เหวี่ยงวีนก่อนเป็นเมนส์ รู้ไหมเป็นอะไร??

อยากเหวี่ยง อยากวีน เหมือนอารมณ์เสียทั้งวัน โอ้ยนี่ฉันเป็นอะไรเนี่ย

ช่วง 2-10 วันก่อนมีประจำเดือน ผู้หญิงหลายล้านคนจะมีอาการที่ก่อให้เกิดความไม่สบายกายและความไม่สบายอารมณ์ มีอาการเริ่มต้นหลากหลายอาการ เรียกอาการเหล่านี้รวมกันว่าอาการก่อนมีประจำเดือนหรือ PMS (Premenstrual syndrome) อาการเหล่านั้นมีอะไรบ้างไปดูกันดีกว่าว่าเราเข้าข่ายเป็น PMS มั้ยนะ??

  1. ท้องอืดบวม
ท้องอืด

2. ซึมเศร้า ไม่สดใส

ซึมเศร้า

3. นอนไม่หลับ

นอนไม่หลับ

4. ปวดเมื่อยไปทั้งตัว

ปวดเมื่อย

5. หงุดหงิดง่าย

หงุดหงิด

6. ก้าวร้าวกับคนรอบข้าง

ก้าวร้าว

7. ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ

ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ

8. รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง

รู้สึกท้อแท้

8 อาการเหล่านี้หากเกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนจะเรียกว่าอาการก่อนมีประจำเดือนหรือ PMS เป็นอาการเนื่องจากฮอร์โมนแปรปรวนในช่วงที่มีประจำเดือน หากใครที่มีอาการเหล่านี้ไม่ต้องกังวลมากนะเพราะอาการเหล่านี้จะหายไปเองในไม่กี่วันหลังจากมีประจำเดือนนั่นแหละ

ถ้าใครไม่อยากเป็น PMS ก็ตามไปอ่านกันว่า PMS อาการก่อนเป็นเมนส์ไม่ควรกินอะไรบ้าง?? แค่นี้ก็หลีกเลี่ยงอาการ PMS ได้แล้วเจ้าค่ะ แม่นางทานตะวันขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้นๆไปอีกนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ปวดประจำเดือนแบบไหนควรไปหาหมอ!!

    ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ แต่บางครั้งอาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อาจทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าปวดประจำเดือนแบบนี้เราควรไปหาหมอมั้ย ต่อไปนี้คืออาการปวดประจำเดือนบางข้อ ถ้าสาวๆ มีอาการแบบนี้ควรรีบไปหาหมอกันนะเจ้าคะ * ปวดประจำเดือนมากจนไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่มีขายในร้ายขายยา * ปวดประจำเดือนจนรบกวนการทำกิจกรรมประจำวัน เช่น การไปทำงานหรือไปโรงเรียน * ปวดประจำเดือนมากจนทำให้ต้องลุกจากเตียงในเวลากลางคืน * ปวดประจำเดือนและมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย * ปวดประจำเดือนจนมีไข้ * ปวดประจำเดือนที่ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกมากผิดปกติหรือมีลิ่มเลือด * ปวดประจำเดือนที่ไม่ดีขึ้นหลังจากรับประทานยาคุมกำเนิดหรือยาอื่นๆ ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนใดๆ เหล่านี้ ควรรีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะ หมออาจทำการตรวจร่างกายและการตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน แพทย์อาจสั่งให้คุณทำการตรวจอัลตราซาวนด์หรือการตรวจอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยภาวะที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของคุณ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ การรักษาอาการปวดประจำเดือนขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราคือภาวะทางการแพทย์ เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือซีสต์ในรังไข่ หมออาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาเพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว หากสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนของเราไม่ทราบแน่ชัด หมออาจแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงหรือยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ถ้าสาวๆ กำลังประสบกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเรา รีบไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมกันนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด…

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวมัน’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ผิวมันก่อนมีประจำเดือน สิวบุก หน้าเยิ้ม ทำไงดี? สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้ใครกำลังประสบปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนบ้างงงงงงง? แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง เพราะช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายของเราจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของเราผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ จนทำให้ผิวมันเยิ้ม สิวบุกได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่นางทานตะวันเลยมีเคล็ดวิชารับมือกับปัญหาผิวมันก่อนมีประจำเดือนมาฝากสาวๆ กันเจ้าค่ะ 1. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนก็คือการล้างหน้าให้สะอาดเจ้าค่ะ สาวๆ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินออกจากผิวหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปนะเจ้าคะ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและผลิตน้ำมันออกมาเยอะขึ้น 2. ใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าแล้ว สาวๆ ควรใช้โทนเนอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนค่ะ โดยเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไป 3. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ แม้ว่าผิวของเราจะมัน แต่ก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่นะเจ้าคะ สาวๆ ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มมมมมมมม 4. มาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวมันก่อนมีประจำเดือนได้ดีมากเจ้าค่ะ สาวๆ ควรเลือกใช้มาส์กหน้าที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว โดยมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้วน้าาาาา 5. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี้ดี สาวๆ…

  • ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน??

    ถ้าเราศึกษาแค่พื้นๆ เราจะรู้กันว่าอาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก แต่ๆๆ การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเนี่ย เกิดขึ้นได้จากมีหลายสาเหตุมากๆ ไปดูกันเถอะว่าเพราะอะไรมดลูกของเราถึงบีบรัดตัวจนทำเราปวดท้องประจำเดือนกันน้าาาาาาา สารพรอสตาแกลนดิน เมื่อมีการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในตอนที่เป็นประจำเดือน สารพรอสตาแกลนดินจะถูกดูดซึมเข้าสู่มดลูก หลอดเลือดของมดลูกจะหดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเกิดภาวะขาดเลือดมาเลี้ยง ในตอนนั้นสารพรอสตาแกลนดินก็จะกระตุ้นปลายประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฮอร์โมนวาโสเพรสซิน จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีระดับฮอร์โมนวาโสเพรสซินมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนถึงสองเท่า ในช่วงที่เป็นประจำเดือนต่อมไฮโปธาลามัสจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนวาโสเพรสซิน ที่มีผลทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว นำไปสู่สภาวะมดลูกขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเช่นเดียวกับสารพรอสตาแกลนดิน โดยเฉพาะในช่วงหลังตกไข่ ความผิดปกติทางด้านจิตใจ อาการผิดปกติทางด้านจิตใจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน เช่น อารมณ์โกรธง่ายและความเครียดมีผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน จากการวิจัยพบว่าความแตกแยกของครอบครัวมีความสัมพันธ์ต่อความเครียดโดยเฉพาะความวิตกกังวล ความซึมเศร้าและอาการปวดประจำเดือน ค้นพบว่าผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนจะมีการรับรู้ความเจ็บปวดและความวิตกกังวลมากกว่าคนที่ไม่ปวดท้องประจำเดือน เพราะการรับรู้ความเจ็บปวดมีผลต่อความเจ็บปวดมากกว่า ปัจจัยด้านความเชื่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในบางพื้นที่มีความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ไม่ดีต่อผู้ที่เป็นประจำเดือน เช่น ประจำเดือนเป็นของสกปรก เป็นโรคร้ายแรง ต้องแยกตัวผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนออกจากคนอื่นๆ การปฏิบัติตัวเช่นนี้ส่งผลต่ออารมณ์จิตใจของผู้หญิงให้รู้สึกวิตกกังวลและความเครียด ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ลักษณะเฉพาะของผู้หญิง ลีกษณะเฉพาะบางอย่างของผู้หญิงก็ส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือน  เช่น น้ำหนักเกิน ผอมเกินไป สูงผิดปกติ เต้านมเล็ก นิสัยทำงานจู้จี้จุกจิก เลือกกิน อารามณ์หวั่นไหวง่าย ปากมดลูกมีแผลแต่กำเนิด ช่องทางผ่านของประจำเดือนผิดปกติ เช่น ปากมดลูกตีบตันจากการผ่าตัดและการจี้ด้วยไฟฟ้า ทำให้เลือดประจำเดือนคั่งอยู๋ในโพรงมดลูกนานขึ้น ทำให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้นเลยปวดท้องประจำเดือน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน นอกจากนี่ยังมีสาเหตุที่อื่นๆที่ทำให้ปวดท้ัองประจำเดือน เช่น ความหนาวเย็นหรือเลือดคั่งในมดลูก…

  • ทำไมตัวบวมก่อนเป็นเมนส์?? ใครเป็นบ้าง

    วันปกติๆไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมพอเมนส์จะมาถึงบวมอย่างนี้ล่ะ?? สาวๆบางคนมีปัญหาเรื่องอาการหน้าบวมตัวบวมขาบวมท่อนล่างบวมก่อนมีประจำเดือน หรืออาจจะน้ำหนักขึ้นมาซักสองสามกิโลช่วงไม่กี่วันก่อนจะเป็นเมนส์ อาการเหล่านี้เรียกว่าอาการบวมน้ำ แพทย์แผนตะวันตกเชื่อว่า อาการบวมน้ำก่อนที่จะเป็นเมนส์อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จนเป็นสาเหตุให้มีน้ำสะสมอยู่ในร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า เกิดจากการขาดวิตามินบีหรือแมกนีเซียม ส่วนแพทย์แผนจีนเชื่อว่า ปราณในตับและม้ามจะไหลเวียนได้ดีในช่วงก่อนมีประจำเดือน ม้ามควบคุมการเผาผลาญน้ำ หากการไหลเวียนในเส้นลมปราณม้ามติดขัดจะทำให้การเผาผลาญน้ำแย่ลง ภายใต้หลักการ “อวัยวะภายในทั้งห้าสัมพันธ์และพึ่งพากัน” ดังนั้นหากการไหลเวียนในเส้นลงปราณตับไม่สะดวก ก็จะทำให้การไหลเวียนในเส้นลมปราณม้ามที่แย่อยู่แล้วแย่ยิ่งกว่าเดิม แพทย์จะให้ยาช่วยให้ประจำเดือนราบรื่นและขับน้ำ เพื่อลดอาการบวมน้ำ อาการบวมน้ำช่วงที่เป็นเมนส์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรืออาจเกิดจากเส้นลมปราณม้ามติดขัดทำให้การไหลเวียนน้ำภายในร่างกายไม่ดีเท่าเวลาปกติ ถ้าใครมีอาการบวมน้ำให้ทำตามนี้เลย>>>5 วิธีแสนง่าย ลดบวมน้ำก่อนเป็นเมนส์ แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกคนจะหายจากอาการบวมน้ำกันเร็วๆนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • อาหารอร่อย แต่ทำปวดประจำเดือนแบบไม่ทันตั้งตัว? มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง!

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหานี้กันมาบ้าง ใกล้ช่วงวันนั้นของเดือนทีไร ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย แถมยังมีอาการอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ! รู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิด อาจเป็นตัวการซ่อนเร้นที่ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอยู่ 😱 วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเผย 5 อาหารยอดฮิต ที่อาจทำให้อาการปวดประจำเดือนกำเริบ! มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง และเราควรเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนการทานอย่างไร 1. อาหารรสจัดจัดจ้าน 🌶️ อาหารรสจัดจ้าน เครื่องเทศจัดเต็ม แม้จะถูกปากคนไทย แต่กลับส่งผลต่อระบบฮอร์โมน กระตุ้นอาการปวดท้อง ปวดประจำเดือน แถมยังเสี่ยงต่ออาการท้องเสียอีกด้วย ช่วงใกล้มีประจำเดือน ลองลดระดับความเผ็ดลงหน่อย หันมากินอาหารรสชาติกลางๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง ไม่ให้ทรมานมากเกินไปปป 2. ของหวานจัด น้ำตาลสูง 🍰 ของหวานสุดโปรด 🧁 ขนมเค้ก 🍰 น้ำอัดลม 🍹 อาจเป็นตัวการร้ายทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร่างกายบวมน้ำ อีกทั้งยังไปกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนให้รุนแรงขึ้น ช่วงนี้ลองงดของหวานจัดๆ หันมากินผลไม้รสไม่หวานจัด หรือดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะช่วยให้อาการปวดท้องทุเลาลง และยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย 3. อาหารทอด น้ำมันเยิ้ม…

  • ออกกำลังประจำ ปวดท้องเมนส์น้อยกว่าจริงไหม??

    ผู้หญิงที่ออกกำลังกายบ่อยๆ ปวดประจำเดือน‘น้อยกว่า’คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จริงหรือ???? ในหลายๆ หัวข้อ แม่นางทานตะวันได้เขียนเอาไว้ว่าถ้าอยากหายปวดประจำเดือนต้องออกกำลังกาย ออกกำลังกายแล้วก็ออกกำลังกาย แล้วไอการออกกำลังกายนี่มันช่วยให้ปวดประจำเดือนน้อยลงด้วยเหรอ? มันช่วยยังไง?? วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยกัน!!! ออกกำลังกายช่วยลดปวดประจำเดือนจริงหรือ? จากประสบการณ์ตรงของเพื่อนคนหนึ่ง เธอเล่าว่า ปกติเธอเป็นคนปวดประจำเดือนมาก ปวดจนต้องนอนซมเป็นวันๆ แต่พอเริ่มออกกำลังกายเป็นประจำ อาการปวดประจำเดือนของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติในช่วงมีประจำเดือนแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ โดยการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย การศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มักมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำลงในช่วงก่อนประจำเดือน ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดอาการบวมน้ำและปวดกล้ามเนื้อที่มักพบในช่วงมีประจำเดือน ออกกำลังกายแบบไหนดี? ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ โดยควรเลือกออกกำลังกายที่หลากหลาย เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นรำ เป็นต้น ผู้หญิงที่ออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป และควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายหากมีโรคประจำตัว ถ้าปวดประจำเดือนมากทำยังไงดี? นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ผู้หญิงที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง อาจต้องรับประทานยาหรือใช้วิธีอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น การประคบร้อน การนวด หรือการใช้ยาคุมกำเนิด…