น้ำมันหอมระเหยกลิ่นไหนลดอาการตอนเป็นเมนส์??

น้ำมันห้อมหอม น้ำมันหอมระเหยมีกลิ่นหอม ปกติใช้สร้างกลิ่นหอมภายในห้องต่างๆ แต่รู้ไหมว่าน้ำมันหอมระเหยยังมีประโยชน์อื่นนอกจากให้กลิ่นหอมด้วยนะ ก่อนอื่นเราไปรู้จักกับน้ำมันหอมระเหยบำบัดหรือคันธบำบัดกันก่อนนะเจ้าคะ

ในทางการแพทย์มีสิ่งที่เรียกว่า คันธบำบัด ที่เป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชและสารสกัดจากสัตว์บางชนิด เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายใจให้สมบูรณ์ เป็นการดูแลแบบองค์รวมทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย ความพึงใจ และการบำบัดเข้าด้วยกัน มีการปฏิบัติกันมาหลายร้อยปีทั่วโลก เพื่อใช้ในการรักษาภาวะต่างๆ ตั้งแต่การบาดเจ็บเล็กน้อยไปจนถึงโรคเจ็บป่วยร้ายแรง

ถึงแม้นักคันธบำบัดจะใช้น้ำมันจากพืชหลายส่วนด้วยกัน ทั้งใบ กลีบดอก เปลือก และราก แต่ในการรักษาจะใช้ส่วนที่มีความเข้มข้นสูงสุดที่ได้จากจะพืชแต่ละส่วนเท่านั้น เรียกได้ว่าแรร์ไอเทมสุดๆเลยล่ะ!!

น้ำมันพวกนี้มีทั้งวิตามินและเอนไซม์สำคัญ และเพราะว่ามันมีความเข้มข้นสูง ใช้ปริมาณแค่นิดเดียวก็พอแล้ว และมันจะให้ผลดีที่สุดตอนที่นำไปเจือจาง อาจนำไปเจือจางในเครื่องกรองอากาศ ในอ่างอาบน้ำ ใช้สูดดมจากขวด หรือผสมกับน้ำมันอื่นแล้วทาบนผิวโดยตรงได้เลย

ยกตัวอย่างประโยชน์ที่อาจมีต่อสุขภาพของสาวๆอย่างเรา เช่น ช่วยรักษาสิว ชะลอความแก่ เพิ่มสมาธิ บรรเทาความกังวล กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ไล่แมลง เพิ่มความแข็งแรงทนทาน กระตุ้นการถ่ายเทน้ำเหลืองเพื่อช่วยลดเซลลูไลต์ บรรเทาอาการปวดข้อ ลดการปวดศีรษะไมเกรน ดึงของเสียออกจากผิว บรรเทาอาการบวมน้ำ ช่วยลดอาการวัยทอง ช่วยรักษาการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียและบำรุงสุขภาพผม ผิว และเล็บด้วยน้า~~~~~~~~

ไปดูกันดีกว่าว่าน้ำมันหอมระเหยตัวไหนควรใช้ตอนเป็นเมนส์บ้าง

คาโมมายล์

น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์มีกลิ่นหอมหวานเบาๆ ช่วยผ่อนคลายความเครียดหรืออาการทางจิตใจ ลดอาการปวดหัวหรือไมเกรน และยังช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์อีกด้วย

จูนิเปอร์

น้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์เบอร์รี่มีกลิ่นหอมหวาน สะอาดแบบเปลือกไม้สนผสมกับกลิ่นเครื่องเทศ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ขจัดความกังวลช่วงมีอาการก่อนเป็นเมนส์ และช่วยในการขับปัสสาวะและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

เจอราเนียม

น้ำมันหอมระเหยเจอราเนียมมีกลิ่มหอมสดชื่นของดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์คล้ายกับกลิ่นของดอกกุหลาบ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและปรับสมดุลฮอร์โมนในเพศหญิง

ลาเวนเดอร์

น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์มีกลิ่นที่โดดเด่น หอมสดชื่น เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน ช่วยลดความตึงเครียดทางจิตใจ ทำให้จิตใจสงบ บรรเทาปวดหัวไมเกรน ลดอาการซึมเศร้าก่อนเป็นเมนส์(PMS) ช่วยในการหมุนเวียนของเลือด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตอนเป็นเมนส์

โรสวู้ด

น้ำมันหอมระเหยโรสวู้ดมีกลิ่นหอมคล้ายกับกลิ่มของดอกกุหลาบแต่ยังมีกลิ่นหอมสดชื่นของไม้อยู่ด้วย ช่วยปรัลสมดุลของร่างกาย ช่วยผ่อนคลายความเครียดเกร็งของร่างกายและลดอาการเหนื่อยล้า กระตุ้นให้รู้สึกสดชื่น ลดอาการปวดหัวเวียนหัวบ้านหมุนเพราะเสียเลือดมากในช่วงเป็นเมนส์ได้เป็นอย่างดี

กระดังงา

น้ำมันหอมระเหยกระดังงามีกลิ่นหอมหวานอบอวล ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบ บรรเทาอาการซึมเศร้าและความเครียด ลดความดันในเลือดและช่วยลดอารมณ์แปรปรวนช่วงก่อนเป็นเมนส์(PMS)

อบเชย

น้ำมันอบเชยมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ช่วยเพิ่มความสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย ลดความเหนื่อยล้าและความเครียด ช่วยให้จิตใจสงบ รู้สึกผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา และช่วยกระตุ้นในการไหลเวียนของเลือด

โหระพา

น้ำมันหอยระเหยโหระพามีกลิ่นสดชื่น ช่วยให้จิตใจสงบ ลดอาการซึมเศร้าก่อนเป็นเมนส์ ช่วยให้มีสมาธิ รู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอและช่วยในการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น

ไม้จันทน์

น้ำมันหอมไม้จันทน์มีกลิ่นหอมหวานของไม้และเครื่องเทศ ช่วยเพิ่มสมาธิ ลดอาการวิตกกังวล ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายความเครียด

ดอกส้ม

น้ำมันหอมระเหยดอกส้มมีกลิ่นหอมสดชื่นของดอกส้ม ช่วยในการระงับประสาท สงบอารมณ์ คลายกังวลและความเครียด ลดความเหนื่อยล้าทางจิตใจ

ข้อควรระวัง!!

ไม่ควรเอาน้ำมันหอมระเหยมารับประทาน น้ำมันหอมระเหยบางชนิดควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งคนที่เป็นลมชัก หอบหืด หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์องค์รวมที่เชื่อถือได้ หรือแพทย์ธรรมชาติบำบัด เกี่ยวกับความปลอดภัยของสารประกอบแต่ละตัว ก่อนเริ่มใช้น้ำมันเหล่านี้ ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก น้ำมันหลายชนิดอาจเป็นพิษได้แม้ในปริมาณเล็กน้อย จึงไม่ควรนำน้ำมันหอมระเหยมาทาบนผิวโดยไม่ได้เจือจางก่อน

โดยปกติสาวๆที่ปวดท้องเมนส์จะมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่แล้วคันธบำบัดหรือน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียดลง อาการตึงและเกร็งของมดลูกก็จะลดลง อาการปวดท้องเมนส์เลยลดลงไปด้วย และยังโอกาสที่สาวๆจะไม่ปวดท้องเมนส์ในเดือนนั้นๆด้วย
แต่วิธีแก้ปัญหาปวดท้องเมนส์ที่ดีที่สุดคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ดูแลมดลูกให้แข็งแรงกันน้าาาาาาาา

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ท่าออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

    การมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติสำหรับสาวๆ วัยสะรุ่นอย่างเราๆ แต่สำหรับบางคน อาการปวดประจำเดือนอาจรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ถ้าสาวๆ คนไหนเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหานี้ ลองใช้วิธีออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนดูสิเจ้าคะ การออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ยังไง? การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังมดลูก ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มระดับสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดประจำเดือนได้ ท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้? ท่าออกกำลังกายที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้มีหลายท่า เช่น * ท่าเด็ก (Child’s pose) * ท่าแมว (Cat pose) * ท่าวัว (Cow pose) * ท่าหมาคว่ำหน้า (Downward-facing dog) * ท่าผีเสื้อ (Butterfly pose) * ท่าสะพาน (Bridge pose) * ท่าตะแคงตัว (Twisting pose) * ท่าเหยียดขา (Leg-up-the-wall pose) วิธีการออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน * เริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพร่างกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย* เลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเราเองและเริ่มต้นด้วยการทำท่าละ 10-15 วินาที*…

  • 5 สัญญาณ! สุขภาพประจำเดือนที่คุณควรใส่ใจ

    💃 สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ! ถ้าพูดถึง “ประจำเดือน” หลายคนอาจนึกถึงความวุ่นวายในชีวิตประจำวันใช่ไหมคะ? 🤦‍♀️ แต่รู้ไหมว่าเจ้าประจำเดือนของเรานี่แหละคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนสุขภาพภายในของเราได้อย่างดีเลย! วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า 5 สัญญาณเตือนที่เกี่ยวกับประจำเดือนที่เราไม่ควรมองข้ามมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ! ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไปเลย 💡 สัญญาณเตือน:ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมา บางเดือนหาย หรือมาช้ากว่า 35 วันอาจบ่งบอกถึง ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล หรือโรคบางอย่าง เช่น PCOS (ถุงน้ำในรังไข่) หรือภาวะไทรอยด์ผิดปกติ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ทานอาหารที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน เช่น อาหารเสริมที่มี วิตามินบี 6, แมกนีเซียม หรือสมุนไพรอย่างดอกคำฝอย และอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ! ปวดท้องประจำเดือนจนชีวิตพัง 💡 สัญญาณเตือน:ปวดท้องรุนแรงจนทำงานหรือเรียนไม่ได้อาจเป็นสัญญาณของ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือ มดลูกอักเสบ✨ วิธีดูแลตัวเอง:ลองประคบร้อนบริเวณท้อง หรือดื่มชาสมุนไพร เช่น ชาคาโมมายล์ นอกจากนี้ อาหารเสริมที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น โอเมก้า3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ก็ช่วยได้ค่ะ! ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป 💡 สัญญาณเตือน:เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2…

  • 5 ถั่วสุดฮิต ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน!

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหา ปวดประจำเดือน เล่นงานหนักหน่วง! ทรมานจนแทบไม่อยากลุกไปไหน 😭 บอกเลยว่าปัญหานี้แก้ได้! แค่หันมาดึงพลังจากธรรมชาติอย่าง “ถั่ว” ตัวช่วยเด็ด แก้อาการปวดประจำเดือนได้อยู่หมัด! 💪 อ๊ะๆ 🤫 แต่ไม่ใช่ถั่วทุกชนิดนะจ๊ะ 🥜 บอกเลยว่ามี 5 ถั่วสุดฮิต ที่จะช่วยให้สาวๆ ฟินเฟ่อร์ ลืมอาการปวดประจำเดือนไปได้เลย! ✨ 1. ถั่วเหลือง 👑 ราชินีแห่งถั่ว ช่วยปรับฮอร์โมน แก้ปวด 💃 ถั่วเหลือง ตัวแม่แห่งการปรับฮอร์โมนเพศหญิง แก้ปวดประจำเดือนตัวจริง! มีงานวิจัยยืนยันว่า ถั่วเหลืองอุดมไปด้วย “ไอโซฟลาโวน” ✨ สารพัดประโยชน์ ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ปรับอารมณ์ให้สดใส 💃 ใครปวดประจำเดือนบ่อยๆ จัดเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ หรือเมนูถั่วเหลืองอื่นๆ บำรุงร่างกายกันได้เลย! 😋 2. ถั่วดำ แก้อักเสบ ปวดท้อง ผ่อนคลาย 🌟 ถั่วดำ ไม่ใช่แค่ดีต่อไต…

  • อาหารอร่อย แต่ทำปวดประจำเดือนแบบไม่ทันตั้งตัว? มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง!

    สาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหานี้กันมาบ้าง ใกล้ช่วงวันนั้นของเดือนทีไร ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย แถมยังมีอาการอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ! รู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิด อาจเป็นตัวการซ่อนเร้นที่ส่งผลต่อประจำเดือนของเราอยู่ 😱 วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเผย 5 อาหารยอดฮิต ที่อาจทำให้อาการปวดประจำเดือนกำเริบ! มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง และเราควรเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนการทานอย่างไร 1. อาหารรสจัดจัดจ้าน 🌶️ อาหารรสจัดจ้าน เครื่องเทศจัดเต็ม แม้จะถูกปากคนไทย แต่กลับส่งผลต่อระบบฮอร์โมน กระตุ้นอาการปวดท้อง ปวดประจำเดือน แถมยังเสี่ยงต่ออาการท้องเสียอีกด้วย ช่วงใกล้มีประจำเดือน ลองลดระดับความเผ็ดลงหน่อย หันมากินอาหารรสชาติกลางๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง ไม่ให้ทรมานมากเกินไปปป 2. ของหวานจัด น้ำตาลสูง 🍰 ของหวานสุดโปรด 🧁 ขนมเค้ก 🍰 น้ำอัดลม 🍹 อาจเป็นตัวการร้ายทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร่างกายบวมน้ำ อีกทั้งยังไปกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนให้รุนแรงขึ้น ช่วงนี้ลองงดของหวานจัดๆ หันมากินผลไม้รสไม่หวานจัด หรือดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะช่วยให้อาการปวดท้องทุเลาลง และยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย 3. อาหารทอด น้ำมันเยิ้ม…

  • สุดยอดอาหารปรับสมดุลแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

    การที่ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจทำให้สาวๆ รู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจอยู่บ้าง ยังไงก็ตามการเปลี่ยนอาหารบางอย่างสามารถช่วยควบคุมรอบประจำเดือนและบรรเทาอาการประจำเดือนไม่ปกติได้!! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาดูอาหารที่สามารถช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและส่งเสริมการมีประจำเดือนให้สม่ำเสมอกานนนนน รีบคว้าปากกาและจดบันทึกอาหารที่สาวๆ ประจำเดือนมาไม่ปกติควรกินเลย! ประจำเดือนมาไม่ปกติเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือภาวะทางการแพทย์บางอย่าง เช่น เนื้องอกในมดลูกหรือถุงน้ำรังไข่ เป็นต้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและบรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ โดยอาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่ ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม และบรอกโคลี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงโฟเลต ซึ่งช่วยลดอาการปวดประจำเดือนและปรับสมดุลฮอร์โมน ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง และกีวี ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวดประจำเดือนด้วย ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการหงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน ปรับฮอร์โมนให้คงที่ โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ และถั่วต่างๆ ซึ่งอุดมไปด้วยไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและบรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ อาหารที่มีโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และเมล็ดแฟลกซ์ ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวดประจำเดือน อาหารหมัก…

  • บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

    การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น) สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน เป็นประจำเดือนนานกี่วัน อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ ลักษณะประจำเดือน ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ…