บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย

วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น)

สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน

เป็นประจำเดือนนานกี่วัน

อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ

ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน

ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ

ลักษณะประจำเดือน

ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ มีสีดำคือร่างกายผิดปกติ หรือมีลิ่มเลือด อาจจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูดที่หลุดออกมา ต้องหาหมอด่วนจี๋เลยยยยย

อาการตอนเป็นประจำเดือน

อาการตอนเป็นประจำเดือนนี้รวมถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนเป็นประจำเดือน เช่น นอนไม่หลับหรือปวดเมื่อยผิดปกติหรือเปล่า รวมถึงอาการปวดท้องประจำเดือน เจ็บเต้านม ปวดหัวเป็นสิว ท้องอืด หรือท้องเสียในช่วงที่เป็นประจำเดือนมั้ยด้วยนะ

อารมณ์ก่อนและตอนเป็นประจำเดือน

อารมณ์ต่างที่แสดงออกมาในช่วงเป็นประจำเดือนจะแสดงถึงระดับฮอร์โมนที่พุ่งขึ้นหรือลดลง เราจึงควรทำสมุดบันทึกอารมณ์ไว้ว่าในเดือนนี้ช่วงมีประจำเดือนเราอารมณ์เป้นยังไงนะ เช่น เบื่อหน่าย มีความสุข กระปรี้กระเปร่า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โกรธ ซึมเศร้า เป็นต้น

แค่ไม่กี่ข้อนี้ เราก็จะรู้แล้วว่าร่างกายเราผิดปกติไหม?? ถ้าป่วยขึ้นมา หมอถาม เราจะได้ตอบได้เลย ข้อมูลพวกนี้สามารถบอดได้ว่าเราเร่มมีอาการป่วยมานานแค่ไหนแล้ว เป็นประวัติของร่างกายเราเลยนั่นเอง เดี๋ยวนี้มีแอพที่ช่วยจดบันทึกข้อมูลพวกนี้แล้วหลายแอพ ที่แม่นางทานตะวันใช้อยู่ก็แอพ Flo เลย ใช้มานานถึง 8 ปีแล้ว มีประโชน์มาก แม่นางทานตะวันหวังว่าเพื่อนๆ จะลองเอาไปจดบันทึกดูนะ เพราะประจำเดือนสำคัญต่อสุขภาพผู้หญิงเรามากๆ ดูแลตัวเองกันด้วยนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • PMS อาการก่อนเป็นเมนส์ ไม่ควรกินอะไรบ้าง??

    เราพูดถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนไปแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากมีอาการก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ!! อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นอาหารที่ให้โทษกับร่างกายในช่วงที่เป็นเมนส์มากๆเลย อย่ารอช้าดีกว่า ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างงงงงงงง โดยปกติการกินเกลือหรืออาหารเค็มมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากินในช่วงที่เป็นเมนส์นะ การกินเกลือมากเกินไปจะทำให้มีน้ำคั่ง ทำให้มีอาการมึนหัวเวียนหัวบ้านหมุนแล้วก็ขาบวมได้ล่ะ แค่กๆๆ เจ็บคอจังเลย กินยาอมจากชะเอมเทศสักหน่อยซิ โนๆค่ะ ไม่ได้ๆ เพราะถ้ากินช่วงก่อนเป็นเมนส์ชะเอมเทศจะกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอัลโดสเทอโรน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเกลือโซเดียม และทำให้มีอาการบวมน้ำนะเจ้าคะ หนึ่งในเมนูที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรทานตอนเป็นเมนส์ แต่ช่วงก่อนเป็นประจำเดือนเองก็ไม่ควรกินอาหารและเครื่องดื่มเย็นๆมากเกินไปเหมือนกันนะเจ้าคะ เพราะมันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในท้อง และทำให้มีอาการปวดท้องเมนส์ตอนเมนส์มานั่นเอง ใครชอบดื่มกาแฟเห็นข้อนี้คงเบะปากมองบนกันเลยล่ะสิ ฮิๆ ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนออกมามากนัก แต่แพทย์และนักโภชนาการต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า คาเฟอีนที่เกินกว่า 100 มก. ต่อวันทำให้เกิดอาการวิตกกังวล เครียด และนอนไม่หลับได้ ปริมาณมากกว่านั้นอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วงนะ ไม่ดื่มกาแฟ เปลี่ยนไปดื่มชาดำแทนก็ได้ เสียใจด้วยเจ้าค่ะ แต่ต้องบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน เพราะในชาดำมีสารแทนนินที่คอยจับตัวกับแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้แร่ธาตุไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายนะเจ้าคะ ใครสายดื่มนี่ต้องงดดื่มซักหนึ่งอาทิตย์นะ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือด ลดระดับแมกนีเซียม ส่งผลต่อการทำงานของตับ และทำให้อาการ PMS แย่ลงได้ ไม่ร้องนะคะทุกคน งดดื่มแอลกอฮอล์แค่ไม่กี่วันเอง!! ถ้าเรากินผักที่มีออกซาเลตมากๆจะให้ออกซาเลตไปจับตัวกับแร่ธาตุอื่น มันจะกลายเป็นผลึกออกซาเลต ทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆไม่ได้…

  • ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ อันตรายไหม??

    ประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของผู้หญิงที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการตั้งครรภ์ โดยทั่วไป รอบเดือนแต่ละรอบของผู้หญิงจะห่างกันประมาณ 21-35 วัน หากประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ คือ ประจำเดือนมาน้อยกว่า 21 วัน หรือมีปริมาณเลือดประจำเดือนน้อยกว่า 30 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติอาจไม่อันตรายเสมอไป หากเกิดจากสาเหตุที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากเกิดจากสาเหตุที่อาจเป็นอันตราย เช่น โรคหรือภาวะอื่นๆ ข้างต้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ดังนั้น หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป วิธีดูแลตัวเองเมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ สามารถทำได้ดังนี้ เมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เมื่อไหร่ ควรพบแพทย์เมื่อพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น หากพบแพทย์แล้ว แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่างกาย ตรวจเลือด หรือตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนมาปกติ เป็นซีสต์มดลูกได้ไหม?

    สาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ บางคนมาเยอะ บางคนมาน้อย บางคนมาไม่ตรงรอบ เลยอาจจะกังวลว่าตัวเองเป็นโรคอะไรหรือเปล่า โดยเฉพาะโรคยอดฮิตอย่าง “ซีสต์มดลูก” วันนี้เรามีคำตอบมาไขข้อข้องใจให้สาวๆ ทุกคน! 😄 ประจำเดือนมาปกติ เป็นซีสต์มดลูกได้ไหม? คำตอบคือ ได้ ค่ะ! 😱 แม้ว่าซีสต์มดลูกมักจะส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น มาน้อย, มามาก, มาไม่ตรงรอบ แต่บางครั้งซีสต์มดลูกก็อาจจะไม่แสดงอาการอะไรเลย ประจำเดือนก็ยังคงมาปกติได้ 😳 แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นซีสต์มดลูก? แม้ว่าประจำเดือนจะมาปกติ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะวางใจได้ 100% เพราะซีสต์มดลูกอาจจะแอบซ่อนอยู่ก็ได้ 😰 ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ การตรวจภายในเป็นประจำ 👩‍⚕️ แพทย์จะสามารถตรวจสอบความผิดปกติของมดลูกและรังไข่ได้อย่างละเอียด ถ้าเป็นซีสต์มดลูก ต้องทำยังไง? ไม่ต้องตกใจไปค่ะ! 😄 ซีสต์มดลูกส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย และสามารถหายเองได้ แต่ในบางกรณี แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำการรักษา เช่น สรุป ประจำเดือนมาปกติ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เป็นซีสต์มดลูก การตรวจภายในเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ คือวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของตัวเอง 👍 อย่าลืม! หากมีอาการผิดปกติใดๆ เช่น ปวดท้องน้อย,…

  • 5 ข้อควรรู้สำหรับวัยรุ่นเริ่มมีประจำเดือน!!

    สาวๆวัยรุ่นทุกคนกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทำความรู้จักกับประจำเดือนของตนเอง การเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจสร้างความสับสนและความกังวลให้กับสาวๆในช่วงนี้ ด้วยเหตุนี้เอง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงเรื่องวัยรุ่นกับประจำเดือน เพื่อช่วยให้วัยรุ่นเข้าใจและรู้จักกับสภาวะนี้มากขึ้น *หมายเหตุ: การมีประจำเดือนเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพของผู้หญิงทุกคน หากมีปัญหาหรือคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเพื่อคำแนะนำในการดูแลตนเองในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นสาววัยรุ่นหรือผู้ปกครองที่มีลูกสาววัยรุ่น ควรเข้าใจเรื่องประจำเดือนอย่างละเอียด และมีชีวิตชีวาในวัยรุ่นด้วยกันนะเจ้าคะ! Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เคล็ดลับดื่มน้ำยังไงให้ผิวไม่โทรมช่วงเป็นเมนส์? 💦

    สาวๆ เคยรู้สึกไหมว่า ช่วงมีเมนส์ ผิวดูโทรม แห้ง หมอง ไม่สดใสเหมือนเดิม? 😩 บางครั้งหน้าแห้งเป็นขุย แต่ก็ยังมันเยิ้มในบางจุด แถมสิวยังขึ้นง่าย! 🛢️ รู้ไหมว่าแค่การดื่มน้ำให้ถูกวิธี ก็ช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้นได้! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาแชร์เคล็ดลับ ดื่มน้ำยังไงให้ผิวชุ่มชื้น ไม่โทรมระหว่างมีประจำเดือน พร้อมช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นด้วย! 💖✨ 🔍 ทำไมช่วงเป็นเมนส์ ผิวถึงโทรมง่าย? ช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายสูญเสียของเหลวและแร่ธาตุไปกับเลือด ทำให้เกิดปัญหาผิวเหล่านี้! 💦 ผิวแห้งง่าย → เพราะร่างกายขาดน้ำมากกว่าปกติ🛢️ หน้ามันเยิ้มแต่ผิวขาดน้ำ → ผิวพยายามผลิตน้ำมันมาทดแทนความชุ่มชื้น😵‍💫 บวมน้ำ ดูหน้าบวมตัวบวม → เพราะฮอร์โมนแปรปรวนทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ💥 สิวฮอร์โมนขึ้นง่าย → ร่างกายขับสารพิษออกไม่ดี ส่งผลให้ผิวอักเสบ 💡 ดังนั้น การดื่มน้ำให้ถูกต้อง จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการบวมน้ำ และทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้! ✅ วิธีดื่มน้ำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่โทรมระหว่างเมนส์! 1️⃣ เริ่มวันด้วยน้ำอุ่น 1 แก้ว ☕ 💖…

  • 7 ผลไม้ต้องห้ามช่วงมีประจำเดือน!!!

    ช่วงมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนคงอยากจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ~~~~~ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะไม่อยากให้เกิดอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง แต่รู้หรือไม่ว่ามีผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรกินในช่วงมีประจำเดือน!!!! เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนหรืออาการอื่นๆในช่วงมีประจำเดือนได้ 1. ทุเรียน ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามกินทุเรียนตอนมีประจำเดือน แต่สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าทุเรียนเป็นของแสลง กินตอนเป็นประจำเดือนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ทุเรียนยังมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยยยยยย 2. มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยอย่างมังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น โดยปกติจะช่วยคลายร้อนและช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่เพราะมังคุดมีฤทธิ์เย็นนี่เอง จึงอาจทำให้เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ และมังคุดก็ยังมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก 3. เงาะ เงาะเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กมาก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าในช่วงที่มีประจำเดือน ควรกินในช่วง’ก่อน’หรือ’หลัง’มีประจำเดือน แต่ไม่ควรกินช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และเงาะยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย 4. ลำไย สาวๆ คงเคยได้ยินมาบ้างว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้เป็นร้อนในได้ สาเหตุนั้นเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง และเพราะสาเหตุนี้เช่นกันจึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติได้ นอกจากนี้ลำไยเองก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดประจำเดือนได้ 5. ขนุน จะเห็นจากข้ออื่นๆ ว่าในช่วงที่ประจำเดือนไม่ควรกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียนและลำไย ขนุนเองก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์ร้อน อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากๆ 6. แก้วมังกร แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่สาวๆ…