‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือนกัน

ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ??

คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง

วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน

มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น

* ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ

* นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน

* รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~

* หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ

* ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้

หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ ไม่อยากปวดท้องประจำเดือนไปนานๆ ก็ลดความเครียดลงหน่อยนะเจ้าคะ เราจะได้ไม่ปวดท้องประจำเดือนกัน

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ออกกำลังประจำ ปวดท้องเมนส์น้อยกว่าจริงไหม??

    ผู้หญิงที่ออกกำลังกายบ่อยๆ ปวดประจำเดือน‘น้อยกว่า’คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จริงหรือ???? ในหลายๆ หัวข้อ แม่นางทานตะวันได้เขียนเอาไว้ว่าถ้าอยากหายปวดประจำเดือนต้องออกกำลังกาย ออกกำลังกายแล้วก็ออกกำลังกาย แล้วไอการออกกำลังกายนี่มันช่วยให้ปวดประจำเดือนน้อยลงด้วยเหรอ? มันช่วยยังไง?? วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาเฉลยกัน!!! ออกกำลังกายช่วยลดปวดประจำเดือนจริงหรือ? จากประสบการณ์ตรงของเพื่อนคนหนึ่ง เธอเล่าว่า ปกติเธอเป็นคนปวดประจำเดือนมาก ปวดจนต้องนอนซมเป็นวันๆ แต่พอเริ่มออกกำลังกายเป็นประจำ อาการปวดประจำเดือนของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติในช่วงมีประจำเดือนแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ โดยการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย การศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มักมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำลงในช่วงก่อนประจำเดือน ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดอาการบวมน้ำและปวดกล้ามเนื้อที่มักพบในช่วงมีประจำเดือน ออกกำลังกายแบบไหนดี? ผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ โดยควรเลือกออกกำลังกายที่หลากหลาย เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นรำ เป็นต้น ผู้หญิงที่ออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป และควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายหากมีโรคประจำตัว ถ้าปวดประจำเดือนมากทำยังไงดี? นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ผู้หญิงที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง อาจต้องรับประทานยาหรือใช้วิธีอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น การประคบร้อน การนวด หรือการใช้ยาคุมกำเนิด…

  • ประจำเดือนมาปกติ เป็นซีสต์มดลูกได้ไหม?

    สาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ บางคนมาเยอะ บางคนมาน้อย บางคนมาไม่ตรงรอบ เลยอาจจะกังวลว่าตัวเองเป็นโรคอะไรหรือเปล่า โดยเฉพาะโรคยอดฮิตอย่าง “ซีสต์มดลูก” วันนี้เรามีคำตอบมาไขข้อข้องใจให้สาวๆ ทุกคน! 😄 ประจำเดือนมาปกติ เป็นซีสต์มดลูกได้ไหม? คำตอบคือ ได้ ค่ะ! 😱 แม้ว่าซีสต์มดลูกมักจะส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น มาน้อย, มามาก, มาไม่ตรงรอบ แต่บางครั้งซีสต์มดลูกก็อาจจะไม่แสดงอาการอะไรเลย ประจำเดือนก็ยังคงมาปกติได้ 😳 แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นซีสต์มดลูก? แม้ว่าประจำเดือนจะมาปกติ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะวางใจได้ 100% เพราะซีสต์มดลูกอาจจะแอบซ่อนอยู่ก็ได้ 😰 ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ การตรวจภายในเป็นประจำ 👩‍⚕️ แพทย์จะสามารถตรวจสอบความผิดปกติของมดลูกและรังไข่ได้อย่างละเอียด ถ้าเป็นซีสต์มดลูก ต้องทำยังไง? ไม่ต้องตกใจไปค่ะ! 😄 ซีสต์มดลูกส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย และสามารถหายเองได้ แต่ในบางกรณี แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำการรักษา เช่น สรุป ประจำเดือนมาปกติ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เป็นซีสต์มดลูก การตรวจภายในเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ คือวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของตัวเอง 👍 อย่าลืม! หากมีอาการผิดปกติใดๆ เช่น ปวดท้องน้อย,…

  • ไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ตอนเป็นประจำเดือน?

    แม่นางทานตะวันสวัสดีค่าาาาาา ไฮๆ นะเจ้าคะ วันนี้พบเจอกันกับหัวข้อที่ว่าไข้ทับระดู ทำไมถึงเป็นไข้ทับระดูตอนเป็นประจำเดือน? ไข้ทับระดูคืออะไรน้าาาาา ไข้ทับระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงมีไข้สูงในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน โดยมักเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันแรกของการมีประจำเดือน มักมีอาการไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ยังไงก็ตามในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เลยทีเดียว เพราะอาการหนักมากกกกกกก สาเหตุของไข้ทับระดู สาเหตุที่แน่ชัดของไข้ทับระดูยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เช่นเดียวกับสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือน โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งมีระดับสูงในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีประจำเดือนมา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อในมดลูกหรือช่องคลอดได้!!!! อาการของไข้ทับระดู – มีไข้สูง– ปวดหัว– ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ– อ่อนเพลีย– คลื่นไส้อาเจียน– ท้องเสีย– ปวดท้องน้อย– ปวดหลัง– เจ็บคอ– ไอ– น้ำมูกไหล– ปวดตา– ไวต่อแสง– เบื่ออาหาร– นอนไม่หลับ การรักษาไข้ทับระดู โดยทั่วไปแล้ว ไข้ทับระดูมักไม่รุนแรงและจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงหรือไม่หายไปภายใน 2-3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจให้ยาพารา หรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะหากพบว่ามีการติดเชื้อ การป้องกันไข้ทับระดู…

  • รู้ไหม? ทำไมถึงเบื่ออาหารตอนมีประจำเดือน??

    ไม่อยากกินข้าว ไม่อยากกินของมัน ไม่อยากกินของที่ชอบกิน พอประจำเดือนมาก็เบื่ออาหารขึ้นมาซะงั้น!? อาการเบื่ออาหารเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน สาวๆ บางคนอาจมีอาการเบื่ออาหารอย่างรุนแรงจนไม่อยากกินอาหารอะไรเลย ในขณะที่สาวๆ บางคนอาจมีอาการเบื่ออาหารแค่เล็กน้อย จากที่กินเยอะ อาจจะกินน้อยลงเท่านั้น ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นกันนะ ทำไมเราถึงเบื่ออาหารตอนเป็นประจำเดือนกัน?? สาเหตุของอาการเบื่ออาหารตอนมีประจำเดือนยังไม่เป็นที่แน่ชัดเท่าไหร่ แต่เชื่อกันว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงในช่วงมีประจำเดือน โดยระดับโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนเพื่อเตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ จากนั้นระดับโปรเจสเตอโรนจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงมีประจำเดือน ส่งผลให้ร่างกายผลิตสารซีโรโทนิน (Serotonin) ลดลง นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้เบื่ออาหารตอนมีประจำเดือน ได้แก่ วิธีดูแลตัวเองเมื่อเบื่ออาหารตอนมีประจำเดือน หากมีอาการเบื่ออาหารตอนมีประจำเดือน ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่หรือกินอาหารที่ควรกินในช่วงที่มีประจำเดือน ถึงแม้ว่าจะไม่รู้สึกหิวก็ตาม ไม่ควรอดอาหารเพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวววว นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้มากๆ และออกกำลังกายให้บ่อยสักหน่อย เพื่อช่วยเพิ่มระดับพลังงานและลดความเครียดลง ถ้าอาการเบื่ออาหารรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวัน อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมน้าาาาาา คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับสาวๆ หากพบว่าอาการเบื่ออาหารผิดปกติ เช่น มีอาการเบื่ออาหารรุนแรงจนไม่อยากรับประทานอาหารเลย น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿…

  • 5 ตำนานอันน่าทึ่งเกี่ยวกับประจำเดือน

    ประจำเดือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ประจำเดือนเป็นสัญญาณว่าร่างกายของผู้หญิงพร้อมที่จะตั้งครรภ์แล้ว แต่นอกจากความหมายทางกายภาพแล้ว ประจำเดือนยังมีความหมายทางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่อีกด้วย ในบางวัฒนธรรม เชื่อกันว่าประจำเดือนมีพลังพิเศษหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของสังคมต่อประจำเดือน และอาจส่งผลต่อชีวิตของผู้หญิงในพื้นที่นั้นๆ และยังส่งผลต่อการปวดประจำเดือนของสาวๆ อีกด้วย ตำนานเกี่ยวกับเทพีประจำเดือน ในหลายวัฒนธรรม เชื่อว่าประจำเดือนเกี่ยวข้องกับเทพธิดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตัวอย่างเช่น ในวัฒนธรรมกรีก เชื่อกันว่าเทพีเฮร่าเป็นผู้ควบคุมประจำเดือน เทพีเฮร่าเป็นเทพีแห่งผู้หญิงและครอบครัว เชื่อกันว่าเธอมีพลังในการดลบันดาลโชคลาภ รักษาโรค และปกป้องผู้หญิง ในวัฒนธรรมแอซเท็ก เชื่อกันว่าเทพีโคโยเตคัลเป็นผู้ควบคุมประจำเดือน เทพธิดาโคโยเตคัลเป็นเทพธิดาแห่งความตายและการเกิดใหม่ เชื่อกันว่าเธอมีพลังในการชำระล้างและฟื้นฟู ตำนานเกี่ยวกับพลังพิเศษของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ในบางวัฒนธรรมเชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีพลังพิเศษ เช่น มีพลังในการดลบันดาลโชคลาภ รักษาโรค หรือทำนายอนาคต ตัวอย่างเช่น ในวัฒนธรรมเอเชีย เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีพลังในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและปกป้องครอบครัว ในวัฒนธรรมชนพื้นเมืองอเมริกัน เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีพลังในการรักษาโรค ผู้หญิงที่มีประจำเดือนอาจถูกขอให้ใช้เลือดประจำเดือนของเธอเพื่อรักษาโรค ตำนานเกี่ยวกับความเสื่อมโทรมของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ในบางวัฒนธรรม เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนเป็นสิ่งเสื่อมโทรมหรือเป็นลางร้าย ความเชื่อนี้อาจทำให้ผู้หญิงถูกมองว่าเป็นคนโชคร้ายหรือเป็นเสนียดจัญไร ส่งผลให้ผู้หญิงต้องถูกกีดกันจากโอกาสต่างๆ ในสังคม ตัวอย่างเช่น ในวัฒนธรรมจีน เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่ควรเข้าวัดหรือเข้าศาสนสถาน ความเชื่อนี้อาจทำให้ผู้หญิงถูกมองว่าเป็นสิ่งสกปรกและถูกด้อยค่าอย่างไร้มนุษยธรรม ตำนานเกี่ยวกับความสกปรกของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ในบางวัฒนธรรม เชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนเป็นสิ่งสกปรกหรือเป็นมลทิน ความเชื่อนี้อาจทำให้ผู้หญิงต้องถูกกีดกันจากกิจกรรมทางสังคมหรือศาสนา เช่น ห้ามเข้าครัวหรือสัมผัสอาหาร ห้ามเข้าใกล้เด็กหรือผู้สูงอายุ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น…

  • ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรดี??

    “ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรเย็นๆดีมั้ยน้า ? ไม่ดีจ้าาาาาาาา~~~~~~~” เคยพูดไปแล้วที่นี่ว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไป ใครยังมีความคิดจะดื่มโกโก้เย็น เครื่องดื่มเย็นๆนี่หยุดเลยนะ เพราะมันไม่ได้จริงๆ ไปดูกันเถอะว่าช่วงเป็นเมนส์เราควรดื่มอะไรเพื่อไม่ให้ปวดท้องเมนส์หนักขึ้นไปอีก น้ำขิง เมนูในตำนาน ขึ้นหิ้งของสาวๆที่ปวดท้องเมนส์กันเป็นประจำ ใครปวดท้องเมนส์กันบ่อยๆต้องมีเจ้าตัวนี้ติดบ้านกันไว้แน่นอน รสชาติกลางๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มชา เดี๋ยวนี้น้ำขิงทำง่ายมากกกก มีผงขิงสำเร็จรูปขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปเต็มไปหมด แต่ถ้าใครอยากลองทำน้ำขิงแท้จากขิงแท้ๆ ทำตามนี้ได้เลยจ้า ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่) ขิงสด ประมาณ 10 กรัม น้ำร้อน 1 ถ้วย น้ำตาลทรายแดง (หรือน้ำผึ้ง) ปริมาณพอเหมาะ วิธีทำ 1.ล้างขิงให้สะอาดแล้วนำไปบดทั้งเปลือก 2.นำขิงที่บดแล้วไปกรองผ่านที่กรองชา แล้วรินน้ำร้อน ใครไม่มีไม่กรองก็ได้ 3.เติมน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้งลงไปตามความชอบ นอกจากน้ำขิงแบบธรรมดาๆแล้วเนี่ย ยังมีน้ำขิงผสมรากบัว น้ำขิงผสมต้นหอมและน้ำขิงผสมกระเทียม มีแม้แต่น้ำขิงผสมใบชิโสะหรือใบโอบะที่นอกจากช่วยให้ไม่ปวดท้องเมนส์แล้วเนี่ยยังช่วยปรับสภาพจิตใจ ลดอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย อารมณ์แปรปรวนช่วงก่อนเป็นเมนส์ด้วย ชาขิง นอกจากน้ำขิงที่เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับสาวๆ แล้ว ชาขิงเองก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมในการกำจัดภาวะตัวเย็นที่เป็นสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์เหมือนกันนะ ยิ่งถ้าเติมน้ำตาลทรายแดงที่มีฤทธิ์ร้อนจะยิ่งช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ดีมากๆเลยล่ะ ใครเบื่อกินน้ำขิงแล้วอยากลองมาดื่มชาขิงบ้างให้ทำตามนี้เลย ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่) ขิงสด…