หน้าใสไร้สิวก่อนมีประจำเดือนทำยังไงกันนะ??

สิว เป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้

สิวสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและการนับถือตนเองของผู้หญิงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงมักจะรู้สึกอ่อนไหวและไม่มั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม มีวิธีการรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนได้ โดยทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้

ล้างหน้าให้สะอาดวันละสองครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่รุนแรง เช่น แอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

ใช้โทนเนอร์ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า

ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอุดตันของรูขุมขนได้

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป

ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดสิวได้

ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ขับเหงื่อและกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดการเกิดสิวได้

หากมีสิวอักเสบหรือสิวหัวหนอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

การรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากทำตามเคล็ดลับข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยบรรเทาการเกิดสิวและทำให้ผิวหน้ากลับมาใสไร้สิวได้ทันช่วงมีประจำเดือนได้นะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ป่วยไหม ?? ดูจากประจำเดือนได้เลย ง่ายมาก

    บนชั้นหนังสือเด็กสมัยนี้อาจจะมีหนังสือนิทานที่ว่าอึบอกสภาพร่างกาย แต่รู้ไหมว่าลักษณะ’ประจำเดือน’ก็บอกจากสภาพร่างกายหรืออาการป่วยด้วยเหมือนกัน มันเป็นยังไงกันนะไปดูกันเลยยยย แพทย์แผนจีนแบ่งสภาพร่างกายผู้หญิงที่มีปัญหาประจำเดือนไม่ราบรื่นออกเป็นออกเป็น 6 แบบ ดังนี้ ลักษณะประจำเดือน : วงจรประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ไม่มีลิ่มเลือด อาการ : เจ็บหน้าอก ปราณในม้ามพร่อง วิตกกังวล PMSหรืออาการก่อนมีประจำเดือนรุนแรง โมโหง่าย หดหู่ นอนไม่หลับ ลักษณะประจำเดือน : ประจำเดือนมาช้า มาค่อนข้างน้อย สีซีดหรือประจำเดือนขาดหาย อาการ : ผิวพรรณไม่ดี ใจสั่น เวียนหัว ตาลาย ไม่มีแรง ตกใจง่าย น้ำเสียงอ่อนแรง ลักษณะประจำเดือน : ประจำเดือนมาช้า มาน้อย สีซีด หรือประจำเดือนขาดหาย อาการ : ใบหน้าหมองคล้ำ ท้องน้อยเย็น ปวดหลังปวดเอว มือเท้าเย็น ปัสสาวะบ่อย ความต้องการทางเพศลดลง ลักษณะประจำเดือน : ประจำเดือนมาเร็วหรือมาช้า สีค่อนข้างแดง มาค่อนข้างน้อย อาการ :…

  • รู้ไหม!? ปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติเพราะอะไร??

    ปวดท้องเมนส์กับกระดูกกระเบนเหน็บเกี่ยวข้องกันตรงไหน?เกี่ยวกับปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติยังไง?? กระดูกกระเบนเหน็บคืออะไร?? กระดูกกระเบนเหน็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดูกที่ติดอยู่บริเวณก้นกบ อยู่ตรงศูนย์กลางของกระดูกเชิงกราน เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัว มดลูกจะแขวนอยู่ด้านในกระดูกเชิงกรานด้วยเส้นเอ็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หน้า-หลัง โดยมีลักษณะเหมือนกับเปล จุดกำเนิดของเส้นเอ็นติดอยู่กับกระดูกเชิงกราน ถ้ากระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว เส้นเอ็นก็จะเกิดความไม่สมดุลและจะดึงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่กระดูกกระเบนเหน็บยื่นออกมา เส้นเอ็นก็จะตึงไปทางใดทางหนึ่งนั่นเอง เพราะอวัยวะภายในต่างๆเลื่อนลงจากด้านบนสู่ด้านล่าง น้ำหนักของอวัยวะภายในเหล่านี้จะลงมากดที่มดลูก และค่อยๆทำให้เส้นเอ็นนั้นตึงขึ้นเรื่อยๆ เพราะ‘เส้นเอ็นตึงเครียด’นี่แหละที่เป็นปัญหา!! เพราะในช่วงที่เป็นเมนส์ เมื่อมดลูกบีบตัว เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะหลุดออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูก และตอนนั้นเอง เส้นเอ็นที่ติดอยู่กับมดลูกก็จะถูกดึงและเกิดความตึงเครียดขึ้น ถ้าจะให้พูดก็คืออาการปวดจากการบีบตัวของมดลูก จะมีการปวดจากความตึงเครียดของเส้นเอ็นรวมเข้าไปด้วย เวลาเป็นเมนส์ จากบริเวณที่ปวดเป็นพิเศษ สามารถคาดเดาบริเวณที่เส้นเอ็นเกิดปัญหาได้ด้วย คนที่มีอาการปวดบริเวณส่วนกลางของก้น อาจมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่กับบริเวณกระเบนเหน็บ คนที่มีอาการปวดบริเวณสีข้าง ก็อาจจะมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่ซ้าย-ขวาของด้านในกระดูกเชิงกราน หรือคนที่มีปัญหาบริเวณหัวหน่าว ก็หมายถึงเส้นเอ็นบริเวณหัวหน่าวนั่นแหละ สาเหตุของอาการปวดนั้น อาจเกิดจากความตึงเครียดเกินไปของเส้นเอ็น หรืออาการเลือดออกที่เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั่นเอง นอกจากนี้ บริเวณของกระดูกกระเบนเหน็บที่เป็นส่วนเชื่อมกับรังไข่และมดลูกนั้นเป็นทางเข้าออกของ”เส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บ” เพราะฉะนั้นเมื่อกระดูกกระเบนเหน็บผิดรูปเลยทำให้บริเวณรอบๆ กระดูกกระเบนเหน็บบวมและพองส่งผลให้การทำงานของเส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บน้อยลง และการทำงานของรังไข่และมดลูกแย่ลงได้ง่าย พอเป็นอย่างนั้นแล้ว มดลูกจะไม่ฟู กลายเป็นมดลูกที่เล็กและแข็งแทน ช่วงมีประจำเดือน คนที่ปวดมดลูกมากๆ นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเกิดความตึงเครียดที่เส้นเอ็นแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามดลูกข้างในค่อยๆแข็งตัวไปซะแล้ว ในทางกลับกัน ถ้ามดลูกนิ่มและฟู อาการปวดท้องเมนส์ก็จะไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ ผ่านพ้นช่วงทรมาณสังขารไปได้แบบสบายๆเลยล่ะ รู้แบบนี้แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกเชิงกรานหรือกระดูกกระเบนเหน็บเท่านั้นนะ…

  • ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน??

    ถ้าเราศึกษาแค่พื้นๆ เราจะรู้กันว่าอาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก แต่ๆๆ การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเนี่ย เกิดขึ้นได้จากมีหลายสาเหตุมากๆ ไปดูกันเถอะว่าเพราะอะไรมดลูกของเราถึงบีบรัดตัวจนทำเราปวดท้องประจำเดือนกันน้าาาาาาา สารพรอสตาแกลนดิน เมื่อมีการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในตอนที่เป็นประจำเดือน สารพรอสตาแกลนดินจะถูกดูดซึมเข้าสู่มดลูก หลอดเลือดของมดลูกจะหดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเกิดภาวะขาดเลือดมาเลี้ยง ในตอนนั้นสารพรอสตาแกลนดินก็จะกระตุ้นปลายประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฮอร์โมนวาโสเพรสซิน จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีระดับฮอร์โมนวาโสเพรสซินมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนถึงสองเท่า ในช่วงที่เป็นประจำเดือนต่อมไฮโปธาลามัสจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนวาโสเพรสซิน ที่มีผลทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว นำไปสู่สภาวะมดลูกขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเช่นเดียวกับสารพรอสตาแกลนดิน โดยเฉพาะในช่วงหลังตกไข่ ความผิดปกติทางด้านจิตใจ อาการผิดปกติทางด้านจิตใจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน เช่น อารมณ์โกรธง่ายและความเครียดมีผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน จากการวิจัยพบว่าความแตกแยกของครอบครัวมีความสัมพันธ์ต่อความเครียดโดยเฉพาะความวิตกกังวล ความซึมเศร้าและอาการปวดประจำเดือน ค้นพบว่าผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนจะมีการรับรู้ความเจ็บปวดและความวิตกกังวลมากกว่าคนที่ไม่ปวดท้องประจำเดือน เพราะการรับรู้ความเจ็บปวดมีผลต่อความเจ็บปวดมากกว่า ปัจจัยด้านความเชื่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในบางพื้นที่มีความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ไม่ดีต่อผู้ที่เป็นประจำเดือน เช่น ประจำเดือนเป็นของสกปรก เป็นโรคร้ายแรง ต้องแยกตัวผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนออกจากคนอื่นๆ การปฏิบัติตัวเช่นนี้ส่งผลต่ออารมณ์จิตใจของผู้หญิงให้รู้สึกวิตกกังวลและความเครียด ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ลักษณะเฉพาะของผู้หญิง ลีกษณะเฉพาะบางอย่างของผู้หญิงก็ส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือน  เช่น น้ำหนักเกิน ผอมเกินไป สูงผิดปกติ เต้านมเล็ก นิสัยทำงานจู้จี้จุกจิก เลือกกิน อารามณ์หวั่นไหวง่าย ปากมดลูกมีแผลแต่กำเนิด ช่องทางผ่านของประจำเดือนผิดปกติ เช่น ปากมดลูกตีบตันจากการผ่าตัดและการจี้ด้วยไฟฟ้า ทำให้เลือดประจำเดือนคั่งอยู๋ในโพรงมดลูกนานขึ้น ทำให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้นเลยปวดท้องประจำเดือน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน นอกจากนี่ยังมีสาเหตุที่อื่นๆที่ทำให้ปวดท้ัองประจำเดือน เช่น ความหนาวเย็นหรือเลือดคั่งในมดลูก…

  • ‘น้ำมะพร้าว’ทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดี้สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ช่วงนี้เป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนคงกำลังมีประจำเดือนกันอยู่ใช่มั้ยล่ะเจ้าคะ แล้วสาวๆ เคยสังเกตตัวเองกันมั้ยเจ้าคะว่า เวลามีประจำเดือนแล้วดื่มน้ำมะพร้าว จะรู้สึกปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันเจ้าค่ะ ว่าแท้จริงแล้ว น้ำมะพร้าวมีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมมม น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะในน้ำมะพร้าวมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และวิตามินซี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและยังให้พลังงานสูงอีกด้วย น้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ ไม่จริงงงงงงงงงงง น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น ช่วยดับกระหาย และช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังมีสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้ว่าน้ำมะพร้าวทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้จริง งานวิจัยส่วนใหญ่ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำมะพร้าวกับอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเป็นเพียงงานวิจัยแบบสังเกต ซึ่งไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำมะพร้าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนได้โดยตรง นอกจากนี้งานวิจัยส่วนใหญ่ยังศึกษาผู้หญิงที่มีประจำเดือนปกติ จึงยังไม่แน่ชัดว่าน้ำมะพร้าวจะส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนของผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติหรือไม่ ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือน?? สาเหตุที่บางคนรู้สึกว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขับน้ำออกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ น้ำมะพร้าวไม่มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน น้ำมะพร้าวอาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ที่กำลังมีประจำเดือน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้อย่างสบายใจหายห่วงเลยเจ้าค่ะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • โอ้ไม่! ปวดประจำเดือนกระทันหัน! ทำไงดี?!

    ทุกเดือนผู้หญิงอย่างเราๆก็ต้องพบเจอกับ “ประจำเดือน” ตัวร้ายที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน ทำเอาหลายคนหมดสนุก หน้าซีด ตัวเย็น ต้องลาพักงาน พักเรียน บอกเลยว่าปวดประจำเดือนเป็นอะไรที่ทรมานมาก! 😫 แล้วถ้าอยู่ๆ ปวดประจำเดือนแบบกระทันหันล่ะ? ยิ่งต้องรีบหาทางแก้ไขด่วน! 😱 ในบทความนี้ แม่นางทานตะวันจึงมีวิธีบรรเทาปวดประจำเดือนแบบเร่งด่วนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 😉 1. ดื่มน้ำอุ่น ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำอุ่นช่วงมีประจำเดือนช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูก บรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ดีเลย 😊 แนะนำให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากจะช่วยลดอาการปวดท้องแล้วยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย 💖 2. ประคบร้อน บอกลาอาการปวด ความร้อนช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวดเกร็งได้ดี ดังนั้น ลองหาแผ่นประคบร้อน หรือขวดน้ำอุ่นมาประคบบริเวณท้องน้อย รับรองว่าช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชะงัด ✨ 3. ยืดเส้นคลายกล้ามเนื้อ การยืดเส้นยืดสายช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดเกร็งได้ ลองทำท่าบริหารเบาๆ เช่น ยกขาขึ้น เหยียดแขน-ขา บิดตัว เป็นต้น แต่อย่าหักโหมจนเกินไปนะเจ้าคะ 🧘‍♀️ 4. ทานยาแก้ปวด (แต่ต้องระวัง!) มีประจำเดือนแบบนี้อย่าลืมพกยาแก้ปวดติดกระเป๋าไว้เลยเจ้าค่ะ…

  • ไปต่อไม่รอแล้วนะ!? เป็นเมนส์ลดน้ำหนักยังไง

    ถึงช่วงที่เป็นเมนส์จะไม่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนักอย่างเอาจริงเอาจัง เช่น การออกกำลังกายอย่างหนักหรือควบคุมอาหาร แต่ถ้าไม่ขยับแข้งขยับขาตลอดเวลา 7 วัน หรือกินของหวานไม่ยั้ง ช่วงเวลาสั้นๆ หนึ่งอาทิตย์ก็นานพอจะทำให้อ้วนได้เหมือนกันนะเจ้าคะ!! ความจริงการลดน้ำหนักเป็นเป้าหมายตลอดชีวิตของผู้หญิงหลายคน ขอแค่ตั้งใจทำอย่างต่อเนื่องและลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี กินให้น้อยแต่ออกกำลังกายให้มาก ก็จะได้ผลเป็นที่น่าพอใจแน่นอน ถ้าจำกัดการบริโภคในช่วงที่เป็นเมนส์คู่ไปด้วยและเลือกกินอาหารมีประโยชน์ก็จะเห็นผลยิ่งขึ้นนะเจ้าคะ!! 🍶 ดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ น้ำอุณหภูมิ 20-37 องศาเซลเซียสจะกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น และยังช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายไม่ให้ลดต่ำมากเกินไปด้วย 🥗 กินแล้วสารอาหารต้องสมดุล ช่วง 7 วันที่เป็นเมนส์เป็นช่วงที่ร่างกายบอบบ้างบอบบาง อ่อนแอเหมือนจะเป็นลมได้ทุกวินาที อุณหภูมิร่างกายลดลงงงงง ระบบเผาผลาญภายในร่างกายทำงานได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่ไม่เหมาะจะอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เราควรกินอาหารตามปกติ และกินอาหารที่มีธาตุเหล็ก แคลเซียม และโปรตีนให้เยอะๆ!! เช่น ผักโขม ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาหิมะ เนื้อวัว น้ำเต้าหู้ รวมถึงควรกินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น น้ำขิง หรือกินอาหารบำรุงเลือด เช่น ซุปตับหมู หรือตามไปดูกันได้ที่ 9 อาหารควรกินก่อนมีประจำเดือน 🍵 ปรับฤทธิ์ของอาหาร ช่วงเป็นเมนส์นอกจากดื่มเครื่องดื่มเย็นจะไม่ดีแล้ว…