เมนส์ไม่ปกติเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน?

สะโพกผาย ก้นใหญ่ ทำให้คลอดลูกง่ายเพราะกระดูกเชิงกรานแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานคลายตัวแล้วเกี่ยวอะไรกับเมนส์มาไม่ตรงเวลา??

โดยปกติผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานที่ตื้นและกว้างรูปร่างเหมือนอ่างล้างมือ เป็นส่วนของกระดูกที่โอบอุ้มมดลูก รังไข่ ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอวัยวะภายในเอาไว้ และยังคอยปกป้องหน้าท้องส่วนล่างได้เป็นอย่างดี

ถ้ากระดูกอุ้งเชิงกรานมีลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวปกติแล้วล่ะก็ ส่วนก้นก็จะเล็กและแน่น แต่ถ้ากระดูกเชิงกรานขยายกว้างออก ก้นก็จะบาน และขยายออกเหมือนกัน ถ้ามองด้วยตาก็จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน

คนที่กระดูกเชิงกรานคลายตัว อวัยวะภายในเลื่อนลงมาด้านล่าง จะมีแรงกดดันอย่างมาก ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หนึ่งเดือนมา 2-3 ครั้ง หรือ 1 ปีมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น มีผู้หญิงหลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาพวกนี้อยู่แหละเจ้าค่ะ

เพราะว่ากระเพาะปัสสาวะและลำไส้ถูกแรงกดดัน อาการท้องผูกและโรคริดสีดวงก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

ทั้งๆที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดลูก ในช่วงที่ยังสาวอยู่กลับมีความกลุ้มใจเรื่องการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นซะงั้น

ส่วนเรื่องที่พูดกันว่าสะโพกผายเป็นลักษณะของคนที่จะคลอดลูกได้ปลอดภัยเป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนนู้น เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำนา เป็นเกษตรกรนั้น ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทั้งวัน ทำให้เอ็นมีความแข็งแรงมาก

ดังนั้นเวลาคลอดลูกก็จะง่ายและกระดูกเชิงกรานก็ไม่คลายตัวอีกด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขว่าการจะคลอดลูกอย่างปลอดภัย ต้องมีสะโพกผายนั่นเอง

แม้สมัยนี้ เส้นเอ็นคลายตัวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กระดูกเชิงกรานก็หลวม พอถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงที่มดลูกและทารกในครรภ์จะเคลื่อนลงมาอยู่ข้างล่างในระยะใกล้คลอดก็เกิดขึ้นได้สูงมาก จนอาจเป็นปัญหาในตอนคลอดได้

กระดูกเชิงกรานเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ อย่าคิดว่ามันเป็นกระดูกธรรมดาๆที่เอาไว้ประดับเฉยๆนะ สาวๆสมัยก่อนทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน ทำความสะอาด ถูพื้นโดยใช้ผ้าขี้ริ้ว ทำไร่ทำนา เส้นเอ็นก็จะแข็งแรงมาก กระดูกเชิงกรานก็จะไม่คลายตัวง่ายๆ

แต่สาวๆในปัจจุบันไม่ค่อยขยับร่างกาย ตอนเด็กๆก็ไม่ค่อยออกไปวื่งเล่นข้างนอก หรือเวลาทำความสะอาด จะไม่ถูพื้นด้วยผ้าขี้ริ้ว แต่จะใช้ไม้ถูพื้น กิจกรรมที่ใช้กำลังนั้นก็ไม่ค่อยทำกัน

ถ้าเส้นเอ็นคลายตัวร่างกายท่อนล่างก็จะขยายออกกว้างตามไปด้วย เนื่องจากกระเพาะอาหาร ลำไส้ และมดลูกค่อยๆ เคลื่อนลงด้านล่างเลยทำให้กระดูกเชิงกรานค่อยๆ ขยายออกไปอีก ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรืออาจปวดท้องประจำเดือนขึ้นมาด้วยได้นั่นเอง

แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะดูแลกระดูกเชิงกรานกันดีๆ หมั่นทำกายบริหารเพื่อทำให้กระดูกเชิงกรานไม่คลายตัว ประจำเดือนจะได้ไม่ขาดหายไปหรือต้องทรมาณกับอาการปวดท้องประจำเดือนนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ประจำเดือนไม่ปกติแก้ยังไงไม่มีผลข้างเคียง!!

    ออกนอกเรื่องปวดท้องประจำเดือนกันบ้างดีกว่า วันนี้แม่นางทานตะวันจะพาทุกคนไปดูอาการอื่นที่เกี่ยวกับประจำเดือนบ้าง อาการนั้นก็คือ แทนแท้นแท่น~~ อาการประจำเดือนมาไม่ปกติหรือเมนส์มาไม่ปกตินั่นเอง โดยปกติเมนส์เราจะมาทุกๆ 28 วันในทุกๆเดือน อาจจะมีบ้างที่รอบเดือนไม่มาตาม อาจมาก่อนหรือหลังกำหนดมากกว่า 1 สัปดาห์ หรือถ้าผิดปกติมากอาจมา 2 ครั้งต่อเดือน อาการประจำเดือนไม่ปกติคือมีรอบเดือนมากขึ้นหรือน้อยลงผิดปกติ ถ้าใครมีปัญหาพวกนี้ล่ะก็วันนี้แม่นางทานตะวันมีทางแก้มานำเสนออออ วิธีนั้นก็คือวิธีรักษาด้วยสมุนไพรอย่าง โกฐขี้แมว(เส็กตี่) นั่นเอง ไปลองดูวิธีทำกันเลย 1.นำรากโกฐขึ้แมว 100 กรัม มาต้มจนน้ำงวดลงครึ่งหนึ่ง 2.กรองกากทิ้งแล้วนำน้ำยามาแบ่งดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หากมีอาการรอบเดือนมามากครั้งและวิงเวียนบ้านหมุนด้วยล่ะก็ให้นำโกฐเชียง(ตังกุย)และรากโบตั๋นอย่างละ 20 กรัม กับน้ำ 1 ลิตร ต้มจนน้ำงวดเหลือครึ่งหนึ่ง แบ่งดื่มวันละ 3 ครั้ง ง่ายๆแค่นี้เอง ใครกลัวผลข้างเคียงจากยา สามารถลองหาซื้อสมุนไพรที่ร้านขายสมุนไพรหรือลองสั่งจากร้านออนไลน์ไปลองดูก่อนก็ได้ ใช้เวลาไม่นานเดี๋ยวเมนส์ก็จะกลับมาเป็นปกติ ไม่ต้องมานั่งเครียดทำให้จิตใจย่ำแย่ว่าทำไมเดือนนี้เมนส์มาบ่อยจังเมนส์มาถี่จังอีกแล้ว เพราะจิตใจอ่อนแอจะทำให้ปวดท้องเมนส์เอานะ แม่นางทานตะวันหวังว่าวิธีนี้จะช่วยให้เพื่อนๆเมนส์มาปกติกันนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • คุมกำเนิดยังไงช่วยควบคุมประจำเดือนมาไม่ปกติ

    เมื่อพูดถึงการจัดการรอบประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ตัวเลือกการคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์มากสำหรับสาวๆหลายคน มีหลายวิธีที่สามารถควบคุมประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอมากขึ้น วิธีการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด แผ่นแปะ วงแหวนคุมกำเนิด และห่วงอนามัย (IUD) ตัวคุมกำเนิดเหล่านี้สามารถช่วยควบคุมวงจรชีวิตของเราโดยการปรับสมดุลระดับฮอร์โมนในร่างกาย วิป้องกันการตกไข่และควบคุมการหลั่งของเยื่อบุมดลูก ตัวเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมน เช่น ห่วงอนามัยก็มีประสิทธิภาพในการจัดการรอบเดือนที่ไม่ปกติได้เช่นกัน อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยสำหรับตัวอสุจิ ป้องกันการปฏิสนธิ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อหารือเกี่ยวกับทางเลือกที่อาจเหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการและประวัติทางการแพทย์ของสาวๆ แต่ละคน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ตัวเลือกการคุมกำเนิดสำหรับจัดการรอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ได้แก่ 1. ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนมีทั้งแบบเม็ด ฉีด และฝัง โดยยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คงที่ จึงช่วยให้รอบประจำเดือนมาปกติมากขึ้น นอกจากนี้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงอีกด้วย 2. ห่วงอนามัย ห่วงอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ฝังเข้าไปในมดลูก โดยห่วงอนามัยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยการขัดขวางไม่ให้สเปิร์มเข้าไปผสมกับไข่ได้ ห่วงอนามัยมีทั้งแบบที่มีฮอร์โมนและแบบไม่มีฮอร์โมน โดยห่วงอนามัยแบบมีฮอร์โมนจะช่วยลดอาการปวดท้องน้อยและตกขาวผิดปกติได้ดีกว่าห่วงอนามัยแบบไม่มีฮอร์โมน 3. ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยยาฉีดคุมกำเนิดจะต้องฉีดทุก 3 เดือน 4. แผ่นแปะคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง โดยแผ่นแปะคุมกำเนิดจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์ 5. วงแหวนคุมกำเนิด วงแหวนคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว…

  • PMS อาการก่อนเป็นเมนส์ ไม่ควรกินอะไรบ้าง??

    เราพูดถึงอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนไปแล้ว วันนี้แม่นางทานตะวันจะพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากมีอาการก่อนมีประจำเดือนกันเจ้าค่ะ!! อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นอาหารที่ให้โทษกับร่างกายในช่วงที่เป็นเมนส์มากๆเลย อย่ารอช้าดีกว่า ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างงงงงงงง โดยปกติการกินเกลือหรืออาหารเค็มมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งถ้ากินในช่วงที่เป็นเมนส์นะ การกินเกลือมากเกินไปจะทำให้มีน้ำคั่ง ทำให้มีอาการมึนหัวเวียนหัวบ้านหมุนแล้วก็ขาบวมได้ล่ะ แค่กๆๆ เจ็บคอจังเลย กินยาอมจากชะเอมเทศสักหน่อยซิ โนๆค่ะ ไม่ได้ๆ เพราะถ้ากินช่วงก่อนเป็นเมนส์ชะเอมเทศจะกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอัลโดสเทอโรน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเกลือโซเดียม และทำให้มีอาการบวมน้ำนะเจ้าคะ หนึ่งในเมนูที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรทานตอนเป็นเมนส์ แต่ช่วงก่อนเป็นประจำเดือนเองก็ไม่ควรกินอาหารและเครื่องดื่มเย็นๆมากเกินไปเหมือนกันนะเจ้าคะ เพราะมันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในท้อง และทำให้มีอาการปวดท้องเมนส์ตอนเมนส์มานั่นเอง ใครชอบดื่มกาแฟเห็นข้อนี้คงเบะปากมองบนกันเลยล่ะสิ ฮิๆ ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนออกมามากนัก แต่แพทย์และนักโภชนาการต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า คาเฟอีนที่เกินกว่า 100 มก. ต่อวันทำให้เกิดอาการวิตกกังวล เครียด และนอนไม่หลับได้ ปริมาณมากกว่านั้นอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วงนะ ไม่ดื่มกาแฟ เปลี่ยนไปดื่มชาดำแทนก็ได้ เสียใจด้วยเจ้าค่ะ แต่ต้องบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน เพราะในชาดำมีสารแทนนินที่คอยจับตัวกับแร่ธาตุที่สำคัญ ทำให้แร่ธาตุไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายนะเจ้าคะ ใครสายดื่มนี่ต้องงดดื่มซักหนึ่งอาทิตย์นะ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือด ลดระดับแมกนีเซียม ส่งผลต่อการทำงานของตับ และทำให้อาการ PMS แย่ลงได้ ไม่ร้องนะคะทุกคน งดดื่มแอลกอฮอล์แค่ไม่กี่วันเอง!! ถ้าเรากินผักที่มีออกซาเลตมากๆจะให้ออกซาเลตไปจับตัวกับแร่ธาตุอื่น มันจะกลายเป็นผลึกออกซาเลต ทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆไม่ได้…

  • 5 ถั่วสุดฮิต ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน!

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหา ปวดประจำเดือน เล่นงานหนักหน่วง! ทรมานจนแทบไม่อยากลุกไปไหน 😭 บอกเลยว่าปัญหานี้แก้ได้! แค่หันมาดึงพลังจากธรรมชาติอย่าง “ถั่ว” ตัวช่วยเด็ด แก้อาการปวดประจำเดือนได้อยู่หมัด! 💪 อ๊ะๆ 🤫 แต่ไม่ใช่ถั่วทุกชนิดนะจ๊ะ 🥜 บอกเลยว่ามี 5 ถั่วสุดฮิต ที่จะช่วยให้สาวๆ ฟินเฟ่อร์ ลืมอาการปวดประจำเดือนไปได้เลย! ✨ 1. ถั่วเหลือง 👑 ราชินีแห่งถั่ว ช่วยปรับฮอร์โมน แก้ปวด 💃 ถั่วเหลือง ตัวแม่แห่งการปรับฮอร์โมนเพศหญิง แก้ปวดประจำเดือนตัวจริง! มีงานวิจัยยืนยันว่า ถั่วเหลืองอุดมไปด้วย “ไอโซฟลาโวน” ✨ สารพัดประโยชน์ ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ปรับอารมณ์ให้สดใส 💃 ใครปวดประจำเดือนบ่อยๆ จัดเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ หรือเมนูถั่วเหลืองอื่นๆ บำรุงร่างกายกันได้เลย! 😋 2. ถั่วดำ แก้อักเสบ ปวดท้อง ผ่อนคลาย 🌟 ถั่วดำ ไม่ใช่แค่ดีต่อไต…

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนเสี่ยงมีลูกยาก?

    สาวๆ คนไหนปวดประจำเดือนหนักจนรู้สึกเหมือนมีใครมาต่อยท้องทุกเดือนบ้าง? 🥊😖 ถ้าคุณต้องทนกับอาการปวดแบบทรมานทุกเดือน ต้องระวังให้ดี! เพราะบางครั้ง “ปวดประจำเดือน” อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่มันอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ ส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตด้วย! 😱 แล้วแบบไหนที่เสี่ยง? แค่ปวดมากหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยถึงต้องกังวล? วันนี้เราจะพามาเช็กกันให้ชัวร์! 🩸✅ 😣 ปวดประจำเดือนปกติ vs. ปวดประจำเดือนที่เสี่ยงมีลูกยาก ก่อนอื่นมาดูกันว่า “ปวดปกติ” กับ “ปวดแบบผิดปกติ” ต่างกันยังไง! ✅ ปวดประจำเดือนแบบปกติ🔹 ปวดตึงๆ หน่วงๆ ในวันแรก-สองของรอบเดือน🔹 ปวดแบบพอทนได้ กินยาแก้ปวดหรือพักแล้วดีขึ้น🔹 ไม่มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย 🚨 ปวดประจำเดือนที่เสี่ยงมีลูกยาก❌ ปวดหนักขึ้นทุกปี หรือปวดจนลุกไม่ไหว❌ ปวดร้าวไปถึงหลังหรือขา❌ ปวดแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน❌ ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ 😵‍💫❌ ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีก้อนเลือดเยอะ❌ มีเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกช่วงประจำเดือน ถ้าคุณมีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อรวมกัน ระวังให้ดี! เพราะอาจเป็นสัญญาณของ โรคที่เกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ ซึ่งอาจทำให้มีลูกยากได้ 😰 💥 4 โรคที่ทำให้ปวดประจำเดือนและเสี่ยงมีบุตรยาก! 1️⃣…

  • รู้ไหม? เป็นประจำเดือนอาจมีอาการพวกนี้ด้วย

    นอกจากปัญหาปวดท้องประจำเดือนที่ชอบมารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ร่างกายเรายังมีปัญหาร่วมอื่นๆ ที่จะมาช่วงเป็นประจำเดือนด้วย โดยปัญหาพวกนี้จะแบ่งตามระบบร่างกายของเรา เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธ์ุและปัญหาทางด้านจิตใจ ไปดูกันเถอะว่าปัญหาที่ระบบร่างกายเหล่านี้มีอะไรบ้างงงงงงงง ปัญหาที่เกิดที่ระบบทางเดินอาหารมีหลายอาการ ได้แก่ ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหารหรือมีความอยากอาหารมากขึ้น อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นช่วงก่อนและตอนเป็นประจำเดือน เกิดจากกลไกของสารพลอสตาแกลนดินที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อในกระเพาะอาหาร ลำไส้ เกิดการหดตัว ปัญหาที่เกิดที่ระบบทางเดินปัสสาวะมีอยู่ 2 อาการ ได้แก่ ปัสสาวะน้อย และปัสสาวะบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะมีอาการช่วงที่เป็นประจำเดือน ปัญหาที่เกิดที่ระบบผิงหนังจะเห็นชัดเจนกว่าที่ระบบอื่นๆ ของร่างกาย ได้แก่ สิว เหงื่อออกมาก มือหรือแขนขาบวม ส่วนใหญ่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน เป็นระบบที่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือนมากที่สุด ปัญหาที่เกิดที่ระบบประสาทมีอาการ ดังต่อไปนี้ อ่อนเพลีย ใจสั่นมือสั่นและปวดหัววิงเวียน ส่วนใหญ่จะมีอาการในช่วงที่เป็นประจำเดือน เกิดจากกลไกของสารพลอสตาแกลนดินที่ทำให้หลอดเลือดทั่วไปเกิดการหดรัดตัวเช่นเดียวกันกับระบบทางเดินอาหาร ปัญหาที่เกิดที่ระบบสืบพันธ์ุแบ่งได้ 2 ช่วง คือช่วงก่อนมีประจำเดือนจะมีอาการเจ็บคัดเต้านมและตกขาวมาก ส่วนช่วงมีประจำเดือนจะมีอาการคันช่องคลอดและปวดท้องน้อย อย่างที่เคยพูดไปแล้วว่าคนที่เป็นประจำเดือนจะมีอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษ ทำให้มีปัญหาทางด้านจิตใจง่ายขึ้น เนื่องจากฮอน์โมนเอสโตเจนช่วงหลังตกไข่สูงกว่าปกติจึงส่งผลต่ออารมณ์ เช่น หงุดหงิด เครียด วิตกกังวล…