ระวัง! 5 นิสัย ไม่อยากปวดท้องเมนส์ต้องดู!!

ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับนิสัยแย่ๆ จนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ ทั้งนอนดึก กินน้ำน้อย ไม่กินข้าวเช้า ทำในวันธรรมดาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่ดี แล้วรู้ไหม ยิ่งถ้าทำในวันที่เป็นเมนส์จะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก

เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาผิดปกติจนปวดท้องเมนส์หนักกว่าเดิมยังไงล่ะ

ไปดูกันดีกว่าว่านิสัยแบบไหนที่จะทำเธอปวดท้องเมนส์จนต้องร้องขอชีวิต!!

1.อุณหภูมิ

บางคนรู้สึกว่ามันร้อนเกินไปใช่ไหมล่ะ เธอเลยใช้ชีวิตด้วยความเย็นอยู่รอบตัวขนาดนี้ ดื่มแต่น้ำเย็นจัด ชอบกินหรือเคี้ยวน้ำแข็ง ชอบทานไอศกรีมเย็นๆ หรือชอบแช่น้ำในอ่างอาบน้ำผ่อนคลายในอ่างสักชั่วโมง นิสัยแบบนี้ทำร่างกายเธอเย็นไปด้วย ท้องน้อยก็เย็น เดี๋ยวปวดท้องเมนส์เอานะ

2.การลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักก็ดีอยู่หรอกนะถ้าทำถูกต้อง แต่นิสัยเสียๆ บางอย่างไม่ควรเอามาทำช่วงเป็นเมนส์นะ ทั้งการไม่กินข้าวจนเป็นนิสัย น้ำหนักตัวไม่คงที่เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม หรือรีบน้ำหนักลดทีเดียวหลายกิโลต่อเดือนขนาดนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพมดลูกเราเลยนะ

3.การกินและดื่ม

การกินเป็นการรับของเสียเข้าร่างกายได้ง่ายมากๆ มีหลายวิธีที่จะทำเราปวดท้องเมนส์จนต้องปาดน้ำตา ทั้งการไม่กินข้าวเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา ชอบกินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผัก กินมาม่า กินอาหารแช่แข็งบ่อยๆ ชอบกินอาหารฟาสต์ฟูส ชอบกินของหวาน เช่น เค้ก เครป คุ้กกี้ ขนมหวานๆ เนี่ยหลีกเลี่ยงหน่อยนะ 

นอกจากนี้กินน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพมดลูกเราด้วยนะ

4.การนอน

อีกหนึ่งนิสัยแย้แย่ที่แก้ไม่ได้ ส่งผลให้วงจรร่างกายสับสน ไปหมด ทั้งนอนหลับไม่เป็นเวล่ำเวลา อดหลับอดนอนไม่ยอมนอนจนนอนหลับไม่เพียงพออีกต่างหาก การผลิตเลือดก็จะแย่ เลือดไปเลี้ยงมดลูกแย่ การคั่งค้างของเสียเลือดเสียได้ง่าย จนต้องโอดโอยปวดท้องเมนส์บ่อยๆ

5.ความเครียด

เครียดจากรู้สึกเบื่อชีวิต รู้สึกอ่อนเพลียบ่อยๆ รู้สึกปวดหัวกับความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง หรือแม้แต่การทำงานหนักก็ทำให้เครียดจนส่งผลให้ปวดท้องเมนส์ได้ด้วยเหมือนกันนะ

รู้กันแล้วว่านิสัยพวกนี้ทำให้ปวดท้องเมนส์ทุกเดือน หลังจากนี้ก็อย่าลืมดูแลร่างกายตัวเอง อย่าทำนิสัยแบบนี้อีกนะจะได้ไม่ต้องทนปวดท้องจนร้องไห้กันไปทุกเดือน แม่นางทานตะวัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนหายปวดท้องเมนส์โดยถ้วนหน้านะ!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ช่วงเวลาวัยสาวกับผ้าอนามัยแบบรักษ์โลก 🌎

    ## บายบายผ้าอนามัยแบบเดิม! สวัสดีโลกใบใหม่ (ของน้องจิมิ) 🌎✨ สาวๆ เจ้าคะ ยุคนี้แล้ว ใครยังใส่ผ้าอนามัยแบบเดิมๆ อยู่บ้าง? 😩 บอกเลยว่าเชยมากแม่! 🙅🏻‍♀️ ถึงเวลาที่เราจะต้องมาอัพเกรดตัวเอง ไปสู่โลกแห่งผ้าอนามัยแบบรักษ์โลกกันแล้วววววว! 🍃💖 **ทำไมต้องรักษ์โลก? ก็ผ้าอนามัยแบบเดิมมัน…** * 🗑️ **กองขยะมหาศาล:** รู้ไหมว่าผ้าอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งเนี่ย เป็นขยะที่ย่อยสลายยากมากกกกก กว่าจะย่อยสลายหมด ใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปีเลยนะ 😱 * 🧪 **สารเคมีอันตราย:** ผ้าอนามัยบางยี่ห้อ อาจมีสารเคมีตกค้าง ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ * 💸 **สิ้นเปลืองเงินในกระเป๋า:** ซื้อทุกเดือนๆ รวมๆ แล้วก็หลายบาทอยู่นะเธอ 💰 **แล้วผ้าอนามัยแบบรักษ์โลก มันเริ่ดแค่ไหน?** * 🌱 **เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม:** ย่อยสลายง่าย ไม่สร้างขยะตกค้างให้โลก * 💪 **ดีต่อสุขภาพ:** ปราศจากสารเคมีอันตราย ปลอดภัยหายห่วง * 💰 **ประหยัดเงินในระยะยาว:**…

  • ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ อันตรายไหม??

    ประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของผู้หญิงที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการตั้งครรภ์ โดยทั่วไป รอบเดือนแต่ละรอบของผู้หญิงจะห่างกันประมาณ 21-35 วัน หากประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ คือ ประจำเดือนมาน้อยกว่า 21 วัน หรือมีปริมาณเลือดประจำเดือนน้อยกว่า 30 มิลลิลิตรต่อรอบเดือน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติอาจไม่อันตรายเสมอไป หากเกิดจากสาเหตุที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากเกิดจากสาเหตุที่อาจเป็นอันตราย เช่น โรคหรือภาวะอื่นๆ ข้างต้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ดังนั้น หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป วิธีดูแลตัวเองเมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ หากพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ สามารถทำได้ดังนี้ เมื่อประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เมื่อไหร่ ควรพบแพทย์เมื่อพบว่าประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น หากพบแพทย์แล้ว แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่างกาย ตรวจเลือด หรือตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • เนื้องอกในมดลูก อาการอย่างนี้เองเหรอ!

    สวัสดีเพื่อนๆที่น่ารักทุกคน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดคุยกันเรื่อง “เนื้องอกในมดลูก” อาการแบบไหนที่ควรรีบปรึกษาคุณหมอ และจะมีวิธีรับมือยังไงกันบ้าง จริงอยู่ที่เนื้องอกในมดลูกอาจฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้ว น้องคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เนื้องอกในมดลูก (Uterine fibroids) เป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่เนื้อร้าย เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในมดลูกของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อาการแบบไหนที่ควรรีบปรึกษาคุณหมอ? รับมือกับเนื้องอกในมดลูกยังไง? อย่าลืม! เนื้องอกในมดลูกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การหมั่นสังเกตอาการตัวเองและปรึกษาคุณหมออย่างสม่ำเสมอ คือวิธีดูแลตัวเองที่ดีที่สุด #เนื้องอกในมดลูก #อาการเนื้องอกในมดลูก #ดูแลตัวเอง #สุขภาพผู้หญิง Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • กินยาคุม แก้ปวดท้องประจำเดือนจริงไหม??

    สวัสดีเจ้าค่ะสาวๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องยาคุมกำเนิดกันนะฮู้ววว แม่นางทานตะวันเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินว่ายาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยได้จริงไหมนะ?? จริงจ้าาาาาาาาา~ ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ยังไง? ยาคุมกำเนิดทำงานโดยยับยั้งการตกไข่ ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายลดลง ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการปวดประจำเดือน ดังนั้นเมื่อระดับฮอร์โมนลดลง อาการปวดประจำเดือนก็จะลดลงตามไปด้วยยยยยยยย ยาคุมกำเนิดช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ดีแค่ไหน? จากการศึกษาพบว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ประมาณ 50-70% ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมกำเนิดและความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือน โดยยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives: COCs) มีประสิทธิภาพในการช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดีกว่ายาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progestin-only Oral Contraceptives: POPs) ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนอย่างไร? ยาคุมกำเนิดช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้หลายวิธี ดังนี้ ยาคุมกำเนิดเหมาะกับใครบ้าง? ยาคุมกำเนิดเหมาะกับสาวๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดประจำเดือนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการปวดประจำเดือนร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ข้อควรระวังในการใช้ยาคุมกำเนิด!! การใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ น้ำหนักขึ้น เปลี่ยนแปลงอารมณ์ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และโรคหัวใจและหลอดเลือด สรุปได้ว่ายาคุมกำเนิดสามารถช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้จริงๆ โดยช่วยลดการหลั่งสารพรอสตาแกลนดิน ลดการบีบตัวของมดลูก และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด อย่างไรก็ตามยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้…

  • บันทึกประจำเดือนไว้เผื่อฉุกเฉิน จดยังไงดี??

    การบันทึกช่วงเป็นประจำเดือนเป็นอะไรที่สำคัญมากกกกกกกก เราจะเห็นได้ว่าร่างกายเราผิดปกติไหมจากประจำเดือนของเราอย่างชัดเจน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกขึ้นมา สิ่งที่หมอจะถามก็ล้วนเกี่ยวกับประจำเดือนทั้งนั้น แล้วเราจะจดยังไงดี อะไรบ้างที่ควรจดไว้ เผื่อหมอถามขึ้นมาแค่ยื่นสมุดให้หมอก็ได้แล้ว ไปดูกันเลยยยยย วันแรกที่ประจำเดือนมา(ของเดือนนั้น) สิ่งแรกที่ต้องจดบันทึกก็คือวันแรกที่ประจำเดือนมานั่นเอง เพราะวันแรกในแต่ละเดือนของเราจะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ภายใน 28-30 วันจากเดือนก่อน การจดบันทึกวันแรกที่ประจำเดือนมาจะทำให้เราเห็นว่าระยะเวลาที่ประจำเดือนมาเดือนก่อนกับเดือนนี้ห่างกันนานแค่ไหน เป็นประจำเดือนนานกี่วัน อีกหนึ่งข้อที่ต้องจดเอาไว้ก็คือเราเป็นประจำเดือนนานแค่ไหน ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนมาแค่ 3 วัน บางคนอาจจะมานานถึง 1 อาทิตย์เต็มๆ ประจำเดือนมาเยอะแค่ไหน ข้อนี้บางคนอาจจะแยกไม่ออกว่าขนาดไหนมาเยอะมาน้อย ให้ลองดูจากจำนวนผ้าอนามัยที่เราใช้ดู ถ้าผ้าอนามัยเต็มอย่างรวดเร็ว 1 วันต้องใช้ถึง 4-5 แผ่น อาจจะเรียกว่าเยอะ ผ้าอนามัยไม่ค่อยเต็ม เปลี่ยนแค่ 2-3 แผ่นก็พอ อาจจะเรียกว่ามาปานกลาง แต่ถ้าใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยแค่ 2-3 แผ่น อาจจะเรียกว่ามาน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนนะ ลักษณะประจำเดือน ข้อนี้เองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะลักษณะประจำเดือนบอกโรคในร่างกายของเราได้ เช่น เลือดประจำเดือนเป็นสีคล้ำคือมีประจำเดือนคั่งค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานาน มีสีแดงสดคือร่างกายปกติ มีสีน้ำตาลคือร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง หมายถึงเข้าสู่ภาวะวัยทอง มีสีชมพูคือฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายต่ำ…

  • ประจำเดือนกับทัศนคติชาวเอเชียตะวันออก

    สวัสดีสาวๆทุกคน! วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาคุยกันเรื่องสนุกๆ (แต่ฃสำหรับบางคนอาจจะไม่สนุกเท่าไหร่…) นั่นก็คือเรื่องประจำเดือน! ประจำเดือน เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ แต่ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียตะวันออก ประจำเดือนยังคงถูกห้อมล้อมไปด้วยความเชื่อ ความกังวล และความอาย วันนี้เราจะมาเปิดเผยทัศนคติสุดฮา (และแอบเศร้า) เกี่ยวกับประจำเดือนในแถบเอเชียตะวันออกกัน! 1. ประจำเดือน: บาปและสิ่งต้องห้าม ในบางวัฒนธรรม ประจำเดือนถูกมองว่าเป็นสิ่งสกปรก บาป หรือแม้กระทั่งเป็นสิ่งต้องห้าม ผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือนจะถูกห้ามเข้าวัด ทำอาหาร หรือแม้กระทั่งสัมผัสกับสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ โอ้โห! แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว! 2. อาหารต้องห้าม: เยอะแยะไปหมด! มี “ตำนาน” มากมายเกี่ยวกับอาหารต้องห้ามในช่วงมีประจำเดือน เช่น น้ำแข็ง แตงโม อาหารหมักดอง หรือแม้กระทั่งน้ำเย็น! แต่เดี๋ยวก่อน! “ตำนาน” เหล่านี้ไม่ได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเลยนะ! 3. อารมณ์แปรปรวน: เป็นบ้าหรือผีเข้า? ช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนของผู้หญิงจะเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอาการอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย บางคนเหวี่ยงวีน บางคนขี้หงุดหงิด บางคนก็ร้องไห้ไม่หยุด แต่ไม่ต้องตกใจ! อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ และไม่ได้แปลว่า “เป็นบ้า” หรือ “ผีเข้า”…