ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย?

สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า ช่วงมีประจำเดือน ทำไมต้องเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าเดิม!? 😵‍💫💦 บางครั้งก็รู้สึก ปวดฉี่บ่อย ฉี่บ่อยจนหงุดหงิด บางครั้งก็รู้สึกเหมือนฉี่ไม่สุด! 🤔 แล้วอาการแบบนี้ ปกติหรือเป็นสัญญาณเตือนของอะไรบางอย่างกันแน่!?

วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจว่า ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย? และเมื่อไหร่ที่ควรกังวล! 🚨


💦 ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย?

ปกติแล้ว การปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือน อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายขับของเหลวออกมากกว่าปกติ 🤯 แต่มันก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้เช่นกัน! 🚨

👉 สาเหตุที่ไม่อันตราย (เรื่องปกติ!)
ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง – ช่วงประจำเดือน ร่างกายจะขับโปรเจสเตอโรนลดลง ทำให้ปัสสาวะมากขึ้น
มดลูกบวมกดกระเพาะปัสสาวะ – ทำให้รู้สึกปวดฉี่ถี่ขึ้น 😵‍💫
ร่างกายขับของเสียมากขึ้น – ระบบไหลเวียนเลือดทำงานหนักขึ้น

แต่… ถ้าเรามีอาการ ผิดปกติร่วมด้วย เช่น ฉี่ขัด แสบเวลาฉี่ หรือปวดท้องน้อยรุนแรง อาจต้องระวังแล้วนะ! 🚨


🚨 ปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือนแบบไหนที่อาจเป็นอันตราย?

1️⃣ ปวดฉี่บ่อย + แสบขัดเวลาฉี่ 😵🔥

  • รู้สึก ฉี่ไม่สุด ฉี่ออกมาน้อยแต่ปวดมาก
  • มีอาการแสบขัด เหมือนฉี่เป็นไฟ! 🔥
  • ฉี่ขุ่น มีกลิ่นแรง หรือมีเลือดปน

👉 อาจเป็นโรค: กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (UTI)
💡 ถ้าฉี่แสบขัด ไม่ควรปล่อยไว้ รีบดื่มน้ำเยอะๆ และไปพบแพทย์ด่วน! เพราะถ้าติดเชื้อมากขึ้น อาจลุกลามไปที่ไตได้! 🚑


2️⃣ ปวดฉี่บ่อย + ปวดท้องน้อยรุนแรง 😖

  • ปวดบีบๆ ที่ท้องน้อย เหมือนมีอะไรมากดกระเพาะปัสสาวะตลอดเวลา
  • รู้สึกฉี่ตลอดทั้งวัน แม้ไม่ได้ดื่มน้ำเยอะ
  • ปวดร้าวลงหลัง หรือขาหนีบ

👉 อาจเป็นโรค: เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
💡 โรคนี้ทำให้ เกิดพังผืดในอุ้งเชิงกราน ซึ่งอาจไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ฉี่บ่อยและปวดหนักขึ้น! 😰


3️⃣ ปวดฉี่บ่อย + ปวดหลัง/มีไข้ 🏥

  • ปวดหลังช่วงเอว โดยเฉพาะด้านข้าง
  • มีไข้สูง หนาวสั่น เหงื่อออกตอนกลางคืน
  • ปัสสาวะมีกลิ่นแปลก หรือมีสีเข้มผิดปกติ

👉 อาจเป็นโรค: กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)
💡 ถ้ามีไข้ + ปวดหลัง ต้องรีบไปหาหมอทันที! เพราะอาการนี้อาจบ่งบอกว่า เชื้อแบคทีเรียลุกลามไปถึงไตแล้ว ซึ่งอันตรายมาก! 🚑


4️⃣ ปวดฉี่บ่อย + ฉี่หยดๆ หรือเล็ดออกมาเอง 😳

  • รู้สึกเหมือนฉี่เล็ด คุมไม่ค่อยอยู่
  • เวลาจามหรือหัวเราะแรงๆ มีฉี่ออกมานิดหน่อย
  • ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย แต่พอฉี่ออกมาแล้วมีแค่นิดเดียว

👉 อาจเป็นโรค: กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive Bladder – OAB)
💡 ถ้าอาการนี้เป็นตลอดทุกเดือน ควรไปปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกิดจากกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ หรือฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง!


💡 วิธีดูแลตัวเอง ถ้าปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือน

ถ้าไม่ได้มีอาการผิดปกติรุนแรง ลองปรับพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยลดอาการปวดฉี่บ่อย 🌿

ดื่มน้ำเยอะๆ – ช่วยขับเชื้อโรคออกจากระบบปัสสาวะ
เลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ – เพราะมันกระตุ้นให้ฉี่บ่อยขึ้น! ☕🚫
เข้าห้องน้ำให้บ่อยพอ – อย่ากลั้นฉี่นาน เพราะจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
หลีกเลี่ยงน้ำตาลและอาหารรสจัด – อาจทำให้ปวดฉี่ถี่ขึ้น
ออกกำลังกายเบาๆ – เช่น โยคะหรือเดินเร็ว เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น


📢 สรุป – ปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือนอันตรายไหม?

🔹 ปกติ: ถ้าปวดฉี่บ่อยเพราะ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หรือมดลูกกดกระเพาะปัสสาวะ ไม่ต้องกังวลมาก 🩸

🚨 ผิดปกติ: ถ้ามีอาการ แสบขัดเวลาฉี่, ฉี่ขุ่นมีกลิ่นแรง, ปวดท้องน้อยรุนแรง, หรือมีไข้ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือกรวยไตอักเสบ ได้! 😱

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • 7 วิธีแก้ปวดท้องเมนส์แสนง่ายฮอตฮิตขึ้นหิ้ง!

    ปวดท้องเมนส์เป็นอาการที่พบได้บ่อยในสาวๆ ที่เป็นเมนส์ โดยมักเกิดขึ้นก่อนหรือในระหว่างเป็นเมนส์ อาการปวดท้องเมนส์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจรู้สึกปวดแค่นิดหน่อย แต่บางคนอาจปวดมากจนถึงขั้นทำอะไรไม่ได้ รบกวนชีวิตประจำวันเลยทีเดียว สาเหตุของการปวดท้องเมนส์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการหดตัวของมดลูกเพื่อขับเลือดประจำเดือนออกจากร่างกาย การหดตัวของมดลูกนี้เกิดจากสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติในระหว่างที่เป็นเมนส์ อาการปวดท้องเมนส์สามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การใช้ยาแก้ปวด การประคบร้อน การนวด หรือการออกกำลังกายเบาๆ ยังไงก็ตามถ้าอาการปวดรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยาแก้ปวด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม วิธีบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์สุดฮอต มีวิธีต่างๆ มากมายที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ต่อไปนี้คือวิธีที่สาวๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้กัน วิธีง่ายๆ ใช้เวลาน้อย ไม่ยุ่งยาก ซื้อยาแก้ปวดมากินซะเลย ยาแก้ปวดที่ใช้บรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ ได้แก่ ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) และนาพรอกเซน (Naproxen) ยาเหล่านี้สามารถช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้ การประคบร้อนสามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อมดลูกที่เกร็งและบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ วิธีประคบร้อนสามารถทำได้โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ถุงน้ำร้อน หรือใช้แผ่นความร้อนแปะลงบนท้องน้อย การนวดเบาๆ บริเวณท้องน้อยช่วยบรรเทาอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อมดลูกได้เหมือนกัน ซึ่งวิธีการนวดสามารถทำได้โดยใช้นิ้วมือทั้งสองข้างนวดเป็นวงกลมเบาๆ บริเวณท้องน้อย การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน ปั่นจักรยานและเต้นแอโรบิก ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและช่วยลดความเครียด ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ การกินอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดการอักเสบและช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และเนื้อไม่ติดมัน…

  • ปวดท้องเมนส์เฉยๆหรือเป็นซีสต์มดลูกมาดูกัน!!

    ปวดท้องเมนส์จนอยากจะบ้าตาย! ซีสต์คือผู้ร้ายตัวจริงหรือเปล่านะ? 🩸😠 สาวๆ ทั้งหลาย 👋 ใครเคยรู้สึกเหมือนโดน “บีบ” ท้องน้อยช่วงมีประจำเดือนบ้าง 😫 บางทีก็ปวดหน่วงๆ บางทีก็ปวดบิดจนแทบจะม้วนตัวเป็นเลขแปด 😖 แล้วก็แอบสงสัยว่า เอ๊ะ! นี่มันแค่ปวดประจำเดือนธรรมดา หรือว่าจะเป็นซีสต์ก้อนเนื้อร้ายที่แอบมาคอยป่วนกันแน่นะ 🤔 เอาล่ะ! ไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ เพราะวันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจกันแบบชัดๆ 😁 พร้อมเผยเคล็ดลับรับมือกับเจ้าอาการปวดประจำเดือนสุดป่วน ให้กลับมาสดใสเหมือนติดเทอร์โบ🚀 ซีสต์ตัวร้าย VS ปวดประจำเดือน ธรรมดาแยกยังไง? จริงๆ แล้วอาการปวดประจำเดือนเนี่ย เป็นเรื่องธรรมชาติสุดๆ เกิดจากการบีบตัวของมดลูกเพื่อขับเลือดประจำเดือนออกไป 💪 แต่ถ้าปวดแบบสาหัส ปวดนานผิดปกติ หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้🩸 ปวดหลัง 🤕 ตกขาวผิดปกติ อันนี้ต้องสงสัยซีสต์ตัวร้ายแล้วล่ะ! ซีสต์ก็คือถุงน้ำที่ไปก่อตัวอยู่ในรังไข่หรือมดลูก 💧 บางทีก็ไม่แสดงอาการ 🤫 แต่บางทีก็มาพร้อมกับความปวดระดับสิบ! 😤 แล้วจะรับมือกับเจ้าปวดประจำเดือนยังไงดีล่ะ? อย่าปล่อยให้ปวดประจำเดือนมาขัดความสุข! 😁 รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะสาวๆ 💕 หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ…

  • ระวัง! 5 นิสัย ไม่อยากปวดท้องเมนส์ต้องดู!!

    ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับนิสัยแย่ๆ จนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ ทั้งนอนดึก กินน้ำน้อย ไม่กินข้าวเช้า ทำในวันธรรมดาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่ดี แล้วรู้ไหม ยิ่งถ้าทำในวันที่เป็นเมนส์จะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาผิดปกติจนปวดท้องเมนส์หนักกว่าเดิมยังไงล่ะ ไปดูกันดีกว่าว่านิสัยแบบไหนที่จะทำเธอปวดท้องเมนส์จนต้องร้องขอชีวิต!! 1.อุณหภูมิ บางคนรู้สึกว่ามันร้อนเกินไปใช่ไหมล่ะ เธอเลยใช้ชีวิตด้วยความเย็นอยู่รอบตัวขนาดนี้ ดื่มแต่น้ำเย็นจัด ชอบกินหรือเคี้ยวน้ำแข็ง ชอบทานไอศกรีมเย็นๆ หรือชอบแช่น้ำในอ่างอาบน้ำผ่อนคลายในอ่างสักชั่วโมง นิสัยแบบนี้ทำร่างกายเธอเย็นไปด้วย ท้องน้อยก็เย็น เดี๋ยวปวดท้องเมนส์เอานะ 2.การลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักก็ดีอยู่หรอกนะถ้าทำถูกต้อง แต่นิสัยเสียๆ บางอย่างไม่ควรเอามาทำช่วงเป็นเมนส์นะ ทั้งการไม่กินข้าวจนเป็นนิสัย น้ำหนักตัวไม่คงที่เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม หรือรีบน้ำหนักลดทีเดียวหลายกิโลต่อเดือนขนาดนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพมดลูกเราเลยนะ 3.การกินและดื่ม การกินเป็นการรับของเสียเข้าร่างกายได้ง่ายมากๆ มีหลายวิธีที่จะทำเราปวดท้องเมนส์จนต้องปาดน้ำตา ทั้งการไม่กินข้าวเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา ชอบกินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผัก กินมาม่า กินอาหารแช่แข็งบ่อยๆ ชอบกินอาหารฟาสต์ฟูส ชอบกินของหวาน เช่น เค้ก เครป คุ้กกี้ ขนมหวานๆ เนี่ยหลีกเลี่ยงหน่อยนะ  นอกจากนี้กินน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพมดลูกเราด้วยนะ 4.การนอน อีกหนึ่งนิสัยแย้แย่ที่แก้ไม่ได้ ส่งผลให้วงจรร่างกายสับสน ไปหมด…

  • ปฏิบัติการพิชิต’ผมร่วง’ช่วงวันเมนส์มา 🩸😂

    สาวๆ จ๋าาา ใครเคยผมร่วงช่วงเป็นเมนส์บ้าง ยกมือขึ้น! 👋 ใช่เจ้าค่ะ เรากำลังพูดถึงช่วงเวลาสุดหินประจำเดือน ที่ไม่ใช่แค่ต้องเผชิญกับอารมณ์แปรปรวน เจ็บท้องหน่วงๆ แต่ยังต้องมาเจอกับ “กองทัพเส้นผม” ร่วงเต็มบ้านอีก 😫 เอ๊ะ! ทำไมตอนเป็นเมนส์ทีไร ผมต้องร่วงเยอะกว่าปกติด้วยนะ? 🤔 จริงๆ แล้ว ฮอร์โมนตัวแสบอย่าง “เอสโตรเจน” ที่ลดลงในช่วงมีประจำเดือนนี่แหละ ตัวการสำคัญที่ทำให้ผมร่วงเยอะขึ้น! แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ เพราะวันนี้แม่นางทานตะวันมีทริคเด็ดๆ ที่จะช่วยพิชิตผมร่วงช่วงวันเมนส์มาแบบชิลๆและทำได้จริงมาฝากกัน! 🎉 1. บำรุงจากภายในสู่ภายนอก: 🥗💪 2. เปลี่ยนทรงผมรับมือวันร่วงหนัก: 💁‍♀️✨ 3. คาถา “ความสะอาด” ขจัดรังแค: 💆‍♀️🚿 4. ผ่อนคลาย เติมความสุขให้ชีวิต: 😌🧘‍♀️ 5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: 👩‍⚕️🩺 เป็นยังไงกันบ้างเจ้าคะ กับทริคเด็ดๆ ที่เอามาฝาก รับรองว่าถ้าสาวๆ ทำตามนี้ ตอนเป็นประจำเดือนก็ไม่ต้องกลัวผมร่วงเยอะอีกต่อไป! 🥰 อย่าลืมว่าการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก คือเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้สาวๆ…

  • ปวดท้องประจำเดือนเพราะ’กาแฟ’จริงไหม??

    หนีห่าวๆ ค่าทุกคนนนน สาวๆ หลายคนคงเคยมีอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาแล้ว บางคนปวดมากจนต้องกินยาแก้ปวด บางคนปวดจนต้องนอนพักทั้งวัน อาการปวดท้องประจำเดือนนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการแพ้ท้อง หรือการอักเสบของมดลูก เป็นต้น วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่าง‘กาแฟ’กัน กาแฟทำให้เราปวดท้องประจำเดือนได้ยังไงนะ?? กินแล้วปวดท้องประจำเดือนจริงเหรอ?? ‘กาแฟ’อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เนื่องจากกาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย เมื่อกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกายและบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสปวดท้องประจำเดือนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน นอกจากนี้ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงที่มีประจำเดือน ก็มีโอกาสปวดท้องมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในช่วงอื่นของเดือน อย่างไรก็ตาม ผลของกาแฟต่ออาการปวดท้องประจำเดือนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภค และความไวต่อคาเฟอีนของร่างกาย ถ้าสาวๆ พบว่าการดื่มกาแฟทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ก็ควรลดปริมาณการดื่มลง หรืองดดื่มไปเลยในช่วงมีประจำเดือน สำหรับสาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟในช่วงมีประจำเดือน แต่ยังกังวลเรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำ หรือดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและครีมเทียมก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน นอกจากการลดการบริโภคกาแฟแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น ออกกำลังกาย…

  • 10 วิธีพิชิต’ผิวคล้ำ’ก่อนมีประจำเดือน!!

    รู้ไหมว่าผิวคล้ำก่อนมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติมากกกกกและนี่คือวิธีรับมือแบบง้ายง่าย! ประจำเดือนส่งผลให้ผิวพรรณของเราเปลี่ยนไปอย่างที่บอกในประจำเดือนทำผิวเราเปลี่ยนไปยังไงบ้างนะ?? ปัญหาผิวคล้ำเป็นปัญหาที่สาวๆ หลายคนประสบพบเจอ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวขาว ผิวจะยิ่งดูคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งสาเหตุของผิวคล้ำก่อนเป็นประจำเดือนก็มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงในช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายของเราจะมีการขับน้ำออกมากขึ้น ทำให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื้น ผิวจึงดูแห้งกร้านและหมองคล้ำได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยให้ผิวไม่หมองคล้ำในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วยนะ แค่สาวๆ ทำตามเคล็ดวิชาของแม่นางทานตะวันนี่เลย!!! 1. ทาครีมกันแดด ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสาวๆ ทุกคน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวขาว เพราะผิวขาวจะไวต่อแสงแดดมากกว่าผิวสีอื่นๆ ดังนั้นสาวๆ ควรทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวคล้ำเสีย 2. หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด แสงแดดจัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวคล้ำเสีย ดังนั้นสาวๆ ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะจะยิ่งทำให้ผิวคล้ำลงไปอีกกกกกกกกก 3. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดผิวคล้ำเสียได้ 4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ การทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ซึ่งจะช่วยลดการเกิดผิวหมองคล้ำ เช่น ผัก ผลไม้ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และธัญพืชต่างๆ 5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองบ้าง และจะช่วยลดการเกิดผิวคล้ำเสีย 6. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี…