็มีประสิทธิภาพในการจัดการรอบเดือนที่ไม่ปกติได้เช่นกัน อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยสำหรับตัวอสุจิ ป้องกันการปฏิสนธิ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อหารือเกี่ยวกับทางเลือกที่อาจเหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการและประวัติทางการแพทย์ของสาวๆ แต่ละคน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ตัวเลือกการคุมกำเนิดสำหรับจัดการรอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ได้แก่ 1. ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนมีทั้งแบบเม็ด ฉีด และฝัง โดยยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คงที่ จึงช่วยให้รอบประจำเดือนมาปกติมากขึ้น นอกจากนี้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงอีกด้วย 2. ห่วงอนามัย ห่วงอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ฝังเข้าไปในมดลูก โดยห่วงอนามัยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยการขัดขวางไม่ให้สเปิร์มเข้าไปผสมกับไข่ได้ ห่วงอนามัยมีทั้งแบบที่มีฮอร์โมนและแบบไม่มีฮอร์โมน โดยห่วงอนามัยแบบมีฮอร์โมนจะช่วยลดอาการปวดท้องน้อยและตกขาวผิดปกติได้ดีกว่าห่วงอนามัยแบบไม่มีฮอร์โมน 3. ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะต้องฉีดทุก 3 เดือน 4. แผ่นแปะคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์ 5. วงแหวนคุมกำเนิด วงแหวนคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว…