รวม 3 หัวข้อน่ารู้ ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ

การมีเมนส์หรือที่เรียกว่าประจำเดือนของสาวๆ เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระบบสืบพันธุ์ แม้ว่าการไหลของประจำเดือนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่การมีประจำเดือนที่น้อยยยยยยยยยยยกว่าปกติ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่าการมีประจำเดือนไม่เพียงพอหรือประจำเดือนมาน้อย อาจทำให้เกิดคำถามและข้อกังวลได้ ในบทความนี้ แม่นางทานตะวันจะพาไปดูสาเหตุ อาการ และทางเลือกในการรักษาสำหรับสาวๆ ที่ประจำเดือนมาน้อยกันนนนนนนนน

สาเหตุของการมีประจำเดือนน้อยกว่าปกติ:

1 ฮอร์โมนไม่สมดุล: ฮอร์โมนเกิดการผันผวนขึ้นๆลงๆ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน อาจส่งผลต่อความสม่ำเสมอและความเข้มข้นของการไหลเวียนเลือดประจำเดือน สภาวะต่างๆ เช่น กลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ (PCOS) หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ อาจส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุลด้วยเช่นกัน

2 ความเครียด: ความเครียดทางจิตวิทยาสามารถรบกวนแกนไฮโปทาลามัส ต่อมใต้สมอง และรังไข่ ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมน และนำไปสู่ช่วงเวลาที่ประจำเดือนมาน้อยลงในที่สุด

3 น้ำหนักผันผวน: การเพิ่มน้ำหนักมากๆ น้ำหนักตัวลดลงเยอะ หรือการออกกำลังกายมากเกินไป อาจรบกวนสมดุลของฮอร์โมนที่ละเอียดอ่อน ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมาน้อยลง

4 ใช้การคุมกำเนิด: ฮอร์โมนคุมกำเนิดบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดหรืออุปกรณ์ใส่มดลูก (IUD) อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ทำให้ในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนน้อยลง

5 มดลูกผิดปกติ: ความผิดปกติของโครงสร้างในมดลูก เช่น เนื้องอกหรือติ่งเนื้อ อาจรบกวนการไหลเวียนของประจำเดือนตามปกติและส่งผลให้ประจำเดือนมาน้อย

อาการของประจำเดือนมาน้อย:

  1. ประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งอาจรวมถึงการพบเห็นหรือมีเลือดออกน้อยมาก ระยะเวลาของรอบประจำเดือนสั้นลง
  2. ไม่มีอาการก่อนมีประจำเดือน(PMS)ตามปกติ เช่น รู้สึกเจ็บเต้านมหรืออารมณ์แปรปรวน
  3. ตั้งครรภ์ลำบาก (ในบางคน)

ทางเลือกการรักษา:

1. การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์: การจัดการระดับความเครียด การรักษาน้ำหนักให้ดีต่อสุขภาพ และการควบคุมอาหารอย่างสมดุลสามารถช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนและส่งเสริมการไหลเวียนของประจำเดือนที่ดีต่อสุขภาพ

2. การบำบัดด้วยฮอร์โมน: ในกรณีที่สาเหตุที่แท้จริงคือความไม่สมดุลของฮอร์โมน อาจใช้ยาฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิดเพื่อฟื้นฟูการไหลเวียนของประจำเดือน

3. การผ่าตัด: หากมีการระบุความผิดปกติทางโครงสร้าง เช่น เนื้องอกหรือติ่งเนื้อว่าเป็นสาเหตุ อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดเพื่อเอาออกหรือรักษาความผิดปกติเหล่านี้

4 การจัดการกับสภาวะสุขภาพที่สำคัญ: การรักษาภาวะพื้นฐาน เช่น PCOS หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์สามารถช่วยควบคุมการไหลของประจำเดือนได้

5 การปรึกษาหารือกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพ: ถ้าสาวๆ กังวลเกี่ยวกับปริมาณประจำเดือนหรือมีอาการผิดปกติใดๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรึกษาผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพที่สามารถให้การวินิจฉัยที่เหมาะสมและแนะนำทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมได้

ประจำเดือนมาน้อย หรือประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ อาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น ฮอร์โมนไม่สมดุล ความเครียด น้ำหนักที่ผันผวน การใช้ยาคุมกำเนิด หรือความผิดปกติของมดลูก แม้ว่าการมีประจำเดือนที่น้อยลงอาจไม่ได้เป็นสาเหตุให้เกิดความกังวลเสมอไป

แต่สิ่งสำคัญคือต้องใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในรอบเดือนของเราและไปพบแพทย์หากจำเป็น สาวๆ ต้องจำไว้ว่ารอบประจำเดือนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และสิ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติอาจจะไม่ใช่เสมอไปนะเจ้าคะ

Tips

รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน

  • ปวดเดือนนี้ เดือนหน้า เดือนต่อไป? ถึงเวลาฟื้นฟูแล้ว!
  • รวมสาระน่ารู้การดูแลสุขภาพผู้หญิง
  • ติดตามสาระน่ารู้สุขภาพผู้หญิงผ่านไลน์เลย
PRODUCT

แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7

แก้ปวดประจำเดือน

🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!

  • เบื่อมั้ย? กับอาการปวดท้องประจำเดือนที่ทรมานจนต้องนอนซม ❓❓❓ ปวดท้องเมนส์จนหมดแรง? 😭😭😭
  • บอกลาความทรมานในทุกเดือน ด้วยตัวช่วยดีๆ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป
  • อาหารเสริมจากธรรมชาติ ฟื้นฟูมดลูกจากต้นเหตุ บอกลาปัญหาปวดประจำเดือน!

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางไลน์

Similar Posts

  • ถ้วยอนามัย:ตัวเลือกใหม่ ดีจริงหรือมั่วนิ่ม?

    ในยุคที่สาวๆ ต้องการทั้งความสะดวกสบายและความคุ้มค่า การหันมาใช้ ถ้วยอนามัย (Menstrual Cup) กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแร้งงงงง! 💖 แต่หลายคนอาจยังลังเลว่าเจ้าถ้วยเล็กๆ นี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ วันนี้แม่นางทานตะวันมาไขข้อสงสัย พร้อมแนะนำทุกข้อดี ข้อเสีย และเทคนิคการใช้ที่สาวๆต้องรู้กัน! 🌟 ถ้วยอนามัยคืออะไร? 🤔 ถ้วยอนามัยคืออุปกรณ์เก็บประจำเดือนที่ทำจากซิลิโคนหรือยางที่อ่อนนุ่ม 🍃 รูปทรงเหมือนถ้วยเล็กๆ ขนาดกระทัดรัด ใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อรองรับประจำเดือนแทนการใช้ผ้าอนามัยหรือแบบสอด ทำไมถึงเป็นที่นิยม? 🌈 ข้อเสียที่ควรรู้ไว้ก่อนลอง ❌ วิธีใช้ถ้วยอนามัยให้ปัง 🌟 เหมาะกับใครบ้าง? 🌟 สรุป: ถ้วยอนามัย ดีจริงไหม? 💖 ถ้วยอนามัยคือทางเลือกที่ดีและทันสมัยสำหรับสาวๆ ยุคนี้ 🌟 แม้จะมีช่วงเวลาปรับตัวในช่วงแรก แต่ถ้าคุณเริ่มใช้และคุ้นเคยแล้ว จะพบว่านี่คือไอเทมลับที่ช่วยให้ชีวิตวันนั้นของเดือนง่ายขึ้นมาก! 🌈 พร้อมลองหรือยัง? 💕 เปิดใจสักครั้งกับถ้วยอนามัย แล้วคุณอาจหลงรักเหมือนสาวๆ ทั่วโลก! 😊 Tips รวมเคล็ดลับบำรุงแก้ปวดประจำเดือน PRODUCT แนะนำสูตรวิจัยอาหารเสริมNV7 แก้ปวดประจำเดือน 🌿 ไม่ใช่แค่แก้ปวด แต่ป้องกันไม่ให้ปวดอีกต่อไป!…

  • รู้ไหม!? ปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติเพราะอะไร??

    ปวดท้องเมนส์กับกระดูกกระเบนเหน็บเกี่ยวข้องกันตรงไหน?เกี่ยวกับปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติยังไง?? กระดูกกระเบนเหน็บคืออะไร?? กระดูกกระเบนเหน็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดูกที่ติดอยู่บริเวณก้นกบ อยู่ตรงศูนย์กลางของกระดูกเชิงกราน เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัว มดลูกจะแขวนอยู่ด้านในกระดูกเชิงกรานด้วยเส้นเอ็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หน้า-หลัง โดยมีลักษณะเหมือนกับเปล จุดกำเนิดของเส้นเอ็นติดอยู่กับกระดูกเชิงกราน ถ้ากระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว เส้นเอ็นก็จะเกิดความไม่สมดุลและจะดึงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่กระดูกกระเบนเหน็บยื่นออกมา เส้นเอ็นก็จะตึงไปทางใดทางหนึ่งนั่นเอง เพราะอวัยวะภายในต่างๆเลื่อนลงจากด้านบนสู่ด้านล่าง น้ำหนักของอวัยวะภายในเหล่านี้จะลงมากดที่มดลูก และค่อยๆทำให้เส้นเอ็นนั้นตึงขึ้นเรื่อยๆ เพราะ‘เส้นเอ็นตึงเครียด’นี่แหละที่เป็นปัญหา!! เพราะในช่วงที่เป็นเมนส์ เมื่อมดลูกบีบตัว เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะหลุดออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูก และตอนนั้นเอง เส้นเอ็นที่ติดอยู่กับมดลูกก็จะถูกดึงและเกิดความตึงเครียดขึ้น ถ้าจะให้พูดก็คืออาการปวดจากการบีบตัวของมดลูก จะมีการปวดจากความตึงเครียดของเส้นเอ็นรวมเข้าไปด้วย เวลาเป็นเมนส์ จากบริเวณที่ปวดเป็นพิเศษ สามารถคาดเดาบริเวณที่เส้นเอ็นเกิดปัญหาได้ด้วย คนที่มีอาการปวดบริเวณส่วนกลางของก้น อาจมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่กับบริเวณกระเบนเหน็บ คนที่มีอาการปวดบริเวณสีข้าง ก็อาจจะมีปัญหาบริเวณเส้นเอ็นที่ติดอยู่ซ้าย-ขวาของด้านในกระดูกเชิงกราน หรือคนที่มีปัญหาบริเวณหัวหน่าว ก็หมายถึงเส้นเอ็นบริเวณหัวหน่าวนั่นแหละ สาเหตุของอาการปวดนั้น อาจเกิดจากความตึงเครียดเกินไปของเส้นเอ็น หรืออาการเลือดออกที่เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั่นเอง นอกจากนี้ บริเวณของกระดูกกระเบนเหน็บที่เป็นส่วนเชื่อมกับรังไข่และมดลูกนั้นเป็นทางเข้าออกของ”เส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บ” เพราะฉะนั้นเมื่อกระดูกกระเบนเหน็บผิดรูปเลยทำให้บริเวณรอบๆ กระดูกกระเบนเหน็บบวมและพองส่งผลให้การทำงานของเส้นประสาทกระดูกกระเบนเหน็บน้อยลง และการทำงานของรังไข่และมดลูกแย่ลงได้ง่าย พอเป็นอย่างนั้นแล้ว มดลูกจะไม่ฟู กลายเป็นมดลูกที่เล็กและแข็งแทน ช่วงมีประจำเดือน คนที่ปวดมดลูกมากๆ นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเกิดความตึงเครียดที่เส้นเอ็นแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามดลูกข้างในค่อยๆแข็งตัวไปซะแล้ว ในทางกลับกัน ถ้ามดลูกนิ่มและฟู อาการปวดท้องเมนส์ก็จะไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ ผ่านพ้นช่วงทรมาณสังขารไปได้แบบสบายๆเลยล่ะ รู้แบบนี้แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกเชิงกรานหรือกระดูกกระเบนเหน็บเท่านั้นนะ…

  • เป็นเมนส์แล้ว บำรุงยังไงให้ผิวกลับมาสดใส?

    เคยไหม? พอเมนส์มา ไม่ได้มีแค่ปวดท้อง แต่ ผิวยังหมอง หน้าโทรม ดูไม่สดใสเอาซะเลย! 😩 บางวันส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า ทำไมหน้าดูซีดคล้ำเหมือนไม่ได้นอน!? ไหนจะอาการบวมๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่เฟรชสุดๆ 💦 ถ้าสาวๆ เคยเจอปัญหานี้ทุกเดือน ไม่ต้องกังวลไป! เพราะวันนี้แม่นางทานตะวันมีเคล็ดลับ บำรุงผิวช่วงเป็นเมนส์ให้รอด ไม่หมอง ไม่โทรม มาฝากกัน! 🩸✨ 🔍 ช่วงมีเมนส์ ผิวเปลี่ยนไปยังไง? ช่วงที่เมนส์มา ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำสุด และร่างกายเสียเลือด ทำให้เกิดปัญหาผิวดังนี้! 😵‍💫 ผิวดูโทรม เหนื่อยล้า → เพราะร่างกายเสียเลือด ทำให้ผิวซีด หมองคล้ำ💦 ผิวแห้งและมันในเวลาเดียวกัน → บางจุดมันเยิ้ม แต่บางจุดแห้งลอก💥 สิวอักเสบขึ้นง่าย → เนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้สิวเห่อ🛏️ ผิวฟื้นฟูช้ากว่าปกติ → เพราะร่างกายอยู่ในโหมดอ่อนเพลีย 🚫 สิ่งที่ควรเลี่ยงช่วงมีเมนส์! ❌ เลี่ยงสกินแคร์ที่แรงเกินไป – เช่น AHA/BHA หรือเรตินอล…

  • 7 วิธีพิชิต’ผิวแห้ง’ก่อนมีประจำเดือน!!

    ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนจะหมดไป ถ้ารู้วิธีนี้! แม่นางทานตะวันได้พูดถึงสาเหตุของอาการผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนไปแล้วที่ 4 สาเหตุผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนที่ควรรู้ คงไม่มีใครอยากให้ผิวแห้ง ผิวเป็นขุยใช่ไหมล่ะ ทรมาณกับประจำเดือนแล้วยังต้องมาทรมาณกับผิวแห้งผิวลอกอีก ทรมาณแท้ วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง 7 วิธีพิชิตผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนนนน วิธีแก้ปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนนั้น มีหลายวิธี ดังนี้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทาครีมบำรุงผิว ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด การอาบน้ำอุ่นจัดจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นในการอาบน้ำแทน ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ควรเลือกใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งและระคายเคือง หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น ควรหาทางจัดการกับความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ ปลา และธัญพืชต่างๆ เพื่อช่วยให้ผิวสุขภาพดีและชุ่มชื้น ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ หากอากาศในห้องแห้ง ควรใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาผิวแห้งก่อนมีประจำเดือนกันนะเจ้าคะ ลองนำวิธีต่างๆ ที่แนะนำไปใช้กันนะ แล้วผิวของสาวๆ จะกลับมาชุ่มชื้นและสุขภาพดีอีกครั้งงงงงงงงงงงงง…

  • ระวัง! ปวดประจำเดือนนานไปเสี่ยงมีลูกยาก

    อย่างที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ที่ ปวดท้องประจำเดือน เป็นโรคพวกนี้หรือเปล่า? ว่าการปวดประจำเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรงผิดปกติ หรือการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากกว่าปกติทำให้เราปวดท้องประจำเดือน แต่การที่เราปวดท้องประจำเดือนไม่ได้มีแค่สาเหตุนี้เท่านั้น อาจเกิดจากโรคต่างได้เช่นกัน เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จนกลายเป็นซีสต์และเจริญเติบโตกลายเป็นมะเร็งในโพรงมดลูก มดลูกโต ผังผืดในโพรงมดลูกและเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคเหล่านี้นอกจากทำให้ปวดท้องประจำเดือนแล้วยังทำให้มีลูกยากด้วย แล้วทำไมโรคเหล่านี้ถึงทำให้มีลูกยากไปดูกันเถอะ!!!! ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกอาจจะไปสะสมและเจริญเติบโตในรังไข่หรือปีกมดลูกแทนที่จะเจริญเติบโตในโพรงมดลูกในช่องท้อง ทำไมเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ถึงทำให้มีลูกยากกันล่ะ?? เพราะว่าเยื่อบุโพรงมดลูกจะทำให้เกิดผังผืดเพิ่มขึ้นบริเวณปีกมดลูก หรืออาจมีสารบางตัวที่ไปทำลายไข่ และขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนนั่นเองงงงงง พัฒนามาจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่โดยเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในรังไข่ในรูปแบบถุงน้ำ ทำให้ปวดประจำเดือนขั้นร้ายแรงงงงงง ภายในถุงน้ำมีของเหลวคล้ายช็อกโกแลต จึงมีการเรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ เมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้การเจริญเติบโตของฟองไข่เป็นไปได้ยากขึ้น ไข่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่มีการตกไข่เลยทำให้มีลูกยาก มดลูกโต คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มีรูปแบบเดียวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่เป็นการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก มดลูกโตจะทำให้มดลูกเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีผังมดในมดลูก ส่งผลต่อการฝังตัวอ่อนและเพิ่มโอกาสในการแท้งลูกอีกด้วย ผังผืดในโพรงมดลูกเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้สาวๆ ที่ปวดท้องประจำเดือนมานานมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลงมาก เโรคอื่นๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมดลูกโตก็ล้วนแต่ทำให้เกิดผังผืดในมดลูกเช่นกัน ผังผืดในโพรงมดลูกอาจเกิดจากการอักเสบของมดลูกจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกถูกทำลาย ทำให้โพรงมดลูกเกิดการติดกัน ผังผืดมีทั้งผังผืดบางและผังผืดหนาจนปิดกั้นทั้งโพรงมดลูก พังผืดจะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน หรือทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และแท้งได้ง่าย เนื้องอกในมดลูกเป็นก้อนแข็งๆ ที่เกิดอยู่ภายในมดลูกบริเวณต่างๆ เช่น ตรงมดลูก โพรงมดลูกหรือปากมดลูก เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่อาจจะไปเบียดโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกผิดรูปไปจากปกติ ตัวอ่อนจึงไม่สามารถฝังตัวอยู่ในมดลูกได้ ส่งผลให้มีลูกยากไปด้วย การปวดท้องประจำเดือนนานๆ อาจไม่ได้มีสาเหตุแค่ร่างกายหลั่งสารพรอสตาแกลนดินมากเกินไปทำให้เรารู้สึกเจ็บจากการบีบตัวของมดลูกมากกว่าปกติ…

  • ระวัง! 5 นิสัย ไม่อยากปวดท้องเมนส์ต้องดู!!

    ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับนิสัยแย่ๆ จนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ ทั้งนอนดึก กินน้ำน้อย ไม่กินข้าวเช้า ทำในวันธรรมดาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่ดี แล้วรู้ไหม ยิ่งถ้าทำในวันที่เป็นเมนส์จะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาผิดปกติจนปวดท้องเมนส์หนักกว่าเดิมยังไงล่ะ ไปดูกันดีกว่าว่านิสัยแบบไหนที่จะทำเธอปวดท้องเมนส์จนต้องร้องขอชีวิต!! 1.อุณหภูมิ บางคนรู้สึกว่ามันร้อนเกินไปใช่ไหมล่ะ เธอเลยใช้ชีวิตด้วยความเย็นอยู่รอบตัวขนาดนี้ ดื่มแต่น้ำเย็นจัด ชอบกินหรือเคี้ยวน้ำแข็ง ชอบทานไอศกรีมเย็นๆ หรือชอบแช่น้ำในอ่างอาบน้ำผ่อนคลายในอ่างสักชั่วโมง นิสัยแบบนี้ทำร่างกายเธอเย็นไปด้วย ท้องน้อยก็เย็น เดี๋ยวปวดท้องเมนส์เอานะ 2.การลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักก็ดีอยู่หรอกนะถ้าทำถูกต้อง แต่นิสัยเสียๆ บางอย่างไม่ควรเอามาทำช่วงเป็นเมนส์นะ ทั้งการไม่กินข้าวจนเป็นนิสัย น้ำหนักตัวไม่คงที่เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม หรือรีบน้ำหนักลดทีเดียวหลายกิโลต่อเดือนขนาดนั้น ไม่ดีต่อสุขภาพมดลูกเราเลยนะ 3.การกินและดื่ม การกินเป็นการรับของเสียเข้าร่างกายได้ง่ายมากๆ มีหลายวิธีที่จะทำเราปวดท้องเมนส์จนต้องปาดน้ำตา ทั้งการไม่กินข้าวเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา ชอบกินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผัก กินมาม่า กินอาหารแช่แข็งบ่อยๆ ชอบกินอาหารฟาสต์ฟูส ชอบกินของหวาน เช่น เค้ก เครป คุ้กกี้ ขนมหวานๆ เนี่ยหลีกเลี่ยงหน่อยนะ  นอกจากนี้กินน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพมดลูกเราด้วยนะ 4.การนอน อีกหนึ่งนิสัยแย้แย่ที่แก้ไม่ได้ ส่งผลให้วงจรร่างกายสับสน ไปหมด…