ถอดรหัสประจำเดือนมาน้อย ระดับไหนควรไปหาหมอ

การมีประจำเดือนถือเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นธรรมชาติและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตของผู้หญิง แม้ว่าอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่การทำความเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุของการมีประจำเดือนน้อย ประจำเดือนปกติ และตอนไหนที่อาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถช่วยให้สาวๆ ที่มีประจำเดือนได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น เอาล่ะ มาเริ่มต้นไขรหัสอันลึกลับนี้ด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ!

การมีประจำเดือนน้อยมักหมายถึงประจำเดือนน้อยกว่าที่เคยเป็นมา อาจมีลักษณะมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยระยะเวลาที่สั้นกว่าและมีสีอ่อนกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนๆแม้ว่าประสบการณ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้วประจำเดือนมาน้อยจะถือว่าเป็นเรื่องปกติ

White Napkins with Red Dots on Blue Background


หากไม่รบกวนชีวิตประจำวันมากนัก ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติอาจรวมถึงความผันผวนของฮอร์โมน ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก หรือการคุมกำเนิดบางอย่าง จำไว้นะสาวๆว่า การติดตามรอบเดือนและระวังการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือนในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่เหมือนตอนปกติเป็นสิ่งสำคัญ

โดยปกติแล้วประจำเดือนจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันและมีเลือดออกปานกลาง สีอาจมีตั้งแต่สีแดงสดไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม และอาจมีอาการตะคริวเล็กน้อย ท้องอืด หรืออารมณ์แปรปรวนร่วมด้วย สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสิ่งที่ถือเป็นเรื่องปกติอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน อย่างไรก็ตามหากประจำเดือนของสาวๆ อยู่ในช่วงปกติและไม่รบกวนกิจกรรมประจำวันมากนัก ก็มักจะถือมีการไหลเวียนของประจำเดือนตามปกติ

A Menstrual Pads with Petals

แม้ว่าปริมาณประจำเดือนส่วนใหญ่จะแปรผันเป็นเรื่องปกติ แต่สถานการณ์บางอย่างอาจทำให้สาวๆต้องรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดที่จะทำได้!

สัญญาณเตือนของร่างกายที่แจ้งให้สาวๆ ไปพบแพทย์:


a) ประจำเดือนมามากผิดปกติ: หากเลือดประจำเดือนมีมากเกินไป สาวๆ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยหรือผ้าอนามัยแบบสอดทุกๆ ชั่วโมงหรือสองชั่วโมง อาจบ่งบอกถึงภาวะที่เรียกว่าอาการประจำเดือนมามากผิดปกติ ภาวะนี้อาจเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน เนื้องอกในเนื้อ ติ่งเนื้อ หรือปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ

Top view of silicone menstrual cup with red beads scattered on pink surface


b) รอบเดือนไม่ปกติ: ถ้าประจำเดือนมาไม่ปกติบ่อยๆ โดยเป็นประจำเดือนห่างกันน้อยกว่า 21 วันหรือห่างกันมากกว่า 35 วัน แม่นางทานตะวันแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพนะ รอบเดือนที่ผิดปกติอาจบ่งบอกถึงสภาวะต่างๆ เช่น โรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ด้วย


c) ปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง: แม้ว่าความรู้สึกไม่สบายบางอย่างระหว่างมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติ แต่อาการปวดอย่างรุนแรงที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเราอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ร้ายแรงกว่า เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ

Woman Helping Her Friend from a Stomach Pain


d) อาการผิดปกติอื่นๆ: ถ้าสาวๆ มีอาการผิดปกติ เช่น มีประจำเดือนหลายวันมากๆ ร่างกายเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง อารมณ์แปรปรวนรุนแรง หรือมีตกขาวผิดปกติ ต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมแล้วนะว่าเราเป็นอะไรรึเปล่า!?

การทำความเข้าใจแง่มุมต่างๆ ของการไหลเวียนประจำเดือนสามารถช่วยให้ผู้หญิงมีข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ของตัวเองได้ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วประจำเดือนมาน้อยหรือเป็นปกติก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

แต่การใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือนหรืออาการที่ผิดปกติก็เป็นสิ่งสำคัญ โปรดจำไว้ว่าการไปพบแพทย์เมื่อจำเป็นจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที หากมีภาวะผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับร่างกายของเราและยอมรับรอบการมีประจำเดือนในฐานะส่วนหนึ่งของความเป็นผู้หญิงของเรากันนะเจ้าคะสาวๆ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • เมนส์มาช่วงไหนผิวสวยสุด? บำรุงยังไงให้ปัง!

    เคยไหม? บางวันตื่นมาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวใส เปล่งปลั่ง แต่งหน้าง่ายสุดๆ! แต่บางช่วงกลับหน้าหมอง รูขุมขนกว้าง แถมสิวขึ้นแบบงงๆ 😩 นั่นเป็นเพราะ ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด! แต่ข่าวดีคือ มีช่วงหนึ่งที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงสุดๆ ถ้าอยากให้ผิวสวยสุขภาพดี ต้องรู้จังหวะให้ถูก! 💖✨ แล้วช่วงไหนล่ะที่ ผิวดีที่สุด เหมาะกับการบำรุงที่สุด? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน! 💖✨ 🌸 ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular Phase) ผิวสวยสุด! ช่วง 7-14 วันหลังจากเมนส์หมด หรือที่เรียกว่า ช่วงฟอลลิคูลาร์ (Follicular Phase) เป็นช่วงที่ ผิวดีที่สุด! เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ กับผิวแบบนี้! ✅ ผิวเต่งตึง ฉ่ำวาว – คอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิกในผิวเพิ่มขึ้น ผิวเลยดูฟูเด้ง ✨✅ ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ – น้ำมันบนผิวสมดุลขึ้น ทำให้หน้าไม่มัน ไม่แห้งเกินไป✅ แต่งหน้าติดทน เมคอัพเป๊ะ! –…

  • ข้อดีข้อเสียของ’ขนมหวาน’ตอนมีประจำเดือน

    เมื่อพูดถึงเรื่องขนมหวาน หลายๆ คนอาจจะนึกถึงความอร่อยและความอิ่มท้องที่ได้รับ แต่วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ข้อดีข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่เรามีประจำเดือนกันนนนน การกินขนมหวานในช่วงที่มีประจำเดือน อาจจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะกินอาหารหวานในช่วงเวลานี้! ข้อดีของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน คือ ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความสุขของสมอง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ และยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีๆในช่วงเวลาที่ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สบายตัว แต่ในทางกลับกัน การกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงเกินไป และยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดีและเริ่มมีอาการปวดท้องประจำเดือน ดังนั้นข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจที่จะกินขนมหวานในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การออกกำลังกายหรือการฟังเพลงที่ชอบ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนด้วยนะเจ้าคะ ในบทความนี้แม่นางทานตะวันได้แนะนำข้อดีและข้อเสียของการกินขนมหวานในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ซึ่งอาจทำให้สาวๆ เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายของเราช่วงนี้ และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในการกินอาหารในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีอยู่เสมอนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

    หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ?? ‘กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย…

  • น้ำมันหอมระเหยกลิ่นไหนลดอาการตอนเป็นเมนส์??

    น้ำมันห้อมหอม น้ำมันหอมระเหยมีกลิ่นหอม ปกติใช้สร้างกลิ่นหอมภายในห้องต่างๆ แต่รู้ไหมว่าน้ำมันหอมระเหยยังมีประโยชน์อื่นนอกจากให้กลิ่นหอมด้วยนะ ก่อนอื่นเราไปรู้จักกับน้ำมันหอมระเหยบำบัดหรือคันธบำบัดกันก่อนนะเจ้าคะ ในทางการแพทย์มีสิ่งที่เรียกว่า คันธบำบัด ที่เป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชและสารสกัดจากสัตว์บางชนิด เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายใจให้สมบูรณ์ เป็นการดูแลแบบองค์รวมทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย ความพึงใจ และการบำบัดเข้าด้วยกัน มีการปฏิบัติกันมาหลายร้อยปีทั่วโลก เพื่อใช้ในการรักษาภาวะต่างๆ ตั้งแต่การบาดเจ็บเล็กน้อยไปจนถึงโรคเจ็บป่วยร้ายแรง ถึงแม้นักคันธบำบัดจะใช้น้ำมันจากพืชหลายส่วนด้วยกัน ทั้งใบ กลีบดอก เปลือก และราก แต่ในการรักษาจะใช้ส่วนที่มีความเข้มข้นสูงสุดที่ได้จากจะพืชแต่ละส่วนเท่านั้น เรียกได้ว่าแรร์ไอเทมสุดๆเลยล่ะ!! น้ำมันพวกนี้มีทั้งวิตามินและเอนไซม์สำคัญ และเพราะว่ามันมีความเข้มข้นสูง ใช้ปริมาณแค่นิดเดียวก็พอแล้ว และมันจะให้ผลดีที่สุดตอนที่นำไปเจือจาง อาจนำไปเจือจางในเครื่องกรองอากาศ ในอ่างอาบน้ำ ใช้สูดดมจากขวด หรือผสมกับน้ำมันอื่นแล้วทาบนผิวโดยตรงได้เลย ยกตัวอย่างประโยชน์ที่อาจมีต่อสุขภาพของสาวๆอย่างเรา เช่น ช่วยรักษาสิว ชะลอความแก่ เพิ่มสมาธิ บรรเทาความกังวล กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ไล่แมลง เพิ่มความแข็งแรงทนทาน กระตุ้นการถ่ายเทน้ำเหลืองเพื่อช่วยลดเซลลูไลต์ บรรเทาอาการปวดข้อ ลดการปวดศีรษะไมเกรน ดึงของเสียออกจากผิว บรรเทาอาการบวมน้ำ ช่วยลดอาการวัยทอง ช่วยรักษาการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียและบำรุงสุขภาพผม ผิว และเล็บด้วยน้า~~~~~~~~ ไปดูกันดีกว่าว่าน้ำมันหอมระเหยตัวไหนควรใช้ตอนเป็นเมนส์บ้าง คาโมมายล์ น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์มีกลิ่นหอมหวานเบาๆ ช่วยผ่อนคลายความเครียดหรืออาการทางจิตใจ ลดอาการปวดหัวหรือไมเกรน และยังช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์อีกด้วย…

  • ดูแลตัวเอง’ก่อน’มีประจำเดือนยังไงดี??

    ช่วงก่อนมีประจำเดือนสองสัปดาห์จะเป็นช่วงหลังรังไข่ตกไข่ จะเข้าสู่ช่วงคอร์ปัสลูเทียม ช่วงนี้ปริมาณฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะเพิ่มขึ้น จนส่งผลให้เกิดอาการก่อนมีประจำเดือนต่างๆ ซึ่งได้แก่ อาการบวมน้ำก่อนมีประจำเดือน ท้องผูก อารมณ์แปรปรวน โมโหง่ายหรือเศร้าโศกเสียใจ เสียน้ำตาง่าย ช่วงนี้อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้น แพทย์แผนจีนจะจัดให้อยู่ในช่วง หยินแปรเป็นหยาง และเข้าสู่ หยางระยะยาว ช่วงนี้เราเลยจะบำรุงหยางเป็นหลัก วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงวิธีดูแลตัวเองก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ หลีกเลี่ยงการกินอาหารฤทธิ์เย็น การกินอาหารฤทธิ์หนาวเย็นมากเกินไปจะทำให้มดลูกเย็นไปด้วย ส่งผลต่อการบีบตัวขับเลือดของมดลูก ทำให้ปวดท้องเมนส์มากๆหรือมีลิ่มเลือด เลือดเมนส์อาจจะน้อยลงจนอาจทำให้ไม่ตั้งครรภ์ก็ได้ ช่วงสองอาทิตย์ก่อนเป็นเมนส์ถึงวันหมดเมนส์ เลยไม่ควรกินอาหารฤทธิ์เย็น เช่น เครื่องดื่มเย็น แตงโม แพร์ กีวี่ แก้วมังกร ผักสด กินอาหารที่มีเส้นใยสูง ลดอาหารเค็ม เพราะช่วงก่อนเราจะเป็นเมนส์ ปริมาณฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะเพิ่มขึ้น หรือมีน้ำสะสมในร่างกายจนเกิดอาการบวมน้ำ ปวดหัว กระเพาะลำไส้บีบตัวช้าจนมีอาการท้องผูกก่อนเป็นเมนส์ ในช่วงนี้จึงควรกินอาหารจำพวกธัญพืช อาหารจำพวกรากและหัว ข้าวกล้อง ผักและผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เพื่อช่วยในการขับถ่าย ลดอาหารเค็ม อาหารหมักดอง เพื่อลดการสะสมของน้ำในร่างกาย เลยเป็นที่มาของอาการบวมน้ำ ลดเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีน ผู้หญิงหลายคนชอบดื่มชา กาแฟเพื่อให้กระปรี้กระเปร่า แต่คาเฟอีนจะทำให้อาการทางจิตใจ เช่น ความกังวล ความเครียดที่สะสมในใจหนักกว่าที่เป็นอยู่ ช่วงก่อนมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เกิดอาการก่อนมีประจำเดือนหรืออาการ…

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวมัน’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ผิวมันก่อนมีประจำเดือน สิวบุก หน้าเยิ้ม ทำไงดี? สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนบ้างงงงงงง? แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ จนทำให้ผิวมันเยิ้ม สิวบุกได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันเลยมีเคล็ดวิชารับมือกับปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 1. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนก็คือการล้างหน้าให้สะอาดเจ้าค่ะ สาวๆ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปนะเจ้าคะ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและผลิตน้ำมันออกมาเยอะขึ้น 2. ใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว สาวๆ ควรใช้โทนเนอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนค่ะ โดยเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไป 3. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ แม้ว่าผิวของเราจะมัน แต่ก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่นะเจ้าคะ สาวๆ ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มมมมมมมม 4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ดีมากเจ้าค่ะ สาวๆ ควรเลือกใช้มาส์กหน้าที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว โดยมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้วน้าาาาา 5. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี้ดี สาวๆ…