ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรดี??

“ปวดท้องเมนส์ ดื่มอะไรเย็นๆดีมั้ยน้า ?

ไม่ดีจ้าาาาาาาา~~~~~~~”

เคยพูดไปแล้วที่นี่ว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์ก็เพราะร่างกายเย็นเกินไป ใครยังมีความคิดจะดื่มโกโก้เย็น เครื่องดื่มเย็นๆนี่หยุดเลยนะ เพราะมันไม่ได้จริงๆ ไปดูกันเถอะว่าช่วงเป็นเมนส์เราควรดื่มอะไรเพื่อไม่ให้ปวดท้องเมนส์หนักขึ้นไปอีก

น้ำขิง

น้ำขิง

เมนูในตำนาน ขึ้นหิ้งของสาวๆที่ปวดท้องเมนส์กันเป็นประจำ ใครปวดท้องเมนส์กันบ่อยๆต้องมีเจ้าตัวนี้ติดบ้านกันไว้แน่นอน รสชาติกลางๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มชา เดี๋ยวนี้น้ำขิงทำง่ายมากกกก มีผงขิงสำเร็จรูปขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปเต็มไปหมด แต่ถ้าใครอยากลองทำน้ำขิงแท้จากขิงแท้ๆ ทำตามนี้ได้เลยจ้า

ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่)

ขิงสด ประมาณ 10 กรัม

น้ำร้อน 1 ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง (หรือน้ำผึ้ง) ปริมาณพอเหมาะ

วิธีทำ

1.ล้างขิงให้สะอาดแล้วนำไปบดทั้งเปลือก

2.นำขิงที่บดแล้วไปกรองผ่านที่กรองชา แล้วรินน้ำร้อน ใครไม่มีไม่กรองก็ได้

3.เติมน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้งลงไปตามความชอบ

นอกจากน้ำขิงแบบธรรมดาๆแล้วเนี่ย ยังมีน้ำขิงผสมรากบัว น้ำขิงผสมต้นหอมและน้ำขิงผสมกระเทียม มีแม้แต่น้ำขิงผสมใบชิโสะหรือใบโอบะที่นอกจากช่วยให้ไม่ปวดท้องเมนส์แล้วเนี่ยยังช่วยปรับสภาพจิตใจ ลดอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย อารมณ์แปรปรวนช่วงก่อนเป็นเมนส์ด้วย

ชาขิง

ชาขิงผสมอบเชย

นอกจากน้ำขิงที่เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับสาวๆ แล้ว ชาขิงเองก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมในการกำจัดภาวะตัวเย็นที่เป็นสาเหตุที่ทำเราปวดท้องเมนส์เหมือนกันนะ ยิ่งถ้าเติมน้ำตาลทรายแดงที่มีฤทธิ์ร้อนจะยิ่งช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์ได้ดีมากๆเลยล่ะ ใครเบื่อกินน้ำขิงแล้วอยากลองมาดื่มชาขิงบ้างให้ทำตามนี้เลย

ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่)

ขิงสด ประมาณ 10 กรัม หรือขนาดประมาณข้อนิ้วโป้ง

หรือใช้ขิงสำเร็จรูปอย่าง ขิงผง ประมาณ 1 ช้อนชา หรือขิงบดชนิดหลอด ประมาณ 2 เซนติเมตร

ชาฝรั่ง 1 ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง (หรือน้ำผึ้ง) ปริมาณพอเหมาะ

วิธีทำ

1.ล้างขิงให้สะอาด นำไปบดทั้งเปลือกแล้วห่อด้วยผ้าขาวบางคั้นเอาเฉพาะน้ำ (หรือใช้ทั้งกากโดยไม่ต้องคั้นก็ได้นะ)

2.รินชาฝรั่งใส่ถ้วย ชงรสอ่อนแก่ตามใจชอบ

3.เติมขิงสดลงไป เริ่มจากปริมาณเล็กน้อยก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มปริมาณมากขึ้นเมื่อคุ้นเคยแล้ว

4.เติมน้ำตาลทรายแดง ถ้าไม่มีใช้น้ำผึ้งแทนก็ได้

ใครลองชาขิงธรรมดาๆแล้วรู้สึกว่ามันขาดอรรถรสเกินไปหน่อย อยากลองชาขิงที่เป็นขั้นกว่ามากกว่านี้ก็ลองไปทำชาขิงผสมกวาวเครือจีนหรือชาขิงผสมอบเชยดูก็ดีเหมือนกันนะ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ดีต่อการไหลเวียนเลือดเมนส์มากๆ

ชาบันฉะผสมบ๊วยและโชยุ

ชาเขียวบันฉะ

บันฉะคือชาเขียวญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง เป็นใบชาแก่ที่เก็บเกี่ยวนอกฤดูกาล มีรสฝาดกว่าชาประเภทอื่นๆ อย่างชาเขียวชื่อดังอย่างชาเขียวมัทฉะหรือชาเขียวโฮจิฉะเป็นอย่างมาก ชาบันฉะผสมบ๊วยและโชยุมีประสิทธิภาพในการอบอุ่นร่างกายมากกว่าน้ำขิงซะอีก ทั้งชาบันฉะและโชยุล้วนเป็นอาหารฤทธิ์ร้อนที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นเหมือนกันทั้งคู่ ผู้ใหญ่ดื่มได้ เด็กดื่มดีเขียวล่ะ

ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่)

ขิงสด ประมาณ 5 กรัม

บ๊วยดอง 1 ผล

โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ

ชาบันฉะ 1 ถ้วย (ถ้วยชาญี่ปุ่น)

วิธีทำ

1.แกะเม็ดออกจากเนื้อบ๊วย ใส่ลงในถ้วยชา แล้วยีเนื้อบ๊วยให้ละเอียด

2.เติมโชยุลงไป คนให้เข้ากัน

3.บดขิงทั้งเปลือกแล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง กรองเอาเฉพาะน้ำ(หรือจะไม่กรองก็ได้) เติมลงไปในถ้วย

4.รินชาบันฉะชงร้อนๆลงไปคนให้เข้ากัน

แค่นี้ก็ได้เครื่องดื่มแปลกใหม่ นอกจากน้ำขิงและชาขิงมาดื่มแก้ปวดท้องเมนส์กันแล้ว นอกจากชาบันฉะผสมบ๊วยและโชยุแล้ว ชาบันฉะยังผสมงาดำอบเกลือลงไปได้เหมือนกัน ดื่มวันละ 4-5 แก้ว ก่อนเป็นเมนส์ซัก 2-3 วันจะช่วยให้ไม่ปวดท้องเมนส์ได้เหมือนกันนั่นแหละนะ

ถ้ายังแก้ปัญหาปวดท้องเมนส์ไม่ได้แบบนี้ เราก็ได้แค่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุนี่แหละ เดือนนี้ปวดท้องเมนส์เหรอ ดื่มน้ำขิง ดื่มชาขิงหรือดื่มชาบันฉะผสมบ๊วยและโชยุสิ ถึงจะไม่หายปวดท้องเมนส์ตลอดไป แต่เดือนนี้ก็หายปวดท้องเมนส์นะ ดีกว่าต้องกินยาแก้ปวดทุกๆเดือนซะอีก แม่นางทานตะวันหวังว่าทุกๆคนจะหายปวดท้องเมนส์เร็วๆ ไม่ต้องกินยาแก้ปวด ไม่ต้องหาเครื่องดื่มร้อนๆดื่มตอนปวดท้องเมนส์ แทนที่จะได้ดื่มชานมเย็นๆสดชื่นๆ นะเจ้าคะ!!!!!!

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ‘ไม่เครียด=ไม่ปวดท้องประจำเดือน’จริงเหรอ??

    ปวดท้องประจำเดือนสำหรับสาวๆ บางคนแล้วพบเจอกับมันบ่อยครั้งสุดๆ แต่การปวดท้องประจำเดือนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยใช่มั้ยล่าาา สาวๆ หลายคนคงเคยลองหาวิธีต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนกันมาบ้างแล้ว แต่วิธีไหนจะได้ผลดีที่สุดล่ะ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น อย่างการ’ไม่เครียดก็ไม่ปวดท้องประจำเดือน‘กัน ความเครียดส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนจริงหรือ?? คำตอบคือ จริงค่าาาาาาาา ความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือนได้ เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถเพิ่มอาการปวดและการอักเสบได้ นอกจากนี้ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นได้นั่นเองงงงงง วิธีลดความเครียดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน มีหลายวิธีที่สาวๆ อาจจะลองทำเพื่อลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ เช่น * ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายสามารถช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ * นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มระดับความเครียดได้ ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน * รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดระดับความเครียดและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของเราได้~~~~~ * หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ คาเฟอีนและแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มระดับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าสาวๆ กำลังมีความเครียดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้นะเจ้าคะ * ฝึกเทคนิคลดความเครียด เช่น โยคะ สมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เทคนิคเหล่านี้สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายและลดระดับความเครียดลงได้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะว่า การที่เราเครียดเนี่ยส่งผลทำให้เราปวดท้องประจำเดือนจริงไหมมมมมม ได้คำตอบกันไปแล้วนะเจ้าคะว่ามันจริงยิ่งกว่าจริงซะอีก ถ้าเราเครียดจะทำให้เรามีอาการปวดท้องประจำเดือนไปด้วย ซึ่งการปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ถ้าสาวๆ…

  • ‘อากาศหนาว’ทำไมถึงปวดท้องประจำเดือน?

    เราพูดกันไปถึงหลายๆข้อสงสัยที่ว่าอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือน ทั้งกาแฟและน้ำมะพร้าวว่าทำให้ปวดท้องประจำเดือนหรือไม่?? ซึ่งก็มีทั้งทำให้ปวดท้องประจำเดือนจริงๆและไม่จริง วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดท้องประจำเดือนอย่างความหนาวเย็น สาวๆหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมความหนาวถึงทำให้ปวดท้องประจำเดือน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันเจ้าค่ะ ความหนาวทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว กล้ามเนื้อจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อมดลูกด้วย การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกนี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เลือดไหลเวียนน้อยลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว หลอดเลือดจะหดตัวเพื่อรักษาความอบอุ่น ซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลง การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงนี้ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ และความหนาวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับความหนาว ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความหนาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับความหนาว ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น และเมื่อเราป่วย ร่างกายของเราจะผลิตสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ความหนาวทำให้เกิดอาการท้องอืด ความหนาวสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ซึ่งอาการท้องอืดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สรุปได้ว่าความหนาวทำให้เราปวดท้องประจำเดือนเพราะกล้ามเนื้อมดลูกหดตัว เลือดไหลเวียนน้อยลง ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำลงและอาการท้องอืด ถ้าสาวๆ ว่ามีอากาศหนาวที่อาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น สาวๆ ควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องและหลัง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน แม่นางทานตะวันหวังว่าจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจสาเหตุที่ความหนาวเย็นทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ประจำเดือนมา แต่งตัวยังไงให้มั่นใจ? 💃🏻

    สาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้ ประจำเดือนมาทีไร รู้สึกไม่มั่นใจ เหมือนอะไรๆ ก็ดูไม่เข้าท่า 😩 จะใส่ชุดสวยๆ ก็กลัวเลอะ จะใส่ชุดสบายๆ ก็ดูไม่สดใส 😓 แต่เดี๋ยวก่อน! วันนี้แม่นางทานตะวันมีทริคเด็ดๆ มาฝาก รับรองว่าแต่งตัวยังไงช่วงเป็นประจำเดือนก็มั่นใจ สนุกสนาน ไร้กังวลแน่นอน 💖 เริ่มต้นด้วยความสบายๆ ✨ ช่วงเป็นประจำเดือน ร่างกายของสาวๆ อาจจะบอบบาง อ่อนไหวกว่าปกติ ดังนั้น การเลือกชุดที่ใส่สบาย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด! เลือกเนื้อผ้าที่นุ่ม ลื่น ไม่ระคายเคืองผิว เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เป็นต้น หลีกเลี่ยงชุดรัดแน่น หรือชุดที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เพราะอาจทำให้รู้สึกอึดอัด และระคายเคืองได้ 🙅🏻‍♀️ สีสันสดใส เพิ่มความมั่นใจ 🌈 ช่วงเป็นประจำเดือน อาจจะรู้สึกอ่อนเพลีย เบื่อหน่าย ลองเติมสีสันให้ชีวิตด้วยการเลือกชุดสีสดใส หรือลายพิมพ์น่ารัก ช่วยเพิ่มความสดใส ร่าเริง และทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ 💖 เลเยอร์ช่วยชีวิต 😉 ทริคเด็ดสำหรับสาวๆ…

  • หน้าใสไร้สิวก่อนมีประจำเดือนทำยังไงกันนะ??

    สิว เป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้ สิวสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและการนับถือตนเองของผู้หญิงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงมักจะรู้สึกอ่อนไหวและไม่มั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีวิธีการรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนได้ โดยทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ ล้างหน้าให้สะอาดวันละสองครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่รุนแรง เช่น แอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ใช้โทนเนอร์ เพื่อช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอุดตันของรูขุมขนได้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดสิว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดสิวได้ ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยให้ร่างกายได้ขับเหงื่อและกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดการเกิดสิวได้ หากมีสิวอักเสบหรือสิวหัวหนอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม การรักษาสิวในช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากทำตามเคล็ดลับข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยบรรเทาการเกิดสิวและทำให้ผิวหน้ากลับมาใสไร้สิวได้ทันช่วงมีประจำเดือนได้นะเจ้าคะ Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป! ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

  • ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย?

    สาวๆ เคยสังเกตไหมว่า ช่วงมีประจำเดือน ทำไมต้องเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าเดิม!? 😵‍💫💦 บางครั้งก็รู้สึก ปวดฉี่บ่อย ฉี่บ่อยจนหงุดหงิด บางครั้งก็รู้สึกเหมือนฉี่ไม่สุด! 🤔 แล้วอาการแบบนี้ ปกติหรือเป็นสัญญาณเตือนของอะไรบางอย่างกันแน่!? วันนี้แม่นางทานตะวันจะมาไขข้อข้องใจว่า ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย? และเมื่อไหร่ที่ควรกังวล! 🚨 💦 ทำไมช่วงมีประจำเดือนถึงปวดฉี่บ่อย? ปกติแล้ว การปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือน อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายขับของเหลวออกมากกว่าปกติ 🤯 แต่มันก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้เช่นกัน! 🚨 👉 สาเหตุที่ไม่อันตราย (เรื่องปกติ!)✅ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง – ช่วงประจำเดือน ร่างกายจะขับโปรเจสเตอโรนลดลง ทำให้ปัสสาวะมากขึ้น✅ มดลูกบวมกดกระเพาะปัสสาวะ – ทำให้รู้สึกปวดฉี่ถี่ขึ้น 😵‍💫✅ ร่างกายขับของเสียมากขึ้น – ระบบไหลเวียนเลือดทำงานหนักขึ้น แต่… ถ้าเรามีอาการ ผิดปกติร่วมด้วย เช่น ฉี่ขัด แสบเวลาฉี่ หรือปวดท้องน้อยรุนแรง อาจต้องระวังแล้วนะ! 🚨 🚨 ปวดฉี่บ่อยช่วงมีประจำเดือนแบบไหนที่อาจเป็นอันตราย? 1️⃣ ปวดฉี่บ่อย + แสบขัดเวลาฉี่…

  • ทำไมมดลูกถึงบีบตัวจนปวดท้องประจำเดือน??

    ถ้าเราศึกษาแค่พื้นๆ เราจะรู้กันว่าอาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก แต่ๆๆ การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเนี่ย เกิดขึ้นได้จากมีหลายสาเหตุมากๆ ไปดูกันเถอะว่าเพราะอะไรมดลูกของเราถึงบีบรัดตัวจนทำเราปวดท้องประจำเดือนกันน้าาาาาาา สารพรอสตาแกลนดิน เมื่อมีการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในตอนที่เป็นประจำเดือน สารพรอสตาแกลนดินจะถูกดูดซึมเข้าสู่มดลูก หลอดเลือดของมดลูกจะหดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเกิดภาวะขาดเลือดมาเลี้ยง ในตอนนั้นสารพรอสตาแกลนดินก็จะกระตุ้นปลายประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฮอร์โมนวาโสเพรสซิน จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนมีระดับฮอร์โมนวาโสเพรสซินมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนถึงสองเท่า ในช่วงที่เป็นประจำเดือนต่อมไฮโปธาลามัสจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนวาโสเพรสซิน ที่มีผลทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว นำไปสู่สภาวะมดลูกขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนเช่นเดียวกับสารพรอสตาแกลนดิน โดยเฉพาะในช่วงหลังตกไข่ ความผิดปกติทางด้านจิตใจ อาการผิดปกติทางด้านจิตใจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน เช่น อารมณ์โกรธง่ายและความเครียดมีผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน จากการวิจัยพบว่าความแตกแยกของครอบครัวมีความสัมพันธ์ต่อความเครียดโดยเฉพาะความวิตกกังวล ความซึมเศร้าและอาการปวดประจำเดือน ค้นพบว่าผู้หญิงปวดท้องประจำเดือนจะมีการรับรู้ความเจ็บปวดและความวิตกกังวลมากกว่าคนที่ไม่ปวดท้องประจำเดือน เพราะการรับรู้ความเจ็บปวดมีผลต่อความเจ็บปวดมากกว่า ปัจจัยด้านความเชื่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในบางพื้นที่มีความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ไม่ดีต่อผู้ที่เป็นประจำเดือน เช่น ประจำเดือนเป็นของสกปรก เป็นโรคร้ายแรง ต้องแยกตัวผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนออกจากคนอื่นๆ การปฏิบัติตัวเช่นนี้ส่งผลต่ออารมณ์จิตใจของผู้หญิงให้รู้สึกวิตกกังวลและความเครียด ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน ลักษณะเฉพาะของผู้หญิง ลีกษณะเฉพาะบางอย่างของผู้หญิงก็ส่งผลต่อการปวดท้องประจำเดือน  เช่น น้ำหนักเกิน ผอมเกินไป สูงผิดปกติ เต้านมเล็ก นิสัยทำงานจู้จี้จุกจิก เลือกกิน อารามณ์หวั่นไหวง่าย ปากมดลูกมีแผลแต่กำเนิด ช่องทางผ่านของประจำเดือนผิดปกติ เช่น ปากมดลูกตีบตันจากการผ่าตัดและการจี้ด้วยไฟฟ้า ทำให้เลือดประจำเดือนคั่งอยู๋ในโพรงมดลูกนานขึ้น ทำให้มดลูกบีบตัวแรงขึ้นเลยปวดท้องประจำเดือน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการปวดท้องประจำเดือน นอกจากนี่ยังมีสาเหตุที่อื่นๆที่ทำให้ปวดท้ัองประจำเดือน เช่น ความหนาวเย็นหรือเลือดคั่งในมดลูก…